0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกไปทางจูหวูเต๋าอย่างรวดเร็ว

“ไอ้ชั่ว ! ”

จูหยุนเชิงได้ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธถึงขีดสุดพลางพุ่งเข้าไปทางหลินเทียน

จูหวูเต๋านั้นเป็นลูกหลานที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นนี้ดังนั้นถึงไม่สามารถปล่อยให้เป็นอะไรได้

“เป็นอะไรไป ? เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ด้วยกัน นี่เจ้าประเมินลูกหลานตัวเองต่ำขนาดนั้นเลย ? ”

จ้าวสมาคมได้พูดออกมา

เขาได้เหวี่ยงฝ่ามือที่ผสมพลังวิญญาณเข้าปะทะจูหยุนเชิงอย่างรวดเร็ว

“ปกป้ององค์เหนือหัว ! ”

แม่ทัพหลายๆคนต่างส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ทหารทั้งหลายที่อยู่โดยรอบพร้อมใจกันพุ่งเข้าไปขวางหลินเทียนไว้ทันที

หอกในมือของเขาพวกเขาหันเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

“ไสหัวไปให้พ้น ! ”

หลินเทียนได้คำรามออกมาอย่างดัง

กระบี่ในมือของเขาสั่นไหวขณะที่คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูส่งออกไปรอบทิศทาง

“พุฟฟ !”

“พุฟฟฟฟ !”

“พุฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ทหารหลายคนได้ตกตายลงโดยทันที

“ระยำ ! ”

จูเจียนฉีและคนอื่นๆเองต่างแสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมา

ผ่านมาตั้งหลายชั่วอายุแต่ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อนทว่าตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะกลับกล้าบุกเข้ามา , นี่มันเป็นการหยามจักรวรรดิอย่างใหญ่หลวง !

แกร๊ง !

เสียงคำรามของกระบี่ได้ถูกส่งออกมาขณะที่เสียงร้องโหยหวนยังคงดังก้อง

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปทางจูหวูเต๋าพร้อมทั้งฟาดฟันทุกอย่างที่ขวางทางเขาเอาไว้

จูหวูเต๋าที่กำลังที่กระบี่อยู่เองก็ได้ยินเพียงเสียง แกร๊ง ! ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกส่งลอยเคว้งออกไปกระแทกกับเสาที่อยู่ห่างออกไป

“อ่อนแอเสียจริง ”

ชินเฟิงได้พูดออกมาอย่างสบายอารมณ์

จูเจียนฉีและคนอื่นๆได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาเพราะพวกเขาทั้งหมดอยู่ในระดับเดียวกันถึงไม่สามารถปลีกตัวออกไปได้

หลินเทียนยังคงก้าวเดินต่อไปพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า

“นางอยู่ไหน ! ”

กระบี่ในมือของเขาได้ปลดปล่อยจิตสังหารที่เข้มข้นจนน่าสยดสยองออกมา

“แกร๊ง ! ”

อีกฝั่งหนึ่ง , เจียงเหลินเหวินที่อยู่ห่างออกไปได้สำแดงทักษะเพลงกระบี่วิญญาณเยือกแข็งมาทางหลินเทียนจนทำให้ชินเฟิงและคนอื่นๆถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไป

“ดูเหมือนว่าจะพอมีน้ำยาอยู่บ้าง สมแล้วที่เข้าร่วมกับนิกายได้ ”

ผู้อาวุโสจินได้พูดออกมา

หลินเทียนก้าวถอยหลังกลับไปก่อนที่จะปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ที่รุนแรงกว่าเก่าพลางฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่เข้าปะทะ

การโจมตีของเจียงเหลินเหวินได้ถูกทำลายลงโดยทันที

“ไสหัวไปซะ ! ”

หลินเทียนได้พุ่งเข้าประชิดร่างของอีกฝ่ายพร้อมทั้งยกเท้าถีบไปที่หน้าท้องของเจียงเหลินเหวิน

โครม ! ร่างของเจียงเหลินเหวินได้ปลิวออกไปไกลกว่า 20 เมตรก่อนที่จะสำลักเลือดออกมา

“ดูเหมือนว่าผู้มีพรสวรรค์ของเราจะเหนือกว่านะ ”

ผู้อาวุโสเนี่ยได้หัวเราะออกมา

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วเจียงเหลินเหวินที่ถูกถีบปลิวออกไปก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมามากกว่าเก่า

อ๊าก ! เจียงเหลินเหวินได้พยุงตังเองขึ้นมาพร้อมทั้งปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงไม่แพ้กับชายชราเขตแดนผู้รอบรู้คนก่อนหน้านี้ , เขาหยิบกระบี่ขึ้นพร้อมทั้งพุ่งออกไปด้วยความเร็วดั่งเสือก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่เข้าใส่หลินเทียน

“ข้าคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นนี้ ! ”

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวและดุร้าย , เขาพ่ายแพ้ให้กับหลินเทียนมาหลายครั้งถึงได้ทำให้ความเกลียดซึมเข้าไปในกระดูกดำ หากว่าไม่มีหลินเทียนอยู่เขาก็คงจะได้เป็นที่ 1 ของเมืองหลวงนี้ เขายอมไม่ได้ที่จะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเขา !

“โครม ! ”

คลื่นกระบี่ได้พุ่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็วและส่งผลให้อากาศโดยรอบแข็งตัวโดยทันที

หลินเทียนที่กำลังเดินเข้าไปหาจูหวูเต๋าเองก็ได้แต่แสดงประกายตาที่โกรธจัดออกมาหลังจากที่หันมองไปทางเจียงเหลินเหวิน , ณ ตอนนี้เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์พร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปทำลายการโจมตีของอีกฝ่ายก่อนที่จะพุ่งเข้าประชิดร่างของเจียงเหลินเหวินแล้วเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่

เจียงเหลินเหวินรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แก้มขณะที่ร่างของเขาได้ลอยเคว้งลงไปกระแทกกับพื้นด้านล่าง , หลินเทียนยังคงเดินเข้าไปหาเจียงเหลินเหวินพร้อมทั้งตบเขาซ้ำอีกครั้ง

“เพรี้ย ! ”

เสียงตบดังสนั่นส่งร่างของเจียงเหลินเหวินปลิวออกไปไกลอีกครั้ง

หลินเทียนได้พุ่งออกไปพร้อมทั้งยกเท้าเตะอัดไปที่ศีรษะของเจียงเหลินเหวิน

การโจมตีนี้ค่อนข้างป่าเถื่อนและส่งผลให้เลือดเปรอะไปทั่ว

ผู้คนที่อยู่โดยรอบเองก็ต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน ผู้สืบทอดของตระกูลเจียงที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับ 1 ของตารางสายลมและหมู่เมฆกลับตกอยู่ในสภาพอนาถขนาดนี้ !

“ระยำ ! ยังไม่หยุดมืออีกงั้นรึ ! ”

จูเจียงฉีได้คำรามออกมาอย่างดัง

ผู้อาวุโสเนี่ยเองก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่พลางพูดว่า

“ดูเหมือนว่าพวกราชวงนี่จะหน้าไม่อายทั้งนั้นเลยนะ ”

“เจ้า……….”

จูเจียงฉีได้แต่คำรามออกมาด้วยความโกรธพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าปะทะ

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้หันหน้าไปมองจูยี่ที่อยู่ห่างออกไปพร้อมทั้งเดินเข้าไปทางเจียงเหลินเหวินอีกครั้ง

“ข้าบอกแล้วว่าวันนี้ข้าจะตัดแขนเจ้าซะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่ต้องการความเมตตาที่จูยี่เรียกร้องให้เขาแต่เขาก็ยังรู้สึกซาบซึ้งอย่างมากที่อีกฝ่ายปฏิบัติต่อเขาเช่นเพื่อนแต่เจียงเหลินเหวินกลับใช้มือขวาตบจูยี่จนปลิวออกไปไกลดังนั้นเขาถึงต้องชำระความแค้นนี้

ไม่ ! เขาจะต้องเหี้ยมยิ่งกว่านั้น !

“แกร๊ง ! ”

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาเพื่อเตรียมการโจมตีต่อไป

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินเปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันไว้ที่หน้าอก

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ของหลินเทียนนั้นรุนแรงอย่างมากและแม้ว่าเจียงเหลินเหวินจะป้องกันเอาไว้แต่ก็ยังคงถูกผลักกระเด็นออกไป

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ต่อไปได้พุ่งออกมา

เจียงเหลินเหวินตั้งรับอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังคงถูกส่งกระเด็นออกไปไกล

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งอาศัยจังหวะนี้ฟาดฟันไปยังแขนขวาของอีกฝ่าย

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินเปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งพยายามล่าถอยแต่ก็ยังไม่สามารถหนีรอดจากระยะการโจมตีของหลินเทียน

“เหอะ ! ”

ทันใดนั้นเองที่มีเสียงแสยะหนึ่งดังขึ้นจากฟากฟ้า

หลินเทียนรู้สึกเพียงแค่ไอเย็นที่กำลังปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้ดังนั้นถึงได้รีบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

ในตอนนี้เองที่คนอื่นๆเห็นเพียงแค่ว่ามีชายวัยกลางคนๆหนึ่งกำลังยืนอยู่กลางอากาศในชุดสีเหลือง

ยืนอยู่กลางอากาศ !

“นี่ ? !”

หลายๆคนได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันทีไม่เว้นแม้แต่จ้าวสมาคม

“ยืนอยู่บนท้องฟ้าได้โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก นี่ ใช่………ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภา ? ”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาอย่างมาก

เจียงเหลินเหวินที่อยู่อีกฝั่งเองก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่มีความสุขว่า

“ท่านผู้อาวุโส ! ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที

“นั่นคือคนจากนิกายที่เจียงเหลินเหวินเข้าร่วม ? ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนเองก็ได้แต่จ้องมองไปยังอีกฝ่ายพร้อมกับรู้สึกขนหัวลึก เขาไม่ลังเลเลยที่จะก้าวถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

“คิดจะหนีอีกงั้นรึ ! ”

ชายวัยกลางคนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งเหวี่ยงมือขวาเพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกไปทางหลินเทียน

สีหน้าของหลินเทียนเปลี่ยนไปอย่างหนักเพราะแม้ว่ามันอาจดูเหมือนการโจมตีธรรมดาๆแต่มันปิดกั้นช่องทางหนีของเขาเอาไว้ทั้งหมด เขาไม่มีทางหลบออกไปได้ !

“แกร๊ง ! ”

ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามของกระบี่ดังขึ้นขณะที่การโจมตีของชายวัยกลางคนได้สลายหายไปทันที

“ยี่เจิ้งฉาง ดูเหมือนจะมีความสามารถมากหนิ อยู่ในเขตแดนจักรพรรดินภาแต่กล้ารังแกศิษย์ของพ่อคนนี้ อยากจะขยับกล้ามเนื้อกันหน่อยไหม ! ”

ชายขี้เมาวัยกลางคนที่ยืนอยู่กลางอากาศได้ส่งเสียงออกมาขณะที่เดินเข้ามาทีละก้าว

หลายๆคนถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

นี่มันผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาอีกคน !

“เป็นเขา ! ”

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไปทันทีเพราะว่าเขารู้จักชายขี้เมาคนนี้ดี มันเป็นชายที่เอาตัวหลินเทียนไปเมื่อวานนี้และแม้ว่าเขาพอจะเดาได้ว่าชายคนนี้แข็งแกร่งมากแต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาที่เป็นตัวตนในตำนาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายเป็นอาจารย์ของหลินเทียน !!

ชายวัยกลางคนชุดเหลืองที่อยู่กลางอากาศได้มองไปทางเฒ่าขี้เมาพร้อมกับพูดว่า

“ไอ้เฒ่าอย่างเจ้านี่รับลูกศิษย์กับเขาด้วยงั้นรึ !”

“แล้วพ่อคนนี้จะรับไม่รับมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ! ”

เฒ่าขี้เมาได้พูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หยิบเอาเหล้าขึ้นมาดื่ม

ผู้คนรอบข้างได้แต่มองไปยังตัวตนในตำนานเหล่านี้

หลินเทียนเองก็ได้เหลือบมองไปทางเฒ่าขี้เมาเล็กน้อยก่อนที่จะก้าวเข้าไปทางเจียงเหลินเหวินอีกครั้ง

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกมาโดยทันที

“กล้านักนะ ! ”

ชายวัยกลางคนชุดเหลืองได้คว้าออกไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เย็นชาถึงขีดสึด

ณ ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งเข้ามาปะทะกับเขาจนทำให้กระเด็นออกไปไกล

เฒ่าขี้มาที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าเองก็ได้หัวเราะออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางพูดว่า

“สมแล้วที่เป็นศิษย์ของข้า ! มันต้องอย่างงี้ ! ”

หลินเทียนยังคงต้อนไปทางเจียงเหลินเหวินขณะที่ฟาดฟันคลื่นกระบี่ออกไปไม่หยุด

“เจ้า…….”

“โครม ! ”

เจียงเหลินเหวินที่ยังพูดไม่ทันจบได้กระเด็นออกไปพลางกระอักเลือดออกมาทันที

“บังอาจ ! ”

ชายวัยกลางคนชุดเหลืองที่อยู่บนฟ้าได้ยกมือคว้าไปทางหลินเทียนอีกครั้ง

“เจ้าสกุลยี่ นี่หน้าไม่อายเลยหรือไง อยากจะสู้นักงั้นพ่อคนนี้จะเล่นด้วยเอง !”

เฒ่าขี้เมาได้ส่งการโจมตีออกไปปะทะ

แกร๊ง ! แม้ว่าในมือของเฒ่าขี้เมาจะไม่มีกระบี่แต่เขาได้สร้างกระบี่ยาว 15 เมตรออกมาจากพลังฉีพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของชายวัยกลางคนชุดเหลืองได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะรีบเบี่ยงออกไปด้านข้าง

คลื่นกระบี่ได้ตกกระทบกับตำหนักเบื้องล่างก่อนที่จะส่งผลให้เกิดหลุมยักษ์ความกว้างกว่า 21 เมตร , ตำหนักทั้งหลังได้ถูกทำลายลงในพริบตา

ผู้คนโดยรอบต่างสูดหายใจเข้าลึกหลังจากที่มองไปยังภาพตรงหน้า

นี่มันพลังทำลายอะไรกัน ?

ณ ตอนนี้จูหยุนเชิงและคนอื่นๆมีสีหน้าน่าเกลียดเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับตัวตนในตำนานวันนี้แต่หนึ่งในนั้นกลับเป็นอาจารย์ของหลินเทียน !

หลินเทียนยังคงพุ่งเข้าไปทางเจียงเหลินเหวินโดยไม่สนใจสถานการณ์รอบข้างแม้แต่น้อยพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไป

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศขณะที่ร่างของเจียงเหลินเหวินได้ลอยออกไปไกล

“โครม ! ”

หลินเทียนได้ยกเท้าขึ้นมากระทืบที่หน้าอกของเจียงเหลินเหวินก่อนที่จะเตะเขากระเด็นออกไปไกลกว่า 15 เมตร

เฒ่าขี้เมาได้หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าสกุลยี่ ดูเจ้าผู้มีพรสวรรค์ที่เจ้าเพ่งเล็งกำลังถูกศิษย์ข้าบดอยู่สิ ! ”

สีหน้าของชายวัยกลางคนชุดเหลืองได้ตกต่ำลงโดยทันที

ณ ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ล้วนแต่หยุดมองการต่อสู้ของหลินเทียนและเจียงเหลินเหวินด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นอย่างมาก , ณ ตอนนี้สภาพของเจียงเหลินเหวินนั้นอนาถเป็นอย่างมาก เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเท้าและคราบเลือดมากมาย

“โครม ! ”

ร่างของเจียงเหลินเหวินได้ลอยเคว้งออกไปอีกครั้ง

สายตาของหลินเทียนในตอนนี้เย็นชาอย่างมาก เขายังคงก้าวต่อไปพลางชี้กระบี่ไปทางแขนขวาของเจียงเหลินเหวิน

“หยุด ! ”

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

หลินเทียนได้มองตามเสียงไปพร้อมกับพบว่าที่มุมหนึ่งของลานนั้นมีแม่ทัพคนหนึ่งกำลังลากตัวจี่หยูเข้าไปหาจูหวูเต๋า , ตอนนี้ใบหน้าของนางซีดเซียงเป็นอย่างมากแถมร่างกายยังถูกมัดไว้ด้วยเชือกขนาดใหญ่

ดวงตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไปกระแทกกับเจียงเหลินเหวินจนทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปไกลอีกครั้ง

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ! ”

เขาได้จ้องมองออกไปตรงหน้าด้วยสายตาที่ดุร้ายเหมือนดั่งสัตว์อสูรที่น่าสยดสยอง

จี่หยูที่ถูกมัดอยู่เองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่มีความสุขพลางพูดว่า

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องไม่เป็นอะไร ! ”

“ข้ามาพาเจ้ากลับไป ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขาก้าวออกไปพร้อมๆจิตสังหารที่รุนแรง

“หยุด ! ”

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมทั้งยกกระบี่จี้ลำคอของจี่หยูเอาไว้พลางพูดว่า

“วางกระบี่ลงไม่งั้นข้าไม่รับประกันว่ากระบี่ของข้าจะทะลุลำคอของนางรึไม่ ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงไม่อยากเห็นภาพแบบนั้นหรอก”

จูหวูเต๋ารู้ดีว่าตราบใดที่หยุดหลินเทียนได้สถานการณ์ทุกอย่างก็จะจบลงทันทีดังนั้นถึงได้สั่งการให้คนไปนำตัวจี่หยูมาอย่างลับๆและดูเหมือนว่ามันจะมีประโยชน์อย่างมาก

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมามากกว่าเก่า

“จูหวูเต๋า ข้าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น !”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

กระบี่ในมือของเขาได้ถูกเหวี่ยงออกไปปักอยู่ในเสาที่อยู่ข้างๆ

“หลินเทียน เจ้าไม่ต้องไปฟังคำพูดของเขา ! ”

จี่หยูได้รีบพูดออกมาด้วยท่าทางที่กระวนกระวายอย่างมาก

เฒ่าขี้เมาที่อยู่บนท้องฟ้าเองก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

“เจ้าหนูนี่มันดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องมิตรภาพที่เกินไปหน่อย แม้ว่ามันจะดีก็จริงแต่ในโลกผู้บ่มเพาะมันจะเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรง ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้มองไปทางจี่หยูพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า

“แปลกแหะ ทำไมตุ๊กตาน้อยตัวนี้ถึงได้มีกลิ่นอายของเคล็ดวิชากระบี่บัวหิมะกัน ? นั่นมันเป็นความลับของนิกายพิณใต้พิภพที่ห้ามเปิดเผยไม่ใช่รึไง ”