0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกต่ำออกมาก่อนที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในที่สุด เขารู้แล้วว่าทำไมนางถึงได้ปฏิบัติต่อเขาแตกต่างจากคนอื่นนั่นก็เพราะคนอื่นๆอาจคิดว่านางไม่รู้ว่าเขาช่วยชีวิตนางอย่างไรแต่ที่จริงแล้วนางรับรู้ทุกสิ่งแถมยังรู้ถึงขั้นตอนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้นด้วย

มือขวาของเขาได้ขยับเพื่อเปิดหน้าถัดไป

“เขาจะต้องผ่านการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ของสำนักเป่ยหยานได้อย่างแน่นอน ”

“เลยกำหนดเวลาทดสอบมาก่อนอาทิตย์แล้วแต่เขายังไม่ออกมาแต่ข้ายังเชื่อว่าเขาจะต้องไม่เป็นอะไร ! ”

“ในที่สุดหลังจากที่รออยู่หนึ่งอาทิตย์แล้วเขาก็ออกมา ข้าเชื่ออยู่แล้วว่าจะต้องไม่เกิดอะไรขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน ”

“ในการทดสอบของศิษย์สำนักนั้นเขาทำได้ดีมากๆ ครั้งแรกก็สามารถชิงตำแหน่งที่ 5 มาได้ ! ”

“วันนี้ข้าได้มีความสุขอย่างมากหลังจากที่ได้รับของขวัญจากเขา ! ข้าอยากจะเลี้ยงดูมัน การที่ได้เห็นมันเจริญเติบโตทำให้ข้ามีความสุขเป็นอย่างมาก ”

“เขาเกือบจะสามารถสังหารเจียงเหลินเหวินได้แล้ว ความเร็วในการเติบโตของเขาสูงมากๆแต่อย่างไรก็ตามเจียงเหลินเหวินนั้นไม่ธรรมดาแถมยังมีสถานะที่สูงส่งภายในเมืองหลวงแต่ข้าเชื่อว่าเขาต้องไม่เป็นอะไร หากว่าเทียบกับเขาแล้วเจียงเหลินเหวินจะสักเท่าไหร่กัน ไม่เห็นแข็งแกร่งตรงไหนเลย ”

“เขาจะต้องเข้าร่วมงานการล่าที่องค์ชายจัดขึ้นอย่างแน่นอนและภายในป่าสัตว์อสูรต้องเผชิญกับอันตรายมากมาย พวกเจียงเหลินเหวินต้องจัดการกับเขาแน่ๆดังนั้นข้าต้องไปด้วย อย่างน้อยๆตอนนี้ข้าก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกมันเล็กน้อย ข้าจะต้องปกป้องเขาให้ได้ ! ”

“ตกหน้าผา…………แต่ข้าก็ยังเชื่อว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ ”

“กว่าครึ่งเดือนแล้วที่เขายังไม่กลับออกมาแต่ข้าก็ยังเชื่อว่าเขาต้องกลับมาแน่นอน ”

หลังจากที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็พบว่าหนังสือตรงหน้าของเขากำลังเปื้อนไปด้วยของเหลวบางอย่าง

มือของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นเครืออย่างรุนแรง

คนที่แข็งแกร่งขนาดเขากลับรู้สึกตาชื้นหลังจากที่อ่านข้อความเหล่านี้

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เปิดไปยังหน้าสุดท้าย

“ครั้งหน้าที่ได้พบกับเขาข้าจะไม่ปิดบังความในใจอีกต่อไปแล้ว ข้าอยากจะบอกเขาว่าหัวใจของข้าเป็นของเขา หากว่าข้าไม่พูดออกไปเจ้านั่นก็คงจะไม่รู้สึกอย่างแน่นอน เขามันซื่อบื้อจริงๆ ”

ข้อความทั้งหมดได้จบลงตรงนี้

หลินเทียนได้แต่กำหมัดแน่นขณะที่เล็บได้จิกเข้าไปในเนื้อ

เขา….มันโง่จริงๆ

เขาได้เก็บเอาดอกไม้และหนังสือกลับเข้าไปในแหวนมิติก่อนที่จะกวาดตามองไปรอบๆห้องแล้วเดินออกไป

“เห้อออ….. ”

สายลมได้พัดพาความหนาวเย็นเข้ามา

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังร่างไร้วิญญาณที่นอนกองกันอยู่เต็มห้องโถงก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกไป

“ออกมาแล้ว !”

“จับมันไว้ซะ !”

“ต้องจับเจ้านี่ไว้ให้ได้ ! ”

ด้านหน้าคฤหาสน์นั้นเต็มไปด้วยกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งมากมายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะรวมอยู่ด้วย

เรื่องที่หลินเทียนได้บุกเดี่ยวเข้าไปในคฤหาสน์นั้นได้ไปถึงหูของเจ้าหน้าที่กองกำลังดังนั้นถึงได้เกณฑ์เหล่าทหารมาที่นี่

“ฆ่ามัน !”

ผู้บัญชาการได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ทันใดนั้นเองที่เหล่าทหารมากมายพร้อมใจกันกระโจนเข้าใส่หลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้ายเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ใบหน้าของหลินเทียนนั้นไร้ความรู้สึกใดๆขณะที่ก้าวเดินออกมาจากภายในคฤหาสน์

“แกร๊ง !”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลงได้ส่งเสียงออกมาเหมือนดั่งคลื่นพายุที่พัดผ่านอากาศ

พริบตานี้เองที่สภาพพื้นที่โดยรอบได้ตกสู่ห้วงความเงียบสงบ

โครม โครม โครม เสียงทรุดลงดังขึ้นเรื่อยๆขณะที่กองกำลังทหารกว่าหลายสิบคนต่างพากันนอนจมกองเลือดของตัวเองไม่เว้นแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะทั้งหลาย

“นี่มัน….. หมดเลย ? หมดเลย ?! ”

“เกิดอะไรขึ้น ? เขา………เขาทำอะไร ? ”

“ข้ายังไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ ! ”

ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากขณะที่ใบหน้าเริ่มซีดลง

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกขณะที่ก้าวเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจกองซากศพที่พื้นหรือคนรอบข้างแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าก็รีบเปิดทางให้กับเขาโดยทันที

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงหลินเทียนก็ได้ก้าวมาถึงหน้าตำหนักที่หรูหราซึ่งมีป้ายชื่อสลักเอาไว้ว่า ตำหนักรวมสมบัติ !

“ท่านต้องการอะไรคะ ?”

หนึ่งในพนักงานหญิงได้เดินเข้ามาต้อนรับเขา

ที่นี่เป็นสถานที่ประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ดังนั้นพนักงานต้อนรับเหล่านี้ถึงได้สุภาพอย่างมาก

หลินเทียนไม่ได้พูดอะไรแม้แต่น้อยขณะที่หยิบเอาตราประจำตัวของซินเหยาออกมา

สีหน้าของพนักงานได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคารพว่า

“ท่านคะ โปรดรอสักครู่ค่ะ ข้าจะไปแจ้งท่านผู้ดูแลซินโดยทันที ”

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็รีบหายเข้าไปภายในส่วนลึกของตัวอาคาร

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะจากสถานที่ๆอยู่ห่างออกไป

ชายและหญิงวัยกลางคนได้เดินออกมาจากห้องประมูลซึ่งหญิงสาวคนนี้มีหน้าตาที่งดงามอย่างมากแถมกำลังถือกำไลข้อมือเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นส่วนชายที่อยู่ข้างๆนางเอาก็มีอายุราวๆ 35 ปีและผู้คนที่พบปะกับชายคนนี้ก็มักจะแสดงท่าทางที่เคารพอย่างถึงที่สุด

“ท่านซูนี่ประมูลได้โหดจริงๆ !”

“ท่านซูโปรดเดินทางกลับดีๆ ”

“ท่านซูพอจะมีเวลาไปทานอาหารกับข้ารึไม่ ? ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้มองตามไปก่อนที่จะพบว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้อาวุโสรับเชิญจากตระกูลเหล็ง : ซูฮัวหลง

ซูฮัวหลงเองก็รู้สึกเพลิดเพลินไปกับคำพูดประจบเหล่านี้อย่างมากก่อนที่จะสัมผัสได้ว่ามีสายตาที่เย็นชากำลังจับจ้องมาทางเขาดังนั้นถึงได้ทำให้ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปโดยทันที

“หลินเทียน ? เจ้า……….ยังไม่ตาย ? ”

ก่อนหน้านี้เหล็งเฟิงได้บอกกับเขามาว่าหลินเทียนได้ตกตายไปแล้วถึงได้ทำให้เขาโล่งใจเป็นอย่างมากทว่าตอนนี้สิ่งที่เขาไม่คิดคือตัวเองดันมาพบกับหลินเทียนเข้าภายในสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง !

หลินเทียนมันยังมีชีวิตอยู่ !

“ระยำเอ้ย ! ”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างมากขณะที่รีบหันหลังเพื่อหนีออกไปจากที่นี่

หลินเทียนยังไม่ตาย ! ข่าวๆนี้เขาต้องเอาไปแจ้งให้กับทางตระกูลเหล็งทราบ

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองไปทางเขาเองก็ได้เรียกเอามีดสั้นออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงออกไปด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆ

“พุฟฟฟ ! ”

มีดสั้นนี้ได้พุ่งทะลุผ่านลำคอของอีกฝ่ายไปด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าก่อนที่จะมีเลือดสาดออกมาทั่วพื้นที่

ร่างกายของซูฮัวหลงได้แต่สั่นสะท้านก่อนโดยที่ไม่สามารถส่งเสียงโห่ร้องออกมาได้แม้แต่น้อย

“ท่านซู !”

“ฆาตกร ! ”

เสียงโห่ร้องอย่างดังได้ถูกเปล่งออกมาก่อนที่สถานการณ์ภายในที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นวุ่นวายโดยทันที

ร่างๆหนึ่งได้พุ่งออกมาอย่างรวดเร็วซึ่งเขาเป็นผู้ดูแลของตำหนักรวมสมบัติแห่งนี้ , ในตอนนี้สีหน้าของเขาเองก็ดูไม่สู้ดีนักขณะที่มองไปยังร่างของหลินเทียนโดยที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ถือครองตราของตระกูลซิน

“ท่านคะ ! ”

พนักงานหญิงได้เดินออกมาก่อนที่สีหน้าของนางจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วขณะที่มองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่หวาดหวั่น

สถานะของตำหนักรวมสมบัตินั้นไม่ธรรมดาเพราะมีตระกูลซินคอยหนุนหลังซึ่งคนธรรมดาคงไม่มีใครกล้าทำเรื่องสิ้นคิดภายในสถานที่แห่งนี้ ? พนักงานหญิงคนนี้ไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะกล้าฆ่าคนภายในสถานที่แห่งนี้ดื้อๆ !

“ท่านคะ รีบ………จับตัวเขาไว้เร็ว !”

“เป็นเขาที่เป็นคนลงมือสังหาร !”

พนักงานหญิงหลายคนได้ส่งเสียงออกมา

สีหน้าของผู้ดูแลได้เปลี่ยนไปพร้อมกับคำรามออกมาอย่างดังว่า

“เงียบ !!!! ”

สถานะของหลินเทียนนั้นไม่ธรรมดาซึ่งเขาไม่มีอำนาจพอจะจัดการอะไรที่นี่ได้

ผู้คนทั้งหมดต่างจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมันบ้ามาจากไหนถึงได้กล้าทำเรื่องสิ้นคิดแบบนี้

ณ ตอนนี้เองที่มีร่างๆหนึ่งได้เดินลงมาจากตำหนักชั้น 2

เขาเป็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวซึ่งกำลังปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงออกมา

“ท่านผู้จัดการคะ ท่าน…….”

ผู้ดูแลได้รีบเดินไปพูดคุยกับเขาโดยทันที

ชายวัยกลางคนไม่ใช่ใครอื่น เขาคือซินเจิ้งเย่

เขาได้จ้องมองไปยังร่างไร้วิญญาณของซูฮัวหลงก่อนที่จะหันกลับไปมองทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตัวเขาเองก็พอมีสถานะภายในตระกูลอยู่บ้างและได้ยินมาว่าหลินเทียนได้ตกตายลงไปแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่และกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา

“เพราะอะไร ! ”

เขาได้กวาดตามองไปยังศพของซูฮัวหลงพร้อมกับถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ณ ตอนนี้สีหน้าของเขาไม่ดีอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าลงมือสังหารภายในสถานที่แห่งนี้ ! อย่าว่าแต่เรื่องที่อีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาแต่มีสถานเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ที่เป็นผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลเหล็ง , เรื่องนี้มันจะส่งผลเสียกับตระกูลซินอย่างมาก

หลินเทียนได้เดินเข้าไปทางเขาพร้อมกับพูดว่า

“ข้าต้องการบางอย่าง ”

ท่าทางของซินเจิ้งเย่ได้ตกต่ำลงอย่างมากเพราะหลินเทียนไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่กลับแสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์ออกมาแทน

“ข้าถามว่าทำไมถึงได้ทำแบบนี้ ! ”

ซินเจิ้งเย่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันนี้ต่างแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปตามๆกัน

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ! ”

หลายๆคนได้แต่กลืนน้ำลายตัวเอง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันของอีกฝ่ายแล้วหลินเทียนกลับยังคงก้าวเดินต่อไป

“ข้าต้องการบางอย่าง ”

เขาได้สบสายตากับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆก่อนที่จะส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบเย็นลงโดยทันที

ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดี , เรียกได้ว่าหงุดหงิดถึงขีดสุด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วซินเจิ้งเย่เองก็ถึงกับอดสั่นไปไม่ได้ก่อนที่จะก้าวถอยหลังกลับไป

“เจ้า……………..”

แม้ว่าสายตาของหลินเทียนจะดูราบเรียบแต่เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัว มันเป็นเหมือนดั่งมีดอันคมกริบของเทพแห่งความตายซึ่งทำให้ดวงวิญญาณของเขาหวาดหวั่น , หลังจากที่ปรับสภาพตัวเองได้แล้วเขาก็ได้แต่กลืนน้ำลายกลับลงไปเพื่อตั้งสติให้กลับมาเหมือนเดิม

“จัดการที่นี่ด้วยแล้วกัน”

ซินเจิ้งเย่ได้สั่งการออกไปพร้อมทั้งมองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะพูดต่อว่า

“เจ้าไปที่ชั้น 2 กับข้า ”

เมื่อฟังจากคำพูดของซินเจิ้งเย่แล้วท่าทางของคนอื่นๆถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“นี่……..”

“จบแค่นี้ ? ”

“ไปที่ชั้น 2 ?”

หลายๆคนได้แต่แข็งค้างไป

หลายๆคนคิดว่ากลิ่นอายที่ซินเจิ้งเย่ส่งออกมานั้นจะสามารถกดดันหลินเทียนได้แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ส่งออกไปแล้วอีกฝ่ายกลับพูดกับหลินเทียนแบบนั้นแถมยังเชิญขึ้นไปที่ชั้น 2 ด้วยกันอีก นี่มันทำให้พวกเขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ซินเจิ้งเย่ไม่ได้สนใจสีหน้าของพวกเขาแม้แต่น้อยขณะที่เดินไปยังชั้น 2

หลินเทียนเองก็เดินตามหลังเขาไปด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆ

ไม่นานพวกเขาก็ได้เข้าไปถึงห้องๆหนึ่ง

“ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าตกตายลงในป่าสัตว์อสูรแล้วและเจ้าหนูซินเชิงหยุนนั่นก็เศร้าเอามากๆแต่ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตามสังหารซูฮัวหลงแบบนี้มันจะสร้างปัญหาอย่างมาก ! ”

เขาได้ขมวดคิ้วพร้อมกับถามออกมาด้วยความสงสัยว่า

“เจ้าบอกว่าต้องการบางอย่าง เจ้าต้องการสิ่งใดกัน ? ”

“อาวุธสมบัติระดับสูง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป