0 Views

แน่นอนว่าตัวของหลินเทียนเองก็สามารถสัมผัสจิตสังหารของอีกฝ่ายได้ดังนั้นถึงได้มองกลับไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา

จูหวูเต๋าได้สัมผัสถึงจิตสังหารของเจียงเหลินเหวินเช่นกัน

“มีอะไร ? ”

จูหวูเต๋าได้ถามออกมา

“เปล่า แค่เห็นคนขัดหูขัดตาเท่านั้น ”

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จูหวูเต๋าได้มองตามสายตาของเจียงเหลินเหวินไปก่อนที่จะพบกับหลินเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะส่งคนไปสืบสวนเรื่องของหลินเทียนมาก่อนแล้วแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับหลินเทียน

ต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยประกายตาที่เย็นชาไม่ต่างจากเจียงเหลินเหวินแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้เองที่รถเกี้ยวได้ถูกยกเดินทางเข้ามาก่อนที่จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยรอบ

มันได้หยุดลงหลังจากที่เคลื่อนที่เข้ามาได้ไม่นาน

“แม่นาง ”

ชายชราได้ส่งเสียงออกมา

ม่านได้ถูกเปิดออกก่อนที่หญิงสาวจะก้าวออกมา

“นี่มัน ?! ”

“จี่หยู ! หญิงงามอันดับ 1 มาที่นี่ด้วย ! ”

“ยังคงทำให้ตกตะลึงอยู่เช่นเคย ! ”

“ไม่เห็นได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมาด้วย ”

“คนเขาจะมาแล้วจำเป็นต้องแจ้งเจ้าด้วยหรือไง ? ”

“สุดยอดไปเลย ”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

หลินเทียนที่มองไปทางจี่หยูเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา นี่นางมาเพราะคำเชิญของจูหวูเต๋า ?

จี่หยูได้ก้าวออกมาก่อนที่จะพยักหน้าให้กับคนยกแล้วเดินไปทางจูหวูเต๋าก่อนที่จะโค้งคำนับแล้วพูดว่า

“ต้องขออภัยองค์ชายที่จี่หยูไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ข้าขอเข้าร่วมงานนี้ด้วยได้หรือไม่ ? ”

“แน่นอนอยู่แล้ว หญิงงามอันดับ 1 ขนาดนี้ ! ”

จูหวูเต๋าได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าเองก็ไม่ต้องสุภาพไปก็ได้ เรียกชื่อข้าตรงๆไปเลยเพราะใช้คำว่าองค์ชายมันดูห่างเหินไปหน่อย ”

“ขอขอบคุณ ”

จี่หยูได้ยิ้มออกมา

จูหวูเต๋าโบกมือของเขาก่อนที่จะส่งเสียงออกมาว่า

“ไปเอาม้ามาให้แม่นางจี่ ! ”

“ไม่จำเป็น จี่หยูเองก็มีม้าของตัวเองอยู่แล้ว ”

จี่หยูได้พูดออกมา

คนยกที่อยู่ห่างออกไปได้จูงม้าสีขาวเข้ามาหานาง

จูหวูเต๋าได้พยักหน้าของเขาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“เป็นม้าที่ดี ! เหมาะกับหยูเอ๋อมากๆ ”

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้กวาดตามองไปทางนางอย่างไม่สนใจนักส่วนต๊วนเหวินโปที่อยู่ข้างๆเองก็ไม่ต่างกันแต่ทว่าเหล็งเฟิงนั้นต่างออกไปเพราะว่าน้องชายของเขาได้ตกตายลงเพราะนางถึงได้ทำให้ตอนนี้เขาจ้องมองไปที่นางด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ณ ตอนนี้จูหวูเต๋าได้มองไปยังศิษย์สำนักก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“โปรดเชิญเข้าไปในป่ากันเถอะ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วจูหวูเต๋าก็ได้แสดงท่าทางเชิญจี่หยูเพื่อเดินเข้าไปด้วยกัน

“สมแล้วที่เป็นแม่นางจี่หยูที่ขนาดองค์ชายยังต้องปฏิบัติอย่างดี ”

“ไร้สาระหน่า นั่นหนะหลานสาวสุดที่รักของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิเลยนะ ”

“รีบไปเร็ว ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงออกมา

พื้นดินไม่สั่นสะท้านขณะที่ศิษย์กว่าหลายร้อยคนต่างวิ่งเข้าไปในเขตป่า

หลินเทียนได้มองไปทางจี่หยู จูหวูเต๋าและคนอื่นๆก่อนที่จะขมวดคิ้วไป

หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินเข้าไปกับคนอื่น

“โฮ๊ก ! ”

“โฮ๊กกกกก ! ”

เมื่อเข้าไปแล้วก็สามารถได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรได้อย่างชัดเจนก่อนที่จะพบว่าด้านหน้านั้นต่างช่วยกันลงมือสังหารมัน

หลินเทียนได้กวาดตามองไปก่อนที่จะเดินออกไปด้านข้าง

“หลินเทียน ”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

หญิงสาวนางหนึ่งได้เดินออกมาจากด้านข้างขณะที่มองมาทางเขาด้วยรอยยิ้ม

จี่หยู

“เจ้า….”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

จี่หยูได้เดินเข้ามาพร้อมกับถามว่า

“ทำไม ? จำข้าไม่ได้ ? ”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ใช่ว่าเจ้าไปด้วยกันกับพวกจูหวูเต๋างั้นรึ ? ทำไมมาอยู่นี่ ? ”

“โง่จริงๆ ข้ามาเพื่อเจ้าไงล่ะเจ้าบื้อ ใครจะอยากมาเข้าร่วมงานแบบนี้กัน เจ้านี่มันโง่เง่าแท้ๆ ! ”

จี่หยูได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

หลินเทียนได้เดินเข้าใกล้นางก่อนที่จะพูดว่า

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ? ข้าได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ ”

“เปล่า เราไปด้วยกัน ”

หลังจากที่พูดแล้วใบหน้าของนางก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับพูดต่อว่า

“ข้าหมายถึงว่าเราเดินเข้าไปด้วยกันน่าจะมีอะไรสนุกๆให้ทำ ”

“ได้”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขาไม่มีความคิดเห็นอะไรกับเรื่องนี้

ณ ตอนนี้พวกเขาได้เดินเข้าไปในป่าลึกก่อนที่จะผ่านเขตขอบป่าไปกว่า 6 กิโลเมตรแล้ว

ณ ตอนนี้สัตว์อสูรระดับ 5 ได้พุ่งกระโจนเข้าไปทางจี่หยู

หลินเทียนได้กระโดดออกไปขวางหน้ายางเอาไว้พร้อมกับเหวี่ยงหมัดอย่างรุนแรง

โครม ! สัตว์อสูรได้ลอยออกไปไกลก่อนที่จะกระตุกเล็กน้อยแล้วตกตายลง

“เจ้าเป็นอะไรไหม ? ”

หลินเทียนได้หันกลับมาถามนาง

จี่หยูได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่เป็นอะไร ข้าไม่ใช่ช่อดอกไม้ในแจกันนะ ข้าเองก็สู้ได้เหมือนกันนะ ”

หลินเทียนได้กระพริบตาวิ้งๆก่อนที่จะพูดต่อว่า

“เจ้าทำตัวเป็นดอกไม้ในแจกันก็ดีเหมือนกันนะ ”

“เจ้านี่มีอารมณ์ขันเหมือนกัน ? ”

จี่หยูได้หัวเราะคิกๆออกมา

“จริง จริง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยสีหน้าที่อับอาย

จี่หยูได้แต่กรอกตาของนางก่อนที่จะเดินไปด้านหน้า

การล่านี้ตัดสินกันที่จำนวนของแก่นอสูรที่หามาได้ แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับระดับของแก่นอสูรด้วยเช่นกันดังนั้นไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับการลอบโจมตีของสัตว์อสูรมากมายและแน่นอนว่าหลินเทียนเป็นคนเก็บกวาดพวกมันทั้งหมด

“นี่เจ้าอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 แล้ว ? ”

จี่หยูได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

“อื้ม”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

“บ่มเพาะเร็วจริงๆเลยนะ สุดยอดไปเลย !”

จี่หยูได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปก่อนที่จะถามว่า

“นี่เจ้าจะชมข้าหรือว่าจะทำร้ายจิตใจข้ากัน ? ”

นางอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับมีระดับพลังที่อยู่สูงกว่าเขาซึ่งการที่นางชมแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกแปลกพิกล

“แน่นอนว่าต้องชมเจ้าสิ ”

จี่หยูได้พูดออกมา

“งั้นรึ งั้นก็ต้องขอบคุณมากๆ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่อับอาย

ไม่นานพวกเขาก็ได้เดินลึกเข้าไปกว่า 9 กิโลเมตรซึ่งกลิ่นอายอสูรของที่นี่เข้มข้นเป็นอย่างมากแถมสัตว์อสูรระดับ 5 ก็ยังเป็นอสูรระดับธรรมดาๆในเขตนี้แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นของสัตว์อสูรระดับ 6

“ระวังด้วยล่ะ สัตว์อสูรที่นี่ไม่ธรรมดาเลย ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

จี่หยูได้แต่กรอกตาของนางก่อนที่จะพูดออกมาอย่างหมดหนทางว่า

“เจ้านี่คิดว่าข้าเป็นช่อดอกไม้ในแจกันงั้นรึ ! ”

“ไม่รู้แหละ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างอับอาย

เขาพูดแบบนี้ออกไปเพราะถึงอย่างไรนางก็ดูน่าทะนุถนอมมาก

พวกเขาได้ก้าวเข้าไปในเขตลึกก่อนที่จะพบกับสัตว์อสูรระดับ 6 ตอนกลางซึ่งร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงแถมยังมีดวงตาสีแดงก่ำทำให้ผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับมันรู้สึกกลัว

“หมีเพลิง ระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ”

จี่หยูได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วมันก็ได้กระโจนเข้าใส่พวกเขาด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุโดยทันที

“ให้ข้าจัดการเอง”

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งออกไปพร้อมกับเรียกเอากระบี่ออกมา

แกร๊ง ! เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้น

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วก่อนที่จะพบว่าตรงลำคอของหมีเพลิงนั้นมีแผลลึกอยู่

จี่หยูเองก็รู้สึกประหลาดใจไปเช่นกันเพราะไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถสร้างบาดแผลให้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งได้ง่ายๆแบบนี้

“สุดยอดจริงๆ ”

นางได้แต่พูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อหมีเพลิงได้รับความเจ็บปวดแล้วมันก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ร่างของหลินเทียน

กลิ่นอายความร้อนที่มันส่งออกมาอดทำให้เขาขมวดคิ้วไปไม่ได้

“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ธรรมดาจริงๆ ”

หลังจากที่ตั้งสติแล้วดวงตาของเขาก็หดเล็กลงก่อนที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

วิ้ส ! เขาได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่สูงมาก

ร่างของเขาได้เปล่งแสงออกมา

กระบี่สายฟ้า

พุฟฟฟ ! เลือดสาดกระจายออกมาอีกครั้งขณะที่หมีเพลิงได้ส่งเสียงร้อยโหยหวนออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะตกตายลง

“เป็นกระบี่ได้รวดเร็วมาก ! ”

จี่หยูที่อยู่ข้างๆเองก็ได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้ชำแหละเอาแก่นอสูรของมันออกมาแล้วเดินกลับมาข้างๆจี่หยู

“สุดยอดไปเลย !”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ก็งั้นๆแหละ ”

หลินเทียนได้เกาศีรษะของตัวเอง

“จริงๆแล้วเจ้าคงจะรู้สึกมีความสุขอยู่ในใจสินะที่ได้รับคำชมจากหญิงงามอย่างข้าเรื่อยๆแบบนี้น่ะ ? ใช่ไหม ? ”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยท่าทางน่ารัก

หลินเทียนถึงกับแสดงสีหน้าที่อับอายออกมาและไม่คิดเลยว่านางจะพูดประโยคแบบนี้ออกมาเอง

“เอาล่ะๆ ข้าหยอกเจ้าเล่นเท่านั้น ไปกันได้แล้ว”

นางได้กุมปากพลางหัวเราะออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มตอบก่อนที่จะเดินออกไปกับนาง

แกร๊ง !

ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งลงมาตรงหน้าของหลินเทียน

คิ้วของเขาได้ขมวดเข้าหากันก่อนที่จะพบว่าตรงหน้านั้นมีชายหนุ่มชุดสีม่วงอย่างเจียงเหลินเหวินส่วนข้างๆนั้นมีต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิง , ในมือของเจียงเหลินเหวินนั้นถือกระบี่เอาไว้และนี่หมายความว่าการโจมตีเมื่อครู่เป็นของเขา

เจียงเหลินเหวินได้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

เหล็งเฟิงเองก็เดินตามมาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

ต๊วนเหวินโปได้แต่ยืนกอดอกด้วยท่าทางเหมือนผู้รับชม

“นี่คิดจะทำอะไร ? ”

จี่หยูได้ถามออกมา

เจียงเหลินเหวินได้กวาดตามองนางก่อนที่จะหันไปทางหลินเทียน

“แม่นางจี่ ก่อนหน้านี้ที่บอกกับองค์ชายว่ามีเรื่องยุ่งนี่หมายถึงการมาพบหลินเทียน ? ”

ต๊วนเหวินโปได้หยอกล้ออกมา

“นั่นมันเป็นเรื่องของข้า ไม่จำเป็นต้องตอบเจ้า ”

จี่หยูได้ตอบกลับไป

ประกายตาของต๊วนเหวินโปได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยทันทีก่อนที่จะยักไหล่แล้วมองไปทางหลินเทียน

“วันนี้ได้มีเรื่องสนุกๆแล้วสิ ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้กวาดตามองผ่านเขาไปก่อนที่จะตกลงที่ร่างของเจียงเหลินเหวิน

เจียงเหลินเหวินในตอนนี้กำลังกำกระบี่เอาไว้ในมือขณะที่เดินเข้ามาทางหลินเทียนและทุกก้าวจะส่งเสียงดังออกมา , ณ ตอนนี้จิตสังหารของเขาได้พวยพุ่งออกมาไม่หยุดจนถึงขั้นทำให้อากาศโดยรอบถึงกับหยุดนิ่ง

“หยุด !”

จี่หยูได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้ก้าวเดินออกมา แม้จะรู้ว่าหลินเทียนนั้นแข็งแต่ก็ยังเทียบกับเจียงเหลินเหวินไม่ได้ , อย่างไรก็ตามตอนนี้เองที่หลินเทียนได้จับไหล่ของนางเอาไว้ก่อนที่จะจูงนางกลับไปด้านหลัง

หลินเทียนได้ก้าวออกไปด้วยสีหน้าที่ราบเรียบพร้อมกับมองไปทางเจียงเหลินเหวิน

“กล้าดีหนิ ”

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขณะที่เจตจำนงแห่งกระบี่ได้ส่งแรงกดดันเข้าใส่หลินเทียน

“เจ้าคนแพ้ยังมีหน้ามาพูดอีก ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กระบี่ใบมือของเขาสั่นไหวก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตจะถูกส่งอออกไปปะทะกับการโจมตีของเจียงเหลินเหวิน

ณ ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่จะก่อให้เกิดเป็นพายุสังหาร