0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนได้ยืนรอการมาถึงของหลุยจี่ฮุยอยู่ด้านล่าง

หลุยจี่ฮุยที่กำลังเดินอยู่ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นในอากาศดังนั้นถึงได้มองออกไปด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

“เจ้า ! ”

เขาได้แต่จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง

ชายหนุ่มสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาเองก็แข็งแกร่งไม่ใช่น้อย พวกเขาต่างอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายด้วยกันทั้งหมดดังนั้นหลังจากที่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหลุยจี่ฮุยแล้วพวกเขาจึงพร้อมใจกันหันมองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะตระหนักถึงบางอย่าง

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับก้าวเดินออกไป

“คิดจะทำอะไร ! ”

หลุยจี่ฮุยได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ลองเดาดูสิ ”

หลินเทียนตอบกลับอย่างราบเรียบ

แกร๊ง ! กระบี่ปรากฏขึ้นในมือขวาของเขาโดยทันที

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของพวกเขาแล้วจึงทำให้เหล่าศิษย์นิกายที่อยู่โดยรอบหันมาให้ความสนใจด้วยกันทั้งหมดก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมา

หลุยจี่ฮุยได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมทั้งพูดว่า

“เจ้าคิดจะฆ่าข้า ? ที่นี่ ? ”

หลุยจี่ฮุยนั้นไม่ได้โง่แถมเขายังอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ด้วยดังนั้นถึงสามารถจับจิตสังหารที่ส่งออกมาทางสายตาของหลินเทียนได้อย่างชัดเจน

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งก้าวเดินออกไปทีละก้าว

“สหายหลิน ศิษย์ร่วมนิกายไม่สามารถสังหารกันได้เจ้าควรจะเข้าใจถึงกฎนี้นะ ”

“ใช่แล้ว เก็บกระบี่เถอะไม่งั้นหลังจากที่ทางนิกายตรวจสอบเจ้าจะไม่มีข้อแก้ตัวนะ ”

ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆหลุยจี่ฮุยได้พูดออกมา

คนเหล่านี้ล้วนเป็น 1 ใน 10 อันดับศิษย์ตำหนักนอกที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลุยจี่ฮุยและเข้าออกที่หุบเหวแห่งนี้ด้วยกันอยู่บ่อยๆ

หลินเทียนยกกระบี่ในมือขึ้นก่อนที่จะส่งเจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“คนไม่เกี่ยวหลีกทางไป ”

แกร๊ง คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกไปทางหลุยจี่ฮุยและชายหนุ่มทั้ง 3 คนโดยทันที

“นี่คือ……..คนที่เอาชนะหลุยจี่ฮุยที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ได้ ? แข็งแกร่งจริงๆ ! ”

หลายๆคนต่างพากันพูดออกมา

คลื่นกระบี่ได้ส่งชายหนุ่มทั้งสามคนลอยเคว้งออกไป, ศิษย์ตำหนักนอกติดอันดับ 1 ใน 10 ทั้งสามคนซึ่งพวกเขาเองก็ต่างอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายนั้นกลับถูกคลื่นกระบี่ของหลินเทียนกระแทกจนปลิวออกไปและส่งผลให้สีหน้าของศิษย์ที่อยู่รอบๆเปลี่ยนไปอย่างมาก

ท่าทางของหลุยจี่ฮุยได้ตกต่ำลงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“กล้าลงมือกับศิษย์ร่วมนิกายนี่เจ้ากล้าดีนักนะ ”

“นี่เจ้ากล้าพูดคำนี้ด้วย ? ”

หลินเทียนตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูถูก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปโดยทันที

คลื่นกระบี่นี้พุ่งเข้าใส่ร่างของหลุยจี่ฮุย !

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นพร้อมทั้งพุ่งเป็นเส้นแสงสีเงินเข้ามาด้วยความเร็วที่สูงถึงขั้นทำให้อากาศขดตัว

หลุยจี่ฮุยไม่ประมาทแม้แต่น้อยพร้อมทั้งคว้ากระบี่ขึ้นมาฟาดฟันออกไปปะทะกับคลื่นกระบี่นี้

“ข้าอยากจะเห็นเหมือนกันว่าไอ้แก่นั่นมันจะถ่อออกมาช่วยเจ้าไหม ”

หลินเทียนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสแม้แต่น้อย

หลังจากที่พูดจบแล้วร่างของเขาก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของหลุยจี่ฮุยในชั่วพริบตา

กระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะฟาดฟันคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปตรงหน้า

หลุยจี่ฮุยที่กำลังถือกระบี่ยาวอยู่ก็รีบคว้ากระบี่ขึ้นมาป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะถูกคลื่นกระบี่ส่งลอยออกไปพร้อมกับบาดแผลที่มีเลือดไหลซิบออกมา

“นี่การโจมตีเดียวสามารถทำให้หลุยจี่ฮุยกระเด็นกลับไปได้ ? ”

“ข่าวลือนี้เป็นเรื่องจริง ? ”

“นี่……… ”

ตอนนี้มีผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การประลองเป็นตายเมื่อหลายวันก่อนนั้นไม่ได้มีศิษย์นิกายทุกคนที่เข้าร่วม หลายคนอยู่ภายในลานฝึก หลายคนอยู่ในหุบเหวผนึกอสูรดังนั้นพวกเขาถึงไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องในวันประลองมากนักเพียงแค่ได้ยินหลายๆคนพูดกันแต่ตอนนี้กลับได้เห็นภาพเหล่านั้นกับตาตัวเองและส่งผลให้พวกเขาได้แต่ผงะไปตามๆกัน

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปทางหลุยจี่ฮุยพร้อมๆกับกระบี่ที่ห่อหุ้มไปด้วยคลื่นสายฟ้าอันรุนแรงที่ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

หลุยจี่ฮุยในตอนนี้มีสีหน้าที่น่าเกลียดเป็นอย่างมากขณะที่ต้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่หม่นหมอง

“ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งทางนิกาย บอกได้เลยว่าหลังจากนี้เจ้าไม่ได้อยู่ดีเพราะกล้าหนักมือกับศิษย์ร่วมนิกายแน่ๆ ”

หลุยจี่ฮุยพูดออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มตอบพร้อมทั้งพูดว่า

“นี่เจ้าไม่มีเกียรติแล้ว ? ก่อนหน้านี้ตอนที่เจ้าขวางข้าที่หน้าป่ามายานั้นเจ้าพูดว่าสามารถสังหารข้าได้ตามใจชอบแต่ตอนนี้หลังจากที่รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือของข้าถึงได้พยายามจะร้องเรียนทางนิกาย ? ”

“เจ้า……….. ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของหลุยจี่ฮุยยิ่งตกต่ำลงมากกว่าเก่า

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งห่อหุ้มกระบี่สายฟ้าเอาไว้ด้วยเปลวเพลิงเป็นเหตุให้แรงกดดันที่ส่งออกมานั้นรุนแรงและป่าเถื่อนถึงขีดสุด

“ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าคิดจริงๆหรือว่ายังจะมีชีวิตรอดกลับไปที่นิกายได้ในวันนี้ ? ”

หลุยจี่ฮุยตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดำคล้ำโดยทันทีว่า

“ที่นี่ไม่ใช่เวทีเป็นตาย ! ”

“แล้วไง ? ก่อนหน้านี้เจ้าหนีไปจากเวทีเป็นตายดังนั้นวันนี้ก็ถือว่ายังคงอยู่ในการประลองอยู่ดี ”

หลินเทียนตอบกลับด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ในมือของเขาก็ได้ฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงเข้าใส่ร่างของหลุยจี่ฮุย

การโจมตีนี้รุนแรงและเข้าปะทะอย่างรวดเร็วซึ่งแม้จะเป็นหลุยจี่ฮุยก็ยังต้องกระเด็นกลับออกไป

“นี่หลุยจี่ฮุยคนนั้นถูกต้อนขนาดนี้เลย ? ”

“นี่……”

“ดูเหมือนจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะเองนะแล้วสามารถต้อนเขตแดนผู้รอบรู้มาถึงจุดนี้ได้ไงกัน ? ดูเหมือนกับหลุยจี่ฮุยไม่สามารถตอบโต้เขาได้เลยด้วยซ้ำ มันเป็นแบบนี้ได้ไง !”

หลายๆคนต่างพากันพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ผงะไป

ความจริงแล้วความแข็งแกร่งของหลุยจี่ฮุยนั้นด้อยกว่าหลินเทียนก็จริงแต่ก็ไม่ได้มากแต่มันเป็นเพราะความพ่ายแพ้ครั้งก่อนยังสะเทือนจิตใจถึงทำให้เมื่อต้องเผชิญหน้าอีกครั้งจึงหมดแรงต้านทาน

“นี่เขาคิดจะฆ่าหลุยจี่ฮุยลงที่นี่จริงๆ ? อีกฝ่ายไม่ได้เป็นศิษย์ตำหนักนอกธรรมดาๆนะ ”

“นั่นน่ะหัวกะทิเขตแดนผู้รอบรู้แถมยังเป็นลำดับที่ 1 ของศิษย์ตำหนักนอกด้วยนะ ! ”

หัวใจของพวกเขาต่างสั่นสะท้านไปตามๆกัน

ณ ตอนนี้หลินเทียนก็ยังคงก้าวเดินออกไปทางหลุยจี่ฮุย

“ดูเหมือนว่าไอ้แก่นั่นจะตามมาช่วยเจ้าไม่ได้สินะ ”

เขาได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลังจากนั้นกระบี่ในมือได้ยกขึ้นพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่มากมายออกไป

หลุยจี่ฮุยได้ป้องกันมันเอาไว้พร้อมทั้งกระเด็นออกไปไกลพลางจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดด้วยสีหน้าที่หม่นหมองว่า

“อย่าอวดดีไปหน่อยเลย คิดจริงๆรึว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้ ? ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้กระโดดขี่กระบี่ของตัวเองขึ้นไปสูงกว่า 120 เมตรและทำให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนไปทันที

“ทักษะอาวุธเหินฟ้า ! ”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่อิจฉาตาร้อนออกมา

หลุยจี่ฮุยที่กำลังอยู่กลางอากาศได้มองลงมาทางหลิยเทียนด้วยสีหน้าที่หม่นหมองพลางพูดว่า

“ก่อนหน้านี้มันเป็นเพราะว่าข้าประมาทไม่งั้นเจ้าคิดว่าตัวเองจะเอาชนะข้าได้ ? ตอนนี้ข้าอยู่เหนือพื้นกว่า 120 เมตรแล้วต่อให้เจ้าสามารถใช้ทักษะแปลกๆไต่อากาศเป็นเวลาสั้นๆได้แต่มันสามารถไต่ขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้ ? อย่างไรก็ตามกะอีแค่เขตชีพจรเทวะธรรมดาๆข้าเพียงใช้ทักษะนี้ก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าแล้ว ”

เมื่อฟังจากคำพูดของหลุยจี่ฮุยแล้วสีหน้าของผู้คนรอบข้างก็ได้เปลี่ยนไปโดยทันที

“หลุยจี่ฮุยที่ถือครองทักษะอาวุธเหินฟ้าอยู่นี่ไร้พ่ายจริงๆนั่นแหละ ”

“ไร้สาระ คนหนึ่งอยู่บนพื้นอีกคนอยู่กลาวงอากาศ เขาก็เป็นได้เพียงแค่เป้าเคลื่อนที่ของหลุยจี่ฮุยเท่านั้นแหละ !”

“นี่……ก็จริง ”

“เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วดูเหมือนว่าเจ้าเด็กใหม่นั่นจะเสียเปรียบนะ ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะของพวกเขา

หลินเทียนได้จ้องมองกลับขึ้นไปทางหลุยจี่ฮุยด้วยสีหน้าที่ราบเรียบเป็นอย่างมาก

“อย่าได้คิดว่าตัวเองไร้เทียมทามสิ ”

เขาได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เหยียบกระบี่ของตนเองพร้อมทั้งลอยตัวขึ้นไปไม่ต่างจากหลุยจี่ฮุยท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง

“นี่มัน ?! ”

“ทักษะอาวุธเหินฟ้า ? เป็นไปได้ไงกัน !”

“เขา…ขะ..เขา…”

“เขตแดนชีพจรเทวะจะสามารถฝึกทักษะนี้ได้ไงกัน ? ”

“เป็นไปไม่ได้ หรือว่าเขาผนึกระดับพลังของตัวเองเอาไว้ ? ”

หลายๆคนต่างแสดงสีหน้าที่โง่งามออกมา

ทักษะอาวุธเหินฟ้านั้นมีเพียงเขตแดนผู้รอบรู้เท่านั้นที่สามารถฝึกฝนได้เพราะมันจำเป็นต้องมีจิตสัมผัสแต่หลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะกลับสามารถสำแดงทักษะนี้ออกมาได้ถึงได้ทำให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนไปตามๆกัน

พริบตานี้เองที่หลินเทียนได้ยืนอยู่ในระดับเดียวกันกับอีกฝ่าย

“นี่ มันเป็นไปไม่ได้ ! ”

หลุยจี่ฮุยได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

หลินเทียนได้ยิ้มตอบอย่างเย็นชาพร้อมทั้งเรียกกระบี่ออกมาพลางพูดว่า

“ไร้พ่าย ? ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ฟาดฟันกระบี่ออกไป

แกร๊ง !

คลื่นกระบี่ได้ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลุยจี่ฮุยโดยทันที

สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างมากขณะที่เรียกเอากระบี่ออกมาและสำแดงทักษะกระบี่ 7 วิถีออกไปปะทะ

“ฉ่า ! ”

ระหว่างที่เสียงนี้ถูกส่งออกมานั้นกระบี่ในมือของหลุยจี่ฮุยได้แตกออกเป็นสองท่อนโดยทันที

หลินเทียนควบคุมกระบี่ที่เท้าพร้อมทั้งเคลื่อนที่ไปตรงหน้าก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ในมือเพื่อส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปเป็นตาข่ายล้อมร่างของหลุยจี่ฮุยเอาไว้ , หลังจากนั้นเขายังคงส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน

“เจ้า…….”

“พุฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายออกมาขณะที่ร่างของหลุยจี่ฮุยได้ถูกลื่นกระบี่พุ่งทะลุผ่านออกไปจนเกือบจะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมทั้งเคลื่อนที่ต่อไปตรงหน้า , จากการฝึกหนักตลอด 3 วันของเขาทำให้เขาสามารถควบคุมทักษะอาวุธเหินฟ้าได้อย่างดีมากดังนั้นถึงได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของอีกฝ่ายได้ในพริบตาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไป

“พุฟฟ ”

เลือดฟุ้งกระจายออกมาอีกครั้งขณะที่หลุยจี่ฮุยได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระบี่ที่พุ่งทะลุหัวไหล่ออกไป

ตอนนี้สีหน้าของหลุยจี่ฮุยน่าเกลียดเป็นอย่างมากระหว่างที่ความรู้สึกโกรธและกลัวผสมปนเปกัน

“ระยำ ! ”

เส้นทางกลับไปยังนิกายได้ถูกขวางเอาไว้ดังนั้นเขาถึงได้แต่ควบคุมทักษะอาวุธเหินฟ้าเพื่อมุ่งหน้าเข้าไปทางป่าลึก , เขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะจะสามารถสำแดงทักษะนี้ได้แถมในไม่กี่วันนี้ยังสามารถเชี่ยวชาญได้ถึงขนาดนี้

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เย็นชา

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ใต้เท้าของเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งไล่ตามหลุยจี่ฮุยไปอย่างรวดเร็ว

“ยังตามไปอีก นี่…..กะจะฆ่าหลุยจี่ฮุยจริงๆ ? ”

“ดูเหมือนนะ ”

“นี่…..”

หลายๆคนต่างออกความคิดเห็นออกมา

โดยปกติแล้วนิกายไม่อนุญาตให้สามารถสังหารศิษย์ร่วมนิกายกันได้แต่มีเพียงศิษย์ที่โดดเด่นเท่านั้นที่มักจะสังหารศิษย์ใหม่แต่ตอนนี้ทุกสิ่งกลับกลับตาลปัตรไปหมด ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมมาได้ไม่ถึง 10 วันโดยอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะกลับไล่ฆ่าศิษย์ลำดับที่ 1 ของตำหนักนอกที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้นี่มันทำให้ผู้คนโดยรอบได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมาตามๆกันเหมือนว่าพวกเขากำลังอยู่ในความฝัน

ชายหนุ่มทั้งสามคนที่ติดตามหลุยจี่ฮุยเองก็ได้แต่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

“รีบกลับไปรายงานทางนิกายเร็ว ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา