0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ศพของหลุยจี่ฮุยนอนกองอยู่ที่พื้นขณะที่ส่งกลิ่นเลือดลอยตามลมออกไป

แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังจากนั้นเสียงคำรามของสัตว์อสูรได้ดังขึ้นและใกล้เข้ามาเรื่อยๆก่อนที่จะพบว่ารอบข้างนั้นเต็มไปด้วยดวงตาสีแดงมากมาย

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆพร้อมทั้งพบว่ากลิ่นอายของสัตว์อสูรรอบๆนี้มันเข้มข้นมากๆ

“มีสัตว์อสูรระดับ 8 อยู่ด้วย”

เขาพูดออกมา

หลังจากนั้นสัตว์อสูรทั้งหมดก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้แต่ตัวของหลินเทียนก็ยังไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรก่อนที่จะย่อตัวลงเก็บเอาแหวนมิติของหลุยจี่ฮุยและอาวุธของอีกฝ่ายไป

ณ ตอนนี้เองที่สัตว์อสูรเข้ามาประชิดร่างของเขาแล้ว

“โฮ๊ก ! ”

สัตว์อสูรระดับ 6 ตัวหนึ่งได้คว้าออกไปทางหลินเทียน

หลินเทียนเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเรียกเอาม้วนอาคมลมกระโชกออกมาเปิดใช้งานพลางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากที่เห็นว่าร่างของหลินเทียนได้หายไปแล้วนั้นเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายถึงกับส่งเสียงคำรามออกมาพลางจ้องมองไปยังซากศพของหลุยจี่ฮุย

สำหรับพวกมันแล้วนี่คือ อาหาร !

พริบตานี้เองที่เหล่าสัตว์อสูรเริ่มต่อสู้แย่งชิงอาหารของมัน

หลินเทียนที่อยู่ห่างออกไปกว่า 30 เมตรก็ได้แต่กวาดตามองไปยังศพของหลุยจี่ฮุยที่กำลังกลายเป็นอาหารของเหล่าสัตว์อสูรมากมาย ศีรษะของหลุยจี่ฮุยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนั้นกำลังถูกสัตว์อสูรระดับ 7 กลืนลงไปในท้อง

ดวงตาของเขาเป็นประกายก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

หลังจากนั้นประมาณ 30 นาทีระยะทางของเขาและเขตหุบเหวผนึกอสูรเหลืออยู่เพียงแต่ 9 กิโลเมตรซึ่งในอาณาเขตนี้ไม่ค่อยจะสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากนัก ระดับสูงสุดของมันอยู่ที่ระดับ 6 เท่านั้น

“ดูก่อนดีกว่าว่าในแหวนมิติของหลุยจี่ฮุยมีอะไรบ้าง ”

หลินเทียนพูดอยู่กับตัวเอง

เขาได้หยิบเอาแหวนมิติของหลุยจี่ฮุยออกมาก่อนที่จะพบเงินมากมายอยู่ภายใน , กระบี่ยาว ,แก่นอสูรและอื่นๆซึ่งสำหรับเขาแล้วของเหล่านี้มันไม่มีค่าอะไรนักและสิ่งที่ทำให้เขาสนใจจริงๆคือมันมียาปรับสมดุลหยวนอยู่กว่า 60 เม็ดและยารวมวิญญาณอยู่อีกกว่า 30 เม็ด

“ดูเหมือนว่าเจ้าพวกโจวหยางนั่นจะแบ่งของพวกนี้ให้หลุยจี่ฮุยจริงๆแหะ ”

หลินเทียนแสยะออกมา

เมื่อจ้องมองไปยังยารวมวิญญาณทั้ง 30 เม็ดแล้วดวงตาของเขาเป็นประกายออกมาโดยทันทีเพราะมันเป็นยาที่มีมูลค่ามากๆแถมมีสรรพคุณในการช่วยก่อทะเลความรู้ซึ่งระดับพลังของเขาในตอนนี้คือชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนกลางและห่างจากตอนปลายอยู่ไม่มาก หากใช้ยาเหล่านี้เขาก็เชื่อว่าตัวเองจะสามารถตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปได้อย่างแน่นอน

“ด้วยระดับพลังของเราในตอนนี้หากกลับไปต้องไม่ใช่คู่มือของซัวชางอย่างแน่นอน ไม่แม้แต่จะมีพลังพอจะต่อต้านได้แต่ตราบใดที่ตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปได้มันก็จะเป็นอีกเรื่อง แม้ว่าจะไม่สามารถสู้ได้แต่ก็สามารถเอาชีวิตรอดก็พอแล้ว เราเองก็ได้ลงมือสังหารหลุยจี่ฮุยไปดังนั้นกลับไปแล้วก็คงไม่สามารถเลี่ยงบทลงโทษได้แต่หากว่าตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปได้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน ทางนิกายต้องให้ความสำคัญกับเรา ”

หลินเทียนพูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่คิดได้ถึงจุดนี้แล้วดวงตาเขาก็เปล่งประกายออกมาพร้อมทั้งตัดสินใจว่าจะต้องตัดผ่านไปให้ได้แล้วค่อยกลับไปที่นิกาย

ตอนนี้เขาน่าจะใช้เวลาดูดกลืนยารวมวิญญาณเหล่านี้ประมาณครึ่งเดือน

ณ ตอนนี้หลินเทียนไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งออกมาจากถ้ำเพื่อหาที่ซ่อนตัวพลางหยิบเอาม้วนอาคมรวมพลังวิญญาณออกมาเปิดใช้งานเพื่อเริ่มบ่มเพาะ ตอนนี้เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนกลางและหลังจากที่ตัดผ่านไปเป็นตอนปลายแล้วเขาก็จะอาศัยความสามารถของยารวมวิญญาณเพื่อช่วยก่อทะเลความรู้

“บึ้ส ! ”

แสงสีเงินได้ส่องประกายออกมาขณะที่ห้อมล้อมร่างของหลินเทียนเอาไว้ , จุดชีพจรเทวะทั้ง 9 ของเขาเริ่มถูกเติมเต็มมากขึ้นเรื่อยๆ

…….

ณ ตอนนี้ที่นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้า……..

ซัวชางที่เก็บตัวบ่มเพาะอยู่นั้นรีบออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้ยินเรื่องที่หลินเทียนดักหลุยจี่ฮุยภายในหุบเหวผนึกอสูรและนี่มันทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมากก่อนที่จะนำศิษย์นับสิบคนบุกเข้าไปภายในหุบเหวเพื่อหาตัวหลินเทียนและร่องรอยของหลุยจี่ฮุย

หลังจากที่ใช้เวลาไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้วโชวชางก็ได้พุ่งเข้าไปภายในป่าลึกเป็นระยะทางกว่า 24 กิโลเมตร

มันเป็นจุดที่หลุยจี่ฮุยตายลง

แม้ว่าศพของหลุยจี่ฮุยจะถูกสัตว์ร้ายเขมือบไปหมดแล้วแต่ตามพื้นก็ยังมีเศษชิ้นเนื้อและเสื้อผ้าหลงหลืออยู่ซึ่งเพียงแค่สิ่งนี้ก็ทำให้ซัวชางสามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นของหลุยจี่ฮุย

หลุยจี่ฮุย ตายแล้ว !

ตอนนี้ซัวชางโกรธถึงขีดจุดพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่ดุร้ายพลางปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ชายหนุ่มทั้งสามคนก่อนหน้านี้ที่ติดตามหลุยจี่ฮุยเองก็อยู่ในกลุ่มศิษย์กว่าสิบคนที่ตามมาด้วยดังนั้นหลังจากที่เห็นเศษชิ้นเนื้อและเสื้อผ้าตามพื้นแล้วก็ได้แต่มีสีหน้าซีดเผือด

“ไปหามันให้พบ ! ต้องหาไอ้ระยำนั่นให้ได้ ! ”

ซัวชางได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง , หลุยจี่ฮุยนั้นเป็นคนที่เขาแนะนำเข้านิกายและดูแลจนได้เป็นถึงลำดับที่ 1 ในศิษย์ตำหนักนอกและในอีกไม่นานก็จะได้เข้าเป็นศิษย์ตำหนักในและเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะรับหลุยจี่ฮุยเป็นศิษย์ของตัวเองทว่าตอนนี้หลุยจี่ฮุยกลับถูกสังหารไปแล้ว นี่มันเป็นการตบหน้าเขาชัดๆ !

ชายหนุ่มทั้งสามคนได้แต่สั่นสะท้านขณะที่แยกออกไปทุกๆทิศทางเพื่อหาร่องรอยของหลินเทียน

จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นที่พวกเขาไม่พบอะไรพร้อมทั้งพากันกลับไปที่นิกาย

หลังจากนั้นข่าวเรื่องที่หลุยจี่ฮุยได้หายตัวไปเพราะหลินเทียนเป็นคนสังหารเขานั้นก็แพร่กระจายไปทั่วและส่งผลให้เหล่าศิษย์นิกายต่างตกตะลึงไปตามๆกัน

“หลินเทียน เขา…….”

เรื่องที่หลินเทียนลงมือสังหารหลุยจี่ฮุยภายในหุบเหวผนึกอสูรนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ

ขณะนี้เองได้ผ่านไปกว่า 1 วันเต็มแล้วแต่หลินเทียนก็ยังไม่กลับมาซึ่งมันทำให้ซูเฟิงกังวลอย่างมาก

ตำหนักผู้ดูแล……….

“เจ้าหนูนี่มัน…… ต้องพูดว่าสมแล้วที่เป็นคนที่ท่านผู้นั้นส่งเข้ามา ”

พูอันได้พูดอออกมาด้วยสีหน้าที่หมดหนทาง

………

ไม่นานมันก็ผ่านไปเป็นเวลานานกว่า 10 วัน

ภายในสถานที่ๆปลดภัยแห่งหนึ่งในหุบเหวผนึกอสูร , หลินเทียนยังคงนั่งขัดสมาธิขณะที่กลิ่นอายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากว่าเก่า

หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงเขาก็ได้ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ”

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่หายใจเข้าออกหลายๆครั้งแล้วเขาก็สงบลงก่อนที่จะหยิบเอาขวดหยกออกมาหลายขวด

ภายในขวดเหล่านี้บรรจุไปด้วยยารวมวิญญาณ

ตอนนี้เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายแล้วดังนั้นถึงสามารถใช้ประโยชน์จากยาเหล่านี้เพื่อก่อสร้างทะเลความรู้ได้ !

เขาเอาขวดเหล่านั้นตั้งไว้ตรงหน้าพร้อมทั้งหยิบยาสีม่วงอมทองไร้กลิ่นขนาดเท่าหัวแม่มือออกมา

เขาไม่ลังเลเลยที่จะใส่มันเข้าไปในปากพร้อมทั้งกลืนลงท้องไป ,เขาไม่สามารถสัมผัสอะไรได้แม้แต่น้อยหลังจากที่กลืนมันลงไปแต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่กี่ลมหายใจนั้นเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในช่องท้องขณะทีจุดชีพจรทั้งหมดเริ่มสั่น

ดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมา , ตอนนี้ยาออกฤทธิ์แล้ว !

ณ ตอนนี้หลินเทียนไม่ลังเลเลยที่จะหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ของเขา, หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจเขาก็ตระหนักได้ว่าจุดชีพจรเทวะทั้ง 9 ที่กำลังส่องแสงออกมานั้นเริ่มไหลไปยังส่วนสมองของเขา แม้ว่ามันจะช้ามากๆแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนเหล่านั้น

“บึ้ส ! ”

แสงสีเงินห้อมล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ขณะที่ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่หน้าผาก

“นี่คือขั้นตอนการก่อสร้างทะเลความรู้ ? ”

หลินเทียนได้ผงะไป

เขารู้ว่าหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายแล้วก็จะสามารถรวมพลังจากจุดชีพจรทั้งหมดเพื่อเปิดทะเลความรู้ในส่วนศีรษะซึ่งตอนนี้เขาตระหนักได้ว่าตอนนี้ทะเลความรู้ของเขากำลังเริ่มก่อตัวขึ้น !

หลังจากที่รู้สึกเช่นนั้นเขาก็ได้แต่คิดว่ายารวมวิญญาณยี่มันน่าทึ่งจริงๆ !

ความอบอุ่นที่หน้าผากยังคงอยู่ขณะที่หลินเทียนสัมผัสได้ว่าจุดชีพจรเทวะทั้งหมดของเขาเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งถึงได้ทำให้เขาผงะไปและเข้าใจได้ว่าฤทธิ์ของยามันหมดแล้วเพราะถึงอย่างไรก็ตามมันคงเป็นไปไม่ได้ที่ยาเม็ดเดียวจะช่วยให้เขาก่อสร้างทะเลความรู้ได้ทั้งหมด

ณ ตอนนี้เองที่เขาเริ่มกลืนยารวมวิญญาณตามลงไปนับสิบเม็ดก่อนที่จะเริ่มบ่มเพาะอีกครั้ง

“บึ้ส ! ”

ร่างกายของเขาได้เปล่งแสงออกมาขณะที่กลิ่นอายเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ณ ตอนนี้หลินเทียนสามารถสัมผัสได้ว่าจุดชีพจรเทวะทั้ง 9 ของเขากำลังสั่นด้วยความตื่นเต้นพร้อมทั้งหน้าผากที่เริ่มเปล่งแสงเล็กๆออกมาซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นจุดเล็กๆแต่แสงเหล่านั้นกลับสว่างมากๆ

เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้แล้วหลินเทียนก็อดแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาไม่ได้

เวลาผ่านไปเรื่อยๆขณะที่กลิ่นอายของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้น แสงที่หน้าผากเริ่มสว่างขึ้นและกว้างขึ้นตามไป , หลินเทียนในตอนนี้รู้สึกเหมือนมีเสียงฟ้าร้องอยู่ภายในห้วงความคิดของเขาซึ่งทำให้ตอนนี้เขาสามารถรับรู้สถานการณ์รอบข้างได้อย่างแม่นยำ

การก่อสร้างทะเลความรู้เป็นไปได้อย่างราบเรียบ !

“มาต่อกัน ! ”

หลินเทียนพูดอยู่กับตัวเอง

เขายังมียารวมวิญญาณที่ปล้นมาจากโจวหยางและคนอื่นๆอยู่รวมๆกันกว่า 50 เม็ดที่มากพอๆกันทรัพยากรบ่มเพาะที่ศิษย์ตำหนักนอกได้รับในเวลา 1 ปีเต็ม , เขาไม่ลังเลเลยที่จะกลืนมันลงไปเพิ่มกว่า 30 เม็ดพร้อมทั้งหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อเริ่มบ่มเพาะพลัง

“โครม ! ”

ทันใดนั้นเองที่เสียงฟ้าร้องได้ถูกส่งออกมาจากภายในร่างกายของเขา

จุดชีพจรเทวะทั้ง 9 ของเขาเกือบจะลุกไหม้ , หลินเทียนยังคงพยายามหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ต่อไปพลางสัมผัสได้ว่าร่างกายกำลังร้อนขึ้นและเหมือนมีบางอย่างกำลังไหลเข้าไปในสมองของเขาและกำลังจะระเบิดมันออกทว่าตอนนี้แสงที่เปล่งออกมาตรงหน้าผากของเขากลับส่องประกายยิ่งกว่าเก่า

“บึ้ส ! ”

กลุ่มแสงเหล่านี้ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้

หลินเทียนในตอนนี้รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกศีรษะของเขาและมันทำให้เขาวิงเวียนและเจ็บปวดเป็นอย่างมากแต่เขาก็ยังไม่สนใจพร้อมทั้งกัดฟันอดทนมันต่อไป , ในขั้นตอนเหล่านี้เขารู้สึกเพียงแค่หน้าผากของเขากำลังลุกไหม้มากขึ้นเรื่อยๆ

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วขณะที่หลินเทียนได้ใช้เวลานั่งสมาธิอยู่ที่นี่กว่า 1 วัน 1 คืนเต็มพร้อมใช้ประโยชน์จากยารวมวิญญาณเพื่อก่อสร้างทะเลความรู้ของเขา

ณ ตอนนี้แสงจากหมู่ดาวสีเงินส่องประกายลงมาจากฟากฟ้าเพื่อปกคลุมโลกใบนี้

“โครม ! ”

ตอนนี้เองที่พลังงานที่รุนแรงได้ปะทุออกมาจากภายในร่างของหลินเทียนก่อนที่จะก่อเป็นพายุอันบ้าคลั่งและในเวลาเดียวกันนี้เองที่หน้าผากของเขาได้ส่องแสงออกมาเหมือนแสงจากสรวงสวรรค์ที่สามารถให้แสงสว่างพื้นที่ๆอยู่รอบๆเป็นวงกว้าง