0 Views

ท่าทางของจูหวูเต๋าได้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะเขาเห็นว่าร่างของหลินเทียนและจี่หยูได้หายไปจากตรงหน้า

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นแต่เจียงเหลินเหวินและต๊วนเหวินโปเองก็เช่นกัน

“มันสามารถพรางตัวได้เป็นเวลาสั้นๆ ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หยิบเอากระจกสีเขียวออกมาจากใต้เสื้อแล้วหันไปทางด้านหน้า

ณ ตอนนี้เองที่ร่างของหลินเทียนและจี่หยูได้ปรากฏออกมาอีกครั้ง

“ไล่ตามมันไป ! ”

ต๊วนเหวินโปได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ไม่ต้องพูดถึงเจียงเหลินเหวินเลยเพราะว่าเขาเป็นคนแรกที่พุ่งออกไปพลางกวัดแกว่งกระบี่ในมือ

หลินเทียนยังคงจูงมือของจี่หยูเพื่อหนีไปทว่าหลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังไล่ตามมานั้นท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมลมกระโชกถึงสองม้วนดังนั้นผลของการพรางตัวไม่น่าจะหมดสภาพไวขนาดนี้

“ท่านบรรพบุรุษได้ถ่ายจิตสัมผัสลงในกระจกนี้ดังนั้นภายใต้กระจกนี้เจ้าไม่สามารถซ่อนตัวได้หรอก ! ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา

ก่อนหน้านี้เขารู้ว่าหลินเทียนนั้นมีความสามารถในการพรางตัวดังนั้นเพื่อความมั่นใจถึงได้เอาสมบัติล้ำค่านี้ออกมาจากตระกูลจะได้เห็นการพรางตัวของหลินเทียน

“ฆ่า ! ”

ต๊วนเหวินโปได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชาขณะที่หอกในมือได้พุ่งออกไป

ประกายตาของเจียงเหลินเหวินยังคงความเย็นยะเยือกขณะที่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาอย่างรุนแรง

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปทันทีขณะที่จ้องมองไปยังกระจกในมือของเหล็งเฟิงด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

“ดูเหมือนว่าข่ายอาคมลมกระโชกนี่จะไม่มีผลกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้จริงๆด้วย ความสามารถของจิตสัมผัสสามารถตรวจสอบหลายๆสิ่งในโลกนี้ได้ ”

หลังจากที่ตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปแล้วก็จะได้รับความสามารถของจิตสัมผัสมาซึ่งต่อให้อยู่ในยามค่ำคืนที่มืดมิดแต่ก็สามารถสัมผัสถึงสิ่งต่างๆโดยรอบได้ ตอนนี้ข่ายอาคมของเขาไม่มีผลแล้ว

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้น

คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกมาจากด้านข้างเพื่อหมายปองชีวิตของหลินเทียนและจี่หยู

โครม ! แรงระเบิดได้ส่งให้พวกเขากระเด็นออกไป

“หลินเทียน !”

จี่หยูได้ส่งเสียงออกมา

นางพยายามจะพุ่งตามร่างของหลินเทียนไปแต่ทว่าตอนนี้ได้มีร่างๆหนึ่งขวางหน้านางเอาไว้

จูหวูเต๋า

“หยุดนะหยูเอ๋อ ”

จูหวูเต๋าได้พูดออกมา

ในมือของเขากำลังถืออาวุธสมบัติระดับสูงเอาไว้ขณะที่มันปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงออกมา

“องค์ชาย นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ ! เขาเป็นศิษย์สำนักเป่ยหยานและเป็นผู้มีพรสวรรค์ยิ่งกว่าเจ้าเจียงเหลินเหวินนั่นอีก ! ทำไมถึงได้ต้อนเขาขนาดนี้ ! ”

จี่หยูได้พูดออกมา

จูหวูเต๋าได้ตอบกลับไปว่า

“น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เข้าร่วมกับนิกายไงล่ะ ”

จี่หยูเองก็รู้ว่าจะพูดอะไรไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรดังนั้นคลื่นกระบี่รูปร่างเหมือนกลีบดอกบังได้ถูกส่งออกมา กลิ่นอายของนางแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะกวัดแกว่งพายุคลื่นกระบี่ออกไป

ท่าทางของจูหวูเต๋าได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่ดวงตาของเขาจะหดเล็กลงแล้วพูดว่า

“หยูเอ๋อ เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ”

เขาได้เงียบไปพร้อมกับพูดต่อว่า

“ทักษะของเจ้ามันแปลกมากๆ มันไม่เหมือนกับของจี่หยวนฉานเลยแม้แต่น้อย เจ้าไปเรียนมาจากที่ไหนกัน ? ”

จี่หยูได้พุ่งออกไปเพื่อที่จะกลับเข้าไปหาหลินเทียน

ณ ตอนนี้หลินเทียนกำลังเผชิญหน้าอยู่กับเจียงเหลินเหวินและอีกสองคนมันทำให้เป็นปัญหาสำหรับเขามากๆ

เมื่อมองไปยังการเคลื่อนไหวของจี่หยูแล้วจูหวูเต๋าก็ได้แต่ส่ายศีรษะพลางพูดว่า

“เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าระดับพลังของข้าก็ไม่ต่างกับเจียงเหลินเหวิน ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้ข้ามีอาวุธสมบัติระดับสูงอยู่ในมือ อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะสามารถฝ่าข้าไปได้ ”

“ยังไงก็ต้องลอง ”

จี่หยูได้ตอบกลับไป

หลังจากนั้นคลื่นกระบี่ดอกบัวก็ได้พุ่งเข้าปะทะกับจูหวูเต๋าเพื่อที่จะรีบกลับไปช่วยหลินเทียน

จูหวูเต๋าได้ส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไปเพื่อขวางทางนางเอาไว้

“โครม ! ”

การปะทะกันทำให้นางไม่สามารถฝ่าออกไปได้

อีกด้านหนึ่ง , เจียงเหลินเหวินที่กำลังต่อสู้อยู่กับหลินเทียนเองก็ได้ใช้อาวุธสมบัติขั้นกลางดังนั้นถึงได้สร้างแรงกดดันให้กับหลินเทียนเป็นอย่างมาก

“ตายซะ ! ”

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะฟาดฟันออกไป

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อหลบหลีกและมองไปทางจี่หยูก่อนที่จะพุ่งออกไป

“ไม่เห็นพวกเราหรือไง ? ”

เสียงแสยะได้ดังขึ้น

ต๊วนเหวินโปได้ขวางทางเอาไว้ก่อนที่จะส่งหอกแหลมเข้าไปทางหลินเทียน

เหล็งเฟิงเองก็ได้แสยะออกมาก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายรุ้งเข้าใส่หลินเทียนเช่นกัน

“หลินเทียน ! ทิ้งข้าแล้วหนีไปซะ ! อย่าได้ปะทะกับพวกเขา ! ”

จี่หยูได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาเพื่อหลบการโจมตีทั้งหมดก่อนที่จะพุ่งไปทางจี่หยู

ใบหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกกระวนกระวายอย่างมากพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับข้าแน่นอน เจ้ารีบไปได้แล้ว ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้พุ่งไปอีกทางด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

จูหวูเต๋ายังคงไม่เคยสนใจหลินเทียนเช่นเคยก่อนที่จะพุ่งตามจี่หยูไป

ท่าทางของหลินเทียนได้ตกต่ำลงอย่างมากก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อไล่ตามจี่หยูไป

“ห่วงตัวเองก่อนไหม ! ”

น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกได้ถูกส่งออกมา

ต๊วนเหวินโปที่กำลังถือหอกแหลมอยู่เองก็ได้พุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับการโจมตีที่รุนแรง

“เจ้ามันรนหาที่ตาย ! ”

หลินเทียนโกรธจัดเป็นอย่างมาก

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขาก่อนที่ด้านหลังของเขาจะมีกระบี่สายฟ้ามรกตก่อตัวขึ้นหลายเล่มพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปทางต๊วนเหวินโปอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของต๊วนเหวินโปได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะรีบตั้งรับ

“พุฟฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายออกมาขณะที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุแขนซ้ายของตัวเองไปและอดส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาไม่ได้

หลินเทียนได้ตั้งสติพร้อมทั้งมองไปทางทิศที่จี่หยูหายไปแต่ตอนนี้กลับไม่เห็นวี่แววของนางอีกแล้ว

“ระยำเอ้ย ! ”

เขาได้แต่กัดฟันด้วยดวงตาที่ดุร้าย

แม้จะรู้ว่านางจะไม่ได้รับอันตรายแต่เขาโกรธจัดเป็นอย่างมาก

“พวกเจ้ามันรนหาที่ตาย ! ”

เขาได้หันไปมองทั้ง 3 คนด้วยสีหน้าที่น่าสยดสยอง

โครม ! กลิ่นอายอันรุนแรงได้ปะทุออกมาจากร่างของเขาถึงขีดสุดเสมือนว่าร่างกายในตอนนี้ของเขาได้แปรเปลี่ยนไปเป็นคลื่นพายุอันรุนแรงที่กำลังพัดไปทางทั้ง 3 คน

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่จะส่งผลให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนไม่หยุดและไม่รู้เลยว่าสภาพโดยรอบถูกทำลายไปมากมายขนาดไหน

เหล็งเฟิงนั้นเป็นคนแรกที่ได้รับบาดเจ็บ ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงของหลินเทียนนี้ทำให้กลางหน้าอกของเขาถูกฟันจนเลือดทะลักออกมาไม่หยุด

ทางฝั่งของต๊วนเหวินโปเองก็ไม่ได้ต่างกันมาก เขาถูกคลื่นการโจมตีของหลินเทียนพัดจนปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

มีเพียงเจียงเหลินเหวินเท่านั้นที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยเพราะระดับพลังและอาวุธที่อยู่ในมือ

“มดปลวก ! ”

ประกายตาของเจียงเหลินเหวินแสดงให้เห็นถึงความดุร้ายและทารุณขณะที่ฟาดฟันออกไปทางหลินเทียน

ครั้งนี้คลื่นกระบี่ที่รุนแรงไม่แพ้การโจมตีของหลินเทียนได้ถูกปล่อยออกไปเหมือนต้องการทำลายล้างทุกสิ่งตรงหน้า

แม้ต้องเผชิญหน้ากับคลื่นกระบี่ที่รุนแรงเช่นนี้แต่หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาขณะที่ความโกรธยังคงปะทุออกมาจากหัวใจ , เขาได้ตัดสินใจก่อนที่จะมองไปทางที่จี่หยูได้จากไปพร้อมทั้งกัดฟันแล้วพุ่งไปอีกทางหนึ่งเพราะเขารู้ดีว่าที่นางไปคนละทางกับเขาก็เพื่อไม่ต้องการให้เขาเป็นห่วง

“เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมา

“ไล่ตามมันไป ! ”

ต๊วนเหวินโปพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้พุ่งตามหลินเทียนไปก่อนแล้วแถมยังฟาดฟันออกไปไม่หยุด

หลินเทียนได้กวาดตามองพวกเขาพร้อมทั้งพุ่งออกไปโดยที่ไม่ได้ตอบโต้อะไร ด้วยความที่อีกฝ่ายมีอยู่ 3 คนนั้นต่อให้เขาทำอย่างไรก็ไม่ใช่คู่มืออยู่ดีเพราะตอนนี้เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 เท่านั้นแต่เจียงเหลินเหวินและต๊วนเหวินโปนั้นอยู่ในระดับ 9 ตอนปลาย !

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

ร่าง 4 ร่างได้พุ่งผ่านป่าไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมลมกระโชกอีกครั้งเพื่อที่จะพรางตัวแต่เหล็งเฟิงก็ยังคงหยิบเอากระจกออกมาและทำให้การพรางตัวของเขาไร้ผล

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ถูกส่งออกไปตรงหน้า

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ก่อนที่จะสวนกลับไป

หลังจากนั้นเขาก็ยังคงพยายามหนีต่อไป

“เร็วมาก ! ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ส่งการโจมตีออกไปตรงหน้า

หลินเทียนได้หลบการโจมตีจากหอกของอีกฝ่ายพร้อมทั้งวิ่งหนีต่อไป , เขาคิดว่าหากเข้าไปในป่าพิษก่อนหน้านี้ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจทั้ง 3 คนนี้แล้วแต่อย่างไรก็ตามเมื่อพุ่งออกไปนั้นด้านหน้าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดหวังไว้เพราะว่าพิษมันได้สลายหายไปหมดแล้วแถมยังมีสัตว์อสูรอยู่มากมายเหมือนว่าไม่ได้รับผลอะไรแม้แต่น้อย

“มันเป็นเพราะว่าข้าได้ดูดกลืนแก่นอสูรของมันไปแน่ๆถึงได้ไม่มีแหล่งพลังพิษ ”

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อกัดฟันแล้วเขาได้หันหลังแล้วพุ่งออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

ต๊วนเหวินโปและคนอื่นๆเองก็ยังคงไล่ตาหลังเขาโดยเฉพาะเจียงเหลินเหวินที่พุ่งตามเร็วที่สุด คลื่นกระบี่ของเขายังคงส่งออกไปไม่หยุดและเห็นได้ว่าตอนนี้ประกายตาของเขาปกคลุมไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างมาก

“วุ้ส !”

“วุ้ส !”

“วุ้ส ”

คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกไปทุกทิศทางโดยไม่รู้เลยว่ามันทำลายสภาพแวดล้อมรอบข้างไปมากมายขนาดไหน

หลินเทียนได้หลบการโจมตีนี้และยังคงพุ่งออกไปไม่หยุด ความเร็วของเขาสูงมากและด้วยระดับความเร็วนี้อีกไม่นานเขาก็จะสามารถทิ้งระยะได้แต่หากถูกล้อมเมื่อไหร่ก็จบทันที

“คิดหรือว่าวันนี้เจ้าจะหนีไปได้ ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

หลังจากที่พูดจบแล้วรอบข้างต่างมีร่างหลายร่างพุ่งออกมาซึ่งแต่ละคนเองก็แข็งแกร่งมากๆ พวกเขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 !

สีหน้าของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปทันทีเพราะรู้ดีว่านั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเหล็ง !

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

ทันใดนั้นเองที่อีกด้านก็มีร่างหลายร่างพุ่งออกมาแถมแต่ละคนก็ส่งกลิ่นอายเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ออกมากดดันหลินเทียเอาไว้

“นายน้อยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าน้อยเองขอรับ ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดกับเจียงเหลินเหวิน

ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเจียง !

ต๊วนเหวินโปได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งมองไปบนท้องฟ้าพลางพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนของข้าสูดอากาศอยู่บนฟ้านู้น ”

ณ ตอนนี้บนท้องฟ้าเองก็มีร่างของสัตว์อสูรอยู่มากมายแถมกลิ่นอายของผู้ขี่มันก็ไม่ได้อ่อนแอด้วย อย่างน้อยๆก็อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะ !

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะมองกลับขึ้นไปบนฟ้าพลางแสยะออกมาว่า

“นี่ทั้ง 3 ตระกูลเคลื่อนไหวเพราะข้าแถมองค์ชายเองก็ยังให้การช่วยเหลือ ดูเหมือนว่าข้าจะมีหน้าใหญ่มากๆเลยสินะ ”

เขาได้จ้องมองไปทางพวกเขาด้วยสีหน้าที่เย็นชาอย่างมาก

“ต้องโทษที่เจ้ามันไม่รู้จักดีเอง กล้าที่จะขัดคำสั่งนายน้อยตระกูลข้า ”

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเจียงได้พูดออกมา