0 Views

พลังฉีอันรุนแรงได้ไหวเวียนไปทั่วร่างกายของเขาขณะที่เขาได้ยืนขึ้นจากพื้นหลังจากที่เวลาได้ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง , เมื่อกำหมัดดูแล้วเขาสัมผัสได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากเหมือนว่าเพียงหมัดเดียวก็สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะได้แล้ว

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ”

หลินเทียนได้ตรวจสอบเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายออกมา

ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้แล้วเขาไม่มีความจำเป็นต้องกลัวใครภายใต้เขตแดนผู้รอบรู้แม้แต่น้อย!

“เรายังไม่บรรลุทักษะหมัดสังหารอย่างถ่องแท้ เอาล่ะ มาฝึกทักษะนี้ดีกว่า”

เขาได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

การฝึกทักษะนี้ไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่ๆพิเศษอะไร หลินเทียนยังคงอยู่ภายในที่พักของตัวเองขณะที่ถ่ายเทพลังฉีไปที่หมัดของเขา , ขั้นตอนเหล่านี้คือสิ่งหลักๆที่เขาต้องทำเพื่อไม่ให้พลังฉีเกิดการแปรปรวน

ไม่นานเวลา 4 ชั่วโมงก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ผ่านไปได้ 4 ชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ได้ยืนกลับขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดูสบายๆก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกเพื่อปล่อยหมัดออกไปในอากาศ , ตอนนี้เองที่เส้นแสงได้พุ่งออกมาจากกำปั้นของเขาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าจนเป็นเหตุให้ศิษย์โดยรอบต่างแข็งข้างไป

“ดีขึ้นหน่อย ”

เขาไดพูดกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ตอนที่เขาได้ถ่ายเทพลังไปที่หมัดของเขาจนถึงตอนที่สำแดงพลังออกไปนั้นไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังฉีแม้แต่น้อยซึ่งนี่หมายความว่าทักษะของเขาอยู่ในระดับที่สำเร็จขั้นต้นแล้ว

เขาได้พยักหน้าออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินกลับไปในบ้าน

“พี่เขย ! ”

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ซินเชิงหยุนที่อยู่ห่างออกไปได้รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้กวาดตาไปมองเขาพลางพยักหน้าแล้วพูดว่า

“ดีมาก! อีกนิดก็สามารถตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะได้แล้ว ”

ซินเชิงหยุนได้ฉีกยิ้มออกมาพลางตอบว่า

“มันเป็นเพราะได้ประโยชน์จากข่ายอาคมของพี่เขยนั่นแหละ ”

“นี่รู้จักถ่อมตัวด้วยแล้วงั้นรึ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมา

“ที่ไหนกันล่ะ มันความจริงทั้งนั้น ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่ท่าทางของเขาจะเปลี่ยนไปแล้วพูดออกมาว่า

“นี่พี่เขย ท่านดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ ? เกิดอะไรขึ้น ? ”

“ข้าตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 แล้วน่ะ ”

หลินเทียนไม่ได้ปิดบังอะไร

ซินเชิงหยุนถึงกับแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า

“อายุ 16 ปีเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 พี่เขยนี่มันท้าทายสวรรค์จริงๆ ! ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาเพราะนี่ไม่ถือว่ายิ่งใหญ่อะไรด้วยซ้ำ จี่หยูอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 แล้วตอนปลายแล้ว

“รีบร้อนอะไรขนาดนั้นล่ะ ? มีเรื่องอะไร ? ”

“ก็ข้าคิดถึงท่านไง ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนเกือบจะตกเท้าถีบเขาไปพร้อมพูดว่า

“เอาดีๆ ! ”

“ก็ได้ ! ”

ซินเชิงหยุนได้ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าแปลกๆพร้อมกับพูดว่า

“ข้าได้ข่าวมาว่าอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ทางองค์ชายจะจัดงานล่าซึ่งสถานที่ๆถูกเลือกคือป่าสัตว์อสูรและเมื่อถึงเวลาแล้วศิษย์ทุกคนในสำนักเราจะเข้าร่วมทั้งหมดดังนั้นถึงได้มาแจ้งท่านก่อน ”

หลินเทียนได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัย

“งานล่า ? ทำไม ? ”

ซินเชิงหยุนได้หันหน้ามองไปรอบๆก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงว่า

“มันเป็นเพราะว่าร่างกายของจักรพรรดิเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่และคงอยู่ได้อีกไม่นานดังนั้นองค์ชายก็ถือเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปและทางสำนักเราเองก็ถือเป็นสถานที่รวมของผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยพรสวรรค์ดังนั้นถึงได้จัดงานนี้ขึ้นเพื่อที่จะซื้อใจคนไว้ก่อนไง ”

หลินเทียนได้กระจ่างโดยทันทีก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

“มันเป็นงี้นี่เอง ”

ซินเชิงหยุนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับถูมือแล้วพูดว่า

“พี่เขย ข้าได้ยินมาว่าผู้ชนะครั้งนี้จะได้รับรางวัลเป็นอาวุธสมบัติระดับสูงนะ ! ”

“อาวุธสมบัติระดับสูง ?! ”

หลินเทียนเองก็ถึงกับผงะไปทันที

ระดับอาวุธแบ่งออกเป็นอาวุธวิญญาณ อาวุธสมบัติ อาวุธสมบัติระดับสูงและอาวุธนิรันด์ซึ่งมูลค่าของอาวุธสมบัติระดับสูงนี่มันถือว่าสูงมากๆจนน่ากลัว

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นว่า

“แต่ว่าผู้ชนะน่าจะเป็นเจียงเหลินเหวินอยู่แล้วดังนั้นไม่ต้องไปสนใจรางวัลที่ 1 หรอก ลำดับที่ 2 -50 นั้นก็ถือว่ามีมูลค่าไม่น้อยเช่นกันนะ ด้วยระดับพลังของพี่เขยแล้ว 1 ใน 5 ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไร ! ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมา , 1 ใน 5 ก็น่าจะนะ

“แล้วเจ้าจะเข้าร่วมไหม ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้ยิ้มตอบด้วยสีหน้าที่อับอายว่า

“หากพูดตามตรงแล้วศิษย์สำนักทุกคนต้องเข้าร่วมเพราะเห็นแก่หน้าขององค์ชายแต่ข้าพิเศษนิดหน่อยดังนั้นถึงไม่จำเป็นต้องไปเพราะถึงอย่างไรด้วยระดับพลังที่ยังไม่ถึงเขตแดนชีพจรเทวะในตอนนี้จะไปให้เสียหน้าทำไมล่ะ ”

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมา

“เราไปที่ดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งกันหน่อยไหม ? ”

เขาได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาทันทีก่อนที่จะพยักหน้าซ้ำๆแล้วพูดว่า

“ดี ดี แม้ว่าข้าจะยังไม่ตัดผ่านไปเขตแดนชีพจรเทวะแต่ข้าก็สัมผัสได้ว่าข้าแข็งแกร่งขึ้นมากและตอนนี้ก็อยากทดสอบเหมือนกัน พี่เขยไปกันเร็ว ”

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขาพร้อมกับพูดว่า

“ไปสิ ”

หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินไปทางดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งพร้อมกับซินเชิงหยุนเพื่อที่จะสัมผัสความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย

“หลังจากนี้อีกไม่นานก็สามารถมาฝึกที่นี่ได้ด้วยตัวเองแล้วนะ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนฉีกยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ภูมิใจอย่างมาก

พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ภายในกว่า 4 ชั่วโมงก่อนที่จะเดินกลับออกมา

หลังจากที่กลับออกมาแล้วหลินเทียนก็ได้มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักส่วนซินเชิงหยุนก็กลับไปที่ตระกูลของตัวเอง

หลินเทียนได้เริ่มการฝึกอันซ้ำซากเหมือนเก่าซึ่งระยะนี้ตระกูลเจียงก็ไม่ได้มากวนใจเขาแม้แต่น้อยและมันทำให้เขาผิดหวังเป็นอย่างมากเพราะเขาอยากจะให้อีกฝ่ายส่งมือสังหารมาเยอะๆจะได้ฆ่าพวกมันเพื่อระบายความโกรธก่อน

สามวันได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในวันนี้มีเสียงระฆังดังไปทั่วทั้งสำนัก

“นี่มัน ? ”

“อะไร ? ”

ศิษย์หลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

และตอนนี้เองที่มีเสียงส่งไปทั่วทั้งสำนักว่า

“ขอเชิญให้ศิษย์ทุกคนเข้าร่วมการล่าขององค์ชายที่จัดขึ้นที่ป่าสัตว์อสูรด้วยกันและจะมีรางวัลสำหรับผู้ที่ได้ลำดับที่ 1 ถึง 50 , งานจะเริ่มในบ่ายของวันพรุ่งนี้ ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วศิษย์ทั้งหลายต่างผงะไปตามๆกัน

“องค์ชายเชิญพวกเรา ? ”

“นี่……..”

“อันดับที่ 1 ถึง 50 จะได้รับรางวัล !”

“บางทีข้าอาจจะติดอันดับ 1 ใน 50 !”

“ข้าก็เช่นกัน !”

“สมแล้วที่เป็นท่านองค์ชาย !”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาอย่างมาก

ตอนนี้เองที่ศิษย์ทั้งหลายต่างเดินทางกลับไปยังที่พักของตัวเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

หลินเทียนเองก็ได้ยินเสียงประกาศนี้เช่นกัน , เขาได้แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่จะก้มหน้าลงเพราะว่าเขาได้ข่าวนี้มาจากซินเชิงหยุนก่อนแล้วดังนั้นถึงไม่ได้ประหลาดใจนัก เคล็ดวิชาซือจี่ของเขายังคงหมุนวนเพื่อบ่มเพาะพลังต่อไป

ยามค่ำคืนได้มาถึงอย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้นนั้นทั่วทั้งสำนักต่างเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มีหลายคนที่รีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปรวมตัวกันที่ป่าสัตว์อสูรเพราะถึงอย่างไรก็ตามมันเป็นเพราะว่าองค์ชายได้เชิญชวนด้วยตัวเองและนี่มันถือเป็นเกียรติของพวกเขาแถมหากว่าองค์ชายถูกใจก็จะได้อยู่อย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต

หลินเทียนเองก็ได้ตื่นขึ้นมาก่อนที่จะเดินออกไปทางป่าสัตว์อสูรด้วยท่าทางราบเรียบเช่นเคยก่อนที่จะไปถึงเขตทางเข้าในไม่นาน

เมื่อมองออกไปแล้วพื้นที่โดยรอบต่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายร้อยคนเพราะว่าครั้งนี้ศิษย์ทั้งหมดของสำนักได้รับการเชื้อเชิญมาทั้งหมดและคนประเภทซินเชิงหยุนก็มีอยู่น้อยมากๆ

หลินเทียนได้กวาดตามองออกไปที่สุดเขตก่อนที่จะพบกับผู้เชี่ยวชาญที่กำลังแสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์แต่กลิ่นอายของพวกเขากลับแข็งแกร่งมากๆ ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะด้วยกันทั้งหมดและเมื่อดูจากเครื่องแต่งกายแล้วก็เดาได้ทันทีว่าต้องเป็นคนที่องค์ชายจัดเตรียมเอาไว้

“ได้ยินมาว่าที่ 1 จะได้รับอาวุธสมบัติระดับสูงล่ะ ! ”

“ข้าไม่คิดจะเอาที่ 1 อยู่แล้ว แค่ติด 1 ใน 50 ก็พอแล้ว !”

“แน่นอนว่าที่ 1 ต้องเป็นของเจียงเหลินเหวินอยู่แล้ว !”

“แต่แปลกใจจริงๆที่องค์ชายเชิญพวกเรามาด้วย นี่มันแปลกๆนะ ”

“นั่นสิ ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ณ ตอนนี้เองที่มีรถม้าวิ่งมาทางนี้จากที่ห่างไกลซึ่งผู้นำกลุ่มของพวกเขาคือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่สวมชุดคลุมลวดลายมังกร ดวงตาของเขาเป็นประกายและกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนโดยทันที

ข้างๆชายหนุ่มคนนี้ก็มีชายหนุ่มอีกคนในชุดสีม่วงซึ่งก็คือเจียงเหลินเหวินและข้างๆของเจียงเหลินเหวินก็มีต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิงนั่นเอง

“องค์ชายมาแล้ว !”

“หล่อเหลาจริงๆ !”

“เจียงเหลินเหวินมากับองค์ชายล่ะ !”

“ต๊วนเหลินโปและเหล็งเฟิงเองก็ด้วย ! นั่นมันผู้สืบทอดของทั้ง 3 ตระกูลใหญ่หนิ !”

“เบาเสียงลงหน่อย ! องค์ชายมาแล้วอย่าได้เสียมารยาทสิ ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

ใบหน้าขององค์ชายได้แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างมากขณะที่เคลื่อนที่เข้ามายังกลุ่มของศิษย์สำนัก

“ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ของสำนักเป่ยหยาน วันนี้ข้าจูหวูเต๋าขอให้พวกท่านทั้งหมดมีความสุขที่ได้ร่วมล่าไปกับข้า ”

องค์ชายได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ศิษย์ทั้งหลายได้ทำความเคารพออกมาพร้อมทั้งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ขอขอบพระคุณท่านองค์ชาย ”

องค์ชายจูหวูเต๋วนั้นเป็นองค์ชายที่ 2 ของจักรวรรดินี้ซึ่งเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิ ตอนนี้เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างมองไปทางเขาด้วยสายตาที่เคารพไม่ใช่เพียงเพราะตำแหน่งขององค์ชายแต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของเขาด้วย ตัวขององค์ชายนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายซึ่งอยู่ในลำดับที่ 2 ของตารางสายลงและหมู่เมฆ !

หลินเทียนได้มองไปทางจูหวูเต๋าพลางคิดว่าชายคนนี้ถือเป็นมังกรในหมู่คนที่ดูไม่ธรรมดาแม้แต่น้อยแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรทว่าเมื่อมองไปยังเจียงเหลินเหวินที่อยู่ข้างๆแล้วเขาก็ได้แต่แสยะออกมา

เจียงเหลินเหวินที่อยู่บนหลังมาเองก็ได้กวาดตามองเหมือนหาอะไรในหมู่คนก่อนที่จะพบกับหลินเทียน , ตอนนี้เองที่สายตาของเขาได้กลายเป็นเย็นชาพร้อมทั้งปลดปล่อยจิตสังหารออกมา