0 Views

มาช้าหน่อยนะครับ ออกไปทำธุระมาครับผม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ร่างของชายชราได้ลอยเคว้งออกไปไกลแถมยังมีรูโหว่อยู่กลางหน้าอก

ชายชราได้กระอักเลือดออกมาอย่างหนักพร้อมทั้งหน้าอกที่ชุ่มไปด้วยกองเลือดจนดูน่ากลัว

“นี่………..”

ผู้คนถึงกับมีดวงตาเบิกกว้างไปตามๆกัน

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ยังคงก้าวเดินออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสเช่นเคย

มันเป็นอย่างที่ชินเฟิงว่าเอาไว้ เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 4 แถมยังฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับสูงอย่างหนึ่งวิญญาณสวรรค์ทำให้พลังวิญญาณของเขาไม่ต่างอะไรไปกับจิตสัมผัสของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยแม้แต่น้อย

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังก้าวเข้ามาแล้วชายชราก็ได้แต่สั่นสะท้านพร้อมกับก้าวถอยหลังไป

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่คำรามดังขึ้นขณะที่หลินเทียนได้ยกมือขวาขึ้นมาแล้วฟาดฟันออกไป

พุฟฟฟ ! แขนซ้ายของชายชราได้ถูกตัดขาดไปอีกข้าง

“อ๊ากก ! ”

ชายชราได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสังเวชพร้อมทั้งก้าวถอยกลับไปก่อนที่จะคุกเข่าลงกับพื้น

ในเวลาไม่นานแขนทั้งสองข้างของเขาถูกกุดจนไม่เหลือ

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เย็นชาพร้อมทั้งยกกระบี่ในมือขึ้นอีกครั้ง

“หยุดนะ ข้า…….”

“พุฟฟ ! ”

กระบี่นี้ได้ฟันผ่านลำคอของชายชราจนศีรษะของเขาหลุดออกไปทันที

หลายๆคนได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆกัน

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

“นั่นน่ะผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยนะ ! แต่กลับ…….”

“นี่……”

หลายๆคนได้แต่มองไปที่กันและกัน

ชินเฟิงและคนอื่นๆเองก็ได้เหลือบมองไปทางหลินเทียนเล็กน้อยพร้อมกับพูดออกมาว่า

“เจ้าหนูนี่…..”

แน่น่อนว่าพวกเขาไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งขนาดนี้

จูเจียนฉีและบรรพบุรุษคนอื่นๆเองก็มีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ชายชราคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญรับเชิญของจักรวรรดิแต่กลับถูกสังหารลงโดยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนี่มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆ !

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์ออกมาเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมทั้งก้าวข้ามศพของชายชราไปหาจูหวูเต๋า

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วจูหวูเต๋าก็ได้แต่สั่นสะท้านไปพลางมองไปทางเจียงเหลินเหวิน

“ป้องกันไว้ ! ”

หนึ่งในแม่ทัพได้ออกคำสั่งอย่างดัง

ทันใดนั้นเองที่ทหารทั้งหลายต่างวิ่งมาขวางหน้าหลินเทียนเอาไว้

“ฆ่า ! ”

แม้ทหารทั้งหลายอาจจะกลัวแต่ก็ยังคงปฏิบัติตามเพราะว่ากฎของราชวงนั้นไร้ความปราณีถึงไม่กล้าขัดคำสั่ง

เมื่อจ้องมองไปยังคนเหล่านี้แล้วหลินเทียนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมา

“ไสหัวไปซะ ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไปโดยรอบ

“พุฟฟ ! ”

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ !”

เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นกระบี่ที่รุนแรงเหล่านี้แล้วต่อให้เป็นทหารที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 เองก็ยังไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ดังนั้นนับประสาอะไรกับทหารธรรมดาๆ , ครั้งนี้กองทหารหลายสิบคนได้แต่นอนจมกองเลือดของตัวเองหลังจากที่ถูกคลื่นกระบี่กลืนไป

หลินเทียนในตอนนี้เปรียบเสมือนดั่งเทพเจ้าสายฟ้าเปลวเพลิงแห่งความตายที่จุติมาเกิดใหม่ ทุกก้าวย่างของเขาพร้อมบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง หากว่ามองในมุมกว้างแล้วจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่คลื่นกระบี่ถูกส่งออกมานั้นเหล่าทหารธรรมดามากมายล้วนทรุดลงจมกองเลือดอยู่กับพื้นเต็มลานไปหมด

“ดูเหมือนว่ายังไงวันนี้ที่นี่ก็ต้องชโลมไปด้วยเลือด”

ชินเฟิงได้พูดออกมา

จูเจียนฉีและคนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาเพราะตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิมานั้นไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน !

“ไอ้สิ่งโสมม ! ”

จูเจียนฉีได้ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธพร้อมทั้งพยายามพุ่งเข้าหาหลินเทียน

น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสจินได้พุ่งออกไปปะทะด้วยฝ่ามือพลางพูดต่อว่า

“รีบร้อนอะไรกัน ? อยากจะปกป้องลูกหลานอกตัญญูก็ต้องจ่ายอย่างสมน้ำสมเนื้อ ”

“เจ้า ! ”

จูเจียนฉีได้แต่จ้องมองออกไปด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

“การกระทำของจักรพรรดิองค์ใหม่ถูกลิขิตให้จบอย่างอนาถอยู่แล้ว”

ผู้อาวุโสจินได้พูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกไปโดยรอบขณะที่หลินเทียนยังคงก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางที่ชโลมไปด้วยเลือด

“จูหวูเต๋า ! ”

เขาได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไป

โครม ! คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงพุ่งออกไปเป็นห่าฝน

จูหวูเต๋าได้รีบเรียกเอากระบี่ของตนออกมาตอบโต้และแน่นอนว่ามันเป็นอาวุธสมบัติระดับสูงเช่นกัน , อย่างไรก็ตามคลื่นกระบี่ของหลินเทียนนั้นรุนแรงเกินไปและต่อให้เขาใช้ประโยชน์จากอาวุธก็ยังถูกดีดปลิวออกไปกระแทกกับเสาหลักที่อยู่ห่างออกไปจนกระอักเลือดออกมาคำโต

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินเองก็ไม่สู้ดีนักขณะที่ฟาดฟันกระบี่ออกไปตรงหน้า

เขาฝึกฝนทักษะกระบี่วิญญาณเยือกแข็งของตระกูลเจียงได้กว่า 90% แล้วดังนั้นพลังทำลายของมันถึงได้สูงมาก

“ไสหัวไปซะ”

คลื่นกระบี่ของเจียงเหลินเหวินได้ถูกทำลายลงด้วยการฟาดฟันของหลินเทียนก่อนที่จะส่งร่างของเขาลอยออกไปไกล

หลินเทียนยังคงก้าวเดินขึ้นบันไดสีขาวไปขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น

พริบตาเดียวเขาก็ได้เดินเข้าไปถึงห้องโถงด้านใน

“นางอยู่ที่ไหน ! ”

เขาจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่ดุร้ายอย่างมาก

“เจ้า………”

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ได้ส่งให้ร่างของจูหวูเต๋าลอยเคว้งออกไปอีกครั้ง

“ข้าถามเจ้าว่านางอยู่ไหน ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ทุกครั้งที่นึกถึงข้อความในสมุด อารมณ์ของเขาก็มักจะปั่วป่วนและคลั่งโดยทันที

“องค์เหนือหัว ! ”

กลุ่มทหารได้พุ่งเข้ามา

หลินเทียนได้ฟาดฟันคลื่นกระบี่กลับไปโดยที่ไม่หันไปมองด้วยซ้ำ

“พุฟฟ !”

“พุฟ!”

“พุฟฟฟ ! ”

ทหารทั้งหลายที่กรูกันเข้ามาต่างตกตายลงและย้อมขั้นบันใดเป็นสีแดงฉาน

สีหน้าของจูหวูเต๋าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขณะที่พยุงตัวเองขึ้นด้วยกระบี่ของเขา

หลินเทียนในตอนนี้มันแข็งแกร่งเกินไป !

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมากว่าเก่าพร้อมทั้งห่อหุ้มร่างกายตัวเองเอาไว้ด้วยพลังสายฟ้าและเปลวเพลิงพลางปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างบ้าคลั่งจนก่อเกิดเป็นลมกระโชกที่รุนแรง

เขายังคงจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าขณะที่ก้าวเท้าออกไปทีละก้าว

จิตสังหารของเขาถาโถมเข้าไปทางอีกฝ่ายเหมือนเกลียวคลื่นลูกยักษ์

“โอหังนักนะ ! จักรวรรดิของข้าปั่นป่วนไปหมด ! ”

เสียงหนึ่งได้ถูกส่งออกมา

ร่างๆหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของจูหวูเต๋าซึ่งเขาเป็นชายชราสภาพเหมือนคนกำลังจะตาย

หลังจากที่เห็นร่างของชายคนนี้แล้วท่าทางของหลายๆคนได้เปลี่ยนไปทันที

ณ ตอนนี้หลายๆคนสามารถสัมผัสได้เลยว่าชายคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก !

“ท่านบรรพบุรุษที่ 1 ”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุขพลางปาดรอยเลือดที่มุมปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ชินเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาว่า

“จูหยุนเชิง ไอ้แก่อย่างเจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกงั้นรึ ? จะ 130 ปีแล้วนะ !”

“มันเป็นเพราะว่าท่านบรรพบุรุษตัดผ่านไปได้ 2 ระดับจนถึงเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9 จากระดับ 7 และอีกไม่นานก็จะตัดผ่านไปยังเขตแดนจักรพรรดินภาได้แล้ว แน่นอนว่าอายุขัยของท่านต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ! เหอะ ! คิดว่าอะไรถึงได้ทำให้เราสามารถควบคุมจักรวรรดิได้ ? ก็เพราะว่าท่านบรรพบุรุษไง ! ไม่มีใครสามารถแตะต้องจักรวรรดิของเราได้ ! ”

จูเจียนฉีได้พูดออกมาอย่างดัง

ชินเฟิงเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

จูหยุนเชิงที่อยู่ตรงหน้าจูหวูเต๋านั้นมีสภาพเหมือนคนกำลังจะลงโลงแต่กลับส่งกลิ่นอายที่รุนแรงออกมาทำให้หลินเทียนถึงกับไม่สามารถก้าวต่อไปได้

“เป็นผู้มีพรสวรรค์แต่น่าเสียดายจริงๆ ”

จูหยุนเชิงได้ส่ายศีรษะของเขา , มันไม่แปลกที่เขาจะสัมผัสถึงระดับพลังของหลินเทียนได้เพราะตัวเขาอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ก้าวเดินเข้าไปทางหลินเทียนทีละก้าวแต่ตอนนี้เองที่มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆหลินเทียนถึงได้ทำให้เขาต้องหยุดเท้าลงแล้วถามออกมาว่า

“ท่านเป็นใคร ? ”

“สมองของจักรพรรดิองค์ใหม่นี่หนักเอาการถึงได้คิดว่าตัวเองควบคุมจักรวรรดินี้ ? ”

ร่างนั้นได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลินเทียนได้หันหน้าไปมองชายชราที่อยู่ข้างๆเขา , ชายคนนี้ดูมีอายุราวๆชินเฟิงแต่กลิ่นอายที่ส่งออกมานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าจูหยุนเชิงเลยแม้แต่น้อยทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาสัมผัสได้ว่าชายคนนี้มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากๆซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ประมาณระดับที่ 6 ดังนั้นเขาถึงได้พอเดาสถานะของอีกฝ่ายได้ทันที

จูหยุนเชิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เย็นยะเยือกว่า

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง ? ”

“จี่หยวนฉานอุส่าพยายามอย่างหนักเพื่อจักรวรรดิโดยที่ออกไปสู้รบในสมรภูมิกว่าหลายสิบปีแถมลูกหลานเองก็ตายไปหลายคนจนแทบจะสูญสิ้นทว่าจักรพรรดิองค์ใหม่กลับให้ร้ายว่าเขาเป็นกบฏพร้อมทั้งสั่งฆ่าล้างคฤหาสน์แม่ทัพแถมยังจับหลานสาวของเขาเอาไว้อีก การกระทำของเจ้านี่ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อย ? ”

ร่างๆนั้นได้พูดออกมา

จูหยุนเชิงได้ขมวดคิ้วของเขาพร้อมกับพูดว่า

“เรื่องนี้ข้ารู้แล้วและข้าจะลงโทษจักรพรรดิองค์ใหม่เองเพื่อทำขวัญให้กับจี่หยวนฉาน ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้มองไปทางหลินเทียนพลางพูดว่า

“ส่วนเขาที่กล้าสร้างความปั่นป่วนถึงขนาดนี้ต้องประหาร ! ”

“จะประหารเขา ? ”

ร่างๆนั้นได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ปลดปล่อยแรงกดดันอันรุนแรงของเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9 ตอนปลายออกมา

แรงกดดันนี้ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายอื่นที่ต่างออกไป

จูหยุนเชิงได้แต่ผงะไปพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปว่า

“นี่มัน………พลังวิญญาณ ? ระดับ 6 เป็นอย่างน้อย !”

ตรงนี้เองที่เขาได้หันไปมองชินเฟิงและคนอื่นๆพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงดุร้ายว่า

“เจ้าเป็นจ้าวสมาคมปรมาจารย์ด้ายข่ายอาคมของเมืองนี้ นี่พวกเจ้าทั้งสมาคมต้องการจะเริ่มสงครามงั้นรึ ! ”

บรรพบุรุษคนอื่นๆเองก็ได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที

สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีอำนาจอย่างมากแต่จ้าวสมาคมกลับไม่เคยเปิดเผยตัวตนออกมาต่อหน้าสายตาผู้คนดังนั้นหลังจากที่จูหยุนเชิงเปิดเผยสถานะของชายคนนี้แล้วคนอื่นๆก็ถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที สถานะของจ้าวสมาคมนั้นเพียงพอที่จะให้จักรพรรดิต้องโค้งคำนับเลยด้วยซ้ำ !

ร่างๆนั้นได้พูดออกมาโดยไม่สนใจคำพูดของจูหยุนเชิงว่า

“เจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่เพียงปรมาจารย์รับเชิญของเราเท่านั้นแต่เป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้ที่ติของเรา จักรวรรดิของเจ้าไม่สามารถแตะต้องเขาได้ ! ”

แรงกดดันที่รุนแรงกว่าเก่าได้ปะทุออกมาขณะที่พูดอย่างราบเรียบว่า

“พูดก็พูดแล้วก็น่าจะรู้ว่าฝั่งไหนถูกฝั่งไหนผิดแล้วยังกล้ามาโทษอีก ? ”

สีหน้าของจูหยุนเชิงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยที่ไม่รู้ว่าจะตอบโต้กลับไปอย่างไร

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เคลื่อนไหวอีกครั้งพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปทางจูหวูเต๋า

“บังอาจ ! ”

จูเชิงหยุนยกมือขึ้นมาจับไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่เย็นชา

“วันนี้สมาคมของข้าจะช่วยจักรวรรดิประหารลูกหลานอกตัญญูเองแล้วกัน พวกเจ้าควรจะรู้สึกขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเจ้าสมาคมได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะขวางทางของจูหยุนเชิงเอาไว้

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่คลื่นกระบี่ของหลินเทียนได้พุ่งไปทางจูหวูเต๋าโดยทันที