0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คิ้วของหลินเทียนได้ขมวดเข้าหากันทันทีก่อนที่จะนึกว่าเขาเคยพบกับชายคนนี้ที่ไหนกัน

เมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่งดวงตาของเขาก็เป็นประกายออกมา

“เป็นเจ้า ”

เขาได้ส่งเสียงออกมา

ชายวัยกลางคนๆนี้คือชายขี้เมาที่เขาเคยช่วยไว้จากลูกธนูของผู้เชี่ยวชาญที่เหล็งเฟิงนำมารุมฆ่าเขากลางถนนเมื่อนานมาแล้ว

ชายคนนั้นเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับหัวเราะออกมาว่า

“น้องชายมีเหล้าไหม ? ”

“ไม่ ข้าไม่ชอบดื่ม ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หันหน้ากลับไปหาฮานเฮอและคนอื่นๆ

“ไม่ ? ”

ชายขี้เมาได้เดินไปคล้องคอของหลินเทียนไว้พร้อมกับพูดด้วยท่าทางเหมือนสนิทกันว่า

“เจ้าเลี้ยงเหล้าข้าแล้วข้าจะช่วยเจ้าสู้เป็นไง ? ยุติธรรมไหม ? ”

“ไม่จำเป็น ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ชายขี้เมาได้แต่ผงะไปพร้อมกับซดเหล้าอีกครั้งพลางยกนิ้วขึ้นมาพูดว่า

“ข้าชอบนิสัยแบบนี้ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ถอยกลับไปนั่งอยู่ข้างถนน

“ดื่มเหล้าพลางชมไปด้วยนี่มันมีความสุขจริงๆ ”

ชายขี้เมาได้พูดออกมา

ผู้คนรอบข้างต่างมองไปทางชายคนนี้พลางส่ายศีรษะไปตามๆกัน

“เจ้านี่ก็บ้าจริงๆ ไม่เห็นหรือไงว่าเขาสู้กันอยู่แต่เดินเข้าไปกลางสนามรบได้หน้าตาเฉย !”

“ไม่กลัวตายเลยหรือไง ”

“มันเป็นเพราะเหล้าไงล่ะ เมาแล้วจะตายยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

ฮานเฮอและคนอื่นๆเองก็ได้มองไปทางชายขี้เมาก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองที่หลินเทียนอีกครั้ง

“หยุดได้แล้วหลินเทียน ! ตอนนี้มันยังไม่สายเกินไปนะ เราจะออกหน้าแทนเจ้าให้เอง ! ”

ฮานเฮอได้ส่งเสียงออกมา

หลุยหลานเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนเพราะเขาเองก็ไม่อยากให้หลินเทียนตกตายอยู่ที่นี่

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆออกมาก่อนที่จะฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกไปตรงหน้า

“หากว่าไม่ได้ฆ่ามันข้าไม่ขอเกิดเป็นลูกผู้ชาย ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

จูหวูเต๋าที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารนี้เองก็ถึงกับมีสีหน้าที่ตกต่ำลงทันที

ชายชราได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาพลางพูดว่า

“ฮานเฮอ เลิกไร้สาระได้แล้ว ! ฆ่ามันซะ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วชายคนนั้นก็ได้พุ่งออกไปทันที

“บึ้ส ! ”

เขาได้เหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่อย่างรุนแรง

หลินเทียนได้ยกมือขึ้นมาพร้อมกับกวัดแกว่งคลื่นกระบี่ที่น่ากลัวออกไปปะทะ

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปขณะที่ฝ่ามือและคลื่นกระบี่ได้ปะทะเข้าใส่กันและกัน

ต้องบอกว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้นั้นไม่ธรรมดาเลย ชายชราคนนั้นสามารถปัดป้องคลื่นกระบี่ของเขาได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เหมือนดั่งว่าฝ่ามือของเขาทำมาจากเพชรเลยก็ว่าได้ !

หลินเทียนยังคงกวัดแกว่งกระบี่ของเขาออกไป

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้พุ่งออกไปในทิศทางของชายชรา

การโจมตีนี้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนรอบข้างโดยทันที

“นี่มัน……….มุมอับสายตา !”

“เป็นการโจมตีที่สุดยอดมากๆ !”

“นี่มัน…..”

หลายๆคนได้แต่สั่นระริกไป

การโจมตีนี้อาจจะดูธรรมดาๆแต่การหลบมันนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ผู้คนทั้งหลายต่างคิดว่าหากเป็นพวกเขาก็คงจะได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระบี่นี้อย่างแน่นอน

ฮานเฮอและหลุยหลานที่อยู่ห่างออกไปเองก็ถึงกับตกตะลึงไปกับการโจมตีนี้เช่นกัน

ชายชราได้ผงะไปเล็กน้อยก่อนที่จะแสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งเคลื่อนไหวแปลกๆเพื่อหลบการโจมตีนี้

“สลายไปซะ ! ”

ชายชราได้ยกมือขึ้นมาพร้อมทั้งเหวี่ยงเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนได้กระโดดถอนร่นกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ในมือเข้าปะทะกับฝ่ามือของชายชรา

แกร๊ง ! เขาได้ถูกกระแทกกระเด็นออกไปหลายสิบก้าวพร้อมกับความรู้สึกชาไปทั่วทั้งมือพลางจ้องมองไปทางชายชราด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกก่อนที่จะเพิ่งพลังทำลายของคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงขึ้นมาอีกระดับ

“คิดว่าลูกไม้กระจอกๆนั่นจะสามารถทำอะไรผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้งั้นรึ ? ”

ชายชราได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาแต่พูดก็พูดคือการโจมตีก่อนหน้านี้มันน่ากลัวจริงๆ หากว่าอยู่ภายใต้เขตแดนผู้รอบรู้ก็คงไม่มีใครสามารถหลบมันได้และต้องตกตายลงอย่างแน่นอนทว่ามันต่างออกไปจากเขตแดนผู้รอบรู้อย่างเขาเพราะว่าเขามีจิตสัมผัสที่สามารถตรวจจับร่องรอยการโจมตีได้ถึงสามารถหลบได้คล่องตัวขึ้น

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ได้กระโจนเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้ง

หลินเทียนยังคงฟาดฟันออกไปอย่างไร้การตอบสนองใดๆ

ชายชราเองก็ได้แต่แสยะออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางของหลินเทียน เขาได้พุ่งออกไปพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนว่าต้องการจะทลายท้องฟ้าลงมา

หลินเทียนตอบรับการโจมตีของเขาซึ่งๆหน้าขณะที่ส่งคลื่นกระบี่จำนวนมากเข้าปะทะ

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

ฝ่ามือของชายชรานั้นแข็งแกร่งมากเหมือนทำมาจากเหล็กกล้าที่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ได้ , ณ ตอนนี้กระบี่และฝ่ามือของชายชราได้ปะทะกันพลางส่งเสียงโลหะเสียดสีออกมาอย่างดัง

“ทลายมิติ! ”

ชายชราได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

เมื่อมองไปยังการโจมตีนี้แล้วสีหน้าของผู้คนรอบข้างเองก็เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะว่ามันเป็นการโจมตีจุดอับสายตาไม่ต่างไปจากสิ่งที่หลินเทียนเพิ่งทำไปเมื่อครู่แม้แต่น้อย

“แย่ล่ะสิ ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

เมื่อมองไปยังฝ่ามือของชายชราแล้วหลินเทียนเองก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามมหาศาลเช่นกันทว่าตัวเขายังคงความเยือกเย็นเอาไว้พร้อมทั้งแผดจิตสัมผัสออกไปรอบข้างเพื่อพยายามหลบเลี่ยงจุดตายของตัวเอง

เมื่อมองไปยังการโจมตีของชายชราอีกครั้งแล้วมันกลับชัดเจนขึ้นอย่างมาก , เขาไม่ได้หลบการโจมตีนี้แต่กลับยกมือซ้ายขึ้นมาจับไปที่ข้อมือของชายชราแทน

“เจ้า ! ”

ชายชราได้แต่ผงะไปเพราะว่าการโจมตีของเขาถูกป้องกันเอาไว้ได้ !

ณ ตอนนี้กระบี่ในมือขวาของหลินเทียนได้สั่นไหวก่อนที่จะส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

“เวรล่ะสิ ! ”

สีหน้าของชายชราได้เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงคำรามออกมาว่า

“ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย ทำไมพวกท่านยังไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยอีก ! ”

ฮานเฮอเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ในมือออกไป

คลื่นกระบี่ของหลินเทียนที่กำลังจะปะทะเข้ากับร่างของชายชราเองก็ได้ถูกเบี่ยงออกไปเพราะการโจมตีของฮานเฮอและหลุยหลานดังนั้นเขาถึงได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปปะทะกับการโจมตีของทั้งสองแทนพลางยกเท้าเตะอัดไปที่ท้องของชายชรา

โครม ! ชายชราได้ปลิวออกไปไกล

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่หลินเทียนก็ได้ถอยร่นออกไปไกลไม่ต่างกัน

สายตาที่เขามองไปทางฮานเฮอและหลุยหลานนั้นยิ่งไร้ความรู้สึกยิ่งกว่าเดิมในตอนนี้

“ขอโทษ ”

ฮานเฮอได้ส่ายศีรษะพลางพูดออกมา

หลุยหลานเองก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมทั้งยกกระบี่ขึ้นมา

ในเวลานี้ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงไปตามๆกันกับภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเพื่อครู่

“นี่……เขาหลบได้ ? เขายังไม่มีจิตสัมผัสเลยไม่ใช่หรือไง ? ”

“หรือว่าเป็นความสามารถของจิตสัมผัสตั้งแต่กำเนิด ? ”

“เป็นไปได้ไงล่ะที่จิตสัมผัสตั้งแต่กำเนิดจะไปเทียบกับจิตสัมผัสได้ ! ไม่งั้นจะตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปทำไมกันเล่า ?! ”

หลายๆคนได้ออกความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว

ชายขี้เมาที่อยู่ข้างทางเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

“เป็นผู้มีพรสวรรค์ตัวน้อยจริงๆ ”

เขาได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะซดเหล้าเข้าปากอีกครั้ง

ชายชราได้พยุงตัวเองกลับขึ้นมาด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างมากพร้อมกับคำรามออกมาว่า

“ระยำ ! ”

เขาที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้กลับถูกคลื่นกระบี่กระแทกจนปลิวยังไม่พอ ตอนนี้ยังถูกเตะกระเด็นอีกนี่มันอับอายขายหน้าขนาดไหนกัน !

“ผู้อาวุโสทั้ง 3 โปรดร่วมมือกันกำราบเจ้ากบฏนี้โดยเร็ว ”

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

จริงๆไม่จำเป็นต้องพูดคำนี้ก็ได้เพราะชายชราเองก็คิดอยู่แบบนี้เช่นกัน

ฮานเฮอและหลุยหลานได้แต่ถอนหายใจออกมาขณะที่เผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียน

หลินเทียนได้แต่มองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น

“วิ้ส ! ”

เขาได้พุ่งเข้าไปทางทั้ง 3 คนด้วยความเร็วดั่งเส้นแสงก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไป

ครั้งนี้เองที่ลำแสงได้พุ่งออกมาจากกำปั้นของเขาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่ทั้ง 3 คนโดยทันที

“หมัดสังหาร ? ”

ฮานเฮอได้ผงะไป

ชายชราเองก็แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาตั้งรับ

ได้ยินเพียงแค่เสียง บึ้ส ! การโจมตีของหลินเทียนได้สลายหายไปโดยทันทีเพราะถึงอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ซึ่งแม้ว่าทักษะหมัดสังหารจะแข็งแกร่งและน่ากลัวแต่ก็ยังไม่เพียงพอจะเป็นภัยคุกคามต่อผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้

อย่างไรก็ตามตอนนี้เองที่สีหน้าของชายชราได้เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“มันหายไปไหน ! ”

ชายชราได้ส่งเสียงออกมาด้วยสีหน้าที่แข็งค้างไป

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่คนอื่นๆก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกันเพราะว่าตอนนี้ร่างของหลินเทียนได้หายไปแล้ว

ฮานเฮอและหลุยหลานที่กำลังจ้องมองอยู่ตรงหน้าเองก็ตระหนักได้ถึงอีกสถานะของหลินเทียนพร้อมกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาพร้อมใจกันกวาดจิตสัมผัสออกไปก่อนที่จะพุ่งเข้าไปทางจูหวูเต๋าอย่างรวดเร็ว

“แกร๊ง ! ”

ฮานเฮอได้ฟาดฟันออกไปทางจูหวูเต๋าอย่างรวดเร็ว

การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปอย่างมาก

“นี่……”

“ทำอะไร ? ”

“ได้ไงกัน ………..? ”

เมื่อมองไปยังฮานเฮอและหลุยหลานที่กำลังส่งคลื่นกระบี่เข้าใส่องค์จักรพรรดิแล้วผู้คนโดยรอบต่างแข็งค้างไปตามๆกัน

จูหวูเต๋าเองก็ไม่ต่างกัน เขาได้รีบคำรามออกมาอย่างดังว่า

“ผู้อาวุโสฮานท่านกำลังคิดจะทำอะไร ! ”

หลังจากที่พูดออกมาแล้วเขาก็พยายามหลบออกไปด้านข้าง

ตอนนี้เองที่ชายชราได้ส่งเสียงออกมาอย่างดังว่า

“องค์เหนือหัวอย่างขยับ ! ไอ้กบฏนั่นมันกำลังพุ่งเข้าไปทางท่าน ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วชายชราก็พุ่งกลับไปทางจูหวูเต๋าเช่นกัน

เมื่อจูหวูเต๋านึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในป่าสัตว์อสูรนั้นเขายังจำได้ดีว่าหลินเทียนสามารถพรางตัวในระยะเวลาสั้นๆได้

คลื่นกระบี่ได้พุ่งเขาใส่หน้าอกของจูหวูเต๋าทำให้เกิดเสียงคำรามออกมาอย่างดัง หลังจากนั้นในเวลาเดียวกันนี้เองที่ร่างของหลินเทียนได้ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของจูหวูเต๋าพร้อมทั้งพบว่าการโจมตีของเขาได้ถูกคลื่นกระบี่ของฮานเฮอป้องกันเอาไว้

“ตายไปซะ ”

ชายชราได้เหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่โดยทันที

ฝ่ามือนี้ชายชราได้ใช้พลังทั้งหมดของเขา

หลินเทียนนั้นใช้หมัดสังหารเพียงเพื่อดึงดูดความสนใจของทั้งสามคนเท่านั้นและหลังจากนั้นถึงได้หาโอกาสเข้าใกล้จูหวูเต๋าด้วยข่ายอาคมลมกระโชกเพื่อลอบสังหารมันอย่างลับๆแต่เขาประมาทจิตสัมผัสของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เกินไปเพราะเขาดันถูกตรวจพบในเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นแถมตอนนี้เขายังป้องกันการโจมตีของฮานเฮอเอาไว้ด้วยกระบี่ดังนั้นถึงไม่สามารถรับการโจมตีของชายชราเอาไว้ได้

“หลินเทียน !”

จี่หยวนฉานได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก

ฮานเฮอที่กำลังฟาดฟันอยู่เองก็ได้แต่กำกระบี่แน่นด้วยสีหน้าที่ขัดกับการกระทำ

ผู้คนโดยรอบต่างมองไปยังภาพเหล่านี้ด้วยสีหน่าที่ตกต่ำ

“จบแล้วสิ ”

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

ผู้คนกว่า 90% ที่อยู่ที่นี้ล้วนนับถือหลินเทียนและไม่อยากจะให้เขาตกตายลงที่นี่แต่ใครจะป้องกันได้ ?

และตอนนี้เองที่มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้น

“ดีมากๆ ! เป็นผู้มีพรสวรรค์ตัวน้อยจริงๆ ! ”

ชายขี้เมาที่อยู่ริมถนนได้ยืนขึ้น

ผู้คนได้แต่มองไปทางนั้นก่อนที่จะพบว่าร่างของชายขี้เมาได้หายไปก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องอย่างดังจากทางหลินเทียน , ชายชราคนนั้นได้กระอักเลือดออกมาคำโตขณะที่ลอยเคว้งออกไปไกลและเหลือเพียงร่างของชายขี้เมาเนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหลินเทียน