0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนได้เหลือบตากลับไปมองเล็กน้อยเพราะแม้จะมีคนกลับไปรายงานนิกายแต่เขาก็ไม่ได้สนใจพร้อมทั้งเร่งความเร็วเพื่อไล่ตามร่างของหลุยจี่ฮุยไป

“วันนี้ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าใครจะสามารถช่วยเจ้าได้ ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมา

ขณะที่กำลังขี่กระบี่อยู่นั้นเขาก็ได้ฟาดฟันกระบี่ในมือขวาออกไปตรงหน้า

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้พุ่งตัดผ่านอากาศออกไป

“ระยำ ! ”

หลุยจี่ฮุยได้แต่คำรามออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่กลับไปปะทะ

โครม ! คลื่นกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่จะสร้างแรงระเบิดออกมาโดยรอบ

หลินเทียนก็ยังคงพุ่งต่อไปด้วยสีหน้าที่ราบเรียบพลางกวัดแกว่งกระบี่ในมืออีกครั้ง

มือขวาของเขาสั่นไหวขณะที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกไปกว่าร้อยเล่ม

กระบี่วายุสะท้าน !

“วู้ส !”

“วู้ส !”

“วู้ส ! ”

คลื่นกระบี่ที่อันรุนแรงเหมือนดั่งสามารถพุ่งทะลุทมิติได้พุ่งเข้าไปทางหลุยจี่ฮุยเป็นห่าฝน

คลื่นกระบี่มากมายขนาดนั้นทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บโดยทันที

“ศิษย์ลำดับที่ 1 ตำหนักนอกที่ขู่ข้าเมื่อไม่กี่วันก่อนกลับวิ่งหนี ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างสบายอารมณ์

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของหลุยจี่ฮุยก็ได้แต่แสดงให้เห็นถึงความโกรธแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป , หลังจากที่ได้ต่อสู้กับหลินเทียนนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คู่มือของหลินเทียนและหากสู้แลกชีวิตกันเขาก็จะเป็นฝ่ายตายเท่านั้นถึงได้คิดว่าจะอาศัยความเคยชินในป่านี้เพื่อทิ้งระยะออกจากหลินเทียน , ตอนนี้เขาได้แต่พยายามเพิ่มความเร็วของตัวเองพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว

“คิดจะทิ้งระยะ ? ”

หลินเทียนแสยะออกมา

กระบี่ในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปอย่างรุนแรง

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรวดเร็วได้พุ่งทะลุผ่านต้นไม้ไปมากมายและถึงขั้นทำให้สัตว์อสูรที่อยู่ในเส้นทางถึงกับต้องถอยหนีไปตามๆกัน

หลุยจี่ฮุยได้กวาดตามองกลับไปพร้อมกับพบว่าหลินเทียนนั้นยังอยู่ห่างออกไปไม่ไกลถึงได้ทำให้สีหน้าของเขาย่ำแย่ลงกว่าเดิมมาก

“มาต่อ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างรุนแรงจนเกือบจะทำให้หลุยจี่ฮุยหล่นลงจากกระบี่ของเขา

หลุยจี่ฮุยได้มองออกไปยังพื้นที่ป่าอันคุ้นเคยพร้อมทั้งพุ่งหนีออกไปแต่น่าเสียดายจริงๆที่เขาไม่สามารถทิ้งห่างออกจากหลินเทียนได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรแต่อีกฝ่ายก็ยังคงไล่ตามติดเขามาไม่ห่าง

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ของพวกเขาได้ปะทะเข้าใส่กันและกัน

ต้นไม้โค่นหล่นขณะที่พื้นดินที่แข็งแกร่งถึงกับแยกออก

หลินเทียนยังคงพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นพร้อมทั้งไล่ตามหลุยจี่ฮุยไป

“ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะหนีไปไหน ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ในมือของเขาสั่นไหวอีกครั้งพร้อมทั้งฟาดฟันคลื่นกระบี่สีเงินออกไป

หลุยจี่ฮุยพยายามหนีอย่างเต็มที่ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ก็ได้แต่ทำให้เขาต้องรับการโจมตีจากคลื่นกระบี่เหล่านี้ไปจนต้องส่งเสียงโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหวแต่กลับเพิ่มความเร็วในการหนีขึ้นไปอีก

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งไล่ตามหลังไปด้วยท่าทางไม่รีบร้อนอะไร

ถ้าจะให้พูดคือทักษะอาวุธเหินฟ้านี้มันน่าเหลือเชื่อมากๆที่สามารถเพิ่มความเร็วของผู้ใช้ได้หลายเท่า , ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มไล่ล่ากันจนถึงตอนนี้นั้นพวกเขาก็เข้ามาในป่าลึกเป็นระยะทางมากกว่า 24 กิโลเมตรแล้วซึ่งเมื่อถึงอาณาเขตนี้ก็จะพบว่ากลิ่นอายอสูรในอากาศนั้นเข้มข้นซึ่งเป็นตัวแสดงให้เห็นว่ารอบข้างนั้นเต็มไปด้วยภัยอันตราย

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วของเขาและคิดว่าห้ามถลำเข้าไปลึกกว่านี้แล้ว

ให้พูดตามตรงนั้นเขาไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ป่านี้มากๆและหากว่ายังปล่อยให้หลุยจี่ฮุยหนีต่อไปก็อาจจะเป็นเรื่องอันตรายก็ได้

เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้เขาก็ไม่ยั้งมืออีกต่อไปก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ในมืออย่างไร้ความปราณี

“โครม !”

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งเข้าใส่หลุยจี่ฮุยอย่างรวดเร็ว

หลุยจี่ฮุยได้แต่แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ , เขาได้ยกกระบี่ในมือขึ้นมาพร้อมทั้งส่งทักษะกระบี่ 7 วิถีระดับ 6 ออกไปปะทะทว่าน่าเสียดายที่คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงนั้นเป็นทักษะเขตแดนผู้รอบรู้ที่หลินเทียนผสานพลังเพลิงเข้าไปดังนั้นคลื่นกระบี่ธรรมดาๆของเขาจึงไม่สามารถต้านทานมันได้

คลื่นกระบี่ของเขาได้ถูกทำลายลงพร้อมๆกับทักษะอาวุธเหินฟ้าและกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

หลินเทียนได้กระโดดลงมาจากกระบี่ของเขาพร้อมทั้งก้าวเดินเข้าไปทางหลุยจี่ฮุยอย่างไม่แยแส

“เฮ้ ”

หลุยจี่ฮุยที่กำลังปาดเลือดที่มุมปากเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้ายเป็นอย่างมาก

ดวงตาของหลินเทียนได้หดเล็กลงก่อนที่จะจดจ่อพลางสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันตราย

ณ ตอนนี้เองที่มีเถาวัลย์จากรอบข้างพุ่งเข้าใส่เขาไม่เว้นแม้แต่จากพื้นดินก่อนที่จะรัดมือและเท้าของเขาเอาไว้ทำให้ไม่สามารถขยับได้

“สัตว์อสูรระดับ 6 ตอนปลาย เถาวัลย์พิษม่วง หากว่าถูกรัดแล้วต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ก็จะเข้าสู่สภาวะอัมพาตในเวลาสั้นๆดังนั้นไม่ต้องคิดเรื่องจะสลัดมันออกหรอก พลังฉีและเลือดเนื้อของเจ้าจะถูกสูบออกอย่างช้าๆดังนั้นก็ขอให้เพลิดเพลินไปกับมันนะ”

หลุยจี่ฮุยได้แสยะออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้าย , มันเป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มากๆดังนั้นถึงพยายามล่อลวงหลินเทียนมาที่นี่อย่างตั้งใจและทำให้เถาวัลย์พิษม่วงนี้รัดอีกฝ่ายเอาไว้

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพบกับเถาวัลย์มากมายที่กำลังบีบรัดร่างกายของเขาเอาไว้เหมือนดั่งอสรพิษร้าย , เขาไม่สามารถขยับมือหรือเท้าได้และเมื่อพยายามจะสลัดมันออกก็จะพบว่าการหายใจยังเป็นเรื่องที่ลำบากมากๆ

“บอกแล้วว่าเจ้าไม่สามารถสลัดมันออกได้หรอก เสียเวลาเปล่าๆ รอความตายไปแล้วกัน ”

หลุยจี่ฮุยได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย

หลินเทียนกวาดตามองไปทางอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

“เจ้าพยายามทุกวิถีทางเพื่อล่อข้ามาที่นี่แต่จริงๆแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ”

เขาได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

หลุยจี่ฮุยได้แต่หัวเราะออกมาพร้อมพูดว่า

“ข้าเองก็คิดอยู่ว่าเจ้าจะพูดอะไรแต่เป็นคำแบบนี้ ? จะขยับยังไม่ได้แต่ยังกล้าพูดว่าไม่มีประโยชน์อะไร ? ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่ยั่วยุออกมา

“เดี๋ยวเจ้าก็จะได้เข้าใจเอง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้ส่งความคิดออกไปพร้อมทั้งเรียกเอาม้วนอาคม 3 ม้วนออกมา

เมื่อจ้องมองไปยังม้วนอาคมเหล่านี้แล้วหลุยจี่ฮุยก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วไปทันที

วินาทีต่อมานี้เองที่มีเสียงคำรามของกระบี่ได้ถูกส่งออกมาก่อนที่ม้วนอาคมทั้ง 3 จะทำงาน , คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงนับสิบเล่มได้พุ่งออกไปตัดเถาวัลย์ทั้งหมดออก พุฟ ! พุฟฟ! พุฟฟ ! ก่อนที่จะได้ยินเสียงคำรามอย่างดังมาจากทิศตะวันออกพร้อมทั้งเถาวัลย์ทั้งหมดที่เริ่มล่าถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้กวาดตามองเล็กน้อยก่อนที่จะเรียกเอามีดสั้นออกมาพลางซัดออกไปอย่างรุนแรง

“วุ้สส ! ”

มีดสั้นนี้ได้ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยพลังสายฟ้าเปลวเพลิงดังนั้นถึงได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าก่อนที่จะทะลุกลุ่มเถาวัลย์ออกไปทันที

เสียงโห่ร้องอย่างดังได้ส่งออกมาก่อนที่เถาวัลย์ทั้งหมดจะแน่นิ่งอยู่กับพื้นโดยไม่ขยับอีกเลย

ร่างหลักของอสูรเถาวัลย์พิษม่วงนั้นอยู่ในทิศทางที่เขาซัดมีดออกไปและมันก็ได้ถูกเขาสังหารด้วยการโจมตีเดียว

“เจ้าสลัดมันออกได้ไงกัน ! ม้วนคัมภีร์ก่อนหน้านี้มันคืออะไร !”

หลุยจี่ฮุยได้พูดออกมาด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ”

หลินเทียนตอบกลับไปอย่างราบเรียบ

แน่นอนว่าเถาวัลย์ก่อนหน้านี้สร้างปัญหาให้เขาไม่น้อยเลยแต่เขานั้นเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นถึงสามารถใช้พลังวิญญาณเรียกเอาม้วนอาคมออกมาจากแหวนมิติแล้วเปิดการทำงานของมันได้ดั่งใจนึกแถมคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงนั้นสามารถตัดผ่านเถาวัลย์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

หลังจากที่พูดจบแล้วเขายังคงก้าวเดินออกไปทางหลุยจี่ฮุยทีละก้าว

“ระยำ ! ”

หลุยจี่ฮุยในตอนนี้โกรธเป็นอย่างมากก่อนที่จะกระโดดขี่กระบี่ออกไปอีกครั้ง

“พอได้แล้ว ! ”

หลินเทียนแสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งฟาดฟันคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปจนทำให้ร่างของหลุยจี่ฮุยลอยเคว้งออกไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

“อั๊ก ”

หลุยจี่ฮุยส่งเสียงร้องออกมาพลางกระอักเลือดคำโต

และตอนนี้เองที่ร่างของหลินเทียนได้พุ่งเข้ามาประชิดร่างของหลุยจี่ฮุยก่อนที่จะเตะเข้าใส่อย่างจัง , เสียงกระดูกแตกหักถูกส่งออกมาขณะที่หลุยจี่ฮุยได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวน

“ข้าจะฆ่าเจ้า ! ”

หลุยจี่ฮุยส่งเสียงคำรามอย่างดัง

แรงกดดันมหาศาลถูกส่งออกมาก่อนที่หลุยจี่ฮุยจะฟาดฟันคลื่นกระบี่เข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนที่กำลังมองอยู่เองได้แต่แสยะออกมา

“หากว่าเริ่มสู้กับข้าตั้งแต่แรกก็ยังพอมีหวังอยู่บ้างแต่ตอนนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ยังคิดจะสู้อีก ? ”

แกร๊ง ! หลินเทียนได้ฟาดฟันออกไปจนทำให้กระบี่ในมือของหลุยจี่ฮุยปลิวไปไกล

ตอนนี้เองที่เขาได้เหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าปะทะกับแก้มของหลุยจี่ฮุยอย่างจัง

เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นขณะที่กรามของหลุยจี่ฮุยป่นปี้พร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังโดยทันที

“โครม ! ”

หลินเทียนกระทืบไปยังหน้าอกของเขาจนเป็นเหตุให้กระดูกซี่โครงของอีกฝ่ายหักไปหลายซี่

“ยะ……..หยุด ….. ! ”

หลุยจี่ฮุยได้แต่ส่งเสียงที่สั่นเครือออกมาเพราะกระดูกกรามของเขาแตกสลายหมดแล้วถึงไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยแม้แต่น้อย

“ขะ…..ข้า…….ข้าเป็นคนที่ผู้อาวุโสผู้ดูแลแนะนำเข้ามาในนิกาย หากว่า……ขะ…….ฆ่าข้าเจ้าก็ต้องตายเยี่ยงสุนัข ! ”

“งั้นรึ ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างราบเรียบ

เขาได้ยกกระบี่ที่สะท้อนแสงแวววาวในมือขึ้น

สีหน้าของหลุยจี่ฮุยได้เปลี่ยนไปทันทีพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทางหวาดผวาว่า

“หยุด ! ข้าพูดความจริงนะ ! ท่านผู้ดูแลตั้งใจจะรับข้าเป็นศิษย์ดังนั้นหากเจ้าลงมือสังหารข้าก็บอกได้เลยว่าเขาต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ ! ”

หลุยจี่ฮุยในตอนนี้หวาดกลัวเป็นอย่างมากพร้อมทั้งพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำแม้จะต้องแบกรับความเจ็บปวด

“ซัวชาง , ก็แค่ผู้ดูแลเขตแดนผู้รอบรู้เท่านั้น คิดว่ายิ่งใหญ่นัก ? มันไม่มีคุณสมบัติมากพอจะยืนต่อหน้าอาจารย์ของข้าด้วยซ้ำ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยความดูถูกเพราะจากที่เคยได้ยินมาจากสาวงามนั้นระดับพลังของเฒ่าขี้เมาไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายเลยด้วยซ้ำแต่หลุยจี่ฮุยกลับกล้าข่มขู่เขาด้วยผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้นี่มันน่าหัวเราะจริงๆ , เขาได้แต่จ้องมองไปยังหลุยจี่ฮุยพร้อมกับพูดต่อว่า

“หลังจากที่สังหารเจ้าไปแล้วอีกไม่นานก็จะถึงคราวไอ้แก่ซัวชางนั่นด้วย ”

หลินเทียนพูดออกมาอย่างราบเรียบ

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ของเขาก็ได้ฟาดฟันลงมา

“ไม่ ! ยะ หยุดนะ……”

“พุฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายออกมาขณะที่ศีรษะของหลุยจี่ฮุยกลิ้งออกไป