0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนเองก็ถึงกับผงะไปพร้อมกับถามออกมาว่า

“ก้าวข้ามเขตแดนจักรพรรดินภา ?หลังจากนั้นยังมีเขตแดนอื่นอยู่อีก ? ”

เขาได้ยินมาจากมู่ชิงและคนอื่นๆว่าเขตแดนจักรพรรดินภานั้นเป็นเขตแดนสูงสุดที่เคยได้ยินมาและแม้จะเป็นมู่ชิงและคนอื่นๆเองก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเป็นอย่างไร , ในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเฒ่าขี้เมาแล้วเขาก็ได้แต่จ้องมองไปยังอีกฝ่าย

“แน่นอน ”

เฒ่าขี้เมาได้ตอบกลับไป

คำพูดของเขาผสมไปด้วยกลิ่นคาวเหล้าที่รุนแรง

“แล้วมีเขตแดนอะไรอีก ? ”

หลินเทียนได้ถามออกไป

เฒ่าขี้เมาเองก็ได้ตอบกลับด้วยท่าทางที่ไม่มีท่าทีว่าจะปิดบังเลยว่า

“เส้นทางบ่มเพาะนั้นขั้นแรกมีอยู่ 4 เขตแดนคือ หล่อหลอมร่างกาย ชีพจรเทวะ ผู้รอบรู้ จักรพรรดินภา ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้ารู้อยู่แล้วและหลังจาก 4 เขตแดนแรกก็ยังมีอีก 5 เขตแดนหลังอยู่คือ วิญญาณนิรันด์ จ้าวแห่งเต๋า ปลุกพลัง ปรินิพพาน โกลาหล”

“วิญญาณนิรันด์ จ้าวแห่งเต๋า ปลุกพลัง ปรินิพพาน โกลาหล”

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เฒ่าขี้เมาเองก็ได้ลุกขึ้นยืดตัวพลางพูดว่า

“หลังจากที่ตัดผ่านไปยังเขตแดนจักรพรรดินภาแล้วถือว่าเป็นการตัดผ่านเขตแดนใหญ่และจะทำให้อายุขัยเพิ่มขึ้นอย่างมากในแต่ละช่วงเขตแดน จาลึกเก่าแก่ของนิกายเรามีบันทึกเอาไว้ว่าคนที่ตัดผ่านเขตแดนโกลาหลไปได้นั้นจะสามารถมีอายุอยู่ได้เป็นแสนๆปีเลยล่ะ ”

“แสนปี ?! ”

หลินเทียนถึงกับผงะไป

มนุษย์อย่างเราสามารถอยู่ได้เป็นแสนปี ? ต่อให้เป็นผู้บ่มเพาะก็ยังคิดว่ามันเกินจริงไปหน่อย ?

ต้องรู้นะว่าการเกิดและตายนั้นเป็นกฎธรรมชาติที่ตายตัว ต่อให้ผู้บ่มเพสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยเคล็ดวิชาบ่มเพาะหรือทักษะแต่การที่ทำให้ร่างกายมีอายุขัยอยู่นับแสนปีนี่มันก็น่าเหลือเชื่อจริงๆ

เฒ่าขี้เมาได้ยิ้มออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วพูดว่า

“เจ้าหนู รู้ไหมว่าเป้าหมายสูงสุดของผู้บ่มเพาะคืออะไร ? ”

“แข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

“ที่เจ้าพูดก็ถูกเหมือนกัน ”

เฒ่าขี้เมาได้พยักหน้าพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า

“เจ้าหนู เป้าหมายสูงสุดของผู้บ่มเพาะอย่างเราจริงๆก็คือ………..ชีวิตที่เป็นนิรันด์ ! ”

หลินเทียนถึงกับผงะไป ชีวิตนิรันด์ ?!

มนุษย์สามารถเป็นอมตะได้ ?

เฒ่าขี้เมาได้ยักไหล่ของเขาก่อนที่จะพูดว่า

“ครั้งหนึ่งมีตัวตนที่อยู่ในเขตแดนโกลาหลได้พูดเอาไว้ว่า สวรรค์ไม่เคยถล่ม ไม่เคยล่มจมแล้วทำไมมนุษย์อย่างเราถึงไม่สามารถก้าวไปถึงจุดสิ้นสุดได้ ? มันไม่ยุติธรรม !”

หลินเทียนได้เงียบไปและพูดอะไรไม่ออกอีกพักหนึ่ง

สวรรค์ไม่เคยถล่ม

ไม่เลยล่มจม

ก็จริงว่าแล้วทำไมมนุษย์ถึงไม่สามารถก้าวไปถึงจุดสิ้นสุดได้ ?

“แล้วมีบันทึกของคนที่มีชีวิตเป็นนิรันด์ ? ”

เขาได้ถามออกมา

เฒ่าขี้เมาได้ส่ายศีรษะของเขาพร้อมกับพูดว่า

“ตราบใดที่เป็นผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งก็หวังว่าจะคว้าความเป็นอมตะเอาไว้เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครอยากตายอย่างแน่นอน เพราะตายไปแล้วมันไม่เหลืออะไรแต่ถึงอย่างนั้นกาลเวลาเนิ่นนานมายังไม่มีใครเป็นอมตะอย่างแท้จริง ทุกคนล้วนสลายไปตามกาลเวลา ”

ตรงนี้เองที่เขาได้มองไปยังท้องฟ้าก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“รู้ไหมเจ้าหนู มันมีตำนานที่โด่งดังไปทั่วทั้งสวรรค์ 10 ชั้นว่าตราบใดที่ก้าวข้ามไปยังชั้นที่ 10 ได้ก็จะสามารถอยู่เหนือกาลเวลาและได้เป็นนิรัดน์ ”

หลินเทียนเองก็ได้แต่มองขึ้นไปพร้อมกับพูดว่า

“สวรรค์ชั้นที่ 10 ”

“ไม่ต้องมองไปหรอก มันมีอยู่จริงๆแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครก้าวข้ามไปได้ ”

เฒ่าขี้มาได้ส่ายศีรษะของเขา

หลินเทียนเองก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะมันยังห่างชั้นกับเขาในปัจจุบันอยู่ไกลมาก

เขาได้แต่มองขึ้นไปด้วยดวงตาที่เป็นประกาย , สวรรค์ชั้นที่ 10 มันมีอยู่จริงและในเมื่อก้าวข้ามไปแล้วสามารถเป็นอมตะเขาก็จะต้องเห็นด้วยตาตัวเอง ! ก่อนหน้านี้เป้าหมายสูงสุดของการบ่มเพาะของเขาคือปลายทางเขาการบ่มเพาะแต่ในตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นชีวิตนิรันด์ !

เฒ่าขี้เมาได้ตระหนักถึงท่าทางของเขาดีดังนั้นถึงได้พูดออกมาว่า

“เจ้าหนู มีความทะเยอทะยานดีหนิ ”

หลินเทียนไม่ได้สนใจเขาก่อนที่จะคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้แล้วถามว่า

“ท่านบอกว่าประตูมิติชั้นที่ 1 และ 2 มีปัญหาและต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เหนือเขตแดนจักรพรรดินภาถึงก้าวข้ามไปได้แสดงว่าต้องเป็นเขตแดนวิญญาณนิรันด์ แล้วในโลกชั้นนี้มันมีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนนั้นด้วย ? ”

“ขอโทษด้วยแต่ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน ”

เฒ่าขี้เมาได้ยักไหล่ของเขา

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วไปเพราะคำตอบนี้มันไม่น่าพอใจเท่าไหร่

เฒ่าขี้เมาเองก็ตระหนักได้ว่าหลินเทียนกำลังคิดอะไรดังนั้นถึงได้แตะไหล่เขาแล้วพูดว่า

“อย่าเพิ่งคิดมาก รอให้ประตูมิติกลับมาคงที่ก่อนแล้วก้าวข้ามไปแล้วกัน ”

หลินเทียนได้หันหน้าไปมองเขาพร้อมกับท่าทางที่ไม่อยากจะพูดอะไร

ณ ตอนนี้เฒ่าขี้เมาถูมือไม่หยุดพร้อมกับพูดออกมาว่า

“อ่อใช่เจ้าหนู เรื่องที่เราคุยกันเมื่อครู่ล่ะ ? เป็นไง ? สนใจจะเป็นศิษย์ข้าไหม ? จะไปบ่มเพาะที่นิกายกับข้า ? ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะว่าทรัพยากรบ่มเพาะของที่นี่ไม่สามารถเทียบกับที่นั่นได้เลยแม้แต่น้อย มันเปรียบได้ดั่งสวรรค์และพื้นโลกเลยล่ะ ”

ดวงตาของเขาได้เปล่งประกายออกมาขณะที่พูดเพราะเมล็ดพันธ์ที่ดีขนาดหลินเทียนมันหาได้ยากยิ่ง

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

“ได้”

แน่นอนว่าเขาต้องการจะไปบ่มเพาะที่นิกายเพราะเขาไม่ใช่คนโง่

“จริงๆงั้นรึ ? ”

เฒ่าขี้เมาได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข

“จริงสิ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

“ดีมาก ! ”

เฒ่าขี้เมาหัวเราะอย่างมีความสุขสุดๆ

หลินเทียนในตอนนี้รู้สึกแปลกอย่างมากเหมือนว่าเพิ่งทำสัญญาบางอย่างไปกับอีกฝ่าย

หลังจากนั้นเขาก็ได้ถามต่อไปว่า

“แล้วไม่ต้องทำพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ ? ”

“ไม่”

เฒ่าขี้เมาส่ายศีรษะของตนก่อนที่จะพูดต่อว่า

“เรื่องธรรมเนียมแบบนั้นช่างมันเถอะ หลังจากนี้ไม่ต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ด้วยมันไม่สะดวกเท่าไหร่ เรียกข้าว่าเฒ่าขี้เมาแทนแล้วกัน ข้าชอบเหล้า ชื่อนี้ถือว่าดีมากๆ ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตามเพราะเขาเองก็ไม่ชอบเรียกคนอื่นว่าอาจารย์เหมือนกัน

หลังจากนั้นเขาก็ได้จ้องมองไปยังเฒ่าขี้เมาแล้วพูดว่า

“แล้วไม่คิดจะให้ของขวัญรับศิษย์หน่อย ? ”

เขาได้จ้องมองไปยังเฒ่าขี้เมาอย่างไม่วางตา

เฒ่าขี้เมาเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าหนู อยากจะให้ข้าพลิกแผ่นดินจักรวรรดิเป่ยหยานให้งั้นรึ ? ”

หลินเทียนยังคงจ้องมองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้เห็นด้วยหรือปฏิเสธ

“เอาล่ะ อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นอีกเพราะข้าบอกไว้แล้วว่าข้าจะไม่ช่วยเจ้าฆ่าคนแต่แน่นอนว่าหากเจ้าบุกไปที่ราชวังข้าก็จะรับประกันความปลอดภัยของเจ้าอยู่แล้ว ”

เฒ่าขี้เมาได้ส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะยกขวดเหล้าขึ้นมาเขย่าเพื่อเอาเหล้าออกมาอาบกระบี่ไว้พลางพูดว่า

“มาเจ้าศิษย์รัก อ้าปากซะ แม้ว่าข้าจะไม่ช่วยเจ้าฆ่าคนแต่ก็ต้องให้ของขวัญอยู่ดี ”

“ข้าไม่ชอบดื่ม ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“พูดมากทำไม ข้าบอกให้อ้าปากก็อ้า กลืนไปซะ ! ”

เฒ่าขี้เมาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ลังเลออกมาก่อนที่จะอ้าปากตามคำพูดของอีกฝ่าย

เฒ่าขี้เมาได้พยักหน้าพร้อมกับยกกระบี่ขึ้นมาแล้วหยดมันลงในปากของหลินเทียน

“กลืน ”

เขาได้พูดออกมา

สัมผัสแรกที่หลินเทียนรับรู้ได้คือความร้อนที่ช่องปาก , เขาได้แต่ขมวดคิ้วก่อนที่จะกลืนมันลงท้องไปด้วยความรู้สึกเหมือนมีเปลวเพลิงถูกจุดขึ้นในช่องท้องและทำให้ผิวของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว , ระหว่างที่เขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างนั้นก็รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังสั่นสะท้านขณะที่พลังฉีมากมายได้ทะลักออกมาไม่หยุด

“นี่มัน..”

เขาได้แต่จ้องมองไปทางเฒ่าขี้เมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

“บอกแล้วว่าเหล้านี่มันมีค่าสำหรับอาจารย์มากๆ รีบๆดูดกลืนไปแล้วกัน ”

เฒ่าขี้เมาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขาก่อนที่จะเริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่อย่างราดเร็วเพื่อดูดกลืนพลังฉีมากมายที่ทะลักออกมานี้ แม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกร้อนเหมือนเพลิงนรกแต่เขาก็ปรับตัวเข้ากับมันได้อย่างรวดเร็วเพราะไม่นานมานี้เขาก็เพิ่งดูดกลืนพลังงานความร้อนจากคริสตัลเพลิงไปหมาดๆ

“บึ้สสส ! ”

แสงสีเงินได้ทะลักออกมาขณะที่เขาเริ่มก่อจุดชีพจรเทวะที่ 9

ตอนนี้เองที่ภายในห้องนี้อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล

เฒ่าขี้เมาที่นั่งอยู่ข้างๆเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยนัยน์ตาที่หดเล็กลง

“เจ้าหนูนี่มันบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิชาอะไรกัน ไม่ธรรมดาจริงๆ ดูเหมือนว่ามันจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะสูงสุดของนิกายเราอีก แปลกดีแหะ ”

เขาได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะนั่งปกป้องหลินเทียนโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อ

………..

ณ ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างฮือฮาเป็นอย่างมาก

จักรพรรดิองค์ใหม่ที่วางแผนจะประหารจี่หยวนฉานหลังการเดินขบวนได้ถูกเด็กอายุ 16 ปีขวางงานเอาไว้แถมยังสามารถชิงตัวจี่หยวนฉานไปได้ภายใต้จมูกของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ถึง 3 คนแถมยังสังหารเหล็งเฟิงและต๊วนเหวินโปที่เป็นผู้สืบทอดสองตระกูลใหญ่ไปอีกทำให้ราชวงเสียหน้าเป็นอย่างมาก

“ผู้มีพรสวรรค์ไร้เทียมทาน ! ”

หลายๆคนได้แต่พูดถึงเรื่องเหล่านี้

วันนี้เหล่าขุมพลังต่างๆในเมืองหลวงต่างตกตะลึงไปตามๆกันเพราะไม่คิดเลยว่าเด็กอายุ 16 ปีจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้ , ขัดบัญชาของราชวงและเรียกได้ว่าตั้งตนเป็นศัตรูกับทั้งจักรวรรดิเลยก็ว่าได้

ตำหนักรวมสมบัติ

ดวงตาของซินเจิ้งเย่ได้เปล่งประกายออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เกิดมาคุ้มค่าแล้วจริงๆ ”

ซินเชิงหยุนที่อยู่ข้างๆเองก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นผสมกับกังวลว่า

“สมแล้วที่เป็นพี่เขย สุดยอดเกินไปแล้ว ”

หลังจากที่รู้ข่าวว่าหลินเทียนยังมีชีวิตอยู่นั้นมันก็ทำให้เขามีความสุขอย่างมากแต่หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่หลินเทียนชิงตัวจี่หยวนฉานไปต่อหน้าต่อตาจักรพรรดิองค์ใหม่แถมยังต้องการลอบสังหารนั้นมันทำให้เขาเป็นกังวลอย่างมาก

ซินเจิ้งเย่ได้หันหน้าไปมองซินเชิงหยุนพร้อมกับส่ายศีรษะกับคำพูดที่ว่า พี่เขย , แต่ถึงอย่างไรเขาเองก็คิดว่าหากหลินเทียนลงเอยกับซินเหยาได้จริงๆก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆแต่อย่างน้อยๆหลินเทียนก็ต้องรอดไปจากสถานการณ์ปัจจุบันก่อน

ราชวงมันสามารถลบหลู่ได้ที่ไหนกัน ?

………..

วันนี้ที่ตระกูลเหล็ง

“ไอ้ระยำ ! ”

ผู้นำตระกูลเหล็งได้คำรามออกมาอย่างดัง

ตอนแรกก็เหล็งอี้ทงหลังจากนั้นก็เหล็งเฟิง ลูกชายทั้งสองของเขากลับถูกหลินเทียนสังหารจนหมดและเมื่อจ้องมองไปยังซากศพของเหล็งเฟิงในตอนนี้เขาก็ได้แต่คำรามออกมาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ

“ท่านผู้นำตระกูลขอรับ เราได้ข่าวมาว่าไอ้สัตว์น้อยนั่นมันหลบอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมือง ! ”

คนที่อยู่ข้างๆเขาได้รายงานออกมา

ผู้นำตระกูลเหล็งได้แต่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะคำรามออกมาว่า

“ไปเตรียมผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 มาให้หมด ถึงอย่างไรก็ต้องฆ่าไอ้เด็กเวรนั่นให้ได้ ! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ! ”