0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ฟังจากคำอธิบายของซูเฟิงแล้วหลินเทียนก็ได้แต่ประหลาดใจไป นิกายนี้มีที่มาแบบนี้ ? แปลกแหะ

“ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก ”

เขาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ทักษะลับของนิกายร้อยหลอมนั้นมีความสามารถควบคุมอาวุธปลายแหลมได้ 9 ชิ้นดังนั้นเขาถึงได้คิดว่าการต่อสู้ที่จะถึงนี่น่าสนใจจริงๆ

ซูเฟิงได้แต่ถอนหายใจออกมาและไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลินเทียนถึงได้ยังมีเวลามาปลอบใจเขา

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาทั้งสองคนก็ได้เดินไปถึงลานประลองของนิกายและตอนนี้มีผู้คนมารวมตัวกันอยู่มากมายเพราะการประลองของศิษย์ผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมและหลินเทียนนั้นมันทำให้ทั้งนิกายสั่นสะเทือนไปทั่ว

“นั่นมันเจ้าคนโฉดนั่นหนิ ! ”

“ไม่รู้ว่าบทสรุปจะออกมาเป็นแบบไหนกัน ”

“ได้ยินมาว่าเจ้าไป่หยุนเฟย์นั่นฝึกฝนทักษะลับของนิกายร้อยหลอมมาด้วย มันเป็นทักษะที่น่ากลัวมากๆและเกรงว่าเจ้าคนโหดนั่นอาจจะ………..”

ศิษย์นิกายหลายคนต่างพากันออกความคิดเห็นของตน

อีกฝั่งที่ไป่หยุนเฟย์กำลังยืนอยู่กับศิษย์นิกายร้อยหลอมเองก็ยังคงแสดงสีหน้าที่หยิ่งทะนงออกมา คนเหล่านี้รู้ดีว่าต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 ก็ยังไม่ใช่คู่มือของไป่หยุนเฟย์ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงศิษย์ตำหนักนอกของนิกายนี้เลยด้วยซ้ำ

จ้าวนิกายและผู้อาวุโสเหลาต่างยืนอยู่ด้วยกันอย่างสงบ

หลินเทียนได้กวาดตามองพวกเขาเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปมองไป่หยุนเฟย์

“เป็นไงเจ้าหนู ? ”

พูอันถามออกมา

ดูเหมือนพูอันในตอนนี้จะเป็นกังวลอย่างมาก เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านจ้าวนิกายถึงได้ตัดสินใจแบบนั้น

“ไม่เป็นไรหรอก ศิษย์จะอัดหน้ามันให้ร่วงเลยเลยดู ”

หลินเทียนตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

พูอันได้แต่ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เจ้านี่มันมั่นใจจริงๆเลยนะ ”

หลินเทียนยิ้มตอบ

“ความมั่นใจเป็นสิ่งที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องมี ”

พูอันได้แต่ผงะไปพลางคิดว่ามันก็ถูกและอดแตะหน้าผากของตัวเองไม่ได้

ไม่นานเวลา 1 ชั่วโมงก็ได้มาถึง

“ถึงเวลาแล้ว ”

ผู้ดูแลได้ส่งเสียงออกมา

ไป่หยุนเฟย์กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วเหมือนดั่นสายลม

“เป็นการเคลื่อนไหวที่สง่างามมากๆ ! ”

ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าต่างพากันพูดออกมา

ไป่หยุนเฟย์ที่กำลังยืนกอดอกอยู่เองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาเหมือนดั่งราชากำลังมองไปยังข้าทาสและการเคลื่อนไหวเหล่านี้มันทำให้ผู้คนโดยรอบประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“ไป่หยุนเฟย์นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ”

พูอันพูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อเขามองไปยังไป่หยุนเฟย์แล้วก็อดเป็นห่วงหลินเทียนไม่ได้

หลินเทียนได้กวาดตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะกระโดดขึ้นไป

“เป็นการเคลื่อนไหวที่อ่อนหัดมาก !”

“ดูเหมือนหมัดเดียวก็คงโดนสหายไป่จัดการแล้ว !”

“แน่นอนอยู่แล้ว ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมพากันหยอกล้อออกมา

ไป่หยุนเฟย์ที่อยู่บนเวทีเองก็ได้พูดออกมาขณะที่ยังคงกอดอกว่า

“แม้ว่าเจ้าจะลงมือสังหารหลานชายของอาจารย์ข้าแต่ก็ไม่ได้อ่อนแออะไรนักดังนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าได้โจมตีก่อนสามกระบวนท่าโดยที่ข้าไม่ตอบโต้เลยแม้แต่น้อยเพื่อถือเป็นการแสดงความเคารพต่อนิกายเจ้า ”

“สมแล้วที่เป็นสหายไป่ นี่แหละความมีน้ำใจของผู้เชี่ยวชาญ ”

“ใช่แล้ว ! ”

“ไม่เหมือนกับใครบางคนที่ไม่ทำอะไรทั้งๆที่เห็นคนอื่นตกอยู่ในอันตราย ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมได้เยาะเย้ยออกมา

หลินเทียนได้เรียกเอากระบี่ของเขาออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไป

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรุนแรงถึงกับส่งศิษย์นิกายร้อยหลอมเหล่านั้นลอยเคว้งออกไปไกล

“พวกขยะไร้ค่าไสหัวไปให้ไกล ! ”

เขาได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างผงะไปเพราะว่าคลื่นกระบี่เมื่อครู่มันร้ายกาจมากๆและทำให้สีหน้าของพวกเขาตกต่ำลงโดยทันที , การที่หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเปิดฉากโจมตีพวกเขานี้มันอวดดีมากๆ !

“ไอ้คนโฉดนั่นไม่มีอะไรหยุดเขาได้จริงๆ ! ”

“ไม่มีอะไรหยุดได้อะไรกัน ? ไอ้พวกกุ้งหอยของนิกายอื่นมันสมควรโดยแล้ว ”

“ใช่ ทำได้ดีมาก ! ”

ศิษย์หลายๆคนของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าต่างพากันเยาะเย้ยกลับไป

เสียงของพวกเขาไม่เบาเลยดังนั้นถึงได้ส่งผลให้สีหน้าของศิษย์นิกายร้อยหลอมถึงกับน่าเกลียดไปทันทีแต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรกลับไปเพราะที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของพวกเขา

ไป่หยุนเฟย์ที่อยู่บนเวทีเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่ตกต่ำเพราะการกระทำของหลินเทียนนั้นมันเป็นการหยามเกียรตินิกายพวกเขาอย่างมาก

“หลินเทียน ! ”

ไป่หยุนเฟย์ได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลินเทียนยกกระบี่ของเขาชี้ไปทางอีกฝ่ายพร้อมทั้งพูดว่า

“ก่อนที่ข้าจะกระทืบเจ้าขอข้าพูดอะไรอย่างนะ หลานชายของอาจารย์เจ้ามันเป็นเด็กเปรตที่ชั่วร้าย แค่มีปู่ตัวเองหนุนหลังถึงได้กล้าอวดเบ่งไปทั่ว การที่มันตกตายลงนั้นถือเป็นความโชคดีของโลกนี้มากๆเพราะนายน้อยแบบนั้นมันไม่ได้มีดีอะไรเลย หากว่าไม่มีคนหนุนหลังยังไม่มีค่าพอจะเป็นขยะตามพื้นด้วยซ้ำ ”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วสีหน้าของผู้คนโดยรอบถึงกับเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“ไอ้คนโฉดนี่มันกล้าหยามผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมและไป่หยุนเฟย์เลยงั้นรึ ! ”

หลายๆคนพากันส่งเสียงออกมา

ศิษย์นิกายร้อยหลอมคนอื่นๆเองก็ต่างแสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมาตามๆกันพลางปลดปล่อยจิตสังหารออกมา

สีหน้าของไป่หยุนเฟย์ในตอนนี้ก็ได้แต่เย็นยะเยือกขณะที่พุ่งออกไปทางด้านซ้ายของหลินเทียนพร้อมทั้งฟาดฟันเข้าใส่ด้วยกระบี่อาวุธสมบัติระดับสูง

“เร็วมาก !”

“ระวัง ! ”

ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าต่างพากันส่งเสียงออกมา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเองก็ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปทางซ้ายมือ

กระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งเสียงดังออกมา

“ไม่ใช่ก่อนหน้านี้บอกว่าต่อให้ข้าสามกระบวนท่าโดยไม่ตอบโต้งั้นรึ ? ”

หลินเทียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

คำพูดเหล่านี้อาจจะดูราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความดูถูก

สีหน้าของไป่หยุนเฟย์ได้หม่นหมองลงพร้อมกับตอบว่า

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ! ”

หลังจากที่พูดจบเขาได้กวัดแกว่งกระบี่ออกไปปรากฏเป็นภาพมังกรฟาดฟันไปที่หน้าอกของหลินเทียน

“งั้นรึ ? เป็นคนที่กลับกลอกจริงๆเลยนะ ไม่มีเกียรติเอาซะเลย ”

หลินเทียนตอบกลับไป

กระบี่ในมือของเขาสั่นไหวก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปปะทะ

โครม ! คลื่นกระบี่ทั้งสองได้ปะกันก่อนที่จะส่งแรงระเบิดออกไปโดยรอบ

ไป่หยุนเฟย์ได้พุ่งออกไปทางหลินเทียนพร้อมกระบี่ในมือที่เป็นอาวุธสมบัติระดับสูงขั้นต้นที่สามารถเสริมพลังผู้ใช้ได้กว่า 70% , ตอนนี้หลังจากที่เขาอัดพลังฉีลงไปแล้วก็ทำให้มันส่งเสียงร้องออกมา

“ตาย ! ”

เสียงที่เย็นชาของเขาดังขึ้นก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ที่กำลังลุกเป็นไฟเข้าใส่หลินเทียน

“เหวี่ยงกระบี่จนไฟลุกเลยงั้นรึ ?! ”

“น่ากลัวมากๆ ต้องมีพลังฉีแข็งแกร่งขนาดไหนกันถึงทำได้ขนาดนั้น ! ”

“ศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ”

หลายๆคนพูดออกมา

หลินเทียนในตอนนี้ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปปะทะอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่เปลวเพลิงของทั้งสองได้เข้าปะทะกันก่อนที่มันจะกลืนเปลวเพลิงของไป่หยุนเฟย์ไปแล้วยังคงพุ่งไปทางเขาอย่างรวดเร็ว

“นี่……”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

สามารถทำลายคลื่นกระบี่ของไป่หยุนเฟย์ได้แถมยังไม่สลายไปนี่มันต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

สีหน้าของไป่หยุนเฟย์ได้ตกต่ำลงทันทีก่อนที่จะยกกระบี่ขึ้นมาฟาดฟันเพื่อทำลายคลื่นกระบี่ของหลินเทียน

“ไม่ธรรมดาเลยหนิ ดูเหมือนข้าจะประมาทเจ้าไปหน่อย ”

เขาที่กำลังจ้องมองไปทางหลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“เจ้าเองก็ไม่เท่าไหร่ เขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4 แต่ทำได้เท่านี้ ”

หลินเทียนตอบกลับอย่างไม่แยแส

ดวงตาของไป่หยุนเฟย์ได้แต่เป็นประกายเย็นยะเยือก

“บึ้ส ! ”

พลังฉีมากมายได้ปะทะออกมาจากกระบี่ในมือของไป่หยุนเฟย์ขณะที่แผดกลิ่นอายอันรุนแรงออกไปทั่วพื้นที่จนทำให้ผู้คนโดยรอบต่างสั่นสะท้านไปซึ่งผู้คนที่อยู่ติดขอบสนามนั้นถึงกับต้องถอยร่นออกไปเลยทีเดียว

แกร๊ง ! , เขาได้ส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงเข้าใส่ลำคอของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเองที่คลื่นกระบี่อันน่ากลัวได้พุ่งออกมา

หลินเทียนได้แต่จดจ่อกับมันก่อนที่จะคิดว่าอีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยๆตอนนี้ก็ทำให้เขารู้สึกกดดันได้

แน่นอนว่าแค่นั้น

“ทะลุไปซะ ! ”

ไป่หยุนเฟย์ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งร่างกายที่หายไปจากระยะสายตาของผู้คน

หลินเทียนในตอนนี้สัมผัสได้เพียงไอเย็นที่กำลังรุกล้ำเข้ามาทางเขาก่อนที่จะรีบถอยกลับไปแล้วฟาดฟันกระบี่ออกไปตรงหน้า , แกร๊ง ! , มีดสั้นกระเด็นออกไปไกลและนี่มันทำให้นัยน์ตาของเขาถึงกับหดเล็กลงทันทีเพราะนี่ไม่ใช่ไป่หยุนเฟย์

“ตาย ! ”

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งถูกส่งออกมาจากฟากฟ้า

ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไปอยู่จุดนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ขณะที่ส่งการโจมตีทะลุร่างของหลินเทียน

สีหน้าของผู้คนได้เปลี่ยนไปอีกครั้งหลังจากที่เห็นร่างของหลินเทียนอันตรธานหายไปอย่างช้าๆ , นี่มันเป็นเพียงภาพติดตาของเขาทั่วนั้น

“นี่……… ต้องเร็วขนาดไหนกันถึงทิ้งภาพติดตาเอาไว้ได้ ? ”ฃ

ผู้คนโดยรอบออกความคิดเห็นออกมา

ณ ตอนนี้เองที่สีหน้าของไป่หยุนเฟย์เองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เขารีบเบี่ยงตัวหลบคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงนับหลายสิบเล่มที่กำลังพุ่งเข้ามาทางเขาโดยทันที

“เร็วนักนะ ”

เสียงหนึ่งถูกส่งออกมาจากมุมของเวที

จนถึงตอนนี้เองที่ผู้คนพบว่าหลินเทียนได้พุ่งหายไปกว่า 30 เมตรในการเคลื่อนไหวเดียว

ไป่หยุนเฟย์ที่กำลังจ้องมองไปทางหลินเทียนเองก็ได้ฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้เขาเลือกที่จะใช้กระบี่สู้ซึ่งๆหน้าและความเร็วของมันถึงกับทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยว

เมื่อมองออกไปยังภาพตรงหน้าแล้วหลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมาโดยทันที

สู้ประจันหน้ามันเป็นสิ่งที่เขาชอบเลยพอดี !

“แกร๊ง ! ”

เขาได้เหวี่ยงกระบี่ออกไปปะทะเข้ากับอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

กระบี่ของพวกเขาปะทะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ไป่หยุนเฟย์ในตอนนี้เองก็มีสีหน้าที่ประหลาดใจเช่นกันเพราะตัวเขาอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4แถมยังบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิชาขัดเกลาร่างกายและวิญญาณดังนั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเดียวกันก็ไม่สามารถเทียบความแข็งแกร่งกับเขาได้แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงกระบี่ออกไปก็จะรู้สึกชาที่ข้อมือเหมือนว่าร่างกายของหลินเทียนแข็งแกร่งเท่าเขา !

หลังจากที่คิดได้ถึงจุดนี้แล้วสีหน้าของเขาก็ได้แต่เคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิมก่อนที่จะเคลื่อนไหวเพื่อแยกร่างออกเป็นเจ็ดร่างในพริบตาพลางปิดกั้นทางหนีของหลินเทียนเอาไว้แล้วฟาดฟันไปที่ศีรษะของเขา

“เจ็ดร่างสังหาร ! เป็นความเร็วที่สูงมาและต่อให้ใช้พลังจิตสัมผัสก็ยากที่จะหาร่างที่แท้จริง ! ”

“มันเป็นทักษะระดับสูงเขตแดนผู้รอบรู้ ! สหายไป่ถึงขั้นใช้ทักษะนี้ซะด้วย ! ”

“ดูเหมือนว่าเจ้าสกุลหลินนั่นน่าจะไม่รอดแล้ว ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างพากันพูดออกมา

สีหน้าของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบเช่นเคยพร้อมทั้งกวาดสายตาออกไปแล้วฟาดฟันกระบี่ออกไป

“หายไป ! ”

เสียงของเขาถูกส่งออกมาก่อนที่ร่างทั้งเจ็ดของไป่หยุนเฟย์จะสลายหายไปและปรากฏเป็นภาพกระบี่ทั้งสองที่กำลังปะทะกันแทน