0 Views

เมื่อมองออกไปยังกลุ่มชายหนุ่มกว่า 20 คนแล้วท่าทางของศิษย์ที่อยู่โดยรอบเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

“ศิษย์ตำหนักราชา !”

“ 25 คน ! ”

“นอกจากเจียงเหลินเหวิน ต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิงแล้วที่เหลือมากันหมดเลยนะนี่ ! ”

“เจียงเหลินเหวินนั้นได้ชื่อว่าเป็นราชาของศิษย์ตำหนักราชาดังนั้นการที่คนเหล่านี้มาที่นี่ถือเป็นเรื่องแย่ล่ะ ”

“ดูเหมือนว่าหลินเทียนได้จบสิ้นกันแน่ๆ ”

หลายๆคนอดส่ายศีรษะออกมาไม่ได้

ซินเชิงหยุนเองก็ได้รีบวิ่งกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

ทั้ง 25 คนนั้นต่างเดินเข้ามาทางที่พักของหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

“เจ้าคือหลินเทียน ? ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

เมื่อมองไปยังชายคนนั้นแล้วหนึ่งในศิษย์ที่อยู่รอบๆก็ได้พูดออกมาพลางกลืนน้ำลายลงไปว่า

“เหลียงชิง เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 อยู่อันดับที่ 4 ในหอคอยสังหารที่ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเหล็งเฟิงแม้แต่น้อย ”

“นี่……”

หลายๆคนอดแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาไม่ได้

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ตรงนั้นขณะที่มือกำกระบี่เอาไว้พลางมองออกไปทางฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

“มีอะไร ? ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เหลียงชิงได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“นายน้อยเจียงเรียกเจ้าแล้วทำไมเจ้าไม่ไป ! ”

ใบหน้าของเหลียงชิงและคนอื่นๆอีก 24 คนนั้นกำลังแสดงรอยยิ้มที่เยาะเย้ยออกมาเพราะว่าศิษย์ใหม่กลับกล้าล่วงเกินเจียงเหลินเหวินนี่มันเป็นการกระทำที่รนหาที่ตายชัดๆ

หลินเทียนได้มองออกไปทางพวกเขาพร้อมทั้งพูดว่า

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อจะก่อปัญหาสินะ ? ”

หลายๆคนได้แต่ผงะไปก่อนที่จะหัวเราะออกมา

“เจ้าจะเชื่อแบบนั้นก็ได้ ”

หนึ่งในพวกเขาได้ตอบกลับมา

หลินเทียนได้มองไปยังชายหนุ่มชุดสีเหลืองซึ่งเป็นคนพูด

“ข้าเองก็ชอบที่พวกเจ้ามาสร้างปัญหาเหมือนกัน ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปอย่างรวดเร็ว

พุฟฟฟ ! ชายหนุ่มชุดสีเหลืองคนนี้ถูกคลื่นกระบี่แทงทะลุก่อนที่จะลอยเคว้งออกไปไกล

“เจ้า …….. !”

ชายหนุ่มคนนั้นได้กระอักเลือดออกมาพลางจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ

อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมาก็มีเสียงคำรามของกระบี่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ระวัง ! ”

เหลียงชิงได้ตะโกนออกมาอย่างดังก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไปเพื่อทำลายการโจมตีของหลินเทียน

แม้ว่าชายหนุ่มชุดเหลืองจะหลบการโจมตีนี้ได้แต่ก็ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี

“กระบี่เดียวกลับสามารถทำให้ศิษย์ตำหนักราชาหมดสภาพได้ ? ”

“แข็งแกร่งเกินไปไหม ? นั่นน่ะมันผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 เลยนะ !”

หลายๆคนได้พากันพูดออกมา

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่สีหน้าของศิษย์ตำหนักราชาได้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะว่าศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี้กลับแข็งแกร่งขนาดนี้เลย ? สามารถสร้างความเสียหายให้กับหนึ่งในพวกเขาได้ง่ายๆแบบนี้เลย

เหลียงชิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่หม่นหมองว่า

“กล้านักนะ ! เป็นเพียงศิษย์ใหม่แต่กล้าทำแบบนี้ ! ”

ผู้คนนับสิบล้วนจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชา

หลินเทียนได้มองกลับไปพร้อมกับพูดว่า

“แล้วไง ? เจ้าถ่อกันมาที่นี่เพื่อที่จะสร้างปัญหาให้ข้าแล้วจะให้ข้าเป็นมิตรด้วย ? ข้าขอเตือนเลยนะว่าอย่าได้มากวนข้าไม่งั้นหากว่าข้าอารมณ์ไม่ดีก็จงเตรียมใจที่จะถูกข้าสังหารจนเกลี้ยงไว้ด้วย ! อีกอย่างอย่าทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ของคนอื่นให้มากนัก ”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วศิษย์ทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

สังหารจนเกลี้ยง ?

“พวกเขาเป็นศิษย์ตำหนักราชาทั้งหมดเลยนะ ! เขา………. คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมาจากไหนกัน ? ”

หลายๆคนต่างพากันพูดออกมา

ณ ตอนนี้เหลียงชิงและคนอื่นๆเองก็ได้แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาเพราะว่าในความคิดของพวกเขาแล้วหลินเทียนนี่มันอวดดีเกินไป ไม่เพียงแต่จะขู่ฆ่าพวกเขาแล้วแต่ยังกล้าหยามพวกเขาว่าเป็นสุนัขรับใช้คนอื่นอีก

“รนหาที่ตายชัดๆ ! ”

เหลียงชิงได้คำรามออกมาก่อนที่จะเรียกกระบี่พลางฟาดฟันออกไปด้วยสีหน้าที่โหดเหี้ยม

“อาวุธวิญญาณระดับสูง !”

หนึ่งในศิษย์รอบๆได้ส่งเสียงออกมา

เหลียงชิงที่กำลังกำกระบี่เอาไว้ในมือได้พุ่งเข้าไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่ดุร้ายอย่างมาก

ณ ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนที่ยังอยู่ที่เดิมจะฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นสายฟ้าหลายสิบเล่มออกไปปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่ของเหลียงชิง

สีหน้าของเหลียงชิงได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรีบหยุดการโจมตีของตัวเองเอาไว้

“แกร๊ง ! ”

หลินเทียนยังคงฟาดฟันออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เหลียงชิงได้แต่ตั้งรับอย่างยากลำบากแต่มันเป็นเพราะว่าคลื่นกระบี่ที่หลินเทียนส่งออกมานั้นมันมีมากเกินไปแถมแต่ละเล่มยังแฝงไปด้วยสายฟ้าทำให้เขาจัดการกับมันได้ยากมากๆ

“พุฟฟฟ ! ”

ท้ายที่สุดแล้วคลื่นกระบี่เล่มหนึ่งก็ได้พุ่งทะลุหัวไหล่ซ้ายของเขาออกไปจนเป็นรูลึก

เหลียงชิงได้แสยะออกมาก่อนที่จะเอามือออกไปกุมที่แผลเอาไว้

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมากับภาพเหล่านี้

“เหลียงชิงที่เป็นผู้แข็งแกร่งอันดับที่ 4 ของศิษย์ตำหนักราชากลับ……..”

หลายๆคนล้วนแสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาตามๆกัน

ซินเชิงหยุนที่อยู่ภายในบ้านเองก็ได้มีดวงตาเบิกกว้างพลางอุทานออกมาว่า

“สุดยอดไปเลย ! ”

เหลียงชิงในตอนนี้มีสีหน้าที่หม่นหมองและในเวลาเดียวกันนี้ก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ภายในใจลึกๆ เขาไม่คิดเลยว่าด้วยระดับพลังของตัวเองกลับพ่ายให้กับศิษย์ที่เพิ่งเข้าร่วมสำนักมาได้เพียง 3 เดือน !

“เหลียงชิง ! ”

ในตอนนี้หนึ่งในศิษย์ตำหนักราชาได้ก้าวออกมา

โดยรวมแล้วระดับพลังของศิษย์ตำหนักราชานั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ซึ่งหลังจากที่เห็นว่าเหลียงชิงได้รับบาดเจ็บนั้นก็ทำให้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที

“สุนัขของเจียงเหลินเหวินมีดีแค่นี้เอง ? ”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

เหลียงชิงเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“เจ้าว่าอะไรนะ ! ”

เขาได้คำรามออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด , การถูกหยามว่าเป็นสุนัขของคนอื่นนี้มันทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก

“ข้าพูดอะไรผิดไป ? ”

หลินเทียนได้หันกระบี่ไปยัง 24 คนที่เหลือพร้อมกับพูดว่า

“พวกเจ้าคนไหนไม่ใช่สุนัขของมันบ้างล่ะ ? ดูเหมือนว่าแค่มันพูดคำเดียวพวกเจ้าก็จะทำทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่การสังหารพ่อแม่ตัวเอง ? ”

“เจ้า ! ”

ท่าทางของพวกเขาทุกคนเปลี่ยนเป็นเป็นน่าเกลียดเอามากๆ

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่เคร่งขรึมออกมาพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก ตอนนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่กับที่อีกแล้วทว่ากลับก้าวเท้าออกมาทีละก้าวพลางปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงออกมาโดยรอบ

“นี่……..”

“เขาต้องการจะทำอะไร ? ”

“หรือว่า……..”

เหล่าผู้คนรอบข้างต่างมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปตามๆกัน

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้พุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าของศิษย์ตำหนักราชาที่เหลือก่อนที่จะฟาดฟันออกไป

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่นับสิบได้ถูกปล่อยออกมาจากร่างของเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังร่างของศิษย์ตำหนักราชาที่อยู่เบื้องหน้า

“กล้านักนะ !”

พวกเขากว่า 20 คนได้คำรามออกมาพร้อมๆกัน

หลินเทียนยังคงแสยะออกมาอย่างเย็นชาขณะที่สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์แล้วเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างรุนแรง

โครม! ชายคนนี้ได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะลอยเคว้งออกไปไกลและเมื่อตกลงมากระแทกกับพื้นแล้วก็หมดสภาพไปทันทีแต่ในเวลาเดียวกันนี้เองที่หลินเทียนได้ตกเท้าขวาขึ้นมาพร้อมทั้งเหวี่ยงเตะอัดไปที่หน้าท้องของชายหนุ่มอีกคนเช่นกัน

“อั๊ก! ”

ชายคนนั้นได้ส่งเสียงโอดครวญอย่างดังก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาคำโตแล้วกระเด็นออกไปไกล

หลินเทียนยังคงฟาดฟันกระบี่และเหวี่ยงหมัดออกไปตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึกซึ่งทุกคนที่รับการโจมตีเหล่านี้ล้วนพากันลอยออกไปไกลซึ่งผลลัพธ์คือหากไม่ได้รับความเสียหายจากคลื่นกระบี่ก็จะได้รับความเสียหายภายใน

“พุฟฟฟฟ !”

“พุฟฟ!”

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่เสียงร้องเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

หลินเทียนได้ตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ไปแล้วในตอนนี้ดังนั้นระดับพลังของเขาติด 1 ใน 5 ของสำนักอย่างแน่นอน ความสามารถในการต่อสู้และร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งซึ่งศิษย์ตำหนักราชาธรรมดาๆไม่สามารถเทียบรัศมีเขาได้แม้แต่น้อย

“พระเจ้าช่วย ! ”

“นี่…… นี่คนเดียวปะทะกับทั้งตำหนักราชาเลยนะเนี่ย ! ”

“นี่มัน…….”

“ดูเหมือนว่าเขา……….จะอยู่เหนือกว่าด้วยนะ ! ”

“ผิดมนุษย์เกินไปแล้ว ! ”

ผู้คนรอบข้างต่างพากันแสดงความคิดเห็นออกมา

และตอนนี้เองที่หลินเทียนยังคงฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปเรื่อยๆก่อนที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงจะครอบคลุมร่างของศิษย์ตำหนักราชาทั้ง 20 กว่าคนเอาไว้ทั้งหมด

“!!!!”

เสียงร้องระงมถูกส่งออกมาขณะที่หลายๆคนได้ถูกเชือดเฉือนจนกระเด็นออกไปไกล

“ระยำ ! ”

เหลียงชิงเองก็ได้แต่คำรามออกมาด้วยใบหน้าที่โกรธจัดก่อนที่กระบี่ในมือของเขาจะสั่นไหวแล้วสำแดงทักษะระดับกลางเขตแดนชีพจรเทวะออกไป

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะหลบการโจมตีนี้แล้วเหวี่ยงหมัดสวนกลับไป

ตอนนี้เหลียงชิงไม่สามารถหลบได้อีกแล้วดังนั้นใบหน้าของเขาถึงได้ถูกกระแทกด้วยหมัดของหลินเทียนอย่างจังก่อนที่หลินเทียนจะยกเท้าถีบซ้ำไปที่หน้าอกของเขา

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดได้ทะลักออกมาจากปากของเหลียงชิงขณะที่มีเสียงกระดูกหักถูกส่งออกมา , ดูเหมือนว่าซี่โครงของเขาได้หักลงเพราะลูกเตะนี้

“อย่างเจ้ายังกล้ามาสร้างปัญหาอีกนะ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้สำแดงทักษะหมัดทลายฟ้า กระบี่สายฟ้ามรกต กระบี่วายุสะท้านและอื่นๆเข้าใส่พวกเขาทั้งหมดโดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้อะไรได้แม้แต่น้อย

เมื่อผ่านไปเพียงแค่ 1 ชั่วโมก็ได้บทสรุปคือศิษย์ตำหนักราชาทั้ง 25 คนที่มาที่นี่มีเพียงแค่ 5 คนที่ยังยืนหยัดอยู่ได้

“พระเจ้า ! ”

“นี่…………นี่……….นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ !”

“ชายคนเดียวปะทะกับทั้งตำหนักแต่ยังมาได้ขนาดนี้ นี่มันอะไรกัน ! ”

“เพิ่งจะเข้าสำนักมาได้ไม่กี่เดือนเองนะ !”

“มีพรสวรรค์มากเกินไปแล้ว”

ผู้คนต่างพูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกตะลึงไปตามๆกัน

ณ ตอนนี้หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่หวั่นเกรงอย่างบอกไม่ถูก

ซินเชิงหยุนที่อย่าภายในห้องเองก็ได้แต่มองออกมาด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

ศิษย์ตำหนักราชาทั้ง 5 คนที่เหลืออยู่ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงและน่าเกลียด

“ไม่ใช่ว่ามาสร้างปัญหางั้นรึ มาต่อกันเลย ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางหวาดหวั่นและบางคนก็แฝงไปด้วยความกลัว

ชายคนเดียวต่อกรกับ 25 คนแต่กลับสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ !

“ในเมื่อเจ้าไม่ขยับงั้นข้าไปเองก็ได้ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดุร้าย

หลังจากนั้นร่างของเขาก็ได้หายไปก่อนที่จะปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายคนหนึ่งพร้อมกับเหวี่ยงหมัดในพริบตา

“เจ้า……………”

“โครม ! ”

ความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงมากจนทำให้พวกเขาไม่สามารถตอบสนองได้ก่อนที่จะถูกส่งลอยไปกระแทกเข้ากับบ้านหลังอื่นๆที่อยู่ห่างออกไป

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้แหงนหน้ากลับไปมองยังศิษย์ที่เหลืออีก 4 คนสุดท้าย

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่สายฟ้าสีเขียวเข้มได้ถูกส่งออกไปก่อนที่จะสร้างความเสียหายให้พวกเขา 3 คนพลางถีบซ้ำจนลอยออกไปไกล , ในเวลาไม่นานศิษย์ทั้ง 25 คนที่มาที่นี่เหลือเพียงชายคนเดียวซึ่งคือเหลียงชิงเท่านั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้สีหน้าของอีกฝ่ายนั้นกลับดูน่าเกลียดเป็นอย่างมาก

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หยุดมือลง

“กลับไปบอกเจียงเหลินเหวินว่าหากอยากจะได้หญ้าวิญญาณสีฟ้าก็ให้มาหาข้าด้วยตัวเอง !”

เขาได้จ้องมองไปทางเหลียงชิงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแส