0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เสียงการปะทะกันอย่างดังของกระบี่ทั้งสองถึงกับทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับปวดหู

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

“ต่อให้ใช้จิตสัมผัสก็ไม่สามารถจับทางทักษะเจ็ดสังหารนี้ได้แล้วเขาหาร่างจริงได้อย่างไรกัน ?”

“เดา ? ”

“ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ ! คนธรรมดาไม่สามารถเดาร่างจริงของสหายไป่ได้อย่างแน่นอน โดยปกติแล้วการโจมตีจะมาจากทางซ้าย ขวาหรือทางจุบอับด้านขวาแถมการตอบโต้ของเขาต่อการโจมตีของสหายไป่เองก็ยังซึ่งๆหน้าเหมือนว่าเขาสามารถอ่านการเคลื่อนไหวไว้ได้ทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่น

พูอันที่อยู่ด้านล่างเองก็ได้ผงะไปพลางพูดว่า

“เจ้าหนูนี่ทำได้อย่างไรกัน ? ”

ทักษะเจ็ดสังหารนั้นเป็นการเคลื่อนไหวเฉพาะตัวของนิกายร้อยหลอมและต่อให้เป็นเขาก็ยังไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของไป่หยุนเฟย์ได้แม้แต่น้อยทว่าหลินเทียนกลับสามารถจับการโจมตีนี้ได้ด้วยสีหน้าที่ราบเรียบตั้งแต่ต้นจนจบ

จ้าวนิกายและผู้อาวุโสที่อยู่กลางอากาศเองก็ได้แต่มองลงไป

“ท่านจ้าวนิกาย น่าดูชมมากใช่ไหม ? ”

ผู้อาวุโสเหลาพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

จ้าวนิกายเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับหันหน้ากลับไปทางนิกายแล้วพูดว่า

“ก่อนหน้านี้สหายได้จากไปกว่า 90 ปีโดยที่ไม่ได้กลับมาและยังคงโทษตัวเองสำหรับเรื่องในวันนั้นเลยส่งผู้มีพรสวรรค์อย่างเขามาที่นิกาย เมื่อมองดูเด็กหนุ่มคนนี้แล้วทำให้ข้ามองเห็นสหายเมื่อครั้งยังเยาว์ซึ่งสร้างความตกตะลึงไม่แพ้กันเลย ”

ผู้อาวุโสเหลาเองก็ได้แต่มองไปทางนิกายพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วแต่เขาก็ยังปล่อยวางเรื่องนั้นไม่ได้ ท่านผู้อาวุโสสูงสุดเองก็ไม่ได้โทษเขาแล้วแท้ๆ ”

ผู้อาวุโสเหลาได้แต่มองลงไปด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลพลางพูดว่า

“พูดก็พูดแม้เราจะทดสอบความสามารถของเจ้าหนูนี่แต่ระดับพลังของเขาต่างกับไป่หยุนเฟย์มากๆ หากว่าเขาแพ้จริงๆ……….”

“ไม่มีทางแพ้ ศิษย์ของสหายไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน ! ”

จ้าวนิกายพูดออกมา

เขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่มั่นใจเป็นอย่างมาก

ผู้อาวุโสเหลาได้พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะถึงอย่างไรก็เป็นถึงศิษย์ของชายคนนั้น

ไป่หยุนเฟย์ที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ตกต่ำ ทักษะเจ็ดสังหารของเขานั้นได้ชื่อว่าทักษะที่แข็งแกร่งแต่กลับถูกป้องกันโดยผู้เชี่ยวชาญเขตแดนต่ำกว่าเขาอย่างง่ายดาย !

“เจ้าทำได้อย่างไรกัน ! ทักษะนี้ต่อให้ใช้จิตสัมผัสก็ไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ! ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“เจ้าคิดว่าข้าจะบอกเจ้ารึ ? ”

หลินเทียนตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ , แน่นอนว่าทักษะเจ็ดสังหารนี้มันร้ายกาจมากๆและจิตสัมผัสของเขาก็ไม่สามารถตรวจจับมันได้เลยทว่าแม้ตาจะมองไม่เห็น จิตสัมผัสจะจับไม่ได้แต่เขาก็ยังมีพลังวิญญาณอยู่ พูดแล้วมันก็แปลกๆเหมือนกันเพราะสิ่งที่พลังจิตสัมผัสจับไม่ได้แต่พลังวิญญาณของเขากลับสามารถจับได้อย่างแม่นยำทุกการเคลื่อนไหว

“แกร๊ง ! ”

ขณะที่เขาได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปนั้นเสียงคำรามของคลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาอย่างดัง

ไป่หยุนเฟย์เองก็ฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกมาปะทะกันจนทำให้การโจมตีของทั้งสองฝ่ายสลายไปเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4 แถมยังเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมที่สามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 ได้สบายๆดังนั้นถึงไม่รู้สึกกลัวการโจมตีของหลินเทียนเลยแม้แต่น้อย

“ดีมาก ! ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะทนได้อีกนานแค่ไหน ! ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

โครม ! พลังฉีอันรุนแรงทะลักออกมาจากร่างของเขา

“ได้พอที่จะซัดเจ้าจนหมอบไงล่ะ ! ”

หลินเทียนตอบกลับด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส

คลื่นกระบี่ของพวกเขาถูกส่งออกไปปะทะกันมากมายถึงขั้นทำให้ผู้คนรอบข้างต้องแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกันพร้อมทั้งถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

“ทั้งสองคนนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมาพลางปาดเหงื่อที่ใบหน้า

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

ร่างสองร่างยังคงพุ่งเข้าใส่กันกลางเวทีด้วยความเร็วดั่งเส้นแสงก่อนที่จะกระเด็นออกไปทั้งคู่แล้วกระโจนเข้าใส่กันอีกครั้งพลางสลับตำแหน่งกันไปมา , ตอนนี้ผู้ชมที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะเริ่มจะไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้แล้วเพราะว่ามันเร็วพอๆกับสายฟ้าและมีเพียงเขตแดนผู้รอบรู้เท่านั้นที่ยังจับการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้

“ด้วยอายุเท่านี้แต่ทั้งสองคนนี้แข็งแกร่งมากๆ ! ”

“ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ! ”

“หากว่าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าหลินเทียนของนิกายเราแข็งแกร่งเท่ากับไป่หยุนเฟย์ทว่าตัวเขามีอายุน้อยกว่าตั้ง 3 ปี นี่มันผู้มีพรสวรรค์ไร้ที่ติชัดๆ ! ”

ผู้ดูแลหลายๆคนของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

คลื่นกระบี่อันรุนแรงเข้าปะทะกันอย่างไม่หยุดหย่อน ตอนนี้สีหน้าของไป่หยุนเฟย์นั้นเย็นชาเป็นอย่างมากขณะที่กวัดแกว่งกระบี่อย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นยิ่งกว่าเก่าทว่าหลินเทียนก็สามารถรับมันได้ทุกๆครั้งโดยที่เขาไม่สามารถแตะต้องอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อยซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้เขายังตระหนักได้ว่าสีหน้าของหลินเทียนยังคงสุขุมและสงบเป็นอย่างมากเหมือนว่ากำลังป้องกันได้ง่ายๆและนี่จึงทำให้เขาจริงจังขึ้นมาก

“โครม ! ”

พลังฉีอันรุนแรงกว่าเก่าปะทุออกมาจากกระบี่ในมือของไป่หยุนเฟย์ก่อนที่ด้ามกระบี่จะหายไปแล้วทั้งแขนของเขาห่อหุ้มไปด้วยลำแสงที่เกิดจากพลังฉีอันหนาแน่น

“ทักษะวันแห่งสายรุ้งเจิดจรัส”

“หนึ่งในสามทักษะเฉพาะตัวของสหายไป่ มันเป็นทักษะระดับสูงเขตแดนผู้รอบรู้ ! ”

“การโจมตีนี้ต้องล้มเจ้าหลินเทียนั่นได้อย่างแน่นอน ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างพากันส่งเสียงออกมา

เสียงคำรามของกระบี่ยังคงถูกส่งออกมาอย่างดังขณะที่แขนขวาของไป่หยุนเฟย์ค่อยๆเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พวกเขาเห็นเพียงแค่ภาพของกระบี่ที่กำลังรายล้อมร่างกายของไป่หยุนเฟย์เอาไว้แถมมันยังเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ

“นี่…… อะไรจะมากมายขนาดนั้น ! ”

หลายๆคนต่างอุทานออกมา

ขนาดพูอันที่อยู่ด้านล่างเวทีประลองยังต้องขมวดคิ้วกับความร้ายกาจของทักษะนี้

“นี่ไป่หยุนเฟย์ทำความเข้าใจทักษะนี้ได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นรึ ! ”

ซัวชางได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังเพราะว่าต่อให้เป็นเขาเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถรับมือการโจมตีนี้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามวินาทีหลังจากนี้เองที่เขาได้แสยะออกมาเพราะว่ายิ่งไป่หยุนเฟย์แข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่หลินเทียนก็จะยิ่งอนาถมากขึ้นเท่านั้น

ไป่หยุนเฟย์ที่ยืนอยู่กลางเวทีเองก็ยังคงสร้างภาพกระบี่ออกมามากมายเช่นเคยพร้อมทั้งรายล้อมร่างของเขาเอาไว้จนเป็นเรื่องยากที่มองไปยังร่างของเขาที่อยู่ใจกลางคลื่นกระบี่

หลินเทียนได้แต่จ้องมองออกไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4 อย่างไป่หยุนเฟย์นี่มันแข็งแกร่งจริงๆ

เขาได้แต่มองออกไปก่อนที่จะห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ด้วยคลื่นสายฟ้าสีเขียวมรกตเสมือนดั่งการจุติของเทพสายฟ้าในตำนานที่ทำให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงไปตามๆกันแต่หลังจากนี้เองที่พวกเขายิ่งตกตะลึงมากกว่าเก่าเพราะมีเปลวเพลิงปะทุออกมาจากร่างก่อนที่ผสมผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นพลังบางอย่างที่แตกต่างออกไป

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ดังขึ้นเหมือนดั่งการคำรามของมังกรสายฟ้าเปลวเพลิงและส่งผลให้ผู้คนโดยรอบต่างสั่นระริกไปเนื่องด้วยความแข็งแกร่งของเจตจำนงแห่งกระบี่นี้

“นะ…..นี่……..นี่……… ”

“สายฟ้า เปลวเพลิง นี่เขาเป็นใครกันแน่ ! ”

“นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ ! ”

หลายๆคนออกความคิดเห็นออกมา

และตอนนี้เองที่หลินเทียนและไป่หยุนเฟย์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

“ตาย ! ”

“ตาย ! ”

ไป่หยุนเฟย์สะบัดแขนของเขาเพื่อส่งภาพกระบี่นับหลายแสนเล่มที่ส่งเสียงเหมือนกำลังฉีกมิติออกไปทางหลินเทียนส่วนอีกฝั่งหลินเทียนก็ได้จับกระบี่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองพร้อมทั้งเหวี่ยงมันออกไปจากบนลงล่างอย่างไม่ปราณี

การโจมตีของทั้งสองได้ปะทะเข้าใส่กันและกันก่อนที่คลื่นกระบี่ของไป่หยุนเฟย์จะแหลกสลายไปโดยทันที !

“โครม ! ”

“โครม ! ”

ร่างสองร่างลอยเคว้งออกดไปจนถึงสุดขอบเวที

เมื่อมองไปยังพวกเขาทั้งสองคนแล้วเห็นเพียงแค่ว่าต่างคนต่างได้รับบาดเจ็บจนเลือดซิบออกมาจากมุมปาก

“เป็นไปได้ไง ?! นี่ศิษย์พี่ได้รับบาดเจ็บ ? ! ”

“ทักษะเจ็ดสังหารและทักษะวันแห่งสายรุ้งเจิดจรัสซึ่งเป็นทักษะเฉพาะต่างถูกทำลายทั้งหมด นี่เจ้าสกุลหลินจะต้อนเขาถึงขนาดต้องใช้ทักษะลับของนิกายเลยหรือไงกัน ?”

“ขนาดตอนที่สู้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ศิษย์พี่ยังไม่ถูกกดดันขนาดนี้เลยนะ ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมพูดออกมาด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว

ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยเลือดที่เดือดพล่าน

“เจ้าหลินเทียนนี่มันสุดยอดไปเลย ! ”

“ไม่อยากจะคิดเลยว่านิกายของเราจะมีตัวตนแบบนี้อยู่ได้ ! โดดเด่นถึงขั้นเผชิญหน้ากับลูกศิษย์ของผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมได้อย่างไป่หยุนเฟย์ ! ”

“แม่เจ้า ข้านับถือเขาจริงๆ ! ”

ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าหลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น

“แข็งแกร่งมาก !”

ซูเฟิงกำหมัดของเขาขณะที่อุทานออกมา

ซัวชางที่อยู่ในมุมๆหนึ่งเองก็ได้แต่มีสีหน้าที่ดูไม่ได้เพราะเขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถรับมือกับทักษะที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้จนถึงขั้นสูสีกันเพราะต่อให้เป็นตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะรับการโจมตีของไป่หยุนเฟย์ได้รึไม่

ชูซวนที่อยู่อีกฝั่งเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกันนัก หลินเทียนมันเป็นเพียงแค่ศิษย์ตำหนักนอกเท่านั้นแต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้แถมยังสามารถต่อกรได้อย่างสูสีกับไป่หยุนเฟย์ผู้โด่งดังนี่มันทำให้เขาไม่สบายใจอย่างมากเพราะตัวเองถูกทิ้งท้ายไปไกล

ไป่หยุนเฟย์ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่คมกริบ

“ให้พูดตามตรงนะ เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจมากๆ ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

หลินเทียนที่กำลังมองเขาอยู่เองก็ได้ตอบกลับไปว่า

“แค่นี้ก็ทำให้เจ้าประหลาดใจแล้ว ? ”

แม้คำพูดของเขาจะดูราบเรียบแต่น้ำเสียงมันบ่งบอกถึงการเยาะเย้ย

ประกายตาของไป่หยุนเฟย์เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยทันที

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ถูกส่งออกมาขณะที่มีกระบี่ปรากฏออกมาตรงหน้าของไป่หยุนเฟย์และล่องลอยอยู่กลางอากาศข้างๆตัวเขาและหลังจากนั้นกระบี่อีกเล่มก็ได้ปรากฏออกมาก่อนที่จะลอยอยู่อีกด้าน , กระบี่เล่มที่สามยังคงถูกเรียกออกมา เล่มที่สี่ เล่มที่ห้า …….

พริบตาเดียวไป่หยุนเฟย์ได้เรียกกระบี่ออกมามากมายถึงเก้าเล่ม !

กระบี่ทั้ง 9 เล่มนี้ต่างลอยตัวอยู่กลางอากาศเหมือนดั่งวิหกศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังโบยบิน

“นี่มัน !? ”

“ทักษะลับของนิกายร้อยหลอม ! ”

“ใช่แล้ว……..นี่มันทักษะลับ !? ”

หลายๆคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที