0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนได้กวาดตามองมู่เฮ่ากวงเล็กน้อย ด้วยอายุ 12-13 นี่ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ชั่วช้าและโหดเหี้ยมขนาดนี้กัน

“พิษของนางได้รับมาจากแมลงและข้าเองก็สลายพิษให้นางแล้วด้วยแต่เจ้ากลับยังไม่ปล่อยนางไปนี่ดูเหมือนว่าพ่อแม่และปู่เจ้าจะชุบเลี้ยงเจ้ามาให้เป็นปีศาจตัวน้อยเลยนะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนโดยรอบก็ต่างอดมีท่าทางเปลี่ยนไปไม่ได้ , เจ้านี่มันเป็นใครกันถึงได้กล้าหยามมู่เฮ่ากวงว่าเป็นปีศาจตัวน้อย ?

นี่มันเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ

สีหน้าของสาวงามจากนิกายพิณใต้พิภพทั้งสามคนเองก็เปลี่ยนไปเช่นกันเพราะพวกนางไม่คาดคิดเลยว่าชายคนนี้จะมีความกล้าขนาดนี้

“หลินเทียน ! เจ้ากล้าพูดเช่นนั้นกับนายน้อยได้อย่างไรกัน ? ยังไม่รีบขอโทษอีกงั้นรึ ! ”

หนึ่งในกลุ่มคนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้มองตามไปพร้อมพบกับชายหนุ่มชุดสีฟ้าพลางอดขมวดคิ้วเข้าหากันไม่ได้

“เจ้าเป็นใครกัน ? ”

เขาได้ถามออกไป

ชายหนุ่มข้างๆชายหนุ่มชุดสีฟ้าได้ตะโกนออกมาอย่างดังว่า

“นี่คือศิษย์พี่ชูซวนจากตำหนักศิษย์ในของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าของเรา เจ้าไม่เคยได้ยินงั้นรึ ”

ข้างๆชูซวนนั้นมีชายหนุ่มอยู่อีกสองคนที่เป็นศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าดังนั้นถึงได้รู้จักหลินเทียนเพราะถึงอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หลินเทียนสร้างชื่อเสียงเอาไว้ในนิกายมากมาย

“ไม่เคยได้ยิน ”

หลินเทียนตอบกลับอย่างไม่แยแส

เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นแล้วสีหน้าของชายหนุ่มชุดฟ้าอย่างชูซวนถึงกับบิดเบี้ยวไป

ผู้คนโดยรอบเองก็มีท่าทางที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

“เจ้านี่เป็นศิษย์ของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้านี่เอง ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

มู่เฮ่ากวงได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่ดุร้ายพลางพูดว่า

“ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้างั้นรึ แค่สถานะต่ำๆอย่างเจ้ากล้ามาเถียง ? เฮ้ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้หันหน้ามองไปทางชายหนุ่มชุดดำพร้อมสั่งการออกไปว่า

“ไปหักแขนหักขามันเพื่อให้มันได้รู้ว่าล่วงเกินข้ามันจะมีชะตากรรมแบบไหน ”

ชายหนุ่มชุดดำที่ถือกระบี่อยู่เองก็ได้เดินเข้าไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสแม้แต่น้อย

สาวงามจากนิกายพิณใต้พิภพทั้งสามเองก็ได้ก้าวออกไปยืนเคียงข้างหลินเทียนเอาไว้

“ที่แม้เจ้าก็มีชื่อว่าหลินเทียนและอยู่นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้านี่เอง ก่อนหน้านี้ขอบคุณเจ้ามากๆนะแต่ระดับพลังของชายชุดดำอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ดังนั้นต้องระวังตัวด้วย ”

สาวงามที่ได้รับบาดเจ็บได้พูดออกมา

สาวงามอีกสองคนก็ได้เรียกเอากระบี่ออกมา

ณ ตอนนี้ชายหนุ่มชุดดำได้เดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่เข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

การโจมตีนี้อาจจะดูช้ามากๆแต่กลับปิดกั้นทางหนีเอาไว้ทั้งหมด

“ระวัง ! ”

สาวงามที่ได้รับบาดเจ็บได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ทันใดนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่หลินเทียนได้ยื่นมือซ้ายออกไปจับข้อมือของชายหนุ่มชุดดำเอาไว้

“ไปไกลๆ ”

หลินเทียนพูดออกมาอย่างราบเรียบพร้อมทั้งยกขาถีบอย่างจัง

ชายหนุ่มชุดดำได้ปลิวออกไปหลายเมตรก่อนที่จะกระแทกเข้ากับร่างของมู่เฮ่ากวงที่อยู่ห่างออกไป

มู่เฮ่ากวงในตอนนี้ถูกกระแทกจนปลิวออกไปพร้อมทั้งส่งเสียงโอดครวญออกมาโดยทันที

“นายน้อยมู่ ! ”

ชายหนุ่มสองคนที่อยู่ข้างๆมู่เฮ่ากวงถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปพยุงเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้น หลังจากที่โดนกระแทกขนาดนั้นแล้วทำให้เลือดไหลออกมาด้วยสภาพที่น่าสังเวชมากๆ

ภาพเหล่านี้ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที

“ถีบหนุ่มชุดดำจนปลิว ? ”

“แต่นั่นน่ะเขตแดนผู้รอบรู้เลยนะ ! ”

“เจ้าหนุ่มคนนี้…………”

ผู้คนที่จ้องมองไปทางหลินเทียนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมา

มู่เฮ่ากวงที่ถูกพยุงขึ้นมาเองก็ได้จับไปที่จมูกเปื้อนเลือดของตัวเองพลางกรีดร้องออกมาอย่างดังว่า

“เลือด ?! ระยำ ! ฆ่ามันซะ ! ฆ่ามัน !!! ”

“อาการเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นงั้นแหละ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

คำพูดของเขาราบเรียบมากๆแต่สาวงามข้างๆเขาทั้งสามคนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะถึงอย่างไรก็ตามเด็กคนนี้มักจะวางท่าอยู่ตลอดเวลาทว่าตอนนี้กลับแสดงสีหน้าที่เหมือนเพิ่งโดนแย่งของเล่นไปจริงๆ

“ไอ้ผู้หญิงราคาถูก ! กล้าหัวเราะข้างั้นรึ ! ข้าจะเอาเจ้าไปขายในซ่องแล้วให้พวกสัตว์ป่าได้เพลิดเพลินเลยคอยดู ! ”

มู่เฮ่ากวงคำรามออกมาอย่างดัง

สีหน้าของสาวงามทั้งสามคนได้เปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียดด้วยความอับอายและความโกรธโดยทันที

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามอย่างดังถูกส่งออกมาจากศพคลั่งขณะที่มันพุ่งกระโจนเข้าไปทางหลินเทียน

หลินเทียนได้เบี่ยงหลบอย่างไม่ทุกข์ร้อนพร้อมทั้งยกขาถีบมันออกไปเหมือนอย่างเคย

การถีบนี้รุนแรงถึงขั้นส่งให้ร่างของศพคลั่งลอยเคว้งออกไปทางมู่เฮ่ากวง

มันได้ตกลงมากระแทกกับพื้นข้างๆมู่เฮ่ากวงก่อนที่จะส่งเสียงคำรามออกมา

“ไอ้ระยำสกุลหลิน ! เจ้าจงใจงั้นรึ ! ”

มู่เฮ่ากวงได้โห่ร้องออกมา

“แล้วไง”

หลินเทียนตอบกลับอย่างไม่แยแส

เมื่อศพคลั่งยืนกลับขึ้นมาได้นั้นมันก็ได้เหวี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมเข้าไปทางมู่เฮ่ากวงโดยทันที

มู่เฮ่ากวงที่ยืนอยู่ได้แย่แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวจนตัวสั่นโดยที่ขยับไปไหนไม่ได้ออกมาเพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นเด็กที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้นและถือได้ว่าเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในสถานที่แห่งนี้เลยก็ว่าได้

“นายน้อย ! ”

ชายหนุ่มชุดดำได้กระโดดออกไปฟันศพคลั่งอย่างรวดเร็วแต่น่าเสียดายที่กรงเล็บของมันยังคงเฉือนโดนร่างของมู่เฮ่ากวงไปจนเลือดซิบออกมาจากหน้าอก

“อ๊าก ! ”

มู่เฮ่ากวงได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชขณะที่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั่วหน้าอก

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วสีหน้าของผู้คนโดยรอบต่างเปลี่ยนไปทันทีเพราะอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บจากศพคลั่ง !

“นี่แหละเรียกว่ากรรมตามสนอง ”

หลินเทียนพูดออกมาอย่างไม่แยแส

ชายหนุ่มชุดดำและคนอื่นๆรีบรายล้อมมู่เฮ่ากวงเอาไว้ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเพราะพวกเขาไม่สามารถถอนพิษร้ายจากศพคลั่งได้ ! หากว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นที่นี่พวกเขาก็พอเดาผลลัพธ์หลังจากกลับไปที่นิกายได้ทันที

“เลือดของมัน ! เลือดมันสามารถรักษาพิษนี้ได้ ! ไปจับมันมา ! ”

มู่เฮ่ากวงได้คำรามออกมาอย่างดัง

ทันใดนั้นเองที่ชายหนุ่มชุดดำและคนอื่นๆได้แต่หันมองไปทางหลินเทียนโดยทันที

“คุณพอจะให้เลือดเราหน่อยได้รึไม่ ? ”

หนึ่งในพวกเขาเปิดปากพูดออกมา

“อย่าฝันไปหน่อยเลย ”

หลินเทียนตอบกลับอย่างไม่แยแส

แน่นอนว่าเลือดเขาสลายพิษได้แต่หากต้องการให้เขาช่วยอีกฝ่ายก็อย่าได้หวังไปเลย

เมื่อได้ยินคำตอบของหลินเทียนแล้วสีหน้าของชายหนุ่มชุดดำและคนอื่นถึงกับหม่นหมองลงพร้อมทั้งก้าวเดินเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

“หากว่ายังไม่อยากตายก็หยุดซะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ไอเย็นที่แผดออกมารอบๆถึงกับทำให้สีหน้าของชายหนุ่มชุดดำและคนอื่นๆถึงกับสั่นสะท้านไปเพราะว่ากลิ่นอายนี้มันร้ายกาจมากๆ

“เจ้าทำอะไรกันอยู่ ! รีบๆเอาเลือดมันมา ! หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าพวกเจ้าต้องโดนลงโทษหนัก ! ”

มู่เฮ่ากวงได้พูดต่อว่า

“คนอื่นๆก็ช่วยกันซะ ใครฆ่ามันหรือเอาเลือดมันมาได้ข้าจะให้อาวุธสมบัติระดับสูงหรือแม้กระทั่งโควตาเข้าร่วมนิกายร้อยหลอม ! ”

สีหน้าของผู้คนโดยรอบถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“สมบัติระดับสูง ? ”

“แถมยังได้เข้าร่วมนิกาย ? ”

“นี่…..”

ผู้คนโดยรอบต่างจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

สำหรับกลุ่มของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าและนิกายเจ็ดตำหนักรอบรู้นั้นมันเป็นข้อเสนอที่ยั่วยวนมากๆส่วนของคนอื่นๆนั้นมันถือได้ว่าเป็นผลบุญที่หากว่าได้เข้าร่วมกับนิกายร้อยหลอมเมื่อไหร่แล้วอนาคตต้องก้าวไกลอย่างแน่นอน

“สหายหลิน เราเองก็เป็นศิษย์นิกายเหมือนกันดังนั้นเลือดเล็กน้อยทำไมจะให้ไม่ได้ ? ”

ศิษย์นิกายเจ็ดตำหนักรอบรู้ได้พูดออกมา

“สหายหลิน นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าและนิกายร้อยหลอมเองก็มีความสัมพันธ์กันอยู่ เจ้าเอาเลือดให้เขาไป ”

ชูซวนได้เปิดปากพูดออกมา

คนอื่นๆเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนโดยที่ไม่สนใจศพคลั่งเลยแม้แต่น้อย

หลินเทียนในตอนนี้ไม่ได้สนใจพวกเขาแม้แต่น้อยพร้อมทั้งหันหน้าเดินไปยังทางออกเดียวของห้องนี้ โลงศพที่ทำจากไม้สีเขียวพวกนี้มันค่อนข้างพิเศษซึ่งหากว่าไม่ได้เปิดออกก็ไม่สามารถตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสได้

เขาได้เข้ามาที่นี่อยู่ระยะหนึ่งแล้วและหลังจากที่สังเกตการณ์ก็รู้ดีว่าโลงศพของเจ้าของสุสานไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้เพราะว่ามันไม่เหมาะแถมวัสดุเองก็ไม่ได้หรูหราอะไรหากเทียบกับความอลังการของสุสานนี้แล้วอย่างน้อยๆโลงเจ้าของสุสานก็ต้องดีกว่านี้

“หยุด ! ”

ชายหนุ่มชุดดำได้คำรามออกมาพร้อมทั้งขวางทางหลินเทียนเอาไว้

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเดินมาล้อมรอบหลินเทียนเพื่อขวางทาง

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ! ”

สาวงามจากนิกายพิณใต้พิภพทั้งหลายต่างตะโกนออกมาอย่างดัง

พวกนางที่เดินตามหลังอยู่เองก็ถึงกับตื่นตัวหลังจากที่เห็นกระบี่ในมือของอีกฝ่าย

หลินเทียนได้กวาดตามองพวกนางก่อนที่จะหันมองไปยังคนอื่นๆ

“หากว่าไม่อยากตายก็อย่าขวางทางข้า ”

เขาได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเดินต่อไป

“ขวางมันเอาไว้ ! ”

หนึ่งในผู้คนได้ตะโกนออกมา

ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนกระโจนเข้าใส่ร่างของหลินเทียนโดยทันที

ตราบใดที่สามารถเอาเลือดของหลินเทียนมาได้ก็จะสามารถเข้าร่วมกับนิกายร้อยหลอม ,ข้อเสนอนี้มันยั่วยวนอย่างมาก !

“โครม ! ”

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเจ็ดคนกระโจนเข้าใส่เขาพร้อมๆกันซึ่งมันเป็นภาพที่ดูน่ากลัวมากๆ

ใบหน้าของหลินเทียนยังคงแสดงให้เห็นถึงความไม่แยแสพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปรอบด้าน

“พุฟฟ !”

“พุฟ !”

“พุฟฟ ! ”

พริบตานี้เองที่ผู้เชี่ยวชาญสามคนที่อยู่หน้าสุดได้ตกตายลงที่พื้นโดยทันที

“จะ……เจ้ากล้าฆ่าคนงั้นรึ ! ”

ผู้เชี่ยวชาญอีกสี่คนที่กำลังกระโจนเข้ามาเองก็ได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไป

หลินเทียนได้แต่ฟาดฟันต่อไปด้วยสีหน้าที่เย็นชา

คลื่นกระบี่สายฟ้าอันแข็งแกร่งได้พุ่งทะลุผ่านร่างของผู้เชี่ยวชาญทั้งสี่และส่งผลให้พวกเขาสิ้นใจไปตามๆกัน

หลินเทียนในตอนนี้คิดเพียงว่าสมองของอีกฝ่ายมีปัญหาหรือไง ด้วยความโลภของตัวเองกลับกล้ากระโจนมารุมฆ่าเขาแต่ยังมีคนกล้าถามออกมาว่าเขากล้าฆ่าคน ? เขาไม่เข้าใจเลยว่าคำพูดนี้มันออกมาจากปากผู้เชี่ยวชาญที่บ่มเพาะมาถึงเขตแดนชีพจรเทวะได้อย่างไรกัน

“เขา…ไม่ได้อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะ ! นะ……..นี่มันเป็นพลังของเขตแดนผู้รอบรู้อย่างแน่นอน ! ”

เมื่อจ้องมองไปยังภาพเหล่านี้แล้วหลายๆคนก็ได้แต่ยืนนิ่งโดยไม่กล้าขยับไปไหน , ฟาดฟันสองครั้งสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะตอนปลายไปถึงเจ็ดคนนี่มันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปอย่างไร้ความรู้สึก

“หยุด ! ”

หนึ่งในผู้คนได้ส่งเสียงออกมา

ตอนนี้ชูซวนจากนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าและชายหนุ่มจากนิกายเจ็ดตำหนักรอบรู้ได้ก้าวออกมาขวางหลินเทียนเอาไว้ พวกเขาต่างอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 และตราบใดที่สามารถเอาเลือดของหลินเทียนมาได้ก็จะได้รับอาวุธสมบัติระดับสูงเป็นรางวัลแถมยังเชื่อมความสัมพันธ์อันดีงามกับหลานชายของผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมนี่มันเป็นธุรกิจที่คุ้มค่ามากๆ

“เร็วสิ ! เร็วๆ ! ”

มู่เฮ่ากวงได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

ณ ตอนนี้สีหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวเป็นอย่างมากเนื่องจากความเจ็บปวดแถมพิษเองก็ยังเริ่มแพร่ไปทั่วร่างกายของเขาแล้วด้วย