0 Views

หลังจากที่บอกลาซูชูวแล้วหลินเทียนเองก็มุ่งหน้าตรงกลับที่พักของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็ถึงช่วงกลางดึกซึ่งหลังจากที่หลินซี่ได้หลับใหลแล้วหลินเทียนนั้นปีนขึ้นไปยังยอดสุดของที่พักก่อนที่จะหยิบเอาโอสถนพเก้าออกมา ยาตัวนี้มีสีแดงอมทองเหมือนว่ากำลังเปล่งแสงอ่อนๆออกมา

“เริ่มได้ ”

หลินเทียนได้สงบสติก่อนที่จะกลืนมันลงท้องไป

เหมือนดั่งว่ายาตัวนี้นั้นเป็นสายเข้าที่ไหลตั้งแต่ลำคอลงไปยังช่องท้องของเขา

หลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็รู้สึกได้ถึงกลุ่มความร้อนภายในร่าง เปรียบได้ว่าในร่างกายของเขาในตอนนี้นั้นกำลังมีเปลวเพลิงถูกจุดขึ้น ความรู้สึกร้อนนี้กระจายไปทั่วร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่ผิวหนังของเขาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

“ตอนนี้แหละ ! ”

หลินเทียนรู้แล้วว่ายาได้ออกฤทธิ์แล้วถึงได้เริ่มการทำงานของเคล็ดวิชาบ่มเพาะซือจี่ของตัวเองเพื่อกระจายพลังไปทั่วร่างกายของเขา

“บึ้สสส ! ”

แสงส่องสว่างถูกจุดขึ้นท่ามกลางความมืดของที่พักแห่งนี้

หลินเทียนเองก็ถึงกับตะลึงไปเหมือนกันเพราะเขารู้สึกได้ว่าพลังฉีภายในร่างนั้นระเบิดออกมาเหมือนภูเขาไฟปะทุ เหมือนดั่งว่าพลังฉีที่รุนแรงนี้กำลังหลอมละลายร่างกายของเขาเลยก็ว่าได้

ณ ตอนนี้เองที่พลังฉีได้แพร่ไปทั่วร่างกายของเขา

“สมแล้วที่เป็นโอสถนพเก้า สมบัติที่หาที่ไหนไม่ได้ !”

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ร่างกายของเขาแผดความร้อนออกมายิ่งกว่าเก่าซึ่งหลินเทียนเองก็ไม่กล้าที่จะประมาทก่อนที่จะเริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะของตัวเองต่อไปเพื่อนำทางให้พลังฉีภายในร่างของเขาไหลเวียนเข้าสู่เลือดเนื้อของตัวเอง

หลังจากนั้นสองชั่วโมงร่างของเขาก็ถึงกับต้องสั่นสะท้าน

ณ ตอนนี้เขาบรรลุไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 4 แล้ว

และตอนนี้ภายในร่างของยังมีฤทธิ์ของตัวยาไหลเวียนอยู่เช่นเคย

“บ่มเพาะต่อไป ! ”

การหมุนวนของเคล็ดวิชายังคงดำเนินต่อไป สำหรับเขาแล้วเขาไม่อยากจะทำให้ยาล้ำค่านี้ต้องเสียเปล่าแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้มันต่างจากก่อนหน้านี้มาก เขาไม่ได้ส่งพลังฉีพวกนี้เข้าไปในเลือดเนื้อตัวเองอีกแล้วทว่ากลับส่งมันไปยังร่างกายของเขา

หล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อ !

“ทรมานใช้ได้ ! ”

พริบตานี้เองที่ร่างกายของหลินเทียนนั้นรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรง

เขตแดนหล่อหลอมร่างกายสามระดับแรกนั้นจะเป็นการหล่อหลอมเลือดเนื้อ อีกสามระดับต่อมาจะเป็นการหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อส่วนสามระดับสุดท้ายนั้นจะเป็นการหล่อหลอมอวัยวะภายในซึ่งตอนนี้หลินเทียนเองก็ได้บรรลุถึงระดับ 4 แล้วถึงได้เริ่มส่งพลังไปหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อของตัวเอง ขั้นตอนนี้มันเจ็บปวดมากกว่าตอนที่เขาหล่อหลอมเลือดเนื้อของตัวเองอีกหลายเท่าตัวด้วยซ้ำ

ณ ตอนนี้หลินเทียนรู้สึกเพียงแค่ว่าเส้นพลังของเขากำลังถูกมีดแหลมหั่นออกเป็นชิ้นๆหรือแม้กระทั่งรู้สึกเหมือนว่ากระดูกทั่วร่างกายกำลังถูกทุบด้วยค้อน ความเจ็บปวดได้แพร่กระจายไปทั่วร่างของเขาจนเป็นเหตุให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ

“แม้ว่าผู้บ่มเพาะจะดูน่าเกรงขามแต่ขั้นตอนการบ่มเพาะพลังนี่ก็ต้องอดทนอย่างยากลำบาก! ”

หลินเทียนได้พูดติเตียนออกมา

แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่ได้หยุดมือแม้แต่น้อยทว่ากลับตั้งใจยิ่งกว่าเก่า

เขาได้ส่งพลังฉีไปหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาจนทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งขึ้น การบ่มเพาะในขั้นนี้จะไม่ใช่แค่ทำให้พลังฉีคงอยู่ภายในร่างแต่พลังจะช่วยให้เลือดเนื้อของเขาเริ่มการไหลเวียนและส่งผลให้ร่างกายและพลังชีวิตของเขาพัฒนาไปอีกขั้น

หลินเทียนได้หมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะของเขาต่อไปแม้ว่ามันจะเจ็บปวดก็ตามแต่เขาก็ยังอดทนเอาไว้ ไม่นานผิวหนังของเขาก็กลับเป็นปกติไม่แดงฉานเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

หลินเทียนได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสูดอากาศเข้าไปลึกก่อนที่จะยืนขึ้น

เขาได้กำหมัดแน่นก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงความสบายภายในร่าง ความสามารถในการรับรู้และทัศนวิสัยในการมองของเขาเพิ่มมากขึ้น

“เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 5 ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยความตกตะลึง

เพียงคืนเดียวก็สามารถทำให้เขาบรรลุไปถึงระดับที่ห้าจากระดับที่สามได้นี่มันเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดมากๆ ต้องรู้ก่อนนะว่าสำหรับบางคนต้องใช้เวลาเป็นปีๆถึงจะทำได้แต่เขากลับใช้เวลาเพียงแค่ค่ำคืนเดียวเท่านั้น นี่มันจะไม่น่าตกตะลึงได้อย่างไรกัน

ขณะนี้เองที่เขาเริ่มตระหนักได้ถึงความล้ำค่าของโอสถนพเก้านี้

“จะได้ไปเลือกทักษะวิทยายุทธ์แล้ว ! ”

หลังจากที่ตื่นเต้นแล้วหลินเทียนก็ระลึกถึงเรื่องที่สามารถเลือกทักษะได้จึงเป็นเหตุให้แววตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาโดยทันที

เขาได้หยิบเอายันต์สื่อสารออกมาก่อนที่จะอัดพลังลงไปแล้วเริ่มส่งข้อความไปยังซูชูวโดยทันที