0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ทหารหลายคนที่อยู่เบื้องหน้าเองก็ได้แต่มองออกไปยังชายหนุ่มที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆด้วยสีหน้าที่ตกต่ำลง

“บังอาจ ! กล้าดียังไงถึงได้ถืออาวุธมุ่งหน้ามาทางรางวัง ! ยังไม่หยุดอีกงั้นรึ ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงตะโกนออกไป

ชายหนุ่มสาวชุดคลุมยาวถือกระบี่ไว้ในมือเองก็ยังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่าชายหนุ่มคนนี้คือหลินเทียน

“ยังไม่หยุดใช่ไหม ? จับตัวมันไว้ ! ”

ผู้บัญชาการทหารถือหอกแหลมได้ก้าวออกมาพร้อมกับส่งเสียงอย่างดัง

บนใบหน้าของหลินเทียนนั้นไม่มีความรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย สายตาของเขาจดจ่ออยู่เพียงพื้นที่เบื้องหน้าอย่างเย็นชาจนทำให้เหล่าทหารที่กำลังวิ่งเข้ามาต่างผงะไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนที่จะก้าวถอยกลับไป

“เจ้า………”

เมื่อจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วสีหน้าของพวกเขาได้แต่ซีดลงพร้อมทั้งกัดฟันแน่นก่อนที่จะแทงหอกออกไป

แกร๊ง ! เสียงกระบี่คำรามดังขึ้นแต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลินเทียนเคลื่อนไหวตอนไหน หลังจากนั้นทหารทั้งหลายที่อยู่เบื้องหน้าเขาต่างล้มลงไปตามๆกัน

จนถึงตอนนี้เองที่เห็นเพียงแค่ว่าพื้นด้านหน้าต่างเจิ่งนองไปด้วยกองเลือด

“กล้าสังหารกองกำลังราชวงงั้นรึ ! ”

“รุมมัน ฆ่ามันซะ ! ”

ก่อนหน้านี้มีคนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูประมาณ 10 กว่าคนทว่าตอนนี้เหล่าผู้บัญชาการเขตแดนชีพจรเทวะตอนต้นต่างแห่กันมาพร้อมๆกับกองทหารมากมาย

“แกร๊ง !”

เสียงกระบี่คำรามได้ถูกส่งออกมาขณะที่ทหารทั้งหลายต่างถูกพัดกระเด็นออกไปพร้อมกับเลือดที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ

ณ ตอนนี้มันยังเป็นช่วงเช้าตรู่ดังนั้นที่ด้านหน้าถนนถึงไม่มีผู้คนมากนักแต่หลังจากที่ชาวบ้านเหล่านั้นเห็นภาพเหล่านี้แล้วต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามีคนกล้าสังหารทหารยามที่หน้าประตูทางเจ้าราชวัง ! นี่มันเป็นการก่อกบฏ ?!

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกอยู่เช่นเคยหลังจากที่สังหารทหารเหล่านั้นไปแล้ว

เขาก้าวเดินออกไปทางลานทีละก้าว ๆ

“บังอาจ ! ”

ผู้บัญชาการทหารได้คำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

เห็นเพียงแค่ว่าคลื่นกระบี่ที่เย็นยะเยือกได้พุ่งผ่านลำคอของเขาออกไป

โครม ! ร่างของเขาได้ทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะตกตายลงโดยมิอาจต่อต้านได้

หลินเทียนในตอนนี้ยังคงก้าวเดินต่อไปก่อนที่จะเดินไปถึงที่หน้าประตูลานด้านหน้าราชวัง , มันเป็นประตูสูงกว่า 6 เมตรซึ่งให้ความรู้สึกน่าเกรงขามอย่างมากและมันเป็นเพราะว่าตอนนี้เป็นช่วงเช้าตรู่ดังนั้นประตูนี้ถึงยังไม่เปิด

หลินเทียนได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปตรงหน้า

“แกร๊กกกก !”

“แกร๊กกก !”

“แกร๊กก !”

หลังจากที่เกิดเสียงดังไม่กี่ครั้งประตูก็พังทลายลงอย่างดัง

ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วขณะที่หลินเทียนได้เดินผ่านประตูนั้นเข้าไปด้านใน

“พระเจ้า ! นี่มัน นี่มัน……”

“บุกราชวัง ?! นี่มันก่อกบฏ ?! ”

คนรอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ภายในนั้นมีตำหนักใหญ่ตั้งอยู่มากมายแถมยังทำมาจากอิฐสีขาวและหากมองออกไปแล้วก็จะพบว่ามันมีพื้นที่กว้างมากๆ

หลินเทียนได้หันหน้ามองไปยังตำหนักก่อนที่จะก้าวเดินออกไปทีละก้าว

ณ ตอนนี้ทหารหลายนายต่างพากันวิ่งออกมาพลางส่งเสียงเสียดสีจากชุดเกราะอย่างดัง , การบุกเข้ามายังราชวังของหลินเทียนนั้นส่งผลให้ทหารทั้งหมดได้รับการแจ้งเตือนก่อนที่จะเรียกรวมกำลังพลจากทุกทิศทางเพื่อตั้งรับหลินเทียนด้วยหอกแหลมที่แฝงไปด้วยจิตสังหาร

พริบตานี้เองที่หลินเทียนได้ถูกล้อมเอาไว้

“ไอ้ชั่ว ! ทุกคนฟังคำสั่ง ! จับมันไว้ ! หากว่าขัดขืนก็ฆ่ามันซะ !”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมาอย่างดัง

เจ้าของเสียงนี้เป็นชายวัยกลางคนซึ่งเป็นแม่ทัพของสถานที่แห่งนี้มีระดับพลังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย

หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากแม่ทัพแล้วเหล่าทหารเองก็รีบเคลื่อนไหวโดยทันที

ที่นี่เป็นราชวังดังนั้นแต่ละคนถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยกันทั้งหมดแถมยังมีจำนวนมากกว่า 700 คนเต็ม !

“ฆ่า ! ”

หลังจากที่คำพูดนี้ได้เปล่งออกมาอย่างดังแล้วจิตสังหารอันเข้มข้นก็ได้ปะทุออกมามากกว่าเก่า

หลินเทียนยังคงยกกระบี่ในมือขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆ

แกร๊ง ! กระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะส่งคลื่นพายุอันรุนแรงออกไปโดยรอบ

“พุฟฟ ! ”

“พุฟฟ !”

“พุฟฟ!”

เหล่าทหารเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ล้วนตกตายลงโดยทันที

หลินเทียนได้ก้าวเท้าออกไปเรื่อยๆขณะที่กวัดแกว่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปโดยรอบ

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของสายฟ้าอย่างดังส่งผลให้เหล่าทหารทั้งหลายต่างรู้สึกปวดแก้วหูและทุกครั้งก็จะมีคนได้รับบาดเจ็บหลังจากที่หลินเทียนได้ก้าวเท้าออกไป

ระหว่างที่ต้องเผชิญหน้ากับทหารเหล่านี้นั้นหลินเทียนไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่น้อยเพราะว่าต่อให้พูดอะไรไปคนพวกนี้ก็ไม่ยอมถอยอยู่ดี มันเป็นเพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้เนื่องจากคนเหล่านี้ล้วนได้รับค่าจ้างจากทางราชวงแล้วจะไปสนใจทำไมว่าใครจะอยู่ใครจะตาย พวกเขาเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ถวายชีวิตของราชวงเท่านั้น

งั้นวันนี้เขาก็จะฆ่าล้างบางที่นี่ให้สิ้นซาก !

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตได้ถูกส่งออกไปอย่างดังจนส่งผลให้อากาศบิดตัว ,เห็นเพียงแค่ภาพของเหล่าทหารที่ต่างพากันกรูกันเข้ามาล้วนขาดสะบั้น , หลายคนที่แขนขาด หลายคนที่ตกตายลง

สีหน้าของแม่ทัพเองก็ถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งเปิดฉากโจมตีด้วยตัวเอง

“ถอยกลับมา ”

เขาได้ออกคำสั่งไปก่อนที่จะพุ่งเข้าปะทะหลินเทียนด้วยขวานยักษ์

ทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะ แหลกสะบั้น !

“ตายไปซะเจ้ากบฏ ! ”

แม่ทัพได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

หลินเทียนได้ตอบโต้โดยการยกกระบี่ขึ้นมาฟาดฟันออกไปอย่างไม่แยแส

การโจมตีของแม่ทัพได้ถูกทำลายสลายเป็นผุยผงในพริบตา

“เจ้า……….”

สีหน้าของแม่ทัพเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงขณะที่ยกมือขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันที่รุนแรงยิ่งกว่าเก่าออกมา

หลินเทียนยังคงฟาดฟันกระบี่ออกไปตรงหน้า

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เลือดจะสาดกระจายออกมา

แม่ทัพวัยกลางคนที่กำลังง้างขวานยักษ์อยู่ถึงกับนิ่งไปหลังจากที่พบว่าที่ลำคอของตัวเองนั้นมีรูโหว่รูหนึ่งกำลังมีเลือดทะลักออกมา , เขายังคงนิ่งอยู่ก่อนที่จะล้มลงหลังจากที่หลินเทียนได้เดินผ่านไป

“ท่านแม่ทัพ ! ”

หนึ่งในทหารได้ส่งเสียงออกมาด้วยความตกตะลึง

พวกเขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่น

เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายอย่างแม่ทัพยังถูกสังหารในพริบตา !

ณ ตอนนี้หลินเทียนยังคงก้าวต่อไปทีละก้าวขณะที่เหล่าทหารต่างพากันก้าวถอยหลังไปทีละก้าวเช่นกัน

“ลั่นระฆัง ! แจ้งเตือนท่านแม่ทัพคนอื่นเร็ว ! ”

หนึ่งในเหล่าทหารได้ส่งเสียงออกมา

ทันใดนั้นเองที่หนึ่งในพวกเขาได้รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนยังคงไม่แยแสขณะที่จ้องมองไปยังตำหนักที่อยู่เบื้องหน้า

“ระยำ ! อย่าไปกลัวมัน เรามีคนมากกว่า หยุดมันไว้ให้ได้ ! ”

“รุมมัน !”

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆกบฏอย่างเจ้าจะมากำแหง ทุกคนรุมฆ่ามันซะ ! ”

หลายๆคนส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

แม้ว่าแม่ทัพจะตายไปแล้วแต่ก็ยังมีทหารเหลืออยู่หลายคนดังนั้นถึงได้รีบสั่งการออกมา

หลังจากที่ได้ยินแล้วแม้เหลายคนจะกลัวแต่พวกเขาก็ยังคงกรูกันเข้าไป

หลินเทียนที่แสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกเองก็ได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือของเขาอย่างไร้ความปราณี

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตส่งเสียงออกมาอย่างดังขณะที่เลือดสาดกระจายไปทั่วพื้นที่

ณ ตอนนี้เสมือนว่าหลินเทียนได้กลายเป็นเทพแห่งความตายที่เก็บเกี่ยวทุกชีวิตเบื้องหน้าระหว่างที่ก้าวไปยังตำหนักจักรพรรดิ ตราบใดที่ใครกล้าขวางทางเขาก็จะถูกคลื่นกระบี่ฉีกออกเป็นชิ้นๆ

“ตั๊มมมมม ! ”

เสียงลั่นระฆังดังขึ้นไม่หยุด

พริบตานี้เองที่ผู้คนทั้งหมดภายในราชวังได้ตื่นขึ้นเพราะเสียงลั่นระฆังผู้บุกรุกนี้

……….

จูหวูเต๋าและเจียงเหลินเหวินที่กำลังปรึกษากันอยู่ในห้องโถมเองก็ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงนี้

“องค์เหนือหัวขอรับ มีศัตรูบุกเข้ามาขอรับ ! ”

เสียงรายงานดังมาจากด้านนอกห้อง

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้ตกต่ำลงทันทีก่อนที่จะถามออกไปว่า

“ใคร ? ”

“หลินเทียนขอรับ ”

เสียงราบงานตอบกลับมา

แม้ว่าจูหวูเต๋าจะพอเดาได้ว่ามันเป็นใครแต่หลังจากที่ได้ยินคำตอบแล้วสีหน้าของเขาก็ยังคงซีดลงเช่นเคย

เขาได้เปิดประตูห้องออกก่อนที่จะพบกับชายชราพร้อมทั้งเดินออกไปทันที

“รนหาที่ตาย !”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่มืดมน

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาก่อนที่จะพูดว่า

“เป็นไอ้สถุนอวดดีจริงๆ !!”

จูหวูเต๋าโบกมือของเขาก่อนที่จะเดินออกไป

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้เรียกเอากระบี่ออกมาพร้อมทั้งเดินตามเขาไป

ชายชราเองก็ไม่ต่างกัน , หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บจากหลินเทียนถึงสองครั้งเมื่อวานนี้ทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก ท้ายที่สุดเขาก็ได้แต่อดกลั้นเอาไว้และต้องชำระแค้นนี้กับหลินเทียนให้ได้

ห้องโถงแห่งนี้ใหญ่มาก มันมีความกว้างกว่า 300 เมตร และตอนนี้หลินเทียนก็ฆ่ามาจนถึงจุดนี้แล้ว , ตลอดเส้นทางที่เขาเดินมาถึงตรงนี้ต่างเรียงรายไปด้วยกองซากศพมากมายที่ชโลมไปด้วยเลือด

“!!!! ”

เสียงโห่ร้องได้ดังขึ้นขณะที่ทหารหลายคนถูกสังหารลง

หลังจากที่เสียงลั่นระฆังดังขึ้นนั้นทำให้แม่ทัพเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายทั้ง 3 คนได้มารวมตัวกันเพื่อขวางทางหลินเทียนไว้ทันที

“ระยำ ! ”

พวกเขาโกรธจัดเป็นอย่างมากเพราะแม่ทัพอย่างพวกเขากลับต้องมาช่วยกันขวางทางเด็กอายุ 16 ปีเอาไว้ !

ณ ตอนนี้จูหวูเต๋าก็ได้มาถึงที่นี่พร้อมกับคนอื่นๆ

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วสีหน้าเขาก็ได้แต่ซีดเผือดลง

“หลินเทียน เจ้ากล้านักนะ ! ”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก , ตั้งแต่ที่จักรวรรดินี้ได้ก่อตั้งนั้นไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าบุกเข้ามาในสถานที่นี้มาก่อนแต่ตอนนี้หลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะกลับบุกฆ่าที่นี่คนเดียวซึ่งมันทำลายชื่อเสียงของจักรวรรดิเป็นอย่างมาก !

เมื่อเห็นการมาถึงของจูหวูเต๋าแล้วเหล่าทหารเองก็ต่างพากันหยุดมือ

หลินเทียนได้ยกกระบี่ชี้ไปทางจูหวูเต๋าพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกสยดสยองว่า

“เอานางกลับมา ! ”

“บังอาจ ! กล้าเสียมารยาทกับองค์เหนือหัวงั้นรึ ! ”

แม่ทัพทั้งหลายต่างพากันส่งเสียงคำรามออกมา

หลินเทียนได้ปลดปล่อยจิตสังหารของเขาออกมาพร้อมกับส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปรอบโดยเพื่อทำลายทุกสิ่งให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ได้ยินเพียงเสียง พุฟฟ ! ก่อนที่ศีรษะของแม่ทัพคนที่ส่งเสียงออกมาจะขาดกระเด็นออกไป

หลายๆคนต่างพากันแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นไปตามๆกัน

ชายชราผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เองก็ได้แต่จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปพลางพูดว่า

“ตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 แล้วงั้นรึ ? ”