0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เฒ่าขี้เมาได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาขณะที่จ้องมองไปทางจี่หยูก่อนที่จะจับคางของตัวเองเอาไว้ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

กระบี่ในมือของจูหวูเต๋ายังคงจ่อคอของจี่หยูเอาไว้ขณะที่จ้องไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“หลินเทียน หยุดเรื่องในวันนี้แล้วข้าจะคืนนางให้เจ้า เราหายกันเป็นไง ? หากว่าตกลงข้าก็จะปล่อยนางแต่หากว่าไม่ข้าบอกได้เลยว่ามันจะไม่เป็นผลดีกับนางอย่างแน่นอน ”

จูหวูเต๋านั้นไม่ได้โง่และเขาไม่คิดจะฆ่าหลินเทียนในตอนนี้เพราะถึงอย่างไรก็ตามเฒ่าขี้เมาที่อยู่ในเขตแดนจักรพรรดินภายังอยู่และเขาเองก็ไม่ได้โง่พอจะล่วงเกินผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขนาดนั้นถึงได้ใช้วิธีนี้ เขาหวังเพียงแค่ว่ามันจะช่วยแก้ความวุ่นวายภายในสถานที่นี้ลงได้

ณ ตอนนี้ตราบใดที่หลินเทียนตกลงเรื่องราวทั้งหมดก็จะจบลงทันที

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางจูหวูเต๋าพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า

“อย่าได้ฝันหวานไปหน่อยเลย ”

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้ตกต่ำลงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ข้าจะพูดอีกครั้งเดียว หากว่าเจ้า…..”

“บึ้ส ! ”

ทันใดนั้นเองที่มีเส้นแสงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วขณะที่กลีบดอกบัวปลิวอยู่ในอากาศ

ตอนนี้เองที่มีร่างของหญิงสาวอายุราว 30 ปีปรากฏตัวขึ้นซึ่งรูปโฉมของนางนั้นงามไร้ที่ติแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางปลดปล่อยความน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ

สีหน้าของทุกคนที่นี่ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“นี่……”

“ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาอีกคน ทำไม………”

“วันนี้มันวันอะไรกัน ”

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

พริบตาเดียวมีตัวตนในตำนานปรากฏตัวขึ้นถึง 3 คน

เฒ่าขี้เมาได้มองไปยังหญิงสาวคนนั้นพร้อมกับพูดออกมาว่า

“คนใหญ่คนโตมาด้วยล่ะ ”

ชายวัยกลางคนชุดเหลืองเองก็ได้มองตามไปด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปว่า

“นิกายพิณใต้พิภพ กู่จู”

สายตาของหญิงสาวคนนั้นได้กวาดไปรอบๆก่อนที่จะจับจ้องไปทางจี่หยูพร้อมทั้งปลดปล่อยกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกออกมาปกคลุมลานกว้างนี้ไว้ทั้งหมดด้วยคลื่นกระบี่ที่น่ากลัว

“พี่สาวหยู ท่าน…”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

ดูเหมือนว่านางจะรู้จักอีกฝ่ายแต่ไม่รู้ถึงสถานะของอีกฝ่ายเช่นกัน

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ”

หญิงสาวคนนั้นได้พูดออกมาขณะที่จ้องมองไปทางจูหวูเต๋าและคนอื่นๆอย่างเย็นชาพลางพูดคำเดียวกับหลินเทียนออกมา

จูหวูเต๋าเองก็ถึงกับผงะไปทันที กระบี่ในมือของเขาสั่นไม่หยุด , ตอนนี้ต่อให้โง่แค่ไหนก็ดูออกว่าหญิงสาวคนนั้นมีความสัมพันธ์กับจี่หยูและนางมาที่นี่เพราะจี่หยู !

หลินเทียนเองก็ตกตะลึงกับการปรากฏตัวของอีกฝ่ายเช่นกันและหลังจากนั้นสายตาของเขาก็ตกไปอยู่ที่จี่หยูพลางเห็นมือที่กำลังสั่นระริกของจูหวูเต๋าถึงได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อเข้าประชิดด้วยความเร็วสูงสุดในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเหม่อลอย

“เจ้า……..”

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้เปลี่ยนไปทันทีขณะที่ยกกระบี่ขึ้นมา

หลินเทียนได้คว้ากระบี่เอาไว้ขณะที่เลือดไหลซิบลงมาจากฝ่ามือพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดกระแทกใส่ร่างของจูหวูเต๋าด้วยมืออีกข้าง

หมัดนี้ได้ปะทะเข้าที่ใบหน้าของจูหวูเต๋าพร้อมทั้งส่งร่างของเขาลอยออกไปไกล

“องค์เหนือหัว ! ”

แม่ทัพคนที่นำตัวจี่หยูมาที่อยู่ข้างๆเองก็ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปทางหลินเทียนโดยทันที

“ไสหัวไปซะ ! ”

หลินเทียนได้ส่งกระบี่ออกไปด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

กระบี่ยาวได้พุ่งทะลุผ่านลำคอของอีกฝ่ายและเก็บเกี่ยวชีวิตของแม่ทัพไปทันที

จนถึงตอนนี้เองที่เขาได้หันหน้ากลับไปมองทางจี่หยู

“หลินเทียน ”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่โปรดปราน

หลินเทียนยื่นมือไปปาดน้ำตาที่ของนางพร้อมทั้งทำลายเชือกที่มัดร่างของนางเอาไว้

เสียงฉีกขาดได้ดังขึ้นก่อนที่เชือกจะตกลงไปที่พื้น

“ไม่เป็นไรใช่ไหม ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

จี่หยูได้ส่ายศีรษะของนางพร้อมทั้งพูดว่า

“ไม่เป็นอะไรแต่รู้สึกปวดมือหลังจากที่ถูกมัดไว้นานเท่านั้นแหละ ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็ได้แต่กำหมัดแน่น

“หยูเอ๋อ ”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นขณะที่เส้นแสงได้พุ่งเข้ามาพร้อมทั้งร่างของหญิงสาวที่ปรากฏขึ้นข้างๆนาง , นางได้จับไหล่ของจี่หยูเอาไว้พลางสำรวจร่างกายของจี่หยูตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรถึงได้แสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมา

“ข้าไม่เป็นอะไร ”

จี่หยูได้ส่ายศีรษะของนาง

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ตอนที่ข้าไปที่คฤหาสน์ของเจ้าปู่เจ้าได้บอกข้ามาว่าเจ้าถูกจับตัวไว้ที่นี่ ”

หญิงสาวสวยได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดออกมาแล้วนางก็ได้มองไปรอบๆด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

จูหยุนเชิงและคนอื่นๆถึงกับแข็งค้างไปด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่น พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าจักรพรรดิองค์ใหม่ได้ไปทำอะไรไว้ถึงได้ยั่วยุผู้เชี่ยวชาญมาได้มากมายขนาดนี้ !

เฒ่าขี้มาได้มองไปทางจี่หยูก่อนที่จะหันกลับไปมองหลินเทียนแล้วพูดว่า

“เฮ้ ดูเหมือนว่าศิษย์ข้าจะตาดีหนิ คนรักของเจ้าเป็นถึงผู้สืบทอดนิกายคนต่อไปเลยนะ ”

หลินเทียนได้หันหน้าไปมองหญิงสาวพร้อมกับหันหน้ากลับไปยังห้องโถงของราชวัง

ที่นั่นมีจูหวูเต๋าที่กำลังตกอยู่ในสภาพอนาถขณะที่กระอักเลือดออกมาไม่หยุด

หลินเทียนได้แต่มองออกไปด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่าเก่าพร้อมทั้งเรียกเอากระบี่อีกเล่มออกมาจากแหวนมิติของเขา

“หลินเทียน”

จี่หยูได้เรียกออกมา

“อยู่ตรงนี้นะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้ก้าวเท้าออกไปพร้อมทั้งเดินเข้าไปทางจูหวูเต๋าโดยทันที

“เจ้าคิดจะทำอะไร ! ”

จูหวูเต๋าพยายามล่าถอยกลับไปด้วยใบหน้าที่ซีดเป็นกระดาษ

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองไปทางเขาด้วยสายตาที่เย็นชาเองก็ได้พุ่งเข้าประชิดร่างของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดเข้าใส่อย่างจัง

“โครม ! ”

หมัดที่รุนแรงได้กระแทกเข้ากับหน้าอกของจูหวูเต๋าอย่างหนักหน่วง

เสียงกระดูกแตกหักได้ถูกส่งออกมาขณะที่ร่างของจูหวูเต๋ากระเด็นออกไปไกล

หลินเทียนยังคงมองออกไปพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ของเขาไปตรงหน้าอย่างไร้ความปราณี

เลือดสาดกระจายออกมาขณะที่ขาซ้ายของอีกฝ่ายถูกสะบั้น

“อ๊ากก ! ”

จูหวูเต๋าได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชจนทำให้ใครหลายคนได้แต่รู้สึกขนหัวลุก

จูหยุนเชิงและคนอื่นๆมีสีหน้าที่น่าเกลียดเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่มีใครกล้าขยับไปไหนแม้แต่น้อย

เสียงร้องของจูหวูเต๋ายังคงดำเนินต่อไปขณะที่เลือดไหลรินออกมาจากขาซ้ายของเขา , ในสายตาของจูหวูเต๋านั้นเต็มไปด้วยความเกลียดและความกลัวต่อหลินเทียนพลางเหวี่ยงหมัดออกไปตรงหน้า , เขาที่เป็นลำดับที่ 2 ในตารางสายลมและหมู่เมฆนั้นทำให้หมัดนี้รุนแรงถึงขั้นที่ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ก็หลบยาก

อย่างไรก็ตามหลินเทียนในตอนนี้สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้แล้วจะต้องกลัวหมัดนี้ไปทำไม ?

“พุฟฟฟ ! ”

เขาได้เหวี่ยงกระบี่ออกไปก่อนที่แขนของอีกฝ่ายจะลอยขึ้นฟ้าไป

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้ง

“หยุด ! หลินเทียน หยุด ! เจ้าเองก็ไม่ได้เสียหายอะไร รีบหยุดเร็ว ! ข้าจะขอโทษคฤหาสน์แม่ทัพทั้งหมดเอง !”

จูหวูเต๋าได้โห่ร้องออกมา

สายตาของหลินเทียนยังคงเย็นยะเยือกเหมือนดั่งสัตว์อสูรพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง

เลือดสาดกระจายออกมาอีกครั้ง

“อ๊ากกกก ! ดวงตาของข้า ! ”

จูหวูเต๋าได้ยกมือข้างที่เหลือขึ้นมากุมใบหน้าของเขาเอาไว้เพราะตอนนี้ดวงตาทั้งสองของเขาได้ถูกทำลายโดยหลินเทียนทำให้ใบหน้าของเขาถูกชโลมไปด้วยเลือดจนดูไม่ต่างจากผีร้ายเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวสวยที่อยู่ด้านนอกเองก็ได้แต่จ้องมองด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

จี่หยูได้แต่กุมปากของตัวเองเอาไว้พร้อมทั้งอดไม่ได้ที่จะเมินหน้าหนี

“ตา ! ตาข้า ! ”

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างดัง

ณ ตอนนี้ผู้คนโดยรอบต่างรู้สึกขนหัวลุกหลังจากที่ได้ยินเสียงที่น่าสยดสยองเหล่านี้

“ข้าบอกแล้วว่าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งฟันไปที่ขาขวาของอีกฝ่าย , ขณะที่อีกฝ่ายกำลังโห่ร้องออกมานั้นเขาได้ฟันไปที่แขนซ้ายอีกครั้งก่อนที่จะปาดคอโดยทันที

“หลิน……หลิน……..”

จูหวูเต๋าได้แต่อ้าปากที่ท่วมไปด้วยเลือดโดยที่ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้

ณ ตอนนี้แขนขาของเขาถูกตัดจนหมดไม่เว้นแม้แต่ดวงตาดังนั้นถึงได้แต่กระทุกอยู่ที่พื้น

หลินเทียนได้จ้องมองออกไปด้วยสายตาที่ดุร้ายพร้อมทั้งกระทืบซ้ำไปที่หน้าอกของจูหวูเต๋าก่อนที่จะพูดว่า

“ยังดื้อด้านอยู่อีก ตายได้แล้ว ! ”

โครม ! , เขากระทืบไปยังกระดูกสันหลังของอีกฝ่ายและส่งผลให้เลือดทะลักออกมาอย่างน่ากลัว

ณ ตอนนี้จูหวูเต๋าไม่สามารถส่งเสียงอะไรออกมาได้แล้วเหมือนกำลังจะตายในไม่ช้า

หลินเทียนได้หยิบเอากระบี่ขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้าย

หลังจากนั้นเขาได้ยกมือขวาขึ้นก่อนที่จะกำด้ามกระบี่เอาไว้แน่นแล้วแทงลงไปอย่างสุดแรง ! พุฟฟฟ ! กระบี่ได้แทงทะลุหัวใจของจูหวูเต๋าไปก่อนที่จะปักเขาเอาไว้กับพื้นห้องโถงของราชวัง

หลินเทียนได้กวาดตามองซากศพของอีกฝ่ายพร้อมทั้งหันหลังเดินออกไปด้านนอก

จูหยุนเชิงและคนอื่นๆได้แต่แสดงสีหน้าที่ซีดเผือดออกมาเพราะว่าเสียงของจูหวูเต๋าได้หยุดลงแล้วแถมหลินเทียนยังเดินออกมาก็แสดงให้เห็นว่าจูหวูเต๋าได้ถูกสังหารลงแล้ว ! แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าปริปากด้วยซ้ำเพราะพวกเขาจะไปพูดอะไรได้ ?

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่ทหารทั้งหลายเองก็พอเดาผลลัพธ์ทั้งหมดได้ด้วยสีหน้าที่ซีดเป็นกระดาษไปตามๆกัน

จักรพรรดิองค์ใหญ่ได้ถูกสังหารลงภายในห้องโถงของราชวัง !

“หลินเทียน ”

จี่หยูเดินมาต้อนรับเขาแต่ไม่กล้ามองเข้าไปทางห้องโถงเลยด้วยซ้ำเพราะก่อนหน้านี้หญิงงามได้บอกนางเอาไว้ว่าอย่างมองเข้าไป ด้านในมันเป็นฉากที่สยดสยองมากๆ

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมา , มือและเสื้อผ้าของเขาถูกชโลมเอาไว้ด้วยเลือดจนเป็นสีแดงฉาน

“ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก รอก่อนนะ ”

เขาได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้เดินไปดึงเอากระบี่ออกมาจากเสาพร้อมทั้งก้าวเดินไปทางเจียงเหลินเหวิน

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินได้เปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งกำกระบี่เอาไว้แน่น

“ไอ้หนู ! อย่าได้โอหังเกินไปนะ ! ”

ชายวัยกลางคนชุดสีเหลืองส่งเสียงออกมาอย่างดัง

“ศิษย์รัก อยากจะทำอะไรก็เอาเต็มที่ไปเลย อาจารย์สนับสนุนเจ้าเอง ”

เฒ่าขี้เมาได้พูดออกมา

พริบตานี้เองที่ร่างของเฒ่าขี้เมาได้พุ่งไปขวางทางชายวัยกลางคนชุดเหลืองเอาไว้

“เฒ่าขี้เมา หลีกทางไป ! ”

ชายวัยกลางคนชุดเหลืองได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

“เอาชนะข้าสิแล้วข้าจะหลีกไป ”

เฒ่าขี้เมาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าไม่แยแส

“เจ้า ! ”

ชายวัยกลางคนได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

สำหรับเขาแล้ว เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของเฒ่าขี้เมาดีแล้วจะไปเอาชนะได้อย่างไร

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่หลินเทียนยังคงก้าวเดินเข้าไปทางเจียงเหลินเหวินพร้อมทั้งฟาดฟันออกไป

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินได้เปลี่ยนไปพร้อมทั้งยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันไว้โดยทันที

“ฉ่า ! ”

กระบี่ในมือของเจียงเหลินเหวินได้ถูกส่งกระเด็นออกไปทว่าคลื่นกระบี่ของหลินเทียนยังคงอยู่พร้อมทั้งฟาดฟันลงไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายโดยที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้