0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สีหน้าของผู้คนรอบข้างถึงกับเปลี่ยนไปโดยทันที ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ที่แข็งแกร่งลำดับที่ 1 ของศิษย์ตำหนักนอกอย่างหลุยจี่ฮุยกลับถูกคลื่นกระบี่ของศิษย์ใหม่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะแทงทะลุหน้าท้องจนเลือดสาดกระจายไปทั่วเวที

“ระยำ ! ”

หลุยจี่ฮุยได้ผงะไปด้วยสีหน้าที่โกรธถึงขีดสุด

เขาได้แต่กุมหน้าท้องเอาไว้ด้วยมือซ้ายที่เปื้อนเลือดพร้อมกับจ้องมองออกไปด้วยสายตาที่ดุร้ายยิ่งกว่าเก่า

บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมด้วยความเงียบโดยทันที

“เป็นไปได้ไงกัน !”

โจวหยางที่อยู่ในหมู่ผู้คนเองก็ถึงกับผงะไป ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้อย่างหลุยจี่ฮุยกลับได้รับบาดเจ็บอย่างหนักด้วยเงื้อมมือของหลินเทียน !

ซูเฟิงที่อยู่อีกด้านนึงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาเช่นกัน

“สหายหลิน…..”

เขาได้พึมพำออกมาด้วยสีหน้าที่โง่งมเป็นอย่างมาก

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนที่อยู่ห่างออกไปก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปไม่ต่างกัน

“ไม่คิดเลยว่าจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับหลุยจี่ฮุยได้ เจ้าหนูนั่นทำได้ไงกัน ! ”

“นี่เขามีพลังที่คล้ายๆกับจิตสัมผัสงั้นรึ ? ”

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ”

พวกเขาได้แต่ขมวดคิ้ว

สายตาของผู้คนรอบข้างนั้นต่างมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

“นี่…….”

“ไม่น่าเชื่อเลย ! เขาทำได้ไงกัน สามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้ไงกัน ! ”

“ผิดมนุษย์เกินไปแล้ว ! ”

หลายๆคนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

สำหรับพวกเขาหลายๆคนแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่เขตแดนชีพจรเทวะจะสามารถสังหารศัตรูเขตแดนผู้รอบรู้ได้

หลุยจี่ฮุยที่อยู่บนเวทีเองก็ได้แต่มีสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธหลังจากที่ฟังบทสนทนารอบๆด้าน

“โจวหยางคงคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากๆถึงได้ปล้นเอาทรัพยากรบ่มเพาะจากศิษย์ใหม่อย่างข้าแต่กลับพ่ายแพ้แบบหมดท่าและถูกข้าปล้นเอาทรัพยากรบ่มเพาะไปแทน เจ้าเองก็เป็นพวกเดียวกันและคงคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งไม่ต่างกันถึงได้สามารถดูถูกศิษย์ร่วมนิกายคนอื่นได้ตามใจชอบหรือแม้กระทั่งลงมือสังหารโดยไม่สนใจดังนั้นสิ่งที่รอเจ้าอยู่ในตอนนี้มีเพียงความตายเท่านั้น”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้ก้าวเท้าออกไปทีละก้าว

คำพูดของเขาราบเรียบเป็นอย่างมากแต่กลับส่งผลให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนไปโดยทันที

โจวหยางที่อยู่ในหมู่ผู้คนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาด้วยความโกรธและอับอาย

“คิดว่าเจ้าจะสามารถสังหารข้าได้ ? ”

หลุยจี่ฮุยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

“แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถขัดขืนข้าได้ ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างไร้อารมณ์

เขายกมือขวาขึ้นพร้อมทั้งฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไป

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังทำลายอันรุนแรงจนทำให้อากาศรอบข้างบิดตัวได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

คลื่นกระบี่เหล่านี้ถึงขั้นทำให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างแข็งค้างไปทันที

“ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะสามารถส่งคลื่นกระบี่ที่รุนแรงขนาดนั้นออกมาได้ด้วย ? ”

นัยน์ตาของผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้งสามคนได้แต่หดเล็กลง

หลุยจี่ฮุยที่อยู่บนเวทีเองถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง , แสงที่เปล่งออกมาจากหน้าผากของเขาเข้มข้นขึ้นกว่าเก่าขณะที่คลื่นกระบี่ที่เขาส่งออกไปได้พุ่งปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงของหลินเทียนพร้อมทั้งสลายออกไป

อย่างไรก็ตามเองที่ตอนนี้ร่างๆหนึ่งได้เข้าประชิดร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

“เจ้า…….”

“โครม ! ”

หลินเทียนได้ยกเท้าเตะอัดไปที่หน้าท้องของหลุยจี่ฮุย

ร่างของหลุยจี่ฮุยลอยเคว้งออกไปไกลแต่อย่างไรก็ตามหลินเทียนกลับไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบสนองพร้อมทั้งพุ่งออกไปด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ในมือออกไปรอบทิศทาง , หลุยจี่ฮุยในตอนนี้ได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระบี่มากมายจนทำให้เสื้อผ้าของเขาขาดไม่มีชิ้นดี

“ลำดับที่ 1 ของศิษย์ตำหนักนอกก็ไม่เห็นเท่าไหร่เลยหนิ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

แม้คำพูดของเขาจะฟังดูราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยน้ำเสียงที่สบายอารมณ์เป็นอย่างมาก

“เจ้า……”

หลุยจี่ฮุยได้แต่โกรธจัดพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปด้วยคลื่นกระบี่ที่ทวีคูณความรุนแรงขึ้นกว่าเก่า

อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักถึงแม้ว่าเขาจะมีจิตสัมผัสก็ตามที คลื่นกระบี่ของเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับหลินเทียนได้แม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้ความเร็วของหลินเทียนได้เพิ่งขึ้นอีกระดับก่อนที่คลื่นกระบี่ของเขาจะทวีคูณความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นตามกัน

“เส้นทางการโจมตีของเขาเปลี่ยนไปเหมือนกับได้รับความช่วยเหลือจากจิตสัมผัสไม่มีผิด ”

“แปลกแหะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ? ”

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนที่อยู่ห่างออกไปต่างแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าถึงแม้หลินเทียนจะยังไม่ตัดผ่านไปยังเขตแดนผู้รอบรู้แต่เขาก็ยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 4 ดังนั้นด้วยพลังวิญญาณของเขาถึงมีคุณสมบัติไม่ต่างไปจากจิตสัมผัสเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนๆเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 เลยด้วยซ้ำ

“ตาย ! ”

น้ำเสียงที่เย็นชาดังขึ้น

พุฟฟ ! คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้พุ่งทะลุผ่านหน้าท้องของหลุยจี่ฮุยและส่งร่างของเขาลอยออกไปไกลอีกครั้ง

การโจมตีอย่างต่อเนื่องยังคงดำเนินต่อไป

“อ๊าก ! ”

เสียงโอดครวญอย่างดังได้ถูกส่งออกมาหลังจากที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุแขนของหลุยจี่ฮุยจนเป็นรูโหว่

แกร๊ง ! หลินเทียนยังคงฟาดฟันและส่งคลื่นกระบี่ทะลุผ่านหน้าท้องของหลุยจี่ฮุยไปอีกครั้ง

“โครม ! ”

หลินเทียนได้เตะอัดร่างของหลุยจี่ฮุยออกไปไกล

ตอนนี้หลุยจี่ฮุยที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 นั้นได้แต่รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก , เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ยังคงหมุนวนถึงขีดสุดขณะที่พลังวิญญาณที่รุนแรงทำให้หลินเทียนสามารถจับการเคลื่อนไหวของหลุยจี่ฮุยได้ทุกย่างก้าวและได้แต่ถูกต้อนกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หลุยจี่ฮุย……..แพ้ ? ”

“นี่มัน…..”

“เจ้าศิษย์ใหม่นั่น……..”

ผู้คนรอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา

“เป็นไปได้ไง ! เป็นไปไม่ได้ ! ”

โจวหยางที่อยู่ในหมู่ผู้คนในตอนนี้มีสีหน้าน่าเกลียดถึงขีดสุด หลุยจี่ฮุยที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 กลับถูกต้อนจนมุมขนาดนี้ !

ซูเฟิงที่กังวลอยู่ก่อนหน้านี้เองก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

“อ๊าก ! ”

อยู่ดีๆหลุยจี่ฮุยก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งพบว่ากระบี่ของเขาได้ลอยตัวขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะกระโดดขึ้นไปเหยียบมันโดยที่ไม่ตกลงมายังพื้นเวที

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วคิ้วของหลินเทียนถึงกับขมวดเข้าหากันโดยทันที

หลุยจี่ฮุยสามารถเหยียบกระบี่อยู่บนฟ้าได้ ! นี่มันทำให้เขารู้สึกตกตะลึงอย่างมาก

“ทักษะการบินของเขตแดนผู้รอบรู้ , ทักษะอาวุธเหินฟ้า ! ”

หนึ่งในศิษย์นิกายได้ส่งเสียงออกมาด้วยสีหน้าที่อิจฉาตาร้อน

หลินเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นเองก็ได้แต่รู้สึกประหลาดใจ นี่นิกายนี้มันมีทักษะลึกลับแบบนี้ด้วย ?

“สมแล้วที่เป็นนิกาย ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ”

เขาคิดอยู่ภายในใจ

หลุยจี่ฮุยที่กำลังเหยียบกระบี่อยู่กลางอากาศนั้นได้ทอดมองลงมายังหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เย็นยะเยือก

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วผู้คนโดยรอบต่างถอนหายใจพลางพูดออกมาว่า

“ถึงอย่างไรหลุยจี่ฮุยก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า เขาสามารถฟาดฟันส่งคลื่นกระบี่ลงมาตอนไหนก็ได้ ”

“หวังว่าเจ้าศิษย์ใหม่นี่จะไม่ชนะนะ ”

“โอ้ ”

หลายๆคนต่างถอยหายใจออกมา

โจวหยางที่อยู่ในหมู่ผู้คนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าทีดุร้ายออกมากว่าเก่า

“สหายหลิน”

ซูเฟิงในตอนนี้กำลังมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเองก็ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพร้อมทั้งแหงนมองขึ้นไปเหนือศีรษะ

“สูงประมาณ 58 เมตร ”

เขาได้พึมพำออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาย่อตัวลงทันที

“อื้ม ? นั่นเขาคิดจะทำอะไร ? ”

“อย่าบอกนะว่าจะกระโดดขึ้นไป ? ”

“เป็นไปได้ไง ? 58 เมตรนี่ต่อให้เป็นเขตแดนผู้รอบรู้ก็กระโดดไม่ถึงนะ ! ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะของพวกเขา

อย่างไรก็ตามฉากต่อไปถึงกับทำให้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปตามๆกันเพราะหลินเทียนนั้นกระโดดขึ้นไปจริงๆ

“นี่เจ้านี่มันบ้าหรือไงกัน ? ”

ผู้คนพร้อมใจกันส่งเสียงออกมา

นี่ไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนที่กำลังแสดงสีหน้าที่แปลกๆออกมา

หลินเทียนกระโดดขึ้นไปได้ประมาณ 12 เมตรก่อนที่จะเริ่มร่วงหล่นลงมา

“นี่….. ไม่รู้เลยว่าสมองของเจ้านี่ทำมาจากอะไร จากการต่อสู้เมื่อครู่ทำให้ข้าคิดว่าเขาแข็งแกร่งมากๆแต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนบ้า ”

หนึ่งในผู้คนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่หมดคำพูด

หลุยจี่ฮุยที่กำลังมองลงมายังหลินเทียนเองก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ว่า

“ไอ้โง่ !”

ร่างของหลินเทียนกำลังตกลงไปเหมือนว่าเสียสมดุลดังนั้นผู้คนโดยรอบถึงได้พากันส่ายศีรษะแต่ว่าหลังจากนั้นสีหน้าของผู้คนก็ถึงกับเปลี่ยนไปเป็นตกตะลึงหลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนกำลังก้าวเหยียบไปบนอากาศสูงขึ้นไปเรื่อยๆกว่า 24 เมตรแล้ว !

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

“นี่เขาสามารถไต่อากาศได้ ? มันไม่ใช่ว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภา ?! ”

“พระเจ้า ! ”

ท่าทางของผู้คนถึงกับผงะไป

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ยังคงไต่อากาศขึ้นไปเรื่อยๆ

ผู้คนรอบข้างก็ยังคงแสดงสีหน้าที่รู้สึกแปลกๆออกมา

ณ ตอนนี้แม้แต่ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนเองก็ยังผงะไปด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อขณะที่มองไปยังภาพตรงหน้าของตัวเอง

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

เสียงไต่อากาศยังคงถูกส่งออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่หลินเทียนจะพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของหลุยจี่ฮุยเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงพร้อมทั้งรีบเรียกเอากระบี่อีกเล่มออกมา

“สายไปแล้ว !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกก่อนที่จะฟาดฟันออกไปยังลำคำของอีกฝ่าย

“ตายไปซะ ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไปอย่างไร้ความปราณี

ณ ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงหนึ่งได้พุ่งเข้ามาในเส้นทางของเขาอย่างรวดเร็วจนทำให้สีหน้าของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมาก

หลินเทียนเองก็ไม่ต่างกัน เขาได้แต่รีบถอยร่นออกมาพร้อมทั้งพุ่งกลับลงมาที่พื้นเวทีโดยทันที

เขาได้มองออกไปพร้อมทั้งพบกับชายชราที่กำลังเหยียบกระบี่อยู่บนฟ้าพลางส่งแรงกดดันอันรุนแรงของเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 เป็นอย่างน้อยออกมา

“ผู้ดูแล ซัวชาง ! ”

“เขาเป็นคนที่แนะนำหลุยจี่ฮุยเข้ามาในนิกาย ได้ยินมาว่าแอบลักไก่ด้วยหนิ ”

“เบาเสียงลงหน่อยสิ !”

ผู้คนต่างพากันส่งเสียงกระซิบออกมา

หลุยจี่ฮุยได้แสดงสีหน้าที่โล่งใจพร้อมทั้งพูดด้วยท่าทางที่มีความสุขว่า

“ผู้อาวุโส !”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาพร้อมทั้งจ้องมองไปทางชายชราคนนั้น

หลังจากที่สัมผัสได้ถึงสายตาของหลินเทียนแล้วชายชราก็ได้แต่พูดออกมาว่า

“อายุแค่นี้แต่กลับหนักมือและโหดเหี้ยมขนาดนี้มันเป็นปีศาจตัวน้อยจริงๆ ! ”

สีหน้าของหลินเทียนได้กลายเป็นเย็นชายิ่งกว่าเก่า

“โหดเหี้ยม ? ไอ้เฒ่าหน้าไม่อาย นี่มันเวทีเป็นตาย ไสหัวออกไปไกลๆ ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

ขณะที่จ้องมองออกไปยังซัวชางแล้วจิตสังหารของเขาได้ทะลักออกมาถึงขั้นทำให้อากาศโดยรอบเย็นตัวลงทันที

“เฮือก !”

ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียนเองก็ถึงกับหยุดหายใจไปทันที

ซัวชางนั้นเป็นผู้ดูแลของนิกายแต่ศิษย์ธรรมดากลับกล้าดูถูกเขาแบบนั้น !

ซัวชางได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“เป็นเพียงศิษย์ตำหนักนอกแต่กล้าหยามผู้ดูแลงั้นรึ รนหาที่ตาย ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ฟาดฟันคลื่นกระบี่อันรุนแรงเข้าใส่หลินเทียนอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“ไอ้แก่ ! ”

สายตาของหลินเทียนเย็นชาเป็นอย่างมากพร้อมทั้งฟาดฟันคลื่นกระบี่ออกไป