0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

หลินเทียนได้หัวเราะออกมาพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงจะปรากฏออกมา

“ไอ้งูบ้า ข้ามาแล้ว ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงหัวเราะออกมาขณะที่มองไปทางอสรพิษเยือกแข็งด้วยรอยยิ้ม

ว่าก็ว่า, อีกฝ่ายนั้นเป็นถึงสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ดังนั้นเขาถึงไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย

อีกฝ่ายได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะส่งคลื่นน้ำเข้าใส่ร่างของหลินเทียน

“สลายไปซะ ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไป

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งทะลุผ่านการโจมตีไปโดยทันที

วิ้ส ! หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อเข้าประชิดร่างของอสรพิษเยือกแข็งก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดซ้ายออกไป

“โครม ! ”

หมัดนี้อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายไม่น้อยดังนั้นถึงได้ส่งผลให้ร่างของสัตว์อสูรจมลงน้ำไปทันที

หลินเทียนไม่ได้ไล่ตามไปขณะที่จ้องมองไปยังร่างของมัน

ในหนึ่งเดือนนี้เขาได้บรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้วแถมระดับพลังยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ตอนปลายอีกด้วย , มันเป็นเพราะว่าเขาเคยเข้าไปฝึกในถ้ำข่ายอาคมสังหารหลายครั้งดังนั้นถึงได้สามารถควบคุมการถ่ายพลังฉีได้อย่างคล่องแคล่ว

แน่นอนว่าอสรพิษเยือกแข็งนั้นโกรธจัดเนื่องจากการยั่วยุของหลินเทียนโดยทันที

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะแผดไอความเย็นไปรอบพื้นที่ทำให้ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา

“วิ้ส ! ”

เสียงลมดังได้ถูกส่งออกมาพร้อมๆกับการตวัดหางของอีกฝ่าย

“น่ากลัวจริงๆนั่นแหละ ”

หลินเทียนได้อุทานออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งหมัดสังหารเข้าปะทะกับหางของอีกฝ่ายทำให้ไอเย็นกระจายตัวออกไปโดยรอบโดยทันที

“โครม !”

“โครม !”

“โครม ! ”

มนุษย์และสัตว์อสูรปะทะกันอยู่หลายครั้งและก่อให้เกิดคลื่นพายุออกมาทันที

ในที่นี้มีพลังทำลายของสัตว์อสูร ของเปลวเพลิง ของสายฟ้าปะทะกันไม่หยุด

ไม่นานเวลาก็ได้ล่วงเลยไปกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม

หลินเทียนได้ถอยกลับไปด้วยเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยบาดแผล

“เอาล่ะ พอแล้วเจ้างูบ้า ”

หลินเทียนได้เปิดปากพูดออกมา

อีกฝั่งเองก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่าเขานัก ร่างกายของมันต่างเต็มไปด้วยบาดแผลจากกระบี่มากมายแถมนัยน์ตายังเต็มไปด้วยความโกรธ

มันจ้องมองไปทางหลินเทียนพลางอดส่งเสียงคำรามออกมาไม่ได้เพราะมันดันได้รับบาดเจ็บมากมายขนาดนี้จากฝีมือของมนุษย์เนี่ยนะ !

หลินเทียนได้อุดหูตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆว่า

“มีพลังแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรเขตแดนผู้รอบรู้ธรรมดาเสียอีก ดูเหมือนว่าข้าจะซวยล่ะ ”

เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเขาก็ได้พยายามพยุงตัวเองขณะที่เก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติของเขา

“เจ้างูบ้า ข้าไปล่ะ ขอบคุณมากที่เป็นคู่ซ้อมให้กับข้า ”

เขาได้หันไปพูดกับอสรพิษเยือกแข็ง

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินออกไปเพราะมันถึงเวลาที่เขาควรจะไปจากที่นี่แล้ว

อสรพิษเยือกแข็งเองก็ได้แต่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของหลินเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดทว่าหลังจากที่ผ่านไปสักพักมันก็เลือกที่จะไม่ไล่ตามไปเพราะว่ามันสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งของหลินเทียนในตอนนี้และไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะดำกลับลงไปใต้น้ำเพื่อจำศีล

…………….

ในช่วงฤดูหนาวนี้หิมะต่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

หลินเทียนได้เดินออกมาจากเขตป่าสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว

อากาศในตอนนี้หนาวมากๆแต่หลินเทียนที่สวมชุดบางๆกลับแสดงท่าทางเหมือนความเย็นนี้ไม่มีผลกับเขาแม้แต่น้อย

“เป็นพลังไฟสินะ ”

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่เดินออกมาแล้วก็ยังคงเหยียบย่ำอยู่บนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาซึ่งรอยเท้าของคนอื่นๆได้ถูกลบเลือนหายไป

เขาเดินออกไปก่อนที่จะหยุดลงเล็กน้อยพร้อมกับมองออกไปยังที่นั่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล , แม้ว่าชั้นหิมะจะหนามากๆแต่กลับไม่สามารถปกคลุมที่นั่งนี้ได้ทั้งหมดซึ่งขณะที่เขากำลังจ้องมองไปทางมันก็ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวครั้งก่อนที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งรอเขาอยู่ตรงนั้นกว่าหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ

ไม่รู้ว่าทำไมแต่ตอนนี้ความกังวลได้ทะลักออกมาจากทรวงอกของเขา

เขาได้ส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะถอนสายตากลับมาแล้วเดินไปทางเมืองหลวง

หลังจากที่ใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วเขาก็ได้ไปถึงที่หน้าประตูทางเข้าก่อนที่จะเดินเข้าเมืองไป

ถนนภายในเมืองกลับสะอาดเป็นอย่างมากและตัวเขาเองก็ไม่รู้สึกแปลกใจนักเพราะว่าทางราชวงคงไม่ปล่อยให้ถนนเหล่านี้ปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะถึงได้ส่งคนมาตักมันออกเรื่อยๆ

“พรุ่งนี้มันเป็นวันเดินขบวนแล้ว เห้อ……..”

“ไม่คิดเลยนะว่าท่านแม่ทัพจะมีแผนการกบฏน่ะ ”

“มันเป็นความเห็นของทางราชวงฝ่ายเดียวเท่านั้น ข้าไม่เชื่อหรอก ! ”

“ใครมันจะอยากเชื่อบ้างล่ะ ? อย่างไรก็ตามหลักฐานมันชัดเจนมากๆ มีคนพบข้อมูลที่ท่านแม่ทัพร่วมมือกับฝ่ายศัตรูอยู่นะ ”

“นี่มัน…..”

“ทางคฤหาสน์แม่ทัพเองก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น เห้อ ”

ผู้คนทั้งหลายต่างแสดงความคิดเห็นกันตลอดทาง

เมื่อได้ยินเสียงสนทนาเหล่านั้นแล้วถึงกับทำให้หลินเทียนหยุดเท้าลงโดยทันที

ปึ้ก , คนๆหนึ่งที่เดินไปชนกับเขาเองก็อดสบถออกมาไม่ได้ว่า

“ทำอะไรน่ะ อยู่ๆหยุดทำไม ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็คนนั้นก็ได้กุมหน้าผากตัวเองพร้อมทั้งเดินออกไปอีกทาง

หลินเทียนในตอนนี้ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางหิมะเหมือนว่าโลกใบนี้ได้เงียบสงบลง

ชายวันกลางคนหลายๆคนที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้นั้นอยู่ห่างออกไป , ตอนนี้เองที่เขาเริ่มก้าวเดินเข้าไปหาคนเหล่านั้น

“มีอะไรงั้นรึเจ้าหนุ่ม ? ”

หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนเดินเข้ามาหาพวกเขาก็ได้ถามออกมา

“เกิดเรื่องอะไรกับคฤหาสน์แม่ทัพ ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

ชายวัยกลางคนทั้งหลายเองก็ได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจพลางถามว่า

“นี่เจ้าไม่รู้ ? ”

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะของเขาเพราะเขาเพิ่งจะกลับออกมาจากป่าสัตว์อสูรได้ไม่นาน จะไม่รู้ได้ไงกัน

หนึ่งในพวกเขาเองก็รีบพูดออกมาว่า

“เมื่อประมาณครึ่งเดือนก่อนหลังจากที่ทางองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์นั้นก็ได้มีความประสงค์จะครอบครองจี่หยู, แล้วเจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพจะยอม ? ”

“หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดคือมีคนพบกับจดหมายลับระหว่างท่านแม่ทัพและศัตรูเพื่อแย่งชิงอำนาจ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันเลยด้วยซ้ำว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ โอ้………… ”

หลินเทียนได้แต่กำหมัดแน่นพร้อมกับพูดออกมาว่า

“จี่หยวนฉาน , จี่หยู ”

หลายๆคนได้เห็นว่าท่าทางของหลินเทียนได้แปลกแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรพลางเล่าต่อว่า

“ทางคฤหาสน์แม่ทัพถูกล้อมและทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกสังหารจนสิ้นยกเว้นจี่หยวนฉานและจี่หยู , ตอนนี้ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพจะถูกขังเอาไว้ในคุกและจะถูกกุดหัวในวันเดินขบวนที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ส่วนจี่หยูนั้นถูกขังไว้ในราชวัง โอ้ ! องค์เหนือหัวเองก็ยังอุส่าคิดถึงเรื่องที่จะไว้ชีวิตจี่หยูอีกทั้งๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ ”

“โครม ! ”

กำแพงที่อยู่ด้านข้างได้พังทลายลงก่อนที่จะส่งผลให้ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง

ประกายตาของหลินเทียนนั้นเย็นชาอย่างมากขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ฉ่า ~ ”

“ฉ่า ~ ”

“ฉ่า ~ ”

พายุเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง

“นี่มันอะไรกัน ? ”

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่หวั่นวิตกออกมา

หลินเทียนได้หันหลังพร้อมทั้งเดินจากไปทันที

หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงเขาก็ได้ไปถึงด้านหน้าคฤหาสน์แม่ทัพ

เมื่อมองเข้าไปแล้วจะพบว่าสิ่งก่อสร้างทั้งหลายได้พังทลายลงแถมด้านหน้ายังมีทหารยามเฝ้าเอาไว้กว่า 10 คนซึ่งแต่ละคนเองก็แข็งแกร่งไม่ใช่น้อย

หลินเทียนได้เดินมาถึงตรงนี้ทีละก้าวๆ

“อื้ม ? ใครน่ะ หยุดนะ ! ”

หนึ่งในทหารยามได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะส่งผลให้ทหารคนนี้นอนจมกองเลือดของตัวเอง

ตอนนี้เองที่ทหารยามทั้งหลายถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งเดินเข้าไปล้อมหลินเทียนไว้อย่างรวดเร็ว

“เจ้าเป็นใครกัน ! ”

“กล้านักนะที่กล้าบุกมาที่นี่ รนหาที่ตาย !”

“จับมันไปซะ !”

ทหารเหล่านี้ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือก่อนที่จะส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกรอบทิศทาง

“พุฟฟ !”

“พุฟฟ !”

“พุฟ !”

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ทหารยามทั้ง 10 คนต่างนอนจมกองเลือดของตัวเองทั้งหมด

แม้ว่าผู้คนโดยรอบจะไม่กล้าเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ทว่าหลายๆคนก็ยังหันมองมาทางนี้ดังนั้นแต่ละคนถึงได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

“นี่มันใครกัน ? กล้าบุกมาที่คฤหาสน์แม่ทัพนี่ได้ไง ? ”

“ขนาดทหารของราชวงยังกล้าลงมือสังหารเลย ! ”

“พระเจ้า นี่มัน….. ”

หลายๆคนได้แต่แข็งค้างไป

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปอย่างราบเรียบโดยที่ไม่สนใจสีหน้าคนผู้คนรอบข้างแม่แต่น้อย เขาได้ทำลายประตูทางเข้าก่อนที่จะเดินเข้าไปถึงหน้าประตูคฤหาสน์ที่อยู่ด้านใน

ประตูได้ถูกเปิดออกก่อนที่กลิ่นคาวเลือดจะโชยมาเตะจมูกของเขา

เมื่อมองออกไปโดยรอบแล้วจะพบว่าภายในต่างเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณมากมายซึ่งเขาคุ้นเคยกับหลายคนในนั้น , หนึ่งในพวกเขาคือทหารยามสองคนที่มักจะหยอกล้อเขาตรงหน้าคฤหาสน์ , เมื่อแหงนหน้าไปด้านข้างแล้วก็จะพบกับชายชราที่เป็นคนรับใช้ของจี่หยูซึ่งตอนนี้มีหอกหลายเล่มแทงอยู่ทั่วร่างกายของเขาและกำลังจะถูกหิมะปกคลุม , เมื่อมองออกไปอีกเขาก็จะพบกับแม่บ้านหลายๆคนที่เขาเคยพบตอนที่เข้ามาเยี่ยมที่นี่และคนเหล่านี้ก็มักจะจ้องมองมาทางเขาเสมอ

เขาได้แต่นิ่งไปด้วยสีหน้าที่ตกต่ำ

หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเขาก็ก้าวเดินออกไปเพื่อเข้าไปยังส่วนลึกของตัวคฤหาสน์

ไม่นานเขาก็ไปถึงห้องๆหนึ่งที่เป็นของจี่หยู , หลังจากที่หยุดอยู่พักหนึ่งเขาก็ได้ผลักประตูเพื่อเดินเข้าไปก่อนที่จะได้กลิ่นหอมจางๆและเมื่อมองออกไปทางหน้าต่างแล้วจะพบกับแจกันที่มีดอกไม้ถูกประดับเอาไว้

ดวงตาของเขาได้หดเล็กลงเพราะเขาพบว่ามันเป็นของขวัญที่เคยมอบให้นาง

“นางไม่ได้ดูดกลืนมัน ”

เขาได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

ดอกหยุนซิงฮัวนั้นมีสรรพคุณทำให้หญิงสาวยังคงความอ่อนเยาว์และมันจำเป็นต้องทานมันลงไป แล้วทำไมหลังจากที่นางได้รับมันมาถึงไม่ได้ดูดกลืนมัน ?

เขาได้เดินเข้าไปตรงหน้าต่างก่อนที่จะพบกับกองหนังสือซึ่งมีลายมือที่สะอาดและงดงามถูกเขียนเอาไว้มากมายเหมือนมาจากมือของหญิงสาว , เขาได้หยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะหยุดนิ่งไปพร้อมทั้งเปิดหน้าแรกเพื่ออ่านมันและพบว่ามันเป็นเหมือนกับสมุดบันทึกชีวิตประจำวัน

เมื่อเปิดอ่านไปเรื่อยๆแล้วร่างกายของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปด้วยดวงตาที่หดเล็กลง

“วันนี้ข้าพบกับใบหน้าในความทรงจำซึ่งเป็นของคนที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในเมืองเฟิงเจียน ท่านปู่ไม่ได้บอกข้าว่าเขาช่วยชีวิตข้าไว้อย่างไรแต่ข้าเห็นเขาแก้ผ้าข้าแถมยังลูบไล้ไปตามร่างกายของข้า……….. อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าข้ารู้ว่าเขาช่วยชีวิตข้าอย่างไรและตัวเขาเองก็ไม่รู้เพราะว่าตอนนั้นเขาหลับตาเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก วันนี้เขามาแล้วเมื่อข้าได้ออกไปเดินชมเมืองกับเขาแล้วก็พบว่าเขาเป็นบุรุษที่ซื่อบื้อมากๆแต่ข้าก็ชอบเขามาก เขาเป็นชายคนแรกที่ได้เห็นเลือนร่างของข้าและก็น่าจะต้องรับผิดชอบชีวิตของข้าส่วนข้าเองก็ควรที่จะต้องชอบเขา มันแปลกมากๆ ทำไมข้าถึงรู้สึกมีความสุขอยู่ภายในใจแบบนี้ ”