0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เลือดสีแดงสดฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศขณะที่ชายชราผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้ลอยเคว้งออกไปภายใต้สายตาของทุกผู้คน

“นี่……..”

“เจ้าคนขี้เมานั่นไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ”

“พระเจ้า ! อย่าบอกนะว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง ? ”

หลายๆคนต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

ชายวัยกลางคนขี้เมาเองก็ยังคงซดเหล้าในมือพร้อมทั้งปาดริมฝีปากพลางมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“ชื่นใจ ! ”

เมื่อชายชราได้ตกลงมากระแทกกับพื้นแล้วก็พยายามจะยืนกลับขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ท้ายที่สุดเขาก็ได้แต่สลบไปทันที

หลินเทียนได้แต่มองไปทางชายขี้เมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ก่อนหน้านี้เขายังสัมผัสไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส ”

หลินเทียนได้พูดออกมาหลังจากที่เงียบไปพักหนึ่ง

ถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่าชายคนนี้ได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ไม่งั้นก่อนหน้านี้เขาก็คงไม่เหลือซากแล้ว

ชายขี้เมาได้แตะไปที่ไหล่ของหลินเทียนด้วยท่าทางโซซัดโซเวก่อนที่จะกอดขอของหลินเทียนเอาไว้แล้วพูดออกมาด้วยปากที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเหล้าว่า

“เจ้าหนู ! รู้ถึงความต่างชั้นระหว่างเขตแดนชีพจรเทวะกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ 3 คนไหม เจ้ามั่นใจแค่ไหนกันที่จะลอบเข้าไปสังหารคนๆนั้น ? ”

หลินเทียนได้เงียบไปพร้อมทั้งมองไปทางฮานเฮอและหลุยหลาน

เขาอดไม่ได้เลยที่จะกำกระบี่ในมือแน่นกว่าเก่า

มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาไม่สามารถทำอะไรจูหวูเต๋าที่อยู่ภายใต้การปกป้องของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ถึง 3 คนได้

ชายขี้เมาเองก็ได้ยิ้มออกมาก่อนที่พริบตานั้นเองที่ร่างของทั้งคู่จะปรากฏขึ้นตรงหน้าของจี่หยวนฉาน

“ตอนนี้ก็ช่วยมาคนหนึ่งก่อนแล้วกัน แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมา

ระหว่างที่พูดอยู่เขาก็ไม่ลืมที่จะยกขวดเหล้าขึ้นมาซดไปอีกกรึ๊บ

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายต่างสั่นสะท้านไปตามๆกันพร้อมทั้งจ้องมองไปทางชายขี้เมาเป็นสายตาเดียวกัน

“นี่………เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไร้ที่ติจริงๆด้วย ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพร้อมกับโล่งใจในไม่ช้าเพราะพวกเขาเองก็ไม่หวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหลินเทียน

“น้องชายไม่เป็นอะไรใช่ไหม ? ”

จี่หยวนฉานได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับถามออกมา

“ไม่เป็นไร ”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะตอบ

จี่หยวนฉานในตอนนี้รู้สึกโล่งอกอย่างมากก่อนที่จะหันหน้าไปมองชายขี้เทาด้วยท่าทางที่ตกตะลึง

ชายขี้เมาเองก็ยังคงซดเหล้าก่อนที่จะถอนหายใจออกมาหลังจากนั้น

“จะหมดแล้วสิ ”

เขาได้เขย่าขวดเหล้าพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เศร้าสร้อยออกมา

จูหวูเต๋าที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้มองไปทางชายขี้เมาพร้อมกับพูดออกมาว่า

“ท่านผู้อาวุโส จักรวรรดิของเรากำลังจะจัดการกับเจ้ากบฏนั่นและขอร้องให้ท่านอย่าเข้ามาขวางทาง หลังจากนี้รุ่นเยาว์จะให้คนนำเหล่าชั้นยอดไปส่งให้ท่านดื่มอย่างมีความสุขตลอดไป ”

ชายขี้เมาได้หันหน้ากลับไปมองทางจูหวูเต๋าพร้อมทั้งฉีกยิ้มออกมา

“จะดื่มน่ะมันต้องดูด้วยว่าดื่มกับใคร เหล้าที่เจ้าส่งมามันคงไม่มีรสชาติหรอก ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าไม่แยแส

สีหน้าของจูหวูเต๋าเองก็กลายเป็นน่าเกลียดไปโดยทันที

ชายขี้เมาได้หันหน้ากลับไปมองทางเจียงเหลินเหวินพร้อมกับกอดคอหลินเทียนเอาไว้แล้วพูดว่า

“เจ้าเด็กเวร ข้าจะไม่มีทางช่วยเจ้าฆ่าคนแต่ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็ช่วยคนไว้ได้แล้วดังนั้นเราน่าจะไปหาที่คุยกันหน่อยเพื่อที่เจ้าจะได้ฟื้นคืนพลังด้วย ”

ชายขี้เมาได้หาวปากกว้างพร้อมกับแสดงสีหน้าอยากเหล้าออกมา

หลินเทียนเองก็ได้แต่หันหน้าไปมองชายคนนั้นอย่างตั้งใจเพราะด้วยระดับพลังของเขาแล้วนั้นมันเผาผลาญพลังงานอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ถึง 3 คนพร้อมๆกันและตอนนี้มันก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว ให้พูดตามตรงหากยังจะฝืนสู้ต่อสภาพของเขาก็จะยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

สิ่งที่เขาตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือชายคนนี้กลับสามารถมองมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

เขาได้แต่มองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพร้อมกับกำกระบี่เอาไว้แน่น

“เอาล่ะเจ้าหนู ยังมีโอกาสอีกเยอะ ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมา

หลินเทียนที่ยังคงจ้องมองออกไปเองก็ได้เก็บกระบี่กลับไปในแหวนมิติโดยทันที

“ข้าจะฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาคนทำให้จิตใจของผู้คนโดยรอบสั่นสะท้าน

สีหน้าของจูหวูเต๋าในตอนนี้น่าเกลียดเป็นอย่างมากแต่เจียงเหลินเหวินที่อยู่ข้างๆนั้นมีอาการหนักกว่า ตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถต่อกรกับหลินเทียนได้อีกแล้วแถมหลินเทียนเองก็ยังไม่เห็นหัวเขาเลยด้วยซ้ำ นี่มันสร้างความเจ็บปวดให้กับจิตใจของเขาอย่างมาก

“ระยำเอ้ย ! ”

เขาได้แต่กำกระบี่เอาไว้แน่นด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

ชายขี้เมาที่เห็นว่าหลินเทียนเก็บกระบี่ไปเองก็ได้ฉีกยิ้มออกมา

“ดื่มเหล้าระหว่างรับชมไปด้วย , ครั้งหน้าน่าจะสนุกกว่านี้ ”

ชายขี้เมาได้หัวเราะออกมาอย่างดัง

หลังจากที่พูดจบแล้วร่างของเขา จี่หยวนฉานและหลินเทียนก็ได้สลายหายไปโดยทันทีและไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาหายไปตั้งแต่ตอนไหนกัน

“นี่………”

“พระเจ้า ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาจากไหนกัน ? ”

“แข็งแกร่งจริงๆ ! ”

หลายๆคนได้แต่สั่นสะท้านไป

ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าชายขี้เมาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆแต่ไม่คิดเลยว่าไอ้ขี้เมาคนนี้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว

“หลินเทียนมีผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขนาดนี้คอยหนุนหลัง ? ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

ณ ตอนนี้ทั่วทั้งพื้นที่ได้ตกสู่ห้วงความเงียบสนิทไปโดยทันที

สีหน้าของจูหวูเต๋านั้นตกต่ำลงอย่างมาก , เขาเดินขบวนเพื่อที่จะประหารจี่ยหยวนฉานต่อหน้าผู้คนแต่ไม่คิดเลยว่าหลินเทียนที่ยังไม่ตายกลับกล้าบุกมาทำลายทุกสิ่ง เหล็งเฟิงตาย ต๊วนเหวินโปตาย จี่หยวนฉานถูกชิงตัวไป , นี่มันเป็นการตบหน้าเขาชัดๆ !

“ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย พวกท่านส่งผู้เชี่ยวชาญของสำนักออกไปหาตัวมันซะ หลังจากที่พบแล้วให้รีบรายงานพวกเราแล้วส่งผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ออกไปเพื่อฆ่ามันซะ ! ”

จูหวูเต๋าได้ออกคำสั่งออกมา

ฮานเฮอเองก็ได้มองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

“องค์เหนือหัว ทำไมท่านถึงได้ทำแบบนี้ ! ”

หลุยหลานได้ถามออกมา

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้ตกต่ำลงก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ท่านผู้อาวุโสหลุยอย่าได้ลืมสิว่าท่าน…….”

“พอได้แล้ว ! ”

หลุยหลานได้ขัดคำพูดของเขาพร้อมกับพูดว่า

“แน่นอนว่าจักรพรรดิองค์ก่อนมีพระคุณกับเราทั้งสองคนแต่เมื่อครู่เราเองก็ได้ช่วยชีวิตของท่านเอาไว้แล้วดังนั้นหลังจากนี้พวกเราจะไม่มีทางลงมือกับหลินเทียนอีกเด็ดขาด ! พวกเราจะอยู่แต่ในสำนักเท่านั้นและหากว่าท่านต้องการจะไล่เราก็แล้วแต่ท่าน ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วทั้งสองก็ได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะหันหลังแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว , การกระทำของพวกเขาที่ต่อกรกับหลินเทียนในวันนี้ทำให้พวกเขารู้สึกผิดอย่างมากเพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของหลินเทียนเลยแม้แต่น้อยแต่กลับเป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยคุณธรรม ! สำหรับเด็กหนุ่มที่มีคุณธรรมขนาดนี้แล้วถึงพวกเขาไม่สามารถช่วยเหลือได้ก็จะไม่มีทางยื่นมือไปขวางทาง , หากว่ายังคงทำแบบนั้นต่อไปชีวิตหลังจากนี้ของพวกเขาคงจะจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอด

“นี่……..”

ผู้คนที่จ้องมองไปทางฮานเฮอและหลุยหลานที่กำลังจากไปเองก็ได้แต่แข็งค้างไปตามๆกัน

หลายๆคนได้หันไปมองทางจูหวูเต๋าพลางส่ายศีรษะ

แม้ว่าจะไม่มีใครกล้าพูดอะไรแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ

“ระยำเอ้ย ! ”

สีหน้าของจูหวูเต๋าตกต่ำลงอย่างมากจนน่ากลัว

………………..

ห่างออกไปจากจุดนี้ , ชายชรา ชายวัยกลางคนและเด็กหนุ่มได้เดินอยู่ข้างกัน

“ในที่สุดก็สงบสักที ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมา

ณ ตอนนี้เขายังคงกอดคอของหลินเทียนเอาไว้เหมือนเก่า

หลินเทียนได้แต่หันหน้าไปทางจี่หยวนฉานด้วยท่าทางลังเล

จี่หยวนฉานได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ไปที่ๆนั่นแล้วกัน ”

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินไปถึงหน้าคฤหาสน์แม่ทัพ

ด้านนอกนั้นไม่มีทหารคอยเฝ้าเนื่องจากการเดินขบวนของจักรพรรดิดังนั้นพวกเขาถึงเข้าไปได้สบายๆ

“ฟู้ววววว !”

สายลมและหิมะโปรยปรายลงมาขณะที่กลิ่นคาวเลือดได้ลอยมาเตะจมูก

ชายขี้เมาได้มองออกไปตรงหน้าพร้อมกับพูดออกมาว่า

“สาหัสเอาการ ”

ที่หน้าทางเดินนั้นเต็มไปด้วยร่างของคนชราเป็นส่วนใหญ่และยังมีคนรับใช้หรือแม้กระทั่งเด็กหญิงตัวน้อย

ร่างกายของจี่หยวนฉานได้แต่สั่นสะท้านไปก่อนที่จะดูแก่ลงโดยทันที

“ผู้อาวุโส ท่านอดกลั้นความเศร้าเอาไว้ก่อน ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

ดวงตาของจี่หยวนฉานเต็มไปด้วยน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้

“ภายในยังพอมีห้องอยู่ น้องชายนำเพื่อนไปรอก่อนแล้วกัน ข้าจะออกไปข้างนอกหน่อย ”

จี่หยวนฉานได้พูดออกมา

หลินเทียนนั้นเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดีดังนั้นถึงได้พยักหน้าแล้วเดินจากไป

ไม่นานเขาก็ได้เดินไปถึงห้องรับแขกพร้อมๆกับชายขี้เมา

เมื่อเข้าไปแล้วเขาเริ่มนั่งขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังโดยทันที

“เดี๋ยวสิ อยู่ดีๆก็บ่มเพาะเลยงั้นรึ ? ตกลงกันแล้วหนิว่าจะคุยกันก่อน ! ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด

“ข้ามีเรื่องต้องทำ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ชายขี้เมายิ้มตอบกลับไปพร้อมทั้งนั่งลงข้างๆเขาพลางพูดว่า

“ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินเจ้าพูดว่า เอานางคืนมา ? เป็นอะไรไป ? คนรักเจ้าโดยชิงตัวไปงั้นรึไอ้เด็กน้อย ? กังวล ? ”

ร่างกายของหลินเทียนได้สั่นสะท้านไปพร้อมกับปลดปล่อยไอเย็นออกมา

พริบตาเดียวที่โต๊ะไม้ตรงหน้าได้สลายเป็นผุยผงเนื่องจากคลื่นกระบี่ที่มองไม่เห็น

ชายขี้เมาได้ทำสีหน้าหวาดกลัวออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ก็แค่ตอบก็ได้ไม่เห็นต้องส่งคลื่นกระบี่ออกมาแบบนั้น ”

หลินเทียนได้แต่เงียบไปเพราะคนอย่างชายตรงหน้าจะกลัวของแบบนี้ด้วย ?

“เจ้าไม่อยากจะรู้งั้นรึว่าข้าเป็นใครน่ะ ? ”

ชายขี้เมาได้ถามออกมา

หลินเทียนที่ยังคงบ่มเพาะอยู่ก็ได้ถามกลับไปว่า

“ท่านเป็นใคร ? ”

ชายขี้เมาได้แต่แข็งค้างไปพร้อมกับหัวเราะออกมา

“น่าสนใจจริงๆ ! เจ้าเรียกข้าว่าตาเฒ่าขี้เมาแล้วกัน ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็เริ่มซดเหล้าอีกครั้ง

“เฒ่า ? ท่านไม่ได้ดูมีอายุขนาดนั้น ? ”

“งั้น ? ขอบคุณสำหรับคำชมนะแต่ข้าอยู่มากว่า 150 ปีแล้ว ”

ชายวัยกลางคนขี้เมาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วไปพร้อมทั้งจ้องมองไปยังชายตรงหน้า , แม้ว่าชายคนนี้จะดูเลอะเทอะแต่จากใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วมันมีอายุประมาณ 40 ต้นๆแล้วจะไปมีอายุถึง 150 ปีได้ไง ? ต้องรู้นะว่าแม้ความแข็งแกร่งด้านการบ่มเพาะจะช่วยยืดอายุแต่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยย่นเอาไว้บนใบหน้า ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่มา 150 ปีจริงๆก็ต้องหน้าย่นหมดแล้วไม่เหมือนกับวัยกลางคนตรงหน้า ?

ชายขี้เมาที่จ้องมองไปทางหลินเทียนเองก็ได้ฉีกยิ้มออกมา

“ไม่มีใครบอกงั้นรึว่าหลังจากที่ตัดผ่านไปยังเขตแดนจักรพรรดินภาแล้วชีวิตการบ่มเพาะจะเปลี่ยนไปขั้นแรก อายุขัยของเจ้าจะสามารถอยู่ได้ถึง 500 ปี ”

หลังจากที่พูดจบแล้วร่างของชายขี้เมาก็ได้ลอยขึ้นเหนือพื้นห้อง