0 Views

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมและหัวใจที่หนักอึ้ง ณ ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญที่ล้อมรอบเขาอยู่มีมากมายเกินไปและมันทำให้เขาเสียเปรียบมากๆ

“ลงมือได้ ! ”

ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเจียงได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ณ ตอนนี้ร่างหลายร่างได้พุ่งเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

คนเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย อย่างน้อยสุดพวกเขาก็อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8

“ฆ่า ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงออกมา

คลื่นกระบี่ได้ถูกกวัดแกว่งออกมาส่งผลให้อากาศถึงกับขดตัว

หลินเทียนได้หลบการโจมตีนี้ก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปเพื่อสังหารทุกสิ่งให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายออกมาทุกทิศทางขณะที่ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเจียงได้ถูกฟันจนแขนขาดสะบั้น

เขาได้กวาดตามองไปยังเจียงเหลินเหวินด้วยสีหน้าที่ดูถูกว่า

“ลำดับที่ 1 ของเมือง ? ไร้สาระ ! คิดไม่ออกเลยว่านิกายไหนมันน่าโง่ตาบอดพอที่จะรับเจ้าโง่อวดดีขยะกากนี่เข้าไป ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของใครหลายคนได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

“กล้านักนะที่ดูถูกนิกายในตำนานแบบนี้ ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธ

ใบหน้าของเจียงเหลินเหวินเองก็ได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไปทันทีขณะที่ส่งสายตาที่ดุร้ายออกมา , เมื่อก่อนหน้านี้ตอนที่เขาและจี่หยูได้สู้กันนั้นแม้ว่าจะไม่อยากยอมรับแต่ตัวเขาไม่สามารถทำอะไรนางได้เลยเพราะนางแข็งแกร่งกว่าแถมยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ตอนปลายเท่านั้นแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับพูดคำแบบนั้นอย่างสบายอารมณ์มันทำให้เขาโกรธอย่างมาก !

“ข้าจะฆ่าเจ้า ! ”

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งออกไปพร้อมทั้งฟาดฟันด้วยอาวุธสมบัติขั้นกลางในมือโดยทันที

ตัวเขาครอบครองอาวุธสมบัติระดับกลางอยู่ดังนั้นหลินเทียนถึงไม่อยากจะเข้าปะทะซึ่งๆหน้า , เขาได้ทิ้งระยะออกไปด้วยทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ก่อนที่จะจับผู้เชี่ยวชาญตระกูลมาแล้วถีบเขาเข้าไปหาเจียงเหลินเหวิน

“ไสหัวออกไปซะ !”

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงที่เย็นยะเยือกออกมา

พุฟฟฟ กระบี่ในมือของเขาได้ฟาดฟันเข้าใส่ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ทันทีก่อนที่จะพุ่งออกไปทางหลินเทียน

“ขนาดพวกเดียวกันเองยังลงมือได้แบบไม่ลังเล นี่มันเหี้ยมดีจริงๆ ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างสบายอารมณ์

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เคลื่อนไหวต่อไปเพื่อทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อยๆ

“ไล่ตามมันไป ! ”

ต๊วนเหวินโปได้คำรามออกมาอย่างดัง

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่สัตว์อสูรมากมายที่อยู่ท่ามกลางท้องฟ้าต่างส่งคลื่นกระบี่ลงมาเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของหลินเทียนและบอกตำแหน่งให้คนอื่นๆ

“ตระกูลต๊วน ! ”

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปทางต๊วนเหวินโปด้วยสีหน้าที่เย็นชา

ที่ตระกูลเจียงและตระกูลเหล็งลงมือกับเขานั้นก็เป็นเพราะว่าพวกเขามีความแค้นกันแต่ตระกูลต๊วนนี่กลับเข้าร่วมโดยที่ไม่ลังเลเลยที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญออกมาไล่ล่าเขาทำให้ประกายตาของเขาเย็นยะเยือกไปทันที

เขาได้มองไปทางต๊วนเหวินโปเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วอดไม่ได้เลยที่จะทำให้ร่างกายของต๊วนเหวินโปต้องสั่นสะท้านไป เขารู้สึกได้เลยว่ามันเป็นสายตาที่เย็นชาอย่างมาก

เขาได้แต่สาปแช่งออกมาก่อนที่จะไล่ล่าตามไปไม่หยุด , เจียงเหลินเหวินนั้นจะได้ไปบ่มเพาะพลังที่นิกายต่อในอีกไม่นานแถมอนาคตเองก็ไร้ขีดจำกัดอีกด้วย แม้ว่าเขาและหลินเทียนจะไม่ได้มีความแค้นอะไรกันแค่ใครใช้ให้หลินเทียนไปล่วงเกินเจียงเหลินเหวินกันล่ะ ? เพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองยังคงอยู่ดังนั้นเขาถึงต้องเป็นฝ่ายลงมือกับหลินเทียนแทน

“วิ้ส !”

“วิ้ส ! ”

“วิ้ส !”

ร่างหลายร่างต่างพุ่งผ่านผืนป่ากันไปเหมือนดั่งภูติพราย

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเจียงมีด้วยกันอยู่ 6 คน ตระกูลเหล็ง 7 คนและระดับต่ำสุดของพวกเขาคือเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ซึ่งการจัดกลุ่มแบบนี้เพื่อไล่ล่านั้นทำให้หลินเทียนรู้สึกกดดันอย่างมาก แน่นอนว่าสภาพของเขาในตอนนี้อนาถมากแถมยังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

“!!! ”

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งได้ส่งเสียงร้องออกมาขณะที่คลื่นกระบี่ของหลินเทียนได้พุ่งทะลุผ่านหน้าอกของเขาออกไปก่อนที่จะส่งผลให้นอนจมกองเลือดไป

ในการปะทะกันครั้งนี้ส่งผลให้หลินเทียนได้รับบาดเจ็บจากหมัดของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ข้างๆและทำให้เขาต้องส่งเสียงแสยะออกมา

“ฆ่า ! ”

ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างถาโถมกันเข้ามาพร้อมทั้งลงมืออย่างไร้หัวใจ

หลินเทียนที่กำลังกำกระบี่อยู่เองก็ได้ฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปมากมายก่อนที่จะทิ้งระยะออกด้วยทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ , การเผชิญหน้ากับคนนับ 10 ด้วยตัวคนเดียวนั้นทำให้สถานการณ์ย่ำแย่เป็นอย่างมากเพราะต้องรู้นะว่าหนึ่งในพวกเขามีเจียงเหลินเหวินอยู่ด้วย

ไม่นานก็ได้พุ่งผ่านป่าไป

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เหวี่ยงหมัดซ้ายออกไป

คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาจากเจียงเหลินเหวินและทันใดนั้นเองที่ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะพยายามเปลี่ยนทิศทางของตัวเอง

“หลีกไป ! ”

ตอนนี้เองที่เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงออกมา

“สายไปแล้ว ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หมัดสังหารได้พุ่งออกไปจากมือซ้ายของหลินเทียนด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าก่อนที่จะพุ่งทะลุผ่านร่างของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ที่อยู่ด้านหลังตอนเจียงเหลินเหวินพุ่งหลบไปและส่งผลให้ตกตายลงทันที

หมัดเดียวจอด !

“ทักษะหมัดสังหาร ! ”

เหล็งเฟิงได้แต่กัดฟันของเขา

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วสีหน้าของเหล็งเฟิงกลายเป็นน่าเกลียดอย่างมาก ทักษะหมัดสังหารนี้เป็นอะไรที่สำเร็จได้ยากมากๆเพราะว่ามันมีเงื่อนไขทางร่างกายที่สูงลิ่วและเขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ด้วยการโจมตีเดียวซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าหลินเทียนอาจจะเชี่ยวชาญทักษะนี้แล้วก็ได้

นี่มัน , ต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

ต้องรู้นะว่าตอนนี้หลินเทียนอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 เท่านั้น !

“ครั้งนี้ต้องฆ่ามันให้ได้ ! ห้ามให้มันรอดไปได้ ! ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงที่เย็นชาออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้สั่งการให้ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเหล็งหลายคนพุ่งออกไปเพื่อพยายามโจมตีใส่หลินเทียน

“ขอรับนายน้อย ! ”

ทันใดนั้นเองที่ผู้เชี่ยวชาญมากมายได้ส่งกลิ่นอายที่รุนแรงกว่าเดิมออกมาเพื่อสร้างแรงกดดันให้กับหลินเทียนที่อยู่ด้านหน้า

“โครม ! ”

กลิ่นอายอันรุนแรงได้กวาดไปรอบทิศทางและส่งผลให้เกิดเป็นคลื่นพายุโดยทันที

ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสามตระกูลนี้เกือบจะเพียงพอสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้คนไหนก็ได้ !

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีขนาดนี้แล้วหลินเทียนก็รู้สึกจนปัญญาที่จะรับมืออย่างมาก เขาได้แต่รับความเสียหายต่อไปเรื่อยๆด้วยสภาพที่ตกต่ำลง

“หากว่ารอดวันนี้ไปได้อย่าหวังเลยว่าตระกูลของพวกเจ้าจะได้อยู่กันอย่างเป็นสุขอีก ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

หลังจากที่ปาดคราบเลือดที่ตรงมุมปากแล้วเขาก็ได้ฟาดฟันกระบี่ในมือเพื่อส่งคลื่นสายฟ้ามรกตออกไปอีกครั้ง

“รอดไปได้ ? คิดหรือว่าเจ้าจะได้มีชีวิตต่อในวันพรุ่งนี้ ? ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่มากมายได้ถูกส่งลงมาจากฟากฟ้า

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อีกครั้งพร้อมทั้งหลบการโจมตีอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกวาดสายตาที่เย็นยะเยือกกลับไปหาต๊วนเหวินโปแล้วพุ่งหายไปไม่หยุด , เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญเป็นฝูงแบบนี้มันทำให้เขาคิดว่าการหนีคือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

“ไม่ต้องหนีหรอก ! วันนี้ยังไงเจ้าก็ต้องตาย ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

“ฆ่ามันซะ ! ”

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงที่เย็นชาออกมา

ต๊วนเหวินโปเองก็ได้มองขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่จะออกคำสั่งออกมาว่า

“ควบคุมเส้นทางการหนีของมันซะ ! ”

ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่อยู่บนฟ้าเองก็ได้กวาดตามองพื้นที่โดยรอบก่อนที่จะเริ่มลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อสร้างปัญหาให้กับหลินเทียน

หลินเทียนได้กวาดตามองไปด้วยสีหน้าที่เย็นชาเช่นเคย

“ไปไกลๆซะ ! ”

เขาได้เหวี่ยงมือซ้ายออกไปพร้อมทั้งส่งคลื่นหมัดสังหารอันรุนแรงขึ้นไปบนฟากฟ้า

พุฟฟฟฟ ! สัตว์อสูรได้รับความเสียหายจากการโจมตีนี้โดยทันที , ระหว่างที่มันได้ส่งเสียงร้องออกมานั้นร่างของมันก็เสียการควบคุมก่อนที่จะพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าและแน่นอนว่าท่าทางของผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก , พวกเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาที่สามารถบินได้อิสระบนท้องฟ้า

“แกร๊ง ! ”

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ถูกส่งออกมาจากทางหลินเทียนขึ้นไปทางฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนที่กำลังล่วงหล่นลงมาเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นอย่างใหญ่หลวงออกมา พวกเขากำลังดิ่งลงจากฟากฟ้าโดยที่ไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้

“พุฟฟ !”

“พุฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่พวกเขาได้ตกลงมากระแทกกับพื้นพลางส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา

นี่ทำให้ท่าทางของผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนที่เหลือถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“บินให้สูงขึ้น ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

ทันใดนั้นเองที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้ควบคุมให้สัตว์ขี่ของตัวเองบินขึ้นโดยทันที

สีหน้าของต๊วนเหวินโปไม่สู้ดีนักขณะที่เหวี่ยงหอกปลายแหลมเข้าใส่ , เขาไม่คิดเลยว่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลเขาที่อยู่บนฟ้าจะถูกหลินเทียนสังหารไปเพราะว่านั่นน่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ ! แม้ว่าจะเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะแบบเขาแต่เขตแดนระดับนั้นก็ถือว่ามีค่ามากๆ !

“ตายไปซะ !”

เจียงเหลินเหวินได้คำรามออกมาอย่างดัง

เหล็งเฟิงเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพราะเขาเกลียดหลินเทียนเข้าไปถึงกระดูกดำ , กระบี่ในมือของเขาได้กวัดแกว่งออกไปอย่างรุนแรง

“ฆ่า !”

“ฆ่า !”

“ฆ่า !”

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งและตระกูลเจียงต่างลงมือพร้อมกันด้วยจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง

หลินเทียนไม่พยายามต้านทานซึ่งๆหน้า , หลังจากที่เขาได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปแล้วก็เริ่มหลบหนีไปอีกครั้ง

คนเหล่านี้ไม่มีคนไหนที่ระดับพลังต่ำไปกว่าเขาแม้แต่คนเดียวแถมยังมีประสบการณ์ต่อสู้มากมายซึ่งเมื่อพวกเขามารวมตัวกันแล้วบวกกับเจียงเหลินเหวินและต๊วนเหวินโปนั้นกลายเป็นภัยคุกคามเขาอย่างมาก

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

ภายในป่าลึกนั้นมีเสียงโลหะปะทะกันถูกส่งออกมาเรื่อยๆ

สภาพของหลินเทียนในตอนนี้ตกต่ำลงอย่างมากเพราะว่าเหล็งเฟิงนั้นถือครองกระจกวิเศษอยู่ทำให้เขาไม่สามารถใช้ข่ายอาคมลมกระโชกได้แถมบนท้องฟ้าเองก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนคอยสอดส่องทำให้แม้เขาจะเร็วแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ การเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขาอยู่ในสายตาของพวกมันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่จะหลบหนีไป

“ระยำ ! ”

เขาได้แต่ส่งเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิด

เขาได้แต่หนีไประหว่างที่ปะทะเข้ากับกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญถึงได้ทำให้เผาเผลาญพลังฉีในร่างไปอย่างมาก

“ดูสิว่าเจ้าจะหนีไปได้ถึงไหนกัน ! ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

เขาได้เสียผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะไปถึง 2 คนทำให้สีหน้าของเขาไม่ดีเป็นอย่างมาก

“ไล่ตามมันไป ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสยงออกมาอย่างดัง

เจียงเหลินเหวินเองก็ยังคงแสดงสายตาที่เย็นชาออกมาเหมือนดั่งอสรพิษร้าย

ไม่นานก็ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง

หลินเทียนรู้สึกว่าตอนนี้การเผาผลาญพลังฉียังคงดำเนินต่อไปและตอนนี้พลังของเขาก็เหลืออยู่เพียงแค่ 30% เท่านั้น , ในตอนนี้เองที่ด้านหน้าของเขากลายสภาพเป็นพื้นที่โล่งกว้างและต้นไม้รอบข้างก็มีให้เห็นน้อยลงก่อนที่จะพบกับน้ำตกตรงหน้า

เขาได้แต่หยุดเท้าลงด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดเป็นอย่างมาก

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

ร่างหลายร่างได้พุ่งตามออกมากว่าสิบคนเพื่อปิดทางหนีทั้งหมดรอบทิศทาง

เมื่อจ้องมองไปด้านหน้าแล้วพวกเขาต่างหัวเราะออกมาอย่างดัง

“ดูเหมือนว่าชะตาเจ้าจะขาดแล้วนะ !”

ต๊วนเหวินโปได้ส่งเสียงออกมา