0 Views

ด้านนอกที่พัก , ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกันไม่เพียงเพราะว่าความแข็งแกร่งอันน่าเหลือเชื่อของหลินเทียนแต่มันเป็นคำพูดประโยคสุดท้ายของเขาด้วย

“ให้เจียงเหลินเหวินมาหาเขาเอง ? ”

“นี่……”

“นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ! ”

หลายๆคนได้แต่กลืนน้ำลายของตัวเองกลับไป

ชื่อเสียงของเจียงเหลินเหวินนั้นดังไปทั่วทั้งมองและแม้แต่ทางราชวงยังต้องกลัว , ผู้อาวุโสของทางสำนักยังต้องให้ความเคารพแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับพูดแบบนี้มันต้องมีความบ้าบิ่นขนาดไหนกัน ?

เหลียงชิงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาขณะที่จ้องมองไปยังใบหน้าของหลินเทียน

“เจ้ามันรนหาที่ตาย ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลังเทียนยังคงไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเขาแล้วยกเท้าถีบออกไป

โครม ! ร่างของเหลียงชิงได้กระเด็นออกไปไกลกว่า 15 เมตร

“อยากจะได้หญ้าวิญญาณสีฟ้าก็ให้เจียงเหลินเหวินมันมาเอาเอง ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอีกครั้ง

แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับอีกฝ่ายแต่คำพูดของเจียงเหลินเหวินนั้นคำให้เขาไม่พอใจมากๆ ต้องการให้เขาไปพบแล้วยังจะเอาของๆเขาอีก นี่มันคิดว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิหรือไงกัน ? สำหรับเขาแล้วจะไม่มีทางไว้หน้าคนอวดดีแบบนี้

“เจ้า………”

เหลียงชิงได้พูดออกมาขณะที่เลือดไหลตามมุมปากด้วยสีหน้าที่โกรธสุดๆ

หลินเทียนได้มองกลับไปทางเขาพร้อมกับพูดว่า

“เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ? หรือว่าอยากจะตายอยู่ตรงนี้ ? ”

หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็ได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา

จนถึงตอนนี้เขาสังหารคนมานับ 200 กว่าชีวิตแล้วซึ่งจิตสังหารที่เขาปลดปล่อยออกมามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแม้แต่น้อย แม้แต่เหลียงชิงที่ผ่านประสบการณ์มามากมายยังต้องสั่นสะท้านไป

เขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดก่อนที่จะกัดฟันและหันหลังเดินจากไป

พริบตาเดียวเหลียงชิงก็ได้เดินลับสายตาไป

ณ ตอนนี้ด้านหน้าที่พักของหลินเทียนยังคงเต็มไปด้วยศิษย์ตำหนักราชาหลายสิบคนกำลังหมดสภาพอยู่ที่พื้นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย

“ขวางหูขวางตาจริงๆ ”

เขาได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วมือขวาของเขาได้สั่นไหวพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตออกไป

“โครม !”

“โครม !”

“โครม !”

ศิษย์ทั้งหลายที่กองอยู่ตามพื้นต่างปลิวตามคลื่นพายุเหล่านี้ไปพลางส่งเสียงร้องออกมาอย่างดัง

ผู้คนที่กำลังมองไปยังภาพเหล่านี้เองก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

“เจ้านี่มันโหดจริงๆ ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองกลับไปก่อนที่จะแสดงสีหน้าไม่สนใจแล้วเดินกลับไปยังที่พัก

“พี่เขย ท่านนี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว ! หากว่าข้าเป็นผู้หญิงข้าต้องแต่งกับท่านให้ได้ ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สรรเสริญ

หลินเทียน

“………”

…….

ณ ตอนนี้ที่ตำหนักราชา

ร่างสองร่างกำลังประลองกันอยู่ใจกลางสนามด้วยความเร็วที่สูงมากๆซึ่งพวกเขาต่างอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายทำให้เกิดเสียงดังทุกครั้งที่พวกเขาปะทะกัน

และตอนนี้เองที่การประลองได้จบลง

“แข็งแกร่งจริงๆเลยนะเจียง อายุ 18 ปีแต่กลับมาได้ถึงขนาดนี้นี่ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเข้าร่วมกับนิกายได้ ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

ชายคนนี้มีชื่อว่าต๊วนเหวินโปที่ปีนี้มีอายุ 20 ปีและเป็นผู้สืบทอดของ 1 ใน 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะของเมืองนี้

เจียงเหลินเหวินที่อยู่ในชุดสีม่วงนั้นมีหน้าตาที่หล่อเหลามากๆแต่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องคำชมของต๊วนเหวินโปนัก

“นายน้อยเจียง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ด้านล่างของสนามประลองนั้นเหลียงชิงได้รีบวิ่งเข้ามาก่อนแล้วแต่หลังจากที่เห็นว่าพวกเขายังประลองกันอยู่เลยไม่กล้าขัดจังหวะซึ่งเมื่อเห็นว่าพวกเขาประลองกันจบแล้วถึงได้เอ่ยปากออกมา

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ไม่สนใจพร้อมทั้งพูดว่า

“ว่ามา ”

เหลียงชิงได้ก้มหัวพร้อมทั้งพูดว่า

“เราไม่สามารถเอาตัวเจ้าหลินเทียนนั่นมาได้ เขา……… เขาบอกว่า…..”

“บอกว่าอะไร ”

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ราบเรียบ

“เขาบอกว่าหากต้องการหญ้าวิญญาณสีฟ้าก็ให้ไปหาเขาเอง ”

เหลียงชิงได้พูดออกมาในขณะที่ยังคงก้มหน้า

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็อดสั่นไปไม่ได้

ตอนนี้เองที่บรรยากาศโดยรอบได้เงียบสงบไปทันที

เหลียงชิงได้แต่เงยหน้ามองไปยังรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่มุมปากของเจียงเหลินเหวิน

เมื่อมองไปยังภาพเหล่านั้นแล้วเขาอดรู้สึกสยดสยองไม่ได้เลยเพราะตัวเขายังจำเรื่องที่มีศิษย์ตำหนักราชามาล่วงเกินเจียงเหลินเหวินเมื่อ 1 ปีก่อนได้ หลังจากนั้นศิษย์คนนั้นได้ถูกตัดแขนตัดขาและกลายเป็นคนพิการไปในที่สุด

“เหลียงชิง เจ้ากับคนกว่า 20คนไม่สามารถเอาตัวเขามาได้ ? ”

ต๊วนเหวินโปได้ถามออกมา

เหลียงชิงได้แต่ก้มหัวลงพร้อมทั้งพูดว่า

“นายน้อยต๊วน เจ้านั่นมันแข็งแกร่งมากๆและเราเองก็ไม่ใช่คู่มือของมันเลย ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา มันไม่ใช่เพราะเขากลัวหลินเทียนแต่เป็นเพราะเขากลัวเจียงเหลินเหวินจะลงโทษเขา

“แข็งแกร่งถึงขั้นที่เจ้าไม่ใช่คู่มือ ? ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

“ใช่ ใช่ ”

เหลียงชิงได้พูดออกมา

ตั๊วนเหวินโปได้ลูบคางของตัวเองก่อนที่จะยิ้มออกมาแล้วพูดต่อว่า

“ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กใหม่นี่มันจะมีพรสวรรค์จริงๆเลยนะ เพิ่งเข้ามาใหม่แท้ๆแต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่กล้าลงมือสังหารน้องชายของเหล็งเฟิงไปต่อหน้าผู้คน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะประเมินตัวเองสูงไปหน่อยที่กล้าขัดคำสั่งของเจ้า ”

ต๊วนเหวินโปนั้นเป็นลำดับที่ 2 ในตำหนักราชาแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของเจียงเหลินเหวินนั้นก็ยังระมัดระวังอย่างมาก

สำหรับเจียงเหลินเหวินแล้วไม่ได้ใส่ใจการประจบของอีกฝ่ายแม้แต่น้อยและได้แต่แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมา

“ทำลายผู้มีพรสวรรค์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกัน ”

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวลงมาจากสนามประลองก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกตำหนักอย่างรวดเร็ว

“มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ ”

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะรีบตามไป

เหลียงชิงเองก็ได้แสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมาพร้อมทั้งเดิมตามหลังพวกเขาอย่างระมัดระวัง

………

หลินเทียนยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในที่พักของตัวเองด้วยสีหน้าที่สงบ

“นี่พี่เขย ท่านพูดจริงหรือว่าเจียงเหลินเหวินจะมาที่นี่ ? ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“มาแน่ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

เขาคนเดียวจัดการกับศิษย์ตำหนักราชาไปทั้งหมด 27 คนแล้วซึ่งมันเป็นการกระทำที่หยามศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายและตัวเขามั่นใจว่ามันต้องมาที่นี่เพื่อฆ่าเขาอย่างแน่นอน

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางกระวนกระวายว่า

“แล้วทำไมพี่ถึงได้ดูสงบแบบนี้ล่ะ ?! ”

“ทำไมจะไม่ได้ ? ”

หลินเทียนได้ถามกลับไป

“นั่นน่ะเจียงเหลินเหวินเลยนะ ! เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ! มันสัตว์ประหลาดที่ได้เข้าร่วมกับนิกายเลยนะ ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

“แล้วไง ? ”

“ก็…….”

ซินเชิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดีเพราะดูเหมือนว่าต่อให้พูดอะไรไปแต่หลินเทียนก็คงไม่สนใจอยู่ดี ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาก็เชื่อว่าหลินเทียนยังคงนิ่งอยู่ได้เหมือนเดิม

ซินเชิงหยุนได้แค่คิดจนจะบ้าก่อนที่จะดึงผมของตัวเอง

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก เจียงเหลินเหวินมันทำอะไรไม่ได้หรอก ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

“เจียงเหลินเหวิน ? ”

ซินเชิงหยุนได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

“ขอโทษนะ พี่เขย เจ้านั่นน่ะขนาดทางราชวงยังกลัวเลยนะ ! แต่พี่กลับพูดแบบนั้นได้ไง ? ”

“แล้วไง ? นอกจากที่มันเข้าร่วมกับนิกายแล้วมีอะไรที่มันมีอีก ? ”

“พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา !”

“ข้าก็มีเหมือนกัน ”

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ! ”

“แค่นั้นยังไม่พอจะสังหารข้า ”

ซินเชิงหยุน

“……………..”

เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

“แกร๊ง ! ”

ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่ประตูหน้าที่พักของหลินเทียนจะถูกทำลายลง

คลื่นลมอันรุนแรงได้ส่งผลให้ซินเชิงหยุนได้แต่ถอยร่นออกไป

“นี่ นี่มัน…..”

ใบหน้าของซินเชิงหยุนได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดไปทันที

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินออกมาจากห้อง

เมื่อมองออกไปแล้วจะพบกับชายหนุ่ม 3 คนซึ่งตรงกลางของพวกเขาเป็นชายหนุ่มชุดสีม่วงที่หน้าตาหล่อเหลาแถมกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาก็ไม่ธรรมดา , เห็นเช่นนี้แล้วเขาไม่ต้องเดาเลยก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือเจียงเหลินเหวินอย่างแน่นอน

เมื่อมองไปยังเจียงเหลินเหวินแล้วหลินเทียนก็ยังสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ยังคลุ้งอยู่ในอากาศ

แน่นอนว่าการโจมตีเมื่อครู่เป็นของมันอย่างแน่นอน

“พ่อแม่ไม่สั่งสอนให้เคาะประตูหรือไง ? หรือว่าไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนกัน ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

ผู้คนรอบข้างต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

“เขา….กล้าที่จะดูถูกเจียงเหลินเหวิน !”

“บ้าไปแล้ว ! นี่มันบ้าชัดๆ ! ”

“แม่เจ้า ! เพิ่งเคยเห็นคนบ้าขนาดนี้เป็นครั้งแรก ! นี่มัน……ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าอะไรแล้ว ”

หลายๆคนได้แต่ขนหัวลุก

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่หรี่ลงเหมือนดั่งสัตว์ร้ายที่แฝงไปด้วยความดุร้าย

ต๊วนเหวินโปที่อยู่ข้างๆเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่สนใจอย่างมาก

“หยาบคาย !”

เหลียงชิงที่อยู่ข้างๆอดที่จะคำรามออกมาไม่ได้

หลินเทียนได้กวาดตามองเขาพร้อมทั้งพูดว่า

“ในเมื่อเจ้านายยังไม่ได้พูด สุนัขอย่างเจ้าควรจะหุบปากไว้”

“เจ้า…..”

เหลียงชิงได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดก่อนที่จะกำหมัดแน่น

ณ ตอนนี้เจียงเหลินเหวินเองก็ได้พูดออกมาว่า

“เขาพูดถูกแล้ว ไสหัวไปไกลๆ ”

หลังจากนั้นเขาได้โบกมือก่อนที่คลื่นกระบี่จะกระแทกกับร่างของเหลียงชิงและส่งเขาลอยออกไปไกล

โครม ! เหลียงชิงได้ลอยไปกระแทกกับที่พักหนึ่งก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาพลางพยุงตัวเองขึ้นแล้วพูดว่า

“ต้องขออภัยนายน้อยเจียงด้วย ”

หลินเทียนได้กวาดตามองไปพร้อมกับพูดว่า

“เป็นไงล่ะ น่าสนใจไหม ? ”

เหลียงชิงได้แต่มองกลับไปทางหลิยเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

หลินเทียนหันสายตากลับมาจดจ่ออยู่ที่เจียงเหลินเหวินก่อนที่จะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายเองก็แข็งแกร่งอย่างแท้จริง !

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางหลินเทียนพลางพูดอย่างไม่แยแสว่า

“เอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าของข้ามา ”

“มันเป็นของที่ข้าค้นพบในป่า เจ้าพูดว่าของเจ้างั้นรึ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เจียงเหลินเหวินได้ยักไหล่ของเขาพร้อมกับพูดว่า

“ข้าพูดไปแล้ว งั้น..”

“งั้น ? ”

หลินเทียนได้ถามกลับไป

เจียงเหลินเหวินได้พูดต่อด้วยท่าทางที่ราบเรียบว่า

“จะเลือกฆ่าตัวตายหรือว่าตายด้วยเงื้อมมือของข้า ”

หลินเทียนได้ยิ้มตอบไปด้วยสีหน้าที่ดูถูกอย่างมาก

เขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาชี้ไปทางเจียงเหลินเหวินพร้อมทั้งพูดว่า

“ลองดูสิว่าจะมีความสามารถพอสังหารข้าหรือไม่ ”