0 Views

เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วใบหน้าของฮานเฮอและหลี่หลานเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

หลังจากที่เงียบไปสักพักพวกเขาก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกันเพราะถึงอย่างไรด้วยระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินเทียนนั้นมันจะไปต่อกรกับเจียงเหลินเหวินได้อย่างไรกัน ?

“เรื่องนี้ข้าไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วแต่พวกเรามาที่นี่ก็เพราะว่าเป็นห่วงพวกเจ้า ”

ฮานเฮอได้พูดออกมาพลางถอนหายใจ

“ข้ารู้แล้ว ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลี่ลหานเองก็ได้มองไปยังซินเชิงหยุนพร้อมมองกลับไปทางหลินเทียนพลางพูดว่า

“เจ้าเองก็น่าจะรู้ถึงสถานะของอีกฝ่ายแล้ว อายุ 18 ปี พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ลำดับที่ 1 ในตารางลายสมและหมู่เมฆแถมยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของนิกายอันน่ากลัว เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจ ? ”

“เข้าใจแล้ว ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ

หลี่หลานได้แต่พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“แล้วคำตอบของเจ้าล่ะ ? ”

หลินเทียนได้มองกลับไปทางเขาพร้อมทั้งส่ายศีรษะ

ฮานเฮอได้แต่แสดงแววตาที่เปลี่ยนไปโดยทันที

“หากว่าไม่มีเจียงเหลินเหวินเจ้าก็คงเป็นที่ 1 ในสำนักนี้ ”

ฮานเฮอได้พูดออกมา

แม้ว่าหลินเทียนจะไม่รู้จักชั่งเหตุผลแต่ความหัวรั้นนี้มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดามีได้ ?

“ในเมื่อเจ้าเข้าใจแล้วพวกเราก็ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว ยังเหลือเส้นตายอยู่อีกวันนึงดังนั้นหากว่าเปลี่ยนใจก็มาหาเราได้ทุกเมื่อ พวกเราจะไปพบเขากับเจ้าเอง ”

หลี่หลานได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ส่งกระดาษข้อความให้หลินเทียน

หลินเทียนได้รับมันมาพร้อมกับโค้งคำนับพลางตอบว่า

“ขอบคุณท่านทั้งสอง ”

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่โบกมือก่อนที่จะถอนหายใจแล้วเดินจากไป

หลินเทียนได้เดินออกไปส่งพวกเขาที่หน้าประตูก่อนที่จะปิดประตูแล้วกลับเข้ามาในห้อง

“พี่เขย ลูกผู้ชายต้องรู้จักคำว่าถอย ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

เมื่อจ้องมองไปทางหลิยเทียนแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่คาดหวังว่าหลินเทียนจะทำตามที่ฮานเฮอและคนอื่นแนะนำ

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไป

“มันไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอก นั่นนะมันเต่าหัวหดเท่านั้น ”

“ใช่แล้ว ลูกผู้ชายมันแข็งได้ก็ต้องอ่อนได้ ”

หน้าของหลินเทียนได้ย่นไปทันทีก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ไปไกลๆเลยไป ! ”

เจ้านี่มันก็เอาแต่คิดเรื่องแบบนั้น

“พี่เขย ถึงอย่างไรท่านก็ห้ามตายเด็ดขาดเลยนะ ! หากว่าท่านตายพี่ข้าก็ต้องเป็นหม้าย พี่ทำได้ลงคอรึ ? ”

ซินเชิงหยุนได้จับหลินเทียนเอาไว้

หลินเทียนได้แต่ตอบกลับว่า

“ข้าจะไม่ตาย ! หากว่าข้าเป็นพี่สาวเจ้าก็คงจะทุบเจ้าเละไปแล้ว ! ”

ความมืดได้คลืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว , หลินเทียนได้สั่งให้ซินเชิงหยุนตั้งใจกับการบ่มเพาะพลังของเขาก่อนที่ตัวเองจะเดินไปอีกห้องแล้วเอาวัตถุดิบสร้างข่ายอาคมออกมา ก่อนที่จะออกจากเมืองเฟิงเจียนมานั้นเขาก็ได้ซื้อวัตถุดิบมามากมายแถมยังกองอยู่ภายในแหวนมิติของเขาดังนั้นถึงได้เริ่มสร้างข่ายอาคมผสานทักษะอย่างรวดเร็ว

เวลาค่ำคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานเมื่อถึงช่วงเช้าแล้วหลินเทียนก็ได้กวาดตามองไปยังซินเชิงหยุนที่กำลังมุ่งมั่นกับการบ่มเพาะก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอก , ระยะห่างระหว่างบ้านพักแต่ละหลังนั้นก็ห่างกันอยู่มากดังนั้นถึงได้เริ่มเอาบางอย่างไปฝังเอาไว้

เมื่อผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้วเขาก็ได้ถอนหายใจออกมา

“เรียบร้อย ! ”

เขาได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไปที่ห้อง

ซินเชิงหยุนได้หยุดการบ่มเพาะพร้อมทั้งพูดขึ้นหลังจากที่เห็นหลินเทียนเดินกลับมาว่า

“พี่เขย ก่อนหน้านี้ท่านออกไปไหนมา ? ตื่นมาแต่เช้าแล้วออกไปเดินกินลมนี่มันเป็นกิจวัตรของคนแก่หัวหงอกไม่ใช่หรือไง ? ”

“ไอ้หนู เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ”

หลินเทียนได้ดุออกมาทันที

ซินเชิงหยุนเองก็ได้พูดด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า

“ท่านพี่ ข้าเองก็อายุน้อยกว่าท่านไม่กี่เดือนเท่านั้น ! ”

“ก็ยังถือว่าน้อยกว่านั่นแหละ ! ”

“……”

ซินเชิงหยุนเองก็หมดคำพูดไปทันที

วันนี้หลินเทียนไม่ได้ออกจากที่พักไปไหนทว่ายังคงตั้งใจบ่มเพาะอยู่ภายในบ้านของเขา ทักษะหมัดสังหารนั้นค่อนข้างเป็นอะไรที่พิเศษซึ่งแตกต่างจากหมัดทลายฟ้าและเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต, หัวใจหลักของมันคือการควบคุมพลังฉีซึ่งสามารถฝึกฝนได้แม้จะอยู่ที่บ้านตราบเท่าที่พลังฉีไม่ได้ระเบิดออกมาก็พอแล้ว

“แล้วพี่จะไปที่ดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งกันไหม ? ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขาพร้อมกับพูดว่า

“ช่วงนี้ยังไม่ไป ”

“ทำไม ? ”

“รอรับแขก ”

ซินเชิงหยุนได้ผงะไปพร้อมกับตระหนักถึงบางสิ่งแล้วพูดว่า

“ท่านว่าเจียงเหลินเหวินจะมาหาเรื่อง ? ”

“มีความเป็นไปได้อยู่ ”

ซินเชิงหยุนเองก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่กระวนกระวายว่า

“แล้วเราไม่หนี ? ”

หลินเทียน

“……”

เขาได้มองออกไปทางซินเชิงหยุนพลางพูดต่อว่า

“ข้าว่าเจ้าน่าจะกลับบ้านไปก่อนน่าจะดี ”

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่อ้าปากพลางส่ายหน้าซ้ำๆ

“ไม่ ! ข้าจะอยู่กับท่าน ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

“ไม่ใช่ว่าเจ้ากลัวมันมาก ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยความสงสัยว่า

“ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าอยู่กับข้าไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร อย่างมากก็แค่อยู่ดูเรื่องสนุกเท่านั้น ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างรวดเร็วว่า

“พี่เขย ท่านนี่ไม่แยกแยะเลยนะ ”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ถึงอย่างไรก็เถอะ เจ้าจะเอาไงต่อ ”

“ถึงอย่างไรข้าก็ไม่กลับไปแน่นอน ! ลูกผู้ชายจะหนีได้อย่างไรกัน ?! ”

ซินเชิงหยุนได้เหวี่ยงมือของเขาออกไป

หลินเทียนได้อุทานออกมาด้วยท่าทางที่เหลือเชื่อว่า

“ไม่ใช่ว่าลูกผู้ชายต้องรู้จักหลีกเลี่ยง ? ”

“นั่นมันเต่าหัวหด ! ”

“ไม่ใช่ว่าต้องรู้จักอ่อนหรือแข็ง ? ”

ซินเชิงหยุนได้แต่มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

“ท่านพี่ ท่านนี่มันลามกจริงๆ !! ”

หน้าผากของหลินเทียนได้เป็นรอยย่นด้วยความรู้สึกอยากจะหวดเจ้านี่สักทีจริงๆ

“ออกมาซะหลินเทียน ! ”

ณ ตอนนี้มีเสียงตะโกนหนึ่งถูกส่งออกมาจากด้านนอก

หลินเทียนได้มองออกไปเพราะว่าเสียงนี้มันคุ้นหูมากๆ

“มาแล้ว”

หลินเทียนได้หันกลับไปพูดกับซินเชิงหยุน

“มาแล้ว ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ซีดลง

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับเปิดประตูแล้วเดินออกไปด้านนอกพลางพบกับชายหนุ่มสองคนที่พบก่อนหน้านี้อย่างซูซูและหลี่หลาน

“อาการบาดเจ็บหายดีแล้ว ? ”

เขาได้ถามออกมาด้วยท่าทางที่ไม่แยแส

ใบหน้าของหลี่หลานและซูซูได้แสดงให้เห็นถึงความโกรธพร้อมระลึกถึงภาพก่อนหน้านี้ในป่าสัตว์อสูรโดยทันที

“นายน้อยเจียงได้มีคำสั่งให้เจ้าไปพบกับนายน้อยเดี๋ยวนี้ ในเวลาเดียวกันก็ให้เอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าที่ขโมยไปคืนมาด้วย !”

ซูซูได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ของมัน ? ขโมยไป ? ”

หลินเทียนได้หรี่ตาของเขาลง

ณ ตอนนี้ด้านนอกที่พักเต็มไปด้วยผู้ชมมากมายเพราะว่าข่าวลือเรื่องของเจียงเหลินเหวินและหลินเทียนได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งสำนักแล้ว เมื่อพวกเขาพบกับซูซูและหลี่หลานก็สามารถเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ต่างจับจ้องมาทางนี้

“ในเมื่อกวนเยวี่ยนั้นต้องการจะส่งมอบหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้กับนายน้อยของเรางั้นพวกมันทั้งหมดก็เป็นของนายน้อยเจียง เจ้ากล้าแย่งของๆนายน้อยไปในป่าสัตว์อสูรก็จริงแต่นายน้อยของเรายังมีความเมตตาให้เจ้าได้ไถ่โทษโดยการไปขออภัยเขาแล้วส่งมอบหญ้าวิญญาณสีฟ้าด้วยตัวเอง ”

หลี่หลานได้พูดออกมา

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางพวกเขาอีกครั้งพร้อมทั้งถามออกมาพลางหรี่ตาลงว่า

“ข้าจะถามอีกรอบว่าใครแย่งของใครนะ ? ”

หลี่หลานได้ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า

“เจ้าแย่งของๆนายน้อยเจียง ! ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วประกายตาของทั้งคู่นั้นแสดงให้เห็นถึงความเย็นยะเยือก แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าหลินเทียนแข็งแกร่งก็จริงแต่ที่นี่ก็ยังเป็นสำนักดังนั้นพวกเขาถึงได้ไม่รู้สึกกลัวหลินเทียนแม้แต่น้อย

“ก็ดี ! เป็นคำตอบที่ดี ! ข้าพอใจมากๆ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาก่อนที่จะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของพวกเขาและเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ในพริบตาก่อนที่จะพูดว่า

“มันเป็นเพราะว่าข้ารู้สึกหงุดหงิดและกำลังหาที่ระบาย บังเอิญจริงๆที่คำตอบของพวกเจ้าทำให้ข้ามีที่ให้ระบายอารมณ์แล้ว ”

“เจ้า………..”

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่เขาจะส่งคลื่นกระบี่นับโหลออกไปด้านหน้า

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายออกมาขณะที่หลี่หลานและซูซูได้แต่โอดครวญออกมาไม่หยุด

ณ ตอนนี้สภาพของพวกเขาน่าสังเวชมากๆ ร่างกายต่างเต็มไปด้วยบาดแผลจากการเฉือนแถมยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“เจ้า…….”

พวกเขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยความโกรธ

หลินเทียนได้หันกลับมามองพวกเขาพลางยกมือขวาขึ้นแล้วฟาดฟันคลื่นกระบี่ออกไปที่พื้นตรงหน้าแล้วพูดว่า

“หากว่าเจียงเหลินเหวินต้องการหญ้าวิญญาณสีฟ้าก็บอกให้มันมาหาข้าด้วยตัวเอง แน่นอนว่าหากพวกเจ้ายังดื้อดังข้าก็ไม่ว่าแต่หากว่าตกตายขึ้นมาก็อย่าโทษข้าล่ะ ”

ใบหน้าของทั้งคู่ได้ซีดลงอย่างมากขณะที่จับจ้องไปทางหลินเทียนอย่างไม่วางตา

“เจ้ารอก่อนเถอะ !”

หลังจากที่พูดจบแล้วพวกเขาก็ได้พยุงตัวเองพร้อมทั้งเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ผู้ชมด้านนอกต่างมองไปทางหลินเทียนพลางสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตระหนก

“นี่เจ้านี่มันแข็งแกร่งขนาดนี้เลย ? ”

“นั่นมันศิษย์ตำหนักราชาเลยนะ ! กลับ………..”

“น่ากลัวจริงๆ ! ”

สำหรับพวกเขาแล้วความแข็งแกร่งของหลินเทียนนั้นต่างตกตะลึงเพราะว่าเขาเพิ่งจะเข้าสำนักมาได้ไม่นาน นี่มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ

“แต่เจ้านี่มันก็กล้าเกินที่ไปล่วงเกินเจียงเหลินเหวิน ! ”

“ทำแบบนี้เท่ากับว่าตั้งตนเป็นศัตรูกับเจียงเหลินเหวินแล้ว เขาไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน ? ”

“อนาถแน่ๆ กล้าต่อกรกับเจียงเหลินเหวินนี่มันรนหาที่ตายชัดๆ ”

“น่าเสียดายคนมีพรสวรรค์แบบเขานะ ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

หลินเทียนที่ท้าทายเจียงเหลินเหวินนั้นทำให้พวกเขาไม่โปรดปรานเท่าไหร่นัก

นี่เป็นเรื่องปกติเพราะว่าขนาดซินเชิงหยุนยังรู้สึกแบบเดียวกัน

“พี่เขย ! ”

ซินเชิงหยุนได้วิ่งเข้ามาหาเขาทันที

แน่นอนว่าเจ้านี่มันหวังให้เขาทำตามที่ฮานเฮอและคนอื่นๆแนะนำ

“ลูกผู้ชายน่ะฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ เข้าใจคำพูดนี้ไหม ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“แน่นอน ”

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าตอบ

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพลางพูดว่า

“ข้าว่าเจ้าและพี่สาวเจ้าคงไม่หวังอยากจะให้ข้าเป็นพวกขี้ขลาด ? ”

“ไม่แน่นอน ”

ซินเชิงหยุนได้ส่ายศีรษะของเขา

“งั้นก็ดี กลับไปพักในห้องได้แล้ว วันนี้ยังเช้าอยู่น่าจะมีเรื่องสนุกๆให้ดูอย่างแน่นอน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่แยแส

ซินเชิงหยุนได้แต่กระพริบตาวิ้งๆพร้อมพูดออกมาด้วยท่าทางสงสัยว่า

“เรื่องสนุกๆอะไร ? ”

“ไม่ต้องถามหรอก เดี๋ยวรอดูไปเลยแล้วกัน ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมขณะที่กำกระบี่เอาไว้โดยไม่ขยับไปไหน

ไม่นานก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นขณะที่มีกลุ่มชายหนุ่มกว่า 20 คนเดิมเข้ามาซึ่งกลิ่นอายของแต่ละคนเองก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก