0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เจียงเหลินเหวินได้ลอยเคว้งออกไปไกลก่อนที่จะตกลงมากระแทกกับพื้นแล้วกระอักเลือดออกมา

“นี่…….. มันเป็นไปได้ไงกัน ! ”

“เจียงเหลินเหวินคนนั้น………”

หลายๆคนได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที

ชื่อเสียงของเจียงเหลินเหวินโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ซึ่งถือได้ว่าเขาเป็นลำดับที่ 1 ในคนรุ่นนี้แต่ ณ ตอนนี้กลับมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเจียงเหลินเหวินซึ่งเขาไม่สามารถป้องกันคลื่นกระบี่ของอีกฝ่ายได้ด้วยซ้ำ

“เจ้า…..”

เจียงเหลินเหวินได้คลานกลับขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ซีดลง

คลื่นกระบี่ของหลินเทียนยังคงถูกส่งออกไปก่อนที่จะกระแทกเข้ากับร่างของเจียงเหลินเหวินและทำให้เขาปลิวออกไปไกลอีกครั้ง

เขาได้หันหน้าไปมองทางจูหวูเต๋าด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกอย่างมาก

จี่หยูนั้นถูกขังเอาไว้ภายในราชวังและมันทำให้จิตสังหารที่มีต่อจูหวูเต๋านั้นเข้มข้นยิ่งกว่าที่เขามีต่อเจียงเหลินเหวินด้วยซ้ำ

“จับมันไว้ซะ !”

“รุมมัน ! ”

ทหารหลายร้อยคนได้ลงมืออย่างรวดเร็ว

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ของเขาได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะกวาดพลังทำลายออกไปรอบพื้นที่

เสียงร้อยโหยหวนดังระงมไม่หยุดขณะเลือดสาดกระจายออกมาทั่ว

หลินเทียนยังคงกวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปอย่างไร้ความรู้สึกพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่มากมายเหมือนดั่งห่าฝนออกไปเพื่อเก็บเกี่ยวชีวิตของผู้คนรอบข้างให้ได้มากที่สุด , พริบตาเดียวทหารนับสิบนายก็ตกตายลงอย่างรวดเร็ว

“หยุดนะน้องชาย !”

จี่หยวนฉานได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปเรื่อยๆขณะที่ปลดปล่อยคลื่นกระบี่ออกไปโดยรอบ ทุกคนที่เข้าใกล้รัศมีของเขาต่างตกตายลงไม่เว้นแม้แต่คนเดียว

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ถูกส่งออกมาจากทางฝั่งของเจียงเหลินเหวินอีกครั้ง

ครั้งนี้พลังทำลายของมันสูงมากๆและส่งผลให้อากาศถึงกับเย็นชาลงทันที

ทักษะเพลงกระบี่วิญญาณเยือกแข็งของตระกูลเจียง !

“ตายซะ ! ”

เจียงเหลินเหวินที่ส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปเองก็ส่งผลให้ทหารทั้งหลายต่างล่าถอยกลับไป

“หลบเร็วน้องชาย ! ”

จี่หยวนฉานได้ส่งเสียงออกมา

เขาที่เป็นแม่ทัพนั้นรู้ถึงความน่ากลัวของทักษะเหล่านี้ดี

ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับทักษะที่รุนแรงเหล่านี้หลินเทียนกลับไม่ก้าวถอยแม้แต่น้อย เขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไป

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ปะทะเข้ากับการโจมตีของเจียงเหลินเหวินก่อนที่จะสลายหายไปทันที

“เป็นไปไม่ได้ ! ”

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

ผู้คนโดยรอบเองก็ต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน คลื่นกระบี่ที่รุนแรงขนาดนั้นกลับถูกทำลายจนสลายหายไปได้ไงกัน ?

เหล็งเฟิงและคนอื่นๆที่อยู่ห่างออกไปล้วนแต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

“นี่มันอะไรกัน ? นี่มัน……… ”

เหล็งเฟิงถึงกับแข็งค้างไป

เหล็งเฟิงเองก็อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 เช่นกันแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับสามารถอยู่เหนือกว่าเจียงเหลินเหวิน !

ต๊วนเหวินโปที่กำลังให้ความสนใจกับภาพตรงหน้าเองก็ได้แต่ผงะไปเช่นกัน

“ฆ่า !”

ณ ตอนนี้เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

เจียงเหลินเหวินที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากเองก็ได้สำแดงทักษะออกมาอย่างถึงขีดสุด , คลื่นกระบี่นับหลายสิบเล่มได้ถูกส่งออกมารายล้อมร่างกายของหลินเทียนเอาไว้ทุกทิศทางจนทำให้หิมะที่อยู่โดยรอบต่างสลายหายไปเป็นผุยผง

“การโจมตีนี้รุนแรงกว่าก่อนหน้านี้ ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ผู้คนสามารถสัมผัสได้ถึงพลังทำลายอันรุนแรงของคลื่นกระบี่นี้ดีแอดไม่ได้ที่จะแข็งข้างไปด้วยความตกตะลึงเพราะมันน่าสยดสยองมากๆ

หลินเทียนได้จ้องมองออกไปทางเจียงเหลินเหวินด้วยสีหน้าที่ยังคงไร้ความรู้สึกเช่นเคย

“ขยะ ! ”

คำพูดสั้นๆเหล่านี้ได้ถูกส่งออกมาก่อนที่เขาจะฟาดฟันกระบี่ในมือออกไป

เมื่อคลื่นกระบี่ทั้งสองได้ประทะกันก็ส่งผลให้การโจมตีทั้งหมดของเจียงเหลินเหวินสลายไปพร้อมทั้งส่งอีกฝ่ายกระเด็นออกไปอีกครั้ง

“!! ”

เจียงเหลินเหวินที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศได้กระอักเลือดออกมา

เมื่อมองไปยังภาพเหล่านี้แล้วผู้คนโดยรอบต่างแน่นิ่งไปเพราะเจียงเหลินเหวินที่แข็งแกร่งคนนั้นแต่ตนนี้กลับดูเปราะบางเหลือเกิน ?

หลังจากที่ส่งเจียงเหลินเหวินปลิวออกไปไกลแล้วหลินเทียนก็ยังคงก้าวเดินออกไปทางจี่หยวนฉานด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสแม้แต่น้อย

“เจ้ากล้านั้นรึ ! ”

หนึ่งในกองกำลังทหารได้ส่งเสียงคำรามออกมา

น่าเสียดายที่ชายคนนี้รับไว้ได้เพียงแค่การโจมตีเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นทหารเขตแดนชีพจรเทวะคนนี้ก็ตกตายลงโดยทันที

พริบตาเดียวร่างของเขาก็ถูกล้อมเอาไว้โดยกลุ่มทหารเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งแม้ว่าในใจลึกๆพวกเขาจะรู้สึกกลัวแต่ก็ยังไม่กล้าขัดคำสั่งอยู่ดี

“ใครกล้าขวางทางข้า ตาย ! ”

น้ำเสียงที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมา

คลื่นกระบี่สายฟ้าได้ถูกส่งออกไปโดยรอยทิศทางพร้อมทั้งเห็นเพียงแค่กองเลือดที่เจิ่งนองไปทั่วพื้นดิน

พริบตาเดียวหลินเทียนได้ลงมือสังหารกองกำลังทหารไปกว่า 200 คนก่อนที่จะเดินเข้าไปถึงกรงของจี่หยวนฉาน

“น้องชาย เจ้า….”

จี่หยวนฉานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกไปทำลายกรงขังของเขาโดยทันที

“มาชิงตัวนักโทษจริงๆด้วย !”

“นี่………เป็นคนที่โหดเหี้ยมจริงๆ ! ”

แม้ว่าผู้คนโดยรอบจะรู้ว่าหลินเทียนมีเป้าหมายเพื่อชิงตัวนักโทษแต่หลังจากที่เห็นภาพที่หลินเทียนได้ทำลายกรงขังออกแล้วก็อดไม่ได้เลยที่จะทำให้พวกเขาแข็งข้างไปและหลังจากนั้นเรื่องที่พวกเขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น , พวกเขาต่างคิดว่าหลังจากที่ทำลายกรงขังไปแล้วหลินเทียนจะนำจี่หยวนฉานหนีไปทว่าตอนนี้อีกฝ่ายกลับมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ

“นี่………. เขาต้องการจะทำอะไร ? ”

“นั่นมัน….ทางนั้นมันเป็นตำแหน่งขององค์จักรพรรดิ ! ”

“เขาคงไม่ได้คิด……..”

หลายๆคนได้แต่จ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

กระบี่ในมือของหลินเทียนได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

สีหน้าของจี่หยวนฉานเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เขาได้แต่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของหลินเทียนที่กำลังก้าวเดินเข้าไปทางองค์จักรพรรดิ

พริบตาเดียวหลินเทียนก็เข้าไปถึงระยะห่างระหว่างจูหวูเต๋าและคนอื่นๆเพียงแค่ 15 เมตร

เขาได้ต้องมองไปยังจูหวูเต๋าด้วยสายตาที่เย็นชาพลางพูดว่า

“เอาจี่หยูคืนมาให้ข้า ”

นัยน์ตาของจูหวูเต๋าได้หดเล็กลงก่อนที่จะหันมองไปทางต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิง

“องค์เหนือหัวโปรดวางใจ ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาและเหล็งเฟิงได้พุ่งออกไปโดยทันที

“ไอ้กบฏ ตายซะ ! ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงออกมา

อาวุธสมบัติขั้นปลายได้ถูกเรียกออกมาในมือของเขาก่อนที่จะฟาดฟันออกไปทางหลินเทียน

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ต๊วนเหวินโปก็ใช้หอกสมบัติขั้นปลายแทงเข้าไปทางหลินเทียนเช่นกัน

“โครม ! ”

พลังทำลายของทั้งสองรุนแรงไม่แพ้การโจมตีของเจียงเหลินเหวินแม้แต่น้อย

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไป , เสียงคำรามของสายฟ้าที่ดังสนั่นส่งผลให้ผู้คนโดยรอบต่างรู้สึกปวดอยู่ภายในช่องหู

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกไป

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่กระบี่ในมือของเหล็งเฟิงได้ถูกตัดออกเป็นสองท่อนพร้อมๆกับร่างกายของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

โครม ! , ซากศพของเหล็งเฟิงได้กระแทกลงกับพื้นก่อนที่แววตาจะหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

สังหารในการโจมตีเดียว

“เหล็งเฟิง ! ”

จูหวูเต๋าได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที

ณ ตอนนี้เองที่การโจมตีของต๊วนเหวินโปได้พุ่งเข้าใส่หัวไหล่ของหลินเทียนอีกครั้ง

“ตายซะ ! ”

ต๊วนเหวินโปได้แสยะออกมา

การที่เหล็งเฟิงตกตายลงนั้นทำให้เขาประหลาดใจอย่างมากแต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรเพราะการตายของคนตระกูลเหล็งมันเกี่ยวอะไรกับเขา ?, การโจมตีนี้ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ก็ยากที่จะรับมือ

“น้องชาย ! ”

สีหน้าของจี่หยวนฉานได้เปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะส่งเสียงออกมา

อย่างไรก็ตามวินาทีต่อไปเขาก็ได้หยุดนิ่งไปทันทีเพราะว่าตอนนี้หลินเทียนกำลังใช้มือซ้ายคว้าหอกของต๊วนเหวินโปเอาไว้

“เจ้า ……… ! ”

สีหน้าของต๊วนเหวินโปได้เปลี่ยนไปทันทีเพราะหลินเทียนกลับสามารถป้องกันการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้ไว้ได้ ? นี่มันเป็นไปได้ไงกัน ?

หลินเทียนที่กำลังจับหอกของเขาเอาไว้ก็ยังคงจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าโดยที่ไม่สนใจต๊วนเหวินโปแม้แต่น้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เอาจี่หยูคืนมาให้ข้า ! ”

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนท่ะพุ่งทะลุผ่านหน้าอกของต๊วนเหวินโปไป

“อั๊ก ! ”

เสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้นขณะที่ต๊วนเหวินโปรีบปล่อยมือจากหอกพร้อมทั้งก้าวถอยหลับกลังไปพลางกุมหน้าอกตัวเองที่โชกเลือดเอาไว้ เขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่สั่นระริกพร้อมทั้งทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะกระตุกอยู่สักพักแล้วแน่นิ่งไป , คลื่นกระบี่ก่อนหน้านี้ของหลินเทียนได้พุ่งทะลุผ่านขั่วหัวใจของเขาไปและต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี

สีหน้าของจูหวูเต๋าเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เหล็งเฟิงและต๊วนเหวินโปได้ตกตายลงไปแล้วซึ่งทั้งสองนั้นถือเป็นผู้สืบทอดของสองตระกูลผู้บ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ในเมืองนี้และเขาต้องได้รับการสนับสนุนจากพวกเขาทว่าตอนนี้กลับถูกสังหารจนสิ้นด้วยฝีมือของหลินเทียน !

ผู้คนต่างแต่มีสีหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปตามๆกัน

“พริบตาเดียวสังหารไปสองคนเลยงั้นรึ ! ”

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

เหล็งเฟิงนั้นอยู่ในลำดับที่ 7 ของตารางสายลมและหมู่เมฆแต่ต๊วนเหวินโปนั้นอยู่ในลำดับที่ 3 ซึ่งพวกเขาทั้งสองถือเป็นผู้สืบทอดตระกูลเหล็งและตระกูลต๊วนในรุ่นนี้ทว่าวันนี้กลับตกตายลงง่ายๆแบบนี้ , พวกเขาได้แต่จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หวาดผวาอย่างบอกไม่ถูก

แข็งแกร่งเกินไปแล้ว !

โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว !

จี่หยวนฉานเองก็กำลังสังเกตการณ์อยู่เช่นกัน

มือของของหลินเทียนยังคงกำกระบี่ในมือไว้แน่นพร้อมทั้งก้าวเดินเข้าไปทางจูหวูเต๋าทีละก้าว

“เอาจี่หยูคืนมา ! ”

น้ำเสียงของเขาดูร้ายอย่างมากก่อนที่คลื่นกระบี่ในมืออันรุนแรงจะถูกส่งออกไปทางจูหวูเต๋า , เจตจำนงแห่งกระบี่ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นนั้นส่งผลให้ผู้คนโดยรอบต่างกระอักเลือดออกมา

“บังอาจ ! ”

เสียงคำรามอย่างดังได้ถูกส่งออกมา

ร่างๆหนึ่งได้พุ่งออกมาจากด้านหลังของจูหวูเต๋าพร้อมทั้งทำลายการโจมตีของหลินเทียนโดยทันที

เจ้าของร่างนี้คือชายชราไว้หนวดเคราที่กำลังสวมชุดคลุมสีฟ้าขณะที่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ !

หลินเทียนได้มองกลับไปด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่าเก่า

กระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าที่ผสานพลังเปลวเพลิงเพิ่มเข้าไปด้วย , ขณะนี้คลื่นกระบี่ที่ส่งเสียงมังกรคำรามได้พุ่งออกไปและส่งผลให้สีหน้าของผู้คนรอบข้างหวาดผวาและตื่นตระหนกโดยทันที

“ไสหัวไปซะ ! ”

หลินเทียนได้ฟาดฟันออกไป

คลื่นกระบี่ของเขาปกคลุมไปทั่วผืนฟ้าพร้อมทั้งเข้าปะทะกับร่างของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้โดยทันที

ชายชราได้ส่งเสียงแสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะเหวี่ยงมือสวนกลับไป , อย่างไรก็ตามวินาทีนี้เองที่สีหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงนี้พุ่งทะลุการโจมตีของเขาและส่งเขาลอยเคว้งออกไปไกลกว่าหลายสิบเมตร