0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข่าวในวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว , ศิษย์ใหม่อย่างหลินเทียนท้าประลองหลุยจี่ฮุยบนเวทีเป็นตายซึ่งข่าวนี้ถึงกับทำให้ทั้งนิกายสั่นสะเทือน

“ศิษย์ใหม่ท้าประลองกับหลุยจี่ฮุย ? ”

“นี่…. รนหาที่ตายหรือไงกัน ? ”

“ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้โง่แบบนั้น ! ”

หลายๆคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

ถึงอย่างไรหลุยจี่ฮุยก็ยังเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ลำดับที่ 1 ของศิษย์ตำหนักนอกแต่ศิษย์ใหม่กลับท้าทายนี่มันไม่ต้องเดาเลยก็รู้ว่าเป็นการกระทำที่รนหาที่ตายชัดๆ

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนที่อยู่ภายในตำหนักผู้ดูแลเองก็รู้ถึงเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

“เจ้าหนุ่มนั่นมันบ้าเกินไปแล้ว ”

“ปกติแหละ ,ถึงอย่างไรก็เป็นคนที่ชายคนนั้นนำมาเพียงแต่…..”

“ไปดูกันเถอะ ”

พวกเขาทั้ง 3 คนต่างพากันส่ายศีรษะไปตามๆกัน

……….

เวทีเป็นตายนั้นอยู่ภายในลานฝึกของนิกายซึ่งมันมีพื้นที่วงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เมตร

ณ ตอนนี้รอบข้างเวทีต่างเต็มไปด้วยผู้ชมมากมาย

หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปยังพื้นที่เวที

“โง่จริงๆ ”

โจวหยางที่อยู่ในหมู่คนเหล่านั้นได้แสยะออกมา

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลเองก็ได้มาถึงที่นี่พร้อมทั้งยืนอยู่ห่างๆ

ซูเฟิงที่เสร็จจากหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้านิกายเองก็รีบเบิ่งมาที่นี่พร้อมพูดกับหลินเทียนด้วยสีหน้าที่กระวนกระวายใจว่า

“สหายหลิน เจ้านี่ทำเรื่องไม่รู้จักคิดเลย ! ”

“ไม่เป็นไรหรอก ข้าตัดสินใจแล้ว ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินผ่านร่างของซูเฟิงพร้อมทั้งกระโดดขึ้นไปบนเวที , เขาไม่ชอบการถูกรังแกมากๆและการกระทำเช่นการขวางทางด้วยท่าทางอวดดีแถมยังอยากจะสังหารเขาของหลุยจี่ฮุยนั้นทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นได้ดังนั้นในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วก็ควรจะจัดการอีกฝ่ายด้วยเวทีเป็นตายนี้

“ขึ้นไปแล้ว ! ”

“ไม่รู้เลยว่าศิษย์ใหม่นั่นมีชื่อว่าอะไร ? ”

“เหมือนว่าจะชื่อหลินเทียนนะ ”

“หลินเทียน , ใจกล้าดีจริงๆ ”

“ใจกล้ามันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ไม่ตายบนนั้นก็พอแล้ว”

“ถึงอย่างไรก็ตามหลุยจี่ฮุยนั้นเป็นถึงผู้เชียวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยนะ ”

“ห่ามเกินไปแล้ว ! ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะของพวกเขา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเองก็ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบว่า

“หลุยจี่ฮุย ไสหัวออกมา ! ”

เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้แล้วผู้คนรอบข้างเวทีก็ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆกัน

“เจ้านี่มันอวดดีจริงๆเลยแหะ ”

หลายๆคนส่งเสียงกระซิบออกมา

หลุยจี่ฮุยที่อยู่ด้านล่างเวทีเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาก่อนที่จะปลดปล่อยจิตสังหารออกมาทางสายตา

“พี่ชายหลุย ฆ่ามันเลย ! ”

โจวหยางพูดออกมา

“ไม่ต้องพูดก็รู้อยู่แล้ว ”

หลุยจี่ฮุยแสยะตอบ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้กระโดดขึ้นเวทีไป

ณ ตอนนี้เองที่ผู้คนรอบข้างล้วนให้ความสนใจไปยังเวที

“เพิ่งเคยเห็นคนโง่แบบเจ้าเป็นครั้งแรกนี่แหละ ”

หลุยจี่ฮุยพูดออกมาอย่างไม่แยแส

มันเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังเหม่อลอยอยู่ด้วยซ้ำ

“เจ้านี่มันปากมากดีจริงๆ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างราบเรียบ

แกร๊ง ! กระบี่ได้ถูกเรียกออกมาพร้อมกับห่อหุ้มคมกระบี่ไว้ด้วยคลื่นสายฟ้า

“อาวุธสมบัติระดับสูง ?! ”

“นี่มัน …….”

“เขาทีอาวุธสมบัติระดับสูง ! ”

“ดูในมือของเขาสิ นั่นมันแหวนมิติ ! ”

“เจ้าหน้าใหม่นี่เป็นใครกันแน่ ! ”

หลายๆคนที่จ้องมองไปยังกระบี่และแหวนที่นิ้วมือของหลินเทียนเองก็ได้แต่ผงะไป

มูลค่าของอาวุธสมบัติระดับสูงนั้นประเมินค่าไม่ได้แต่แม้แหวนมิติอาจจะไม่ได้มีมูลค่าสูงมากนักทว่าศิษย์ธรรมดาๆก็ยากที่จะมีมันไว้ในครอบครอง

“ไอ้ระยำนี่มันรวยจริงๆ ! ”

โจวหยางได้ผงะไป

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลทั้ง 3 คนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ยังคงสงบอย่างมาก พวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนนั้นเป็นคนที่เฒ่าขี้เมาส่งมาดังนั้นถึงไม่แปลกใจกับสิ่งของเหล่านี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาเดาผิดเรื่องที่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากตัวเฒ่าขี้เมาแต่เป็นความสามารถของหลินเทียนล้วนๆ

หลุยจี่ฮุยที่อยู่บนเวทีเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับยั่วยุออกมาว่า

“มีอาวุธสมบัติระดับสูงในมืองั้นรึ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถึงได้กล้าท้าข้าแต่ต้องบอกก่อนเลยนะว่ามันยังอ่อน ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วแรงกดดันอันหนักหน่วงก็ได้แผดออกมาจากร่างของเขาพลางพูดต่อว่า

“ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าแม้เจ้าจะมีอาวุธสมบัติระดับสูงก็จะต้องฝ่ายแพ้และอาวุธของเจ้าก็จะกลายเป็นคนข้า ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

“เร็วมาก ! ”

ผู้คนที่อยู่โดยรอบถึงกับโห่ร้องออกมา

“แกร๊ง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่คลื่นกระบี่สายฟ้าได้ส่งให้หลุยจี่ฮุยถูกผลักออกไป

หลุยจี่ฮุยได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“การตอบสนองดีนี่ ”

หลุยจี่ฮุยพูดออกมา

หลินเทียนยังคงจ้องมองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสพร้อมทั้งพุ่งออกไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่ายในพริบตา

“เจ้า …… ”

ท่าทางของหลุยจี่ฮุยได้เปลี่ยนไปโดยทันที

หลินเทียนยกเท้าขึ้นมาเตะอัดออกไป

การโจมตีนี้รวดเร็วอย่างมากแต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ดังนั้นถึงได้ยกมือขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้

“การตอบสนองดีนี่ ”

หลินเทียนได้พูดออกไป

คำพูดนี้ถึงกับทำให้สีหน้าของหลุยจี่ฮุยเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาโดยทันทีเพราะมันเป็นประโยคเดียวกับก่อนหน้านี้ของเขาไม่มีผิด นี่มันเป็นการตบหน้าเขาชัดๆ !

ผู้คนโดยรอบได้แต่มองออกไปด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจอย่างมาก

“นี่….”

“แปลกแหะ ข้ารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเจ้าศิษย์ใหม่นั่นสามารถตอบโต้การโจมตีของหลุยจี่ฮุยได้ ? ”

“เหมือนกัน แถมยังเป็นฝ่ายเหนือกว่าด้วย ”

หลายๆคนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

ซูเฟิงที่อยู่ด้านล่างเองก็ได้แต่มีดวงตาที่เบิกกว้าง

“นี่…….”

ณ ตอนนี้เขาผงะไปกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลินเทียน

ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการทั้ง 3 คนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่แข็งค้างไปเช่นกัน

“เจ้าหนูนี่ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

หลุยจี่ฮุยนั้นสามารถได้ยินเสียงรอบข้างเป็นอย่างดีดังนั้นสีหน้าของเขาถึงได้ตกต่ำลงพร้อมทั้งเรียกเอากระบี่ออกมาจากแหวนมิติที่นิ้วกลางของเขา

มันไม่แปลกที่เขาจะมีแหวนมิติเพราะเขาเป็นถึงลำดับที่ 1 ในศิษย์ตำหนักนอก

“โครม ! ”

กระบี่ยาวได้ถูกยกขึ้นก่อนที่จะฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไป

พลังทำลายที่มันส่งออกมาถึงขั้นทำให้ผู้คมรอบข้างแสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมาตามๆกัน

“นี่มันทักษะกระบี่เจ็ดวิถีหนิ ! ทักษะเขตแดนผู้รอบรู้ ! ”

“ทักษะนี้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ระดับซึ่งเป็นทักษะที่มีความยากมากๆ ได้ข่าวมาว่าหลุยจี่ฮุยนั้นบรรลุไปถึงระดับที่ 6 แล้วนะ ”

“งั้นก็แย่ล่ะ ”

หนึ่งในผู้คนได้ส่งเสียงออกมา

หลุยจี่ฮุยที่อยู่บนเวทีเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“ข้ายอมรับเลยว่าเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆนั่นแหละ ด้วยเพียงเขตแดนชีพจรเทวะธรรมดาๆกลับถึงขั้นทำให้ข้าต้องชักอาวุธออกมานี่มันเพียงพอที่จะทำให้เจ้ารู้สึกเป็นเกียรติได้เลยนะ ต่อให้เจ้าตายที่นี่ก็ไม่ต้องรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมไปหรอก ”

หลังจากที่พูดจบแล้วแรงกดดันที่เขาส่งออกมายิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเก่า

หลินเทียนยังคงจ้องมองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์เช่นเคย

เขาได้ยกมือขวาขึ้นก่อนที่จะฟาดฟันออกไป

คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตได้ถูกส่งเข้าใส่ร่างของหลุยจี่ฮุยอย่างรวดเร็ว

เร็ว !

รุนแรงมาก !

สีหน้าของหลุยจี่ฮุยเปลี่ยนไปเล็กน้อยพร้อมทั้งฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกไปปะทะ

คลื่นกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันอย่างรุนแรง

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้เคลื่อนไหวอีกครั้งก่อนที่จะพุ่งเข้าไปทางหลุยจี่ฮุยพลางพูดว่า

“ช่างเป็นคนที่มองในมุมแคบจริงๆ เจ้าที่เป็นแค่เขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 น่ะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาก ? คิดว่าข้าไม่เคยฆ่าคนแบบเจ้ามาก่อน ? ”

คำพูดของหลินเทียนนั้นราบเรียบเป็นอย่างมากแต่กลับกลายเป็นเหมือนดั่งคลื่นที่โหมกระหน่ำถึงขั้นทำให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

“เขา…. เขาพูดว่าอะไรนะ ? ”

“เขาเคยสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 มาก่อน ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

“ขี้โม้แน่นอน !”

“ใช่แน่ๆ ! มันจะเป็นไปได้ไงกันที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะจะสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ ! มันอยู่คนละระดับเลยนะ ! ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะของพวกเขา

ทว่าตอนนี้สีหน้าของผู้อาวุโสฝ่ายดูแลที่อยู่ห่างออกไปนั้นถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“จริงงั้นรึ ? ”

“นี่เจ้าหนูนี่เป็นผู้มีพรสวรรค์ขนาดนั้นเลย ? ”

“ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้อยู่นะเพราะถึงอย่างไรก็เป็นถึงศิษย์ของชายผู้นั้น อาจจะเป็นเพราะผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ที่เขาสังหารไปประมาท ? โดยปกติแล้วเขาไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้หรอกเพราะถึงอย่างไรก็ตามเขตแดนผู้รอบรู้นั้นมีพลังจิตสัมผัสซึ่งไม่ใช่อะไรที่เขตแดนชีพจรเทวะจะต่อกรได้เลย ”

พวกเขาได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าแปลกๆ

คลื่นกระบี่ยังคงฟาดฟันเข้าใส่กันอย่างหนักหน่วงและในตอนนี้เองที่หลินเทียนเลิกยั้งมือ , เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกไปพร้อมทั้งพุ่งเข้าประชิดร่างของอีกฝ่ายพลางฟาดฟันกระบี่ออกไป

“นี่ เร็วมาก ! ”

“เหมือนว่าจะเร็วกว่าหลุยจี่ฮุยอีกนะ !”

“เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะแล้วทำได้ไงกัน ! ”

หลายๆคนได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ผงะไป

ท่าทางของหลุยจี่ฮุยเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน กระบี่ในมือของเขาสั่นไหวพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็ว

น่าเสียดายที่แม้คลื่นกระบี่ของเขาจะรุนแรงก็จริงแต่หลินเทียนก็ยังไม่สนจนพร้อมทั้งอัดพลังเปลวเพลิงลงไปในคลื่นกระบี่สายฟ้าก่อนที่มันจะส่งเสียงคำรามดั่งมังกรออกมา

“ตาย ! ”

คลื่นกระบี่ของเขาได้กวาดทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าออกไป

แกร๊ง ! กระบี่ของหลุยจี่ฮุยได้ปะทะและหยุดกระบี่ของหลินเทียนเอาไว้แต่พลังทำลายก็ยังส่งให้ร่างของเขาลอยเคว้งออกไปไกล

หลินเทียนที่กำลังมีสีหน้าที่เคร่งขรึมเองก็ได้พุ่งออกไปโจมตีอย่างต่อเนื่อง

“แกร๊ง!”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงกวาดออกไปโดยรอบซึ่งพลังทำลายของมันเทียบเท่าทักษะเขตแดนผู้รอบรู้เลยก็ว่าได้

หลุยจี่ฮุยพยายามรีบเหวี่ยงกระบี่ออกไปปะทะด้วยทักษะกระบี่ 7 วิถีของเขา

“ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าความต่างชั้นระหว่างเขตแดนชีพจรเทวะและเขตแดนผู้รอบรู้มันเป็นอย่างไร ! ”

หลุยจี่ฮุยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วหน้าผากของเขาได้ส่องแสงออกมาและตอนนี้เองที่การโจมตีและความเร็วของเขารุนแรงและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงหลายเท่าตัวเสมือนว่าเขาได้เปลี่ยนเป็นคนละคนด้วยซ้ำ

“นี่มันจิตสัมผัส ! ”

“จิตสัมผัสสามารถทำให้ความแข็งแกร่งของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เพิ่มขึ้นหลายทั่ว”

“หลุยจี่ฮุยในตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนละคนเลยด้วยซ้ำ !”

หลายๆคนที่อยู่รอบๆต่างพากันออกความคิดเห็น

ณ ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าการโจมตีของหลุยจี่ฮุยนั้นน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมมาก

“อื้ม ดูเหมือนว่า…….เจ้าหลินเทียนนั่นไม่ได้ถอยกลับไปเลยนะ ”

“ข้าดูแล้วมันเหมือนว่า………เขาไม่ได้ถูกต้อนแถมยังสามารถรับการโจมตีได้ทั้งหมด ! ”

“เป็นไปได้ไงกัน ? ”

หลายๆคนได้แต่พูดออกมาด้วยนัยน์ตาที่หดเล็กลงโดยทันที

ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลที่อยู่ห่างออกไปทั้ง 3 คนเองก็ได้แต่มีนัยน์ตาหดเล็กลงตามๆกัน

“สามารถรับการโจมตีไว้ได้ทั้งหมดจริงๆด้วย มันไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ”

“แปลกมาก หากพูดกันตามปกติแล้วผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะต้องไม่สามารถรับการโจมตีเหล่านี้ได้ ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าตัวเองสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้โดยการสู้ซึ่งๆหน้าได้นี่……..”

“หรือว่าเขาอยู่ในสภาพว่าผนึกพลังของตัวเอง ? ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ ”

ทั้ง 3 คนได้แต่ขมวดคิ้วไปตามๆกัน

ต้องรู้นะว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้นั้นมีพลังของจิตสัมผัสที่ต่างชั้นกับเขตแดนชีพจรเทวะมากดังนั้นตามปกติแล้วเขตแดนชีพจรเทวะต้องไม่สามารถต่อกรกับเขตแดนผู้รอบรู้ได้ทว่าตอนนี้การกระทำของหลินเทียนนั้นขัดต่อหลักความเป็นจริงมากๆ

หลุยจี่ฮุยที่อยู่บนเวทีเป็นตายเองก็ตระหนักได้ถึงสิ่งนี้และทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

เขาได้คำรามออกมาด้วยความโกรธพร้อมทั้งปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“นี่มันทักษะกระบี่ 7 วิถีระดับที่ 6 ! คลื่นกระบี่ทำลายล้าง ! ”

“นี่หลุยจี่ฮุยใช้ระดับที่ 6 ตรงๆเลยงั้นรึ ? ”

พวกเขาได้แต่ผงะไป

“พอได้แล้ว ! ”

ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

หลินเทียนได้ยกกระบี่ของเขาขึ้นมาพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปอย่างรุนแรง

ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงของอีกฝ่ายได้สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายอยู่ในอากาศขณะที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุหน้าท้องของหลุยจี่ฮุยและส่งให้ร่างของเขาลอยเคว้งออกไปไกล