0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เขาพบว่ามีบางอย่างถูกฝังอยู่ใต้กองดินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลซึ่งผิวด้านนอกของมันสะท้อนแสงออกมาทำให้เขาเกิดความสงสัยอย่างมากถึงได้เดินเข้าไปเพื่อขุดมันขึ้นมา , หลังจากนั้นเขาก็พบว่ามันคือหยกที่ถูกฝังเอาไว้

“นี่มัน ?! ”

ทันใดนั้นเองที่นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงโดยทันที

มันให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างมากไม่ต่างกับที่พบภายในแหวนมิติของตระกูลโม่ก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ

ณ ตอนนี้หยกนั่นสลักความรู้ของทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตเอาไว้ !

หลินเทียนได้หยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะมองมันภายใต้แสงอาทิตย์และทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขโดยทันทีเพราะว่าตัวอักษรเล็กๆที่สลักอยู่บนผิวของมันนั้นเป็นความรู้เกี่ยวกับทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต !

หลังจากที่เขาได้อ่านข้อความแต่ละบรรทัดจบแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นกว่าเดิม

“อีก 40% ที่เหลือ ! ”

เขาได้แต่กำมันไว้ในมือด้วยใบหน้าที่มีความสุขอย่างมาก

ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต 60% ซึ่งในหยกชิ้นนี้ได้สลักความรู้ส่วนที่เหลืออีก 40%เอาไว้ !

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็เริ่มปรับสภาพอารมณ์กลับมา

“มันเป็นชะตาสวรรค์แน่ๆ ! เจียงเหลินเหวินและคนอื่นๆ พวกเจ้ารอข้าก่อนเถอะ ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงแสยะออกมาทันที

เขาได้ยืนขึ้นก่อนที่จะกวาดตามองรอบๆพลางเรียกกระบี่ออกมาโดยทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เจอส่วนที่เหลือของทักษะนี้ถึงได้ตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อฝึกมัน

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่มือของเขาได้กวัดแกว่งออกไป

หลินเทียนได้ปฏิบัติตามความรู้ที่ถูกจาลึกเอาไว้และหลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าเมื่อฝึกไม่นานก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้เยอะมาก

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่คำรามออกมาอย่างดังขณะที่การโจมตีนี้ส่งผลให้อากาศโดยรอบถึงกับขดตัว

……….

พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปถึงครึ่งเดือน

ที่ด้านนอกของเขตป่าอสูรนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่พร้อมทั้งจับจ้องเข้าไปภายในผืนป่าด้านหน้า

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าตายไปแล้ว ด้วยความโดดเด่นของเจ้ามันจะตายลงได้อย่างไรกัน ”

หญิงสาวคนนั้นได้กัดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้

เมื่อมองจากจุดที่ห่างออกไปนั้นจะพบว่าหญิงสาวที่ดูเปราะบางคนนี้คือจี่หยู

ฤดูหนาวได้มาถึงขณะที่หิมะสีขาวโผลนโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า

ชายชราที่อยู่ห่างออกไปได้เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า

“นายหญิง ท่านรออยู่ตรงนี้กว่าครึ่งเดือนแล้วนะขอรับ กลับกันเถอะ ”

ชายชราคนนี้มีชื่อว่าหลุยเหวิน , เขาได้แต่จ้องมองเข้าไปในป่าโดยที่อดถอนหายใจออกมาไม่ได้เพราะเขาเป็นคนที่ดูแลจี่หยูมาตั้งแต่ยังเล็กซึ่งไม่ได้ต่างไปจากหลานสาวของตัวเองแม้แต่น้อย , ตอนนี้หลังจากที่เห็นว่านางกำลังเสียใจมันถึงได้ทำให้เขารู้สึกไม่ต่างกัน , นายหญิงของเขาเป็นคนที่ฉลาด สุขุมและโดดเด่นซึ่งไม่เคยแสดงท่าทางโศกเศร้าขนาดนี้มาก่อน

“ข้าต้องรอเขาเหมือนครั้งก่อน ข้าจะรอจนเขาออกมา ”

จี่หยูได้ส่ายศีรษะของนาง

แม้ว่าภายในดวงตาของนางจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่กลับมั่นคงยิ่งกว่าเก่า

หลุยเหวินได้ลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“แต่ว่าองค์จักรพรรดิได้สวรรคตลงด้วยอาการป่วยและวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันขึ้นครองราชย์ขององค์ชายซึ่งท่านและท่านแม่ทัพได้รับเชิญ , หากว่าท่านไม่เข้าร่วมมันก็ดูไม่เหมาะสมนะขอรับ ”

จี่หยูได้แต่เงียบไปก่อนที่จะมองเข้าไปในป่าด้วยสายตาที่อ่อนลง

“หากว่าพบกันครั้งหน้าข้าจะไม่ปิดบังความในใจของข้าอีกแล้ว ข้าจะบอกเจ้าว่าหัวใจของข้าได้กลายเป็นของเจ้านานแล้ว ”

นางได้หันหลังแล้วเดินจากไป

และยังคงเชื่อว่าหลินเทียนนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ !

หลุยเหวินได้มองกลับไปทางป่าพร้อมทั้งอดถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่ได้ , ชายหนุ่มมากด้วยความสามารถมีอยู่เยอะแยะเต็มเมืองหลวงแต่ใครที่สามารถเข้าตานายหญิงของเขาได้บ้าง ? ขนาดองค์ชายก็ยังทำไม่ได้ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มธรรมดาๆกลับเป็นตัวเปลี่ยนทุกสิ่ง ตัวเขาไม่คิดเลยว่านายหญิงของเขาจะเปลี่ยนไปเพราะชายหนุ่มได้ถึงขนาดนี้

“เจ้าหนุ่ม หากว่าสัมผัสถึงความรู้สึกได้ก็รีบๆกลับมาได้แล้ว ”

เขาได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

……………

ราชวัง

“การเตรียมการสำหรับการขึ้นครองราชย์เสร็จสิ้นแล้วขอรับ ”

เสียงถูกส่งออกมาจากด้านนอกของประตู

ภายในห้องแห่งนี้มีจูหวูเต๋าที่เป็นองค์รัชทายาทและชายหนุ่มอีก 3 คนซึ่งก็คือ เจียงเหลินเหวิน ต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิง

“แล้วเรื่องนั้นล่ะ ”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ก็เรียบร้อยแล้วเช่นกันขอรับ ”

เสียงตอบกลับมาจากด้านนอกประตู

“ดี”

จูหวูเต๋าได้ตอบกลับไป

เหล็งเฟิงได้ได้มองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิด

จูหวูเต๋าตระหนักได้ถึงจุดนี้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“เหล็งเฟิง เจ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ? ”

หลังจากที่ขึ้นครองราชย์แล้วเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้ง 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะซึ่งเหล็งเฟิงเองก็เป็นผู้สืบทอดของตระกูลเหล็งดังนั้นเขาถึงได้สุภาพกับอีกฝ่ายมากๆ

เหล็งเฟิงได้พยักหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วพลางพูดว่า

“องค์เหนือหัวคิดจะชิงตัวจี่หยูและล้างบางคฤหาสน์แม่ทัพจริงๆ ? หากว่าทำแบบนั้นแล้วจี่หยูจะทำไง ? แล้วท่านแม่ทัพจะยินยอม ? เราไม่สามารถส่งกองกำลังไปล้อมคฤหาสน์ไว้ได้แถมสถานะของจี่หยวนฉานก็จะสูงขึ้นเพราะว่าได้เป็นพ่อตาของท่าน ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วต๊วนเหวินโปก็ได้แต่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“เป็นไปไม่ได้เลยที่จี่หยวนฉานจะตกลง ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมา

“อื้ม แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยินยอมมอบนางให้กับข้า ”

จูหวูเต๋าได้พูดด้วยสายตาที่ลึกซึ้งต่อว่า

“แถมจี่หยวนฉานเองก็ยังอยู่ในกองทัพมากว่าหลายสิบปีดังนั้นแม้เขาจะลาออกไปแล้วแต่ก็ยังมีเส้นสายอยู่เยอะมากๆดังนั้นยังถือว่าเป็นภัยคุกคาม ”

“เดี๋ยวก็ตาย ”

เหล็งเฟิงได้แสยะออกมา

………….

ภายในป่าสัตว์อสูร

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของสายฟ้าดังไปทั่วพื้นที่

พื้นดินปกคลุมไปด้วยหิมะหนากว่า 3 ฟุต

หลินเทียนยังคงก้าวเดินบนพื้นหิมะขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ในมือของตนไปโดยรอบ , หลังจากนั้นคลื่นสายฟ้าและเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกมาเป็นคลื่นกระบี่อันรุนแรง

“กระบี่สายฟ้าเปลวเพลิง ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

แกร๊ง ! , คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาจากปลายกระบี่ก่อนที่จะปะทะเข้ากับหินก้อนยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้หยุดมือลง

“ดีมาก ! ”

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วเขาก็ได้แต่แสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา

เวลากว่าครึ่งเดือนทำให้เขาสามารถเรียนรู้ได้กว่า 20% จาก 40%ที่จาลึกเอาไว้แถมคลื่นกระบี่ของเขายังเกิดจากการผสมผสานกัน ของเปลวเพลิงและสายฟ้าทำให้แม้เขาจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าระดับ 9 ตอนปลายแม้แต่น้อย

“ไปฝึกทักษะกับเจ้านั่นดีกว่า ”

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายออกมาพร้อมกับมองไปทางแอ่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป

เขาได้ยิ้มพร้อมกับเคลื่อนไหวโดยทันที

ไม่นานหลินเทียนก็เคลื่อนตัวไปถึงที่แอ่งน้ำก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่อันเปล่งประกายลงไปใต้ผืนน้ำ

“ไอ้งูบ้า ออกมาสู้กัน ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ผิวน้ำได้กระเพื่อมไม่หยุดเหมือนคลื่นใต้ทะเล

หลังจากนั้นอสรพิษเยือกแข็งตัวใหญ่ได้โผล่ออกมาพลางจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ออกไปเข้าใส่มันทันที

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ซึ่งหลังจากที่เห็นการยั่วยุขนาดนี้แล้วก็ทำให้มันโกรธถึงขีดสุดพร้อมทั้งอ้าปากกว้างแล้วพ่นไอเย็นออกมาทำให้ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในทันที

หลินเทียนได้เคลื่อนตัวหลบไปด้านข้างก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

“มาอีก ! ”

เขาได้พูดออกมาก่อนที่จะพุ่งออกไปอีกครั้ง

ตอนนี้อสรพิษเยือกแข็งโกรธถึงขีดสุดแล้วดังนั้นถึงอดไม่ได้ที่จะฟาดหางเข้าใส่ร่างของหลินเทียนอย่างจัง

หลินเทียนถึงกับผงะไปทันทีเพราะว่าพลังทำลายนี้มันน่ากลัวอย่างมาก

เขาได้กำหมัดด้วยมือซ้ายพร้อมทั้งส่งหมัดสังหารออกไปปะทะอย่างรุนแรง

“โครม ! ”

ลำแสงได้พุ่งออกมาจากหมัดของเขาก่อนที่จะปะทะเข้ากับหางขนาดใหญ่ของอสรพิษเยือกแข็ง

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะอ้าปากแล้วพ่นไอเย็นเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้งและทำให้สีหน้าของเขาต้องเปลี่ยนไปทันที

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไป

การปะทะกันอย่างรุนแรงนี้ได้ส่งเสียงดังออกมาก่อนที่ร่างของหลินเทียนจะลอยเคว้งออกไปไกลพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาคำโต

“เจ็บจะตายแล้วโว้ย ! ”

เขาได้ปาดเลือดที่มุมปากก่อนที่จะสบถออกมา

เมื่อจ้องมองออกไปยังอีกฝ่ายแล้วเขาก็อดไม่ได้เลยที่จะคิดว่าสัตว์อสูรระดับ 7 นี่มันน่ากลัวจริงๆ

ณ ตอนนี้มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะอ้าปากงับมาทางหลินเทียน

“หนีก่อนแล้วกัน ! ไอ้งูบ้า ไว้มาเล่นกันวันหลัง ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาพร้อมทั้งพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

อสรพิษเยือกแข็งได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังแต่มันเป็นเพราะว่าหลินเทียนนั้นมีความเร็วสูงเกินไปและเมื่อมันไล่ตามไปได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็พบว่าร่างของหลินเทียนได้เลือนหายไปแล้ว , มันได้แต่ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะทำให้หินก้อนยักษ์ที่อยู่ข้างๆกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปด้วยความโกรธ

หลินเทียนได้กลับไปยังที่ฝึกกระบี่ก่อนหน้านี้พร้อมทั้งหอบไม่หยุด

หลังจากนั้นไม่นานการหายใจของเขาก็กลับมาเป็นปกติพร้อมด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

“เหลือเพียงแค่ 20% สุดท้ายแล้วเท่านั้น ต้องฝึกต่อไป ! หากว่าข้าสามารถบรรลุทักษะนี้ได้ทั้งหมดแถมยังมีการผสานของสายฟ้าและเปลวเพลิงก็คงจะสร้างความเสียหายให้กับอสูรระดับ 7 นั้นได้บ้างถึงอาจจะไม่สามารถสังหารมันลงได้ก็เถอะ ”

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่ตั้งสติอีกครั้งแล้วเขาก็เริ่มการหมุนวนของเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อฟื้นฟูพลังฉีของตัวเอง

ไม่นานก็ผ่านไปอีก 8 วัน

ตอนนี้เขาเรียนรู้มาได้อีก 30% จากทั้งหมด 40% ของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้ว

เขาได้กลับไปถึงพื้นที่แอ่งน้ำอย่างรวดเร็ว

“ไอ้งูบ้า ! ออกมาเล่นกัน ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

แน่นอนว่าในขณะที่กำลังพูดนั้นเขาก็ได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปเช่นกัน

อสรพิษเยือกแข็งได้พุ่งออกมาเหนือผิวน้ำก่อนที่จะพ่นไอเย็นพร้อมทั้งตวัดหางอันใหญ่ยักษ์เข้าใส่หลินเทียนในเวลาเดียวกัน

“ทำร้ายจิตใจกันจริงๆ !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้ของมนุษย์และสัตว์อสูรดำเนินต่อไปสักพักก่อนที่หลินเทียนจะเป็นผู้แพ้เช่นเคยแต่ก็แน่นอนว่าครั้งนี้เขาพัฒนาขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก , ตอนนี้เขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้ถึงหลายจุด

เขาได้หนีกลับไปยังจุดที่ฝึกกระบี่เพื่อฟื้นฟูพลังโดยใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอีกครั้ง

มันเป็นอยู่อย่างนี้อีก 8 วัน

ในวันนี้เขาได้ตกลงหน้าผามากว่า 1 เดือนเต็มแล้วและเขาสามารถบรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตได้อย่างสมบูรณ์แล้วด้วย

“พี่งู ข้ามาแล้ว ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ครั้งนี้เขาไม่จำเป็นต้องส่งการโจมตีลงไปแล้ว , อสรพิษเยือกแข็งได้กระโจนออกมาด้วยสีหน้าที่โกรธจัดเพราะมันเป็นสัตว์อสูรที่มีภูมิปัญญาถึงได้รู้ดีว่าไอ้มนุษย์ตนนี้มันเลวร้ายเป็นอย่างมาก ! มันอยากจะพักผ่อนแต่มนุษย์ตนนี้ก็ยังคงมารบกวนมันอยู่เรื่อยๆ