0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผู้คนที่อยู่ข้างทางต่างสั่นสะท้านไปตามๆกันพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้กลับถูกกระแทกปลิวออกไปไกลด้วยคลื่นกระบี่ !

“พระเจ้า ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้อุทานออกมาด้วยสีหน้าที่แข็งข้าง

กระบี่ในมือของหลินเทียนนั้นอาบไปด้วยกระแสไฟฟ้าและเปลวเพลิงขณะที่สายตาของเขาเย็นชายิ่งกว่าเก่า

จูหวูเต๋าที่ต้องเผชิญหน้ากับภาพเหล่านี้เองก็ได้แต่ถอยกลับไปด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่น

“นี่…………เขาต้องการจะสังหารองค์จักรพรรดิ ? ”

หนึ่งในผู้คนได้ส่งเสียงที่สั่นระริกออกมา

สีหน้าของจูหวูเต๋านั้นเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างมากและไม่คิดเลยว่าหนึ่งเดือนที่ไม่ได้พบหลินเทียนนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้ ขนาดผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ยังสามารถต้านทานเอาไว้ได้

“น้องชายหยุดเร็ว นั่นน่ะองค์จักรพรรดิเลยนะ ! อย่าลงมือนะ ! ”

จี่หยวนฉานรีบวิ่งมาจับหลินเทียนเอาไว้

“หลีกทางไป ! ”

หลินเทียนได้สะบัดมือกระแทกร่างของจี่หยวนฉานออกไป

กระบี่ในมือของเขาได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น

“หยุดนะหลินเทียน ! ”

น้ำเสียงที่คุ้นเคยได้ถูกส่งออกมาอย่างดัง

ร่างสองร่างได้พุ่งออกมาซึ่งพวกเขาคือผู้อาวุโสของสำนักเป่ยหยานอย่างฮานเฮอและหลุยหลาน

หลุยหลานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ยังไม่หยุดอีก ! นี่น่ะองค์จักรพรรดินะ ! เจ้าคิดจะทำอะไร ? ”

“องค์จักรพรรดิ ? แล้วมันจะทำไม ! ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

สำหรับเขาแล้วไม่ได้สนใจเรื่องการมาถึงของฮานเฮอและหลุยหลานแม้แต่น้อย เขายังคงก้าวเดินออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอยู่ดี

สีหน้าของฮานเฮอและหลุยหลานกลายเป็นน่าเกลียดอย่างมากขณะที่ท่าทางได้ตกต่ำลงเช่นกัน

ฮานเฮอที่จ้องมองไปทางหลินเทียนเองก็ได้พูดออกมาว่า

“อย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นศิษย์สำนักเป่ยหยานนะ ! ข้าที่เป็นผู้อาวุโสขอสั่งให้เจ้าหยุด ! ส่วนเรื่องโทษของเจ้าข้าจะขอร้องให้องค์เหนือหัวไว้ชีวิตเจ้าเอง ! ”

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงก่อนที่จะมองไปทางฮานเฮอและหลุยหลาน

เขาได้ยกมือซ้ายขึ้นมาก่อนที่จะเรียกเอาตราประจำตัวของสำนักออกมา

“กร๊อบ ! ”

ออกแรงเล็กน้อยก่อนที่มันจะส่งเสียงแตกหักออกมา

“ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ”

เขาได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

“เจ้า ! ”

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

ผู้คนโดยรอบที่กำลังจับจ้องไปที่ภาพเหล่านี้เองก็ต่างมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

“เขาเป็นศิษย์สำนักเป่ยหยาน ? ”

“ไม่คิดเลยว่าจะทำลายตราประจำตัวของสำนัก !”

“มันเป็นแบบนี้ได้ไงกัน ? ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

สำนักเป่ยหยานนั้นเป็นสำนักสูงสุดของจักรวรรดินี้ซึ่งเป็นสถานที่ๆเหล่าผู้มีพรสวรรค์มากมายพยายามอย่างมากที่จะเข้าไป ในแต่ละปีนั้นมีเพียงผู้คนประมาณ 200 กว่าคนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมกับสำนักซึ่งถือว่าเป็นเกียรติยศของตัวเองอย่างมากทว่าตอนนี้กลับมีคนที่กล้าทำลายตราประจำตัวของสำนักไปเพื่อแยกตัวออกจากสำนัก !

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางจูหวูเต๋าพร้อมทั้งก้าวเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เย็นชา

“หยุดนะ !”

“หลินเทียนหยุดนะ ! ทำไมกัน ! ”

ฮานเฮอและหลุยหลานต่างคำรามออกมาพลางขวางทางเขาเอาไว้

พวกเขาโปรดปรานในตัวหลินเทียนอย่างมากแต่การที่หลินเทียนจะลงมือสังหารองค์จักรพรรดินั้นพวกเขาไม่สามารถนิ่งดูดายได้

“มันทำเรื่องที่ไม่ควรทำ ”

เขาได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เสียงแสยะที่เย็นชาได้ดังขึ้นขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ที่กระเด็นไปก่อนหน้านี้ได้พุ่งออกมาด้วยสีหน้าที่เย็นชาเป็นน้ำแข็งผสมกับจิตสังหารที่เข้มข้นเพราะก่อนหน้านี้เขาดันถูกกระแทกปลิวไปด้วยผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเท่านั้น !

“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายโปรดจัดการกับมันด้วย !”

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงออกมา

ชายชราได้พยักหน้าพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

สีหน้าของหลินเทียนก็ยังเคร่งขรึมเช่นเคยขณะที่ฟาดฟันกระบี่ออกไป

“โครม ! ”

พลังงานอันป่าเถื่อนได้ปะทุออกมาจากร่างกายของเขาพร้อมทั้งกวาดไปรอบทิศทางจนทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆกัน

ท่าทางของชายชราคนนั้นเองก็ไม่ต่างกัน

“ใช้ได้ ! ”

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 กลับสามารถส่งเจตจำนงแห่งกระบี่ที่รุนแรงขนาดนี้ออกมาได้ ! นี่มันไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยแม้แต่น้อยและมันอดไม่ได้ที่จะทำให้หัวใจของชายชราสั่นสะท้านไปแต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขากลัว , เห็นเพียงแค่ว่าเท้าของชายชราได้สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่หลินเทียนในพริบตา

ชายชราได้ยกแขนขึ้นพร้อมทั้งตบไปทางหลินเทียนอย่างรุนแรง

“ฝ่ามือทลายล้าง !”

ฮานเฮอได้ส่งเสียงโห่ร้องออกมาโดยทันที

มันเป็นทักษะเขตแดนผู้รอบรู้ซึ่งเรียกได้ว่าสามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง

หลินเทียนที่ถือกระบี่อยู่เองก็ยังคงไม่มีท่าทีว่าจะหลบแม้แต่น้อย เขาเผชิญหน้ากับมันตรงๆ !

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่คลื่นกระบี่ของเขาได้พุ่งเข้าปะทะกับการโจมตีของชายชรา , ครั้งนี้พลังงานอันรุนแรงได้ระเบิดตัวออกไปโดยรอบและส่งผลให้ผู้คนทั้งหลายถึงกับกระเด็นออกไปหลายก้าว

“ไอ้กบฏ ยังไม่ยอมจำนนอีกงั้นรึ ! ”

ชายชราได้ส่งเสียงออกมา

“ไสหัวไปซะ ! ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกพลางกวัดแกว่งคลื่นกระบี่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเก่าออกไป

แกร๊ง ! การโจมตีของทั้งสองได้ปะทะกันอีกครั้ง

เห็นเพียงแค่ภาพพลังฉีอันรุนแรงก่อตัวขึ้นเป็นพายุพร้อมทั้งกวาดไปโดยรอบพื้นที่ทำให้หลายๆคนต่างพากันถอยหลังกันไปอีกครั้งเพราะความกลัว

“สามารถป้องกันผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ไว้ได้ ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

กระบี่ในมือของหลินเทียนนั้นอาบไปด้วยกระแสไฟฟ้าและเปลวเพลิงเหมือนดั่งมังกรสายฟ้าที่ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงออกมาเพื่อป้องกันการโจมตีของชายชราเอาไว้ทั้งหมด

ฮานเฮอและหลุยหลานที่กำลังสังเกตการณ์อยู่เองก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นขณะที่จ้องมองไปยังชายหนุ่มอายุ 16 ปีซึ่งอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 แต่กลับแข็งแกร่งได้ถึงขนาดต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ ! นี่มันเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับไหนกัน ?! หายากขนาดไหนกัน ! ในประวัติศาสตร์เคยมีศิษย์คนไหนโดดเด่นขนาดนี้ ?

“ผู้อาวุโสทั้งสองโปรดลงมือ ”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมา

สีหน้าของฮานเฮอได้ตกต่ำลงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ท่านแม่ทัพใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อประเทศนี้ส่วนเจ้าหนูนั่นก็เป็นผู้มีพรสวรรค์หายากของสำนักเรา อนาคตของเขาไร้ขีดจำกัดแต่ทำไมท่านถึงได้ทำแบบนี้ล่ะองค์จักรพรรดิ ? ”

สีหน้าของจูหวูเต๋าได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมกับพูดว่า

“ท่านทั้งสองโปรดอย่าลืมว่าการที่ท่านมีวันนี้ได้มันเป็นเพราะใบบุญของจักรพรรดิองค์ก่อน ! ”

สีหน้าของฮานเฮอและหลุยหลานได้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หากว่าไม่ใช่เพราะน้ำใจของจักรพรรดิองค์ก่อนแล้วมันเป็นเรื่องยากมากๆที่พวกเขาจะตัดผ่านมายังผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้โดยไม่มีทักษะ เคล็ดวิชาบ่มเพาะและสมบัติ

“!”

หลุนหลานได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับก้าวออกไปด้านหน้า

ฮานเฮอเองก็ได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมทั้งเดินออกไปทางหลินเทียนเช่นกัน

“หลินเทียน ข้าขอโทษ ”

หลุยหลานได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ป้องมือพร้อมกับพุ่งกระโจนเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

“ขอโทษ”

ฮานเฮอเองก็ได้พูดออกมาเช่นกัน

หลังจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปทางหลินเทียนเช่นกัน

พวกเขาเชี่ยวชาญกระบี่แต่จะให้ใช้มันกับหลินเทียนได้อย่างไรกัน ? พวกเขารู้สึกนับถือในตัวหลินเทียนจากลึกๆในหัวใจเป็นอย่างมาก

คนธรรดาคนไหนกันที่จะมาได้ถึงขนาดนี้ ?

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกออกมาแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับฮานเฮอหรือหลุยหลานก็ตาม

“ใครขวางข้า คนนั้นมันเป็นศัตรู ! ”

เขาได้พูดออกมา

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้สั่นไหวก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

“อวดดีนักนะ ! ”

ชายชราผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

เขาได้เหวี่ยงฝ่ามือออกไปทางหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปปะทะกับการโจมตีของชายชราเช่นกัน

“พึ้สส !”

“พึ้สส !”

“พึ้สส ! ”

ท้องฟ้าถล่มถลายขณะที่หลินเทียนได้ฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ทั้งสามเล่มออกไป

กระบี่ของเขานั้นเป็นกระบี่สมบัติระดับสูงขั้นต้นที่สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเขาประมาณ 70% และเมื่อรวมกับระดับพลังในปัจจุบันของเขาแล้วก็สามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ธรรมดาๆได้

“เขาเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเท่านั้น ? ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ? ”

หลายๆคนที่อยู่รอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

เจียงเหลินเหวินที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่จ้องมองไปด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างมาก

“ระยำเอ้ย ! ”

ในเมืองหลวงนี้มันมีคนที่สามารถก้าวข้ามเขาไปได้ !

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งออกไปขณะที่ทั้ง 4 คนได้ปะทะกันอย่างหนักหน่วงจนส่งผลให้ถนนโดยรอบพังทลายลง

“สลายไปซะ ! ”

ชายชราผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้คำรามออกมาอย่างดังพร้อมกับส่งฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนได้กระอักเลือดออกมาแต่ในเวลาเดียวกันนี้เขาก็ยังคงฟาดฟันกระบี่ออกไปเพื่อทิ้งรอยแผลไว้ที่หน้าอกของชายชราเช่นกัน

ชายชราได้โกรธถึงขีดสุดขณะที่พยายามโจมตีอย่างสุดความสามารถ !

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ลงมือด้วยเช่นกัน , ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ถึง 3 คนร่วมมือกันแต่หลินเทียนที่ก่อนหน้านี้อยู่ในฝ่ายเหนือกว่านั้นเริ่มที่จะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ลงเรื่อยๆพลางกระเด็นกลับไปหลายครั้ง

“หยุดนะน้องชาย ! ”

จี่หยวนฉานได้รีบวิ่งออกมาทันที

ความแข็งแกร่งของหลินเทียนนั้นทำให้เขาตกตะลึงอย่างมากแต่หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ก็ทำให้เขากังวลถึงขีดสุด มันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่หลินเทียนจะสามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ถึง 3 คนพร้อมๆกัน

“เจ้ารีบหนีไปซะ ! ”

จี่หยวนฉานได้พูดออกมา

เขาเชื่อว่าหากหลินเทียนต้องการหนีจริงๆก็คงไม่มีใครขวางทางเขาไว้ได้

“หนี ? หนีไปไหน ? ”

หลินเทียนได้สะบัดจี่หยวนฉานออกพลางปาดเลือดทีมุมปากแล้วจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

“เกิดเป็นลูกผู้ชาย ! ข้าขอสาบานเลยว่าข้าจะฆ่าเจ้า ! หากว่าข้าไม่ฆ่าเจ้าก็จะถือว่าข้าผิดต่อนาง ! ”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วสีหน้าของจูหวูเต๋าก็กลายเป็นหวาดหวั่นไปทันที

“ผู้อาวุโสทั้ง 3 โปรดรีบกำราบมันเร็ว ! ท่านผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุยเลิกออมมือได้แล้ว ! ”

จูหวูเต๋าได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา

ชายชราผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะปลดปล่อยแรงกดดันที่รุนแรงกว่าเก่าออกมา

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนพลางส่ายศีรษะไปตามๆกัน

“หลังจากวันนี้ข้าต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน ”

ฮานเฮอได้พูดออกมา

พวกเขาได้มองไปทางหลินเทียนด้วยแรงกดดันที่ปะทุออกมามากกว่าเก่าพร้อมทั้งเรียกเอากระบี่ออกมาเช่นกัน

ทันใดนั้นเองที่พื้นที่รอบข้างต่างสั่นสะท้านไปด้วยแรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ทั้ง 3 คน , ตอนนี้พวกเขาได้ส่งการโจมตีพิเศษอย่างจิตสัมผัสออกไปทำให้พวกเขาดูน่ากลัวขึ้นอย่างมาก

หลินเทียนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเองก็ยังคงปลดปล่อยแรงกดดันของตัวเองออกมาขณะที่ผมสีดำเข้มปลิวไสวแต่สายตาของเขาก็ยังคงเย็นชาเช่นเคย

“โครม ! ”

เขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาพร้อมทั้งอาบมันไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าและเปลวเพลิงขณะที่กลิ่นอายของเขาเริ่มปะทุออกมามากขึ้น

พริบตานั้นเองที่แรงกดดันของทั้ง 4 คนได้ปะทะกันจนทำให้หัวใจของผู้คนรอบข้างสั่นไปตามๆกัน

แรงกดดันระดับนี้มันน่าสยดสยองเกินไป !

“ตาเฒ่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ 3 คนรุมเด็กน้อยเขตแดนชีพจรเทวะคนเดียวนี้มันหน้าไม่อายเลยจริงๆนะ ”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

แม้ว่าแรงกดดันที่พวกเขาปลดปล่อยออกมาจะยังคงเพิ่มขึ้นแต่เสียงนี้ก็ยังคงดังก้องอยู่ในหูของทุกคน

ชายวัยกลางคนที่เดินโซซัดโซเซได้เดินเข้ามา , ในมือของเขากำลังถือขวดเหล้าเอาไว้โดยที่มีสภาพเหมือนขอทานไม่ต่างไปจากจี่หยวนฉานในตอนนี้แม้แต่น้อย