0 Views

คำพูดสั้นๆนี้ได้ถูกส่งออกมาจากปากของหลินเทียนแต่ก็ทำให้ท่าทางของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปอย่างมาก

“เจ้านี่มันยังกล้าพูดแบบนั้นต่อหน้าเจียงเหลินเหวินอีกนะ ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน ? ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ต๊วนเหวินโปเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่สนใจ

“อวดดีนักนะ !”

“รนหาที่ตาย !”

ศิษย์ตำหนักราชาที่เหลือได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่ออกไปแล้วพูดว่า

“ไสหัวไปไกลๆ ! ”

คลื่นกระบี่เปลี่ยนเป็นพายุอันรุนแรงก่อนที่จะส่งศิษย์ตำหนักราชาที่กำลังจะเปิดปากพูดลอยออกไปไกล

“เจ้านี่มันแข็งแกร่งจริงๆ ”

หลายๆคนได้พูดออกมา

เจียงเหลินเหวินได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคย

“เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่าก่อนจะตีสุนัขให้ดูเจ้าของมันก่อน ? ”

“เคยได้ยินอยู่แต่น่าเสียดายจริงๆที่เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะทำให้ข้ารู้สึกอะไรดังนั้นเสียใจด้วยที่สุนัขเจ้าต้องโชคร้ายแบบนั้น ”

หลินเทียนได้พูดออกมาก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ต้องพูดว่าอะไรนะ ? อ่อใช่นึกออกแล้ว ต้องโทษที่มันมีเจ้าของผิดคนไงล่ะ ”

เมื่อพูดแบบนั้นออกไปแล้วเหล่าศิษย์ตำหนักราชาทั้งหลายเองก็ถึงกับมีสีหน้าที่ซีดเผือดไปทันที

อับอาย !

นี่มันเป็นการหยามพวกเขา !

เจียงเหลินเหวินได้แสดงสีหน้าที่ตกต่ำลงก่อนที่จะเดินไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“เจ้าหนู ปากคอเราะร้ายนักนะ ”

ตอนนี้เองที่แรงกดดันมหาศาลได้โถมเข้าใส่ร่างของหลินเทียนเหมือนภูเขาลูกยักษ์

“ปึก !”

เมื่อเจียงเหลินเหวินก้าวต่อไปอีกก้าวแล้วกลิ่นอายของเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเก่า แรงกดดันของเขาเปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดเข้าใส่ร่างของหลินเทียนในตอนนี้

ผู้คนโดยรอบต่างมองไปทางเจียงเหลินเหวินพลางสูดหายใจเข้าลึกและคิดว่าชายตรงหน้านี่มันน่ากลัวจริงๆ กลิ่นอายรุนแรงขนาดนี้ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้จะต้านทานไหว ?

“ดูเหมือนว่าเจ้าหลินเทียนได้จบชีวิตแน่ ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะ

“ปึก ! ”

เจียงเหลินเหวินได้ก้าวต่อไปอีกก้าวขณะที่แรงกดดันที่ส่งออกมานั้นเหมือนดั่งราชาผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง

ไม่นานเขาก็ได้เดินไปถึงตรงหน้าของหลินเทียนก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นแล้วเหวี่ยงเข้าใส่แก้มของหลินเทียน

แน่นอนว่าเขาต้องการจะสั่งสอนหลินเทียนก่อนเป็นอย่างแรก

หลินเทียนได้ยกมือขึ้นมาจับที่ข้อมือของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส

“นี่…..”

“ป้องกันไว้ได้ ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน !”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายซึ่งฝ่ามือของเขามีน้ำหนักหลายพันกิโลกรัมแต่กลับถูกหลินเทียนป้องกันเอาไว้ได้อย่างสบายอารมณ์

“ดูเหมือนว่าร่างกายของเจ้าหลินเทียนนี่จะแข็งแกร่งไม่แพ้กันเลยนะ ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดกับตัวเอง

เจียงเหลินเหวินได้แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาก่อนที่จะพูดว่า

“ปล่อยซะ !”

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างราบเรียบ

มือขวาของเจียงเหลินเหวินได้สะบัดออกพร้อมทั้งปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมา

สีหน้าของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบเช่นเคยก่อนที่จะปล่อยมือของอีกฝ่ายไปแล้วร่นถอยกลับไปเพราะว่าคลื่นกระบี่นี้มันรุนแรงมากๆ

เจียงเหลินเหวินยังคงแสดงสีหน้าที่ไม่แยแสพร้อมทั้งก้าวออกไปอีกก้าวก่อนที่จะเข้าประชิดร่างของหลินเทียนพลางเหวี่ยงหมัดเข้าใส่อย่างจัง

หลินเทียนเองก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยการยกมือขวาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงหมัดออกไปปะทะ

โครม ! หมัดทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่หลินเทียนจะรู้สึกว่าร่างกายของเขาถูกกระแทกด้วยพลังอันรุนแรง , เขาได้ก้าวถอยหลังกลับไปขณะที่รู้สึกถึงก้อนเลือดที่ชุ่มอยู่ในลำคอก่อนที่จะกลืนกลับลงไป

แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นแต่สีหน้าของเขายังคงซีดลงอยู่ดี

“พี่เขย !”

ซินเชิงหยุนอดส่งเสียงออกมาไม่ได้เพราะเขาไม่เคยเห็นหลินเทียนอยู่ในสภาพแบบนี้มาก่อน

เจียงเหลินเทียนได้กวาดตามองไปทางซินเชิงหยุนด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสก่อนที่จะหันกลับไปมองหลินเทียนอีกครั้ง

“เอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าของข้ามา ”

เขาได้พูดออกมา

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคย เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมากๆและไม่ใช่อะไรที่เขาจะต่อกรได้ในตอนนี้แต่อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นแบบนั้นเขาก็ยังได้แต่แสยะแล้วเรียกเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าอันสุดท้ายออกมา

“อยากได้ก็เข้ามาเอาสิ ”

เขาได้ส่งเสียงออกมา

ผู้คนรอบข้างต่างมองไปทางสิ่งของในมือหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“หอมจริงๆ นั่นคือหญ้าวิญญาณสีฟ้างั้นรึ ? ”

“ได้ยินว่ามันมีมูลค่าหลายล้านเลยนะ ! ”

หลายๆคนคนได้แต่กลืนน้ำลายลงไป

เจียงเหลินเหวินได้จ้องมองไปทางเขาพลางพูดว่า

“มันมีทั้งหมด 3 ต้น เอาออกมาให้หมด ”

“ข้าดูดกลืนไปแล้ว ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ประกายตาของเจียงเหลินเหวินได้เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกก่อนที่จะก้าวออกไปพลางพูดว่า

“ของๆข้ายังกล้าที่จะดูดกลืนอีกนะ !”

แรงกดดันมหาศาลได้ถูกส่งออกมาจนทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไป

“นี่……. น่ากลัวจริงๆ”

“ภายใต้เขตแดนผู้รอบรู้จะมีใครต่อกรได้อีก ? ”

“หลินเทียนนั่นตายแน่ๆ ”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่เสียดายออกมา

เจียงเหลินเหวินนั้นแข็งแกร่งเกินไปและแม้หลายๆคนจะรู้ว่าหลินเทียนไม่ได้ผิดแต่ก็ไม่กล้าออกความคิดเห็น

หลินเทียนในตอนนี้รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ผิวหน้าของเขา

“พี่เขย !”

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนกและแม้จะรู้ว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็ยังคงวิ่งออกมาจากที่พัก

“กลับไปซะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนได้หยุดเท้าลงและคิดไม่ออกเลยว่าทำไมหลินเทียนถึงได้ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมา

หลินเทียนได้หันหลังกลับไปมองพร้อมทั้งพูดว่า

“ข้าบอกไปแล้วไงว่าวันนี้จะให้เจ้าได้ดูเรื่องสนุกๆ กลับไปข้างในซะ ”

ซินเชิงหยุนได้ชะงักไปก่อนที่จะถอยกลับไปแม้จะสงสัยก็ตาม

ณ ตอนนี้เจียงเหลินเหวินนั้นอยู่ห่างจากหลินเทียนไม่ไกลนักซึ่งแรงกดดันที่อีกฝ่ายส่งออกมาก็ปะปนคลื่นกระบี่ไว้ด้วย

แม้ว่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันนี้แต่หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาพลางเก็บหญ้าวิญญาณสีฟ้ากลับไปแล้วยกกระบี่ขึ้นก่อนที่จะพูดว่า

“เจียงเหลินเหวิน ถ้าตายก็อย่าโทษข้าแล้วกัน ”

หลังจากที่พูดจบแล้วพื้นดินได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ตอนนี้เองที่รัศมี 10เมตร รอบข้างหลินเทียนนั้นต่างปกคุลมไปด้วยคลื่นกระบี่มากมายลอยอยู่กลางอากาศซึ่งส่งผลให้เหล่าผู้คนที่สังเกตการณ์อยู่รอบนอกล้วนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“นี่มัน……….”

“คลื่นกระบี่ ? ทำไมถึงได้มีเยอะขนาดนี้ ! นี่มัน….อะไรกัน ? ”

“หลินเทียนเป็นคนทำ ? ”

ใบหน้าของหลายคนได้ซีดเผือดลงอย่างมาก

ณ ตอนนี้แม้แต่ต๊วนเหวินโปเองก็ยังมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

คลื่นกระบี่อันรุนแรงที่อยู่โดยรอบนั้นปกคลุมร่างของเจียงเหลินเหวินที่อยู่เบื้องล่างเอาไว้ทั้งหมดทุกทิศทาง

“เจ้าทำอะไรลงไป ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเพราะว่าสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของคลื่นกระบี่เหล่านี้อย่างชัดเจน

“เปล่าหนิ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่สายฟ้าสีมรกตหลายเล่มได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า

มันได้ส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกมาถึงขึ้นทำให้ผู้คนแข็งค้างด้วยความตกตะลึง

ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเจียงเหลินเหวินต้องการให้เขาไปขอโทษแล้วเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าไปคืนนั้นเขาก็ไม่ได้นิ่งเฉยเพราะว่าตัวเขาได้เริ่มสร้างข่ายอาคมผสานรวมถึงข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวนับร้อยม้วนก่อนที่จะนำพวกมันไปฝังเอาไว้รอบๆที่พักเพื่อรอการมาถึงของอีกฝ่าย

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ถูกส่งออกมาอย่างดัง

ใบหน้าของเจียงเหลินเหวินได้หม่นหมองลงก่อนที่จะพูดว่า

“เล่นลูกไม้กับข้างั้นรึ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ก็ได้ปรากฏขึ้นในมือของเจียงเหลินเหวินซึ่งมันเป็นอาวุธสมบัติระดับกลาง , เห็นเพียงแค่ว่าเขาได้ฟาดฟันออกไปก่อนที่จะส่งผลให้มิติโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายความเย็น

“เพลงกระบี่วิญญาณเยือกแข็งของตระกูลเจียง !”

“แข็งแกร่งมาก !”

“มันเป็นทักษะเขตแดนผู้รอบรู้ซึ่งเจียงเหลินเหวินได้เชี่ยวชาญมันกว่า 70 % แล้ว ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่สายฟ้าอย่างจัง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่สายฟ้ามากมายได้พุ่งลงมาปะทะกับร่างของเจียงเหลินเหวิน

คลื่นกระบี่ที่เจียงเหลินเหวินส่งออกมาได้ถูกทำลายลงก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้านับสิบจะปะทะเข้ากับร่างของเขา

พุฟฟฟ ! มันได้พุ่งทะลุหัวไหล่ของเขาออกไปก่อนที่เลือดมากมายจะทะลักออกมา

“นี่มัน………”

“เจียงเหลินเหวินได้รับบาดเจ็บ !”

“เป็นไปได้ไงกัน !”

สีหน้าของหลายๆคนได้เปลี่ยนไปทันที

ซินเชิงหยุนที่อยู่ภายในที่พักเองก็ถึงกับมีนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“นี่ นี่ นี่…….”

ณ ตอนนี้ริมฝีปากของเขาได้แต่สั่นสะท้านไม่หยุด

คลื่นกระบี่มากมายนั้นให้ความรู้สึกที่น่าสยดสยองไปถึงดวงวิญญาณ

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินน่าเกลียดลงอย่างมากพร้อมทั้งปลดปล่อยจิตสังหารออกมารอบทิศทาง

“ข้าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น ! ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วเขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่สนใจว่า

“ข้าขอคืนคำพูดให้แล้วกัน ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้ส่งความคิดออกไปก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะสั่นไหวแล้วพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตนี้เดิมทีก็เป็นของเขตแดนผู้รอบรู้แถมตอนนี้เขายังเชี่ยวชาญมันกว่า 60% แล้วแถมเพื่อผสมกับความสามารถของสัญลักษณ์ที่มือขวาถึงได้ทำให้คลื่นกระบี่ของเขาไม่ต่างอะไรไปจากของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้แม้แต่น้อย

“กระบี่วิญญาณเยือกแข็งคำราม ! ”

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่ไอเย็นจะแผดกระจายไปทั่วพื้นที่

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงไร้ประโยชน์ พวกมันถูกฉีกออกด้วยคลื่นกระบี่สายฟ้าในพริบตาก่อนที่คลื่นอีก 7 เล่มจะพุ่งทะลุร่างของเจีงเหลินเหวินออกไป , ตอนนี้ร่างของเขาชโลมไปด้วยเลือดมากมายและอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยใบหน้าที่ซีดลง

หลินเทียนได้มองไปทางเขาพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะข้าเลี่ยงจุดตายไว้แล้ว เรามาเล่นกันช้าๆแล้วกัน ”

ใบหน้าของเจียงเหลินเหวินได้หม่นหมองลงพลางกำหมัดแน่น

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้โบกมือของเขาก่อนที่คลื่นกระบี่อีกสิบกว่าเล่มจะพุ่งลงมา

“พุฟฟ !”

“พุฟฟฟฟ !”

“พุฟฟ!”

เลือดสาดกระจาบไปทั่วขณะที่ร่างของเจียงเหลินเหวินได้ถูกคลื่นกระบี่พุ่งทะลุออกไป

การโจมตีเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ร่างกายโดยไม่ได้มีอันตรายต่อชีวิตของเขาแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะส่งผลให้เจียงเหลินเหวินต้องก้าวถอยออกไปด้วยสีหน้าที่ตกต่ำ

“ไง ? ไม่ใช่ว่าเจ้าคือเจียงเหลินเหวิน ? ทำไมถึงได้อนาถแบบนั้น ? เสียชื่อหมดแล้ว ? ”

หลินเทียนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมได้ส่งเสียงออกมา