0 Views

ซินเชิงหยุนได้แต่ผงะไปขณะที่หลินเทียนได้อ้าแขนรับพิษร้ายซึ่งๆหน้าจึงเป็นเหตุให้ซินเชิงหยุนถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

“พี่เขย ! ”

ซินเชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของงูหลามอสูรทมิฬ

กลุ่มหมอกพิษสีดำได้จางหายไปอย่างรวดเร็วและเห็นเพียงแค่รอยแผลยาวกว่า 7 ฟุตตามตัวของงูหลามอสูรทมิฬที่กำลังมีเลือดทะลักออกมาไม่หยุดแต่หลินเทียนกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยแม้ว่ากลุ่มควันเหล่านั้นจะถูกสูดเข้าไปในจมูกของเขาก็ตาม

“นี่พิษนั่นไม่มีผลกับพี่เขย ? ! ”

ซินเชิงหยุนได้แต่ผงะไปเพราะว่าพิษร้ายของงูหลามอสูรทมิฬนั้นรุนแรงอย่างมาก ขนาดผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 โดนไปยังไม่สามารถต้านทานได้แต่หลินเทียนกลับสามารถยืนอยู่ใจกลางพิษนั้นโดยไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย

ไม่เพียงแต่ซินเชิงหยุนเท่านั้นที่ตกตะลึง กวนเยวี่ยที่อยู่ข้างๆก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้ก้าวเท้าออกไปพร้อมทั้งพูดว่า

“หนังหนานักนะ แปลกมากที่ตัดไม่ขาด ”

ดวงตาของงูหลามอสูรทมิฬยังคงแดงก่ำขณะที่จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนด้วยท่าทางเหมือนประหลาดใจเพราะว่ามนุษย์ตนนี้กลับไม่ได้รับบาดเจ็บจากพิษของมันเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าหลินเทียนกำลังเดินใกล้เข้ามานั้นมันก็ได้แต่ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะพ่นพิษสีดำออกมาอีกครั้ง

หลินเทียนได้หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งเข้าไปซึ่งๆหน้าเพื่อรับการโจมตีจากพิษของมันเพราะว่าขนาดพิษของกิ้งก่าเพลิงที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ยังทนมาแล้วดังนั้นกับแค่พิษของสัตว์อสูรระดับ 5 ธรรมดาๆจะไปทำอะไรเขาได้อย่างไรกัน

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะฟาดฟันลงไปบนร่างของงูหลามอสูรทมิฬ

งูหลามอสูรทมิฬได้สะบัดหางของมันเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูงจนทำให้มิติสั่นสะท้าน

หลินเทียนได้ยกกระบี่ในมือขึ้นมาเปลี่ยนไปไว้มือซ้ายก่อนที่จะกำหมัดขวาแน่นแล้วต่อยออกไป

โครม ! หมัดและหางของงูหลามอสูรทมิฬได้ปะทะกันซึ่งแม้ว่าจะดูเหมือนหางของอีกฝ่ายจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรแต่มันกลับส่งเสียงร้องออกมา

“หมัดทลายฟ้า ! เอาอีกรอบๆ !”

หลินเทียนได้พึมพำอยู่ภายในใจ

หนังของมันเหนียวมากดังนั้นเขาถึงได้เปลี่ยนจากการสร้างความเสียหายภายนอกเป็นภายในด้วยทักษะหมัดทลายฟ้าแทน มันเป็นทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งสามารถรวมพลังร่างกายและพลังฉีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในของศัตรู

งูหลามอสูรทมิฬได้โกรธถึงขีดสุดพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

และตอนนี้เองที่ประกายตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะเปลี่ยนกระบี่กลับมาไว้ที่มือขวาแล้วเหวี่ยงหมัดออกไปด้วยมือซ้าย

“โครม ! ”

เส้นแสงได้พุ่งออกจากหมัดของเขาก่อนที่จะทะลุร่างของงูหลามอสูรทมิฬไปจนเกิดเป็นรูที่มีเลือดทะลักออกมา

ทักษะหมัดสังหาร !

โครม! ร่างของงูหลามอสูรทมิฬได้กระแทกกับพื้นก่อนที่จะกระตุกอยู่หลายครั้งแล้วแน่นิ่งไป

ซินเชิงหยุนได้แต่มองไปข้างหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ตอนปลายกลับถูกฆ่าตายง่ายๆแบบนี้ ? ”

กวยเยวี่ยได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

หลินเทียนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้พยักหน้าให้กับพวกเขาเพื่อให้เดินตามมา

ซินเชิงหยุนรีบแหวกกอไม้ออกพร้อมทั้งวิ่งออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“พี่เขย ท่านนี่มันสุดยอดไปเลย ! ”

“แน่นอน ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่เอาแก่นอสูรออกมาแล้วเขาก็ได้เดินเข้าไปภายในหุบเขาเพื่อที่จะเอาหญ้าวิญญาณสีฟ้า , ตอนนี้ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ากลิ่นที่ส่งออกมามันหอมขึ้นกว่าเก่า

“งดงามจริงๆ กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นตัวของหญิงสาวเลย ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

ริมฝีปากของหลินเทียนกระตุกอยู่หลายครั้งก่อนที่จะตบหัวของเจ้านี่ไปทีนึง

ซินเชิงหยุนได้แต่จับที่หัวตัวเองพร้อมทั้งพูดออกมาหลังจากที่หัวเราะแห้งๆว่า

“แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือรากของมันอยู่ใต้ดินและต้นนี้น่าจะยังโตไม่เต็มวันดังนั้นข้าว่าเราต้องรออย่างน้อยอีก 2 ชั่วโมงแล้วถึงจะเก็บเกี่ยวมันได้ ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะมีความรู้ขนาดนี้ ”

“นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ภูมิใจ

สำหรับหลินเทียนแล้วเขาเลิกให้ความสนใจไปทันทีก่อนที่จะเดินไปทางหินที่อยู่ใกล้ๆเพื่อนั่งลงแล้วปกป้องที่นี่

“มีอยู่ 3 ต้นดังนั้นก็แบ่งกันคนละต้นพอดีเลย ! ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น

ซินเชิงหยุนได้แต่ขมวดคิ้วไปพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“พี่เขย ท่านเอาพวกมันไปดูดกลืนให้หมดเลยเพราะว่าไม่งั้นต้องมีคนมารังควานท่านอีกมากดังนั้นถึงต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดอย่างน้อยๆถ้าดูดกลืนทั้ง 3 ต้นนี้ก็น่าจะตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ได้ ”

หลินเทียนเองก็ได้แต่เงียบไปเพราะเขาเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือบ่มเพาะให้เร็วที่สุด

กวนเยวี่ยได้มองไปทางซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าหมายความว่าไง ? ให้เขาดูดกลืนให้หมด ? ข้าเองก็ใกล้จะตัดผ่านไประดับ 5 แล้วเหมือนกัน เจ้ายกของเจ้าให้เขาได้ก็เรื่องของเจ้าแต่ของข้าล่ะ ”

ซินเชิงหยุนได้แสดงสีหน้าที่หงุดหงิดออกมาทันที ของมันอะไร ? นี่เป็นของที่หลินเทียนพบแถมยังเอาชนะงูหลามอสูรทมิฬมาด้วยกำลังของตัวเองแล้วมันยังกล้าพูดคำนี้อีก ?

เมื่อมองไปทางกวนเยวี่ยแล้วซินเชิงหยุนก็ได้พูดออกมาว่า

“สหายกวน ข้าบอกไปแล้วว่าของสิ่งนี้มันสำคัญต่อพี่เขยข้ามากๆดังนั้นอย่าแย่งได้ไหม ? เจ้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรแต่ก่อนหน้านี้พี่เขยข้ายังอุส่าแบ่งแก่นอสูรให้ก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว”

“เจ้าเองก็ไม่ได้ทำอะไร เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 เท่านั้นแต่เขาก็ยังแบ่งแก่นอสูรให้เจ้าเหมือนกัน ! หญ้าวิญญาณสีฟ้านี่ก็เป็นของที่พวกเราพบด้วยกันดังนั้นก็ต้องแบ่งกันไม่ใช่รึไง ? ”

“พบด้วยกัน ? ของสิ่งนี้มันเป็นของที่พี่เขยข้าพบ ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่พอใจอย่างมาก

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้พูดออกมาพลางโบกมือว่า

“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกันแล้ว ”

ซินเชิงหยุนนั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างมากแต่ในเมื่อหลินเทียนเอ่ยปากแล้วเขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก

“สหายหลินนี่หลักแหลมที่สุดแล้ว”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะมองไปทางซินเชิงหยุนพลางพูดว่า

“ไม่เหมือนบางคนที่เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแต่ยังอุส่าเข้ามาเป็นศิษย์สำนักเราได้ ”

ซินเชิงหยุนได้คำรามออกมาด้วยความโกรธโดยทันทีว่า

“พ่อคนนี้จะเข้าสำนักนี้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ? ! ”

หลินเทียนเองก็ได้ขมวดคิ้วพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ข้าว่าคำพูดของสหายกวนมันเกินไปหน่อยดังนั้นก็ควรจะขอโทษเพื่อนของข้านะ ”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วกวนเยวี่ยเองก็ได้แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาพลางพูดอย่างรวดเร็วว่า

“ทำไม ! ”

“มันเป็นเพราะว่าเจ้าพูดคำพูดที่ไม่ควรจะพูด ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ซินเชิงหยุนนั้นเป็นน้องชายของซินเหยาซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีของเขาและเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนในเมืองหลวงนี้ดังนั้นคำพูดดูถูกก่อนหน้านี้จะทำเป็นมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด

“หากว่าข้าไม่ขอโทษล่ะ! ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกต่ำลง

“ข้าสามารถแบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้เจ้าได้ดังนั้นเจ้าก็ควรจะขอโทษเขาซะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ท่าทางของกวนเยวี่ยได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดโดยทันที

“ข้าเข้าใจแล้ว ! มันเป็นเพราะว่าเจ้าไม่อยากจะแบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้ข้าดังนั้นถึงได้จงใจทำแบบนี้ งั้นข้าไม่ขออยู่ที่นี่อีกแล้ว ! ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางน่าเกลียดก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วเดินออกไป

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“เป็นดั่งที่เขาว่าไว้ว่า หากว่ารังใหญ่พอก็จะพบนกได้ทุกชนิดจริงๆ ”

ซินเชิงหยุนรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะว่านี่เป็นของที่หลินเทียนค้นพบและหลังจากที่จัดการกับงูหลามอสูรทมิฬแล้วเพราะเรื่องตระกูลเหล็งถึงได้คิดว่าควรจะให้หลินเทียนดูดกลืนให้หมดน่าจะเหมาะที่สุดแต่กวนเยวี่ยกลับยังรั้นที่จะแบ่งส่วนของเขาซึ่งความหน้าหนานี้มันให้เขาโกรธเป็นอย่างมาก

“เอาล่ะไม่เป็นไรหรอก ต่างตนต่างนิสัย ”

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะของเขา

“มันไปได้แล้วก็ดี”

ซินเชิงหยุนได้แสยะออกมาพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

“หลังจากที่มันโตเต็มวัยแล้วเราก็จะได้เก็บเกี่ยวมันและรอให้กลับไปถึงที่พักก่อนจะได้ดูดกลืนมัน หลังจากนี้พี่เขยจะได้สามารถต่อกรกับไอ้เหล็งเฟิงนั้นได้แบบสบายๆ ”

“หากว่าเจ้าใช้มันก็จะสามารถตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะได้เหมือนกันนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“ไม่เป็นไร ท่านฟังที่ข้าพูดเถอะเพราะว่าข้าไม่ได้เร่งรีบที่จะตัดผ่าน ข้าไม่อยากเห็นท่านถูกกดขี่โดยไอ้ระยำเหล็งเฟิงนั่นอีกแล้ว ”

ซินเชิงหยุนได้ส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ยิ่งไปกว่านั้นคือยิ่งท่านแข็งแกร่งก็จะยิ่งสามารถคุ้มกะลาหัวข้าได้มากขึ้น ”

“แต่……”

“พอเถอะ อย่าทำเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลกันสิ ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ก็ได้ เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน ”

เมื่อมองไปทางซินเชิงหยุนแล้วเขาก็รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากเพราะว่าเจ้านี่มันเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากๆ

พวกเขาอยู่ที่นี่ไปกว่า 2 ชั่วโมงซึ่งในระยะเวลานี้ก็ไม่ได้มีใครมารบกวนพวกเขาแม้แต่น้อย

“เอาล่ะ ได้แล้วท่านพี่ ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งยืนขึ้นจากพื้น

ณ ตอนนี้ห่างออกไปไม่ไกลได้มีร่างของผู้คนกำลังเดินเข้ามา

“เป็นหญ้าวิญญาณสีฟ้าจริงๆด้วย ! ”

ชายร่างผอมได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

ข้างๆชายคนนั้นก็มีชายชุดดำอยู่อีกคนที่กำลังยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขาทั้ง 3 คนก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาเพราะว่า 1 ในพวกมันคือกวนเยวี่ย ! ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องถามอะไรอีกแล้วเพราะว่าหลังจากที่มันได้กลับออกไปก็น่าจะไปเรียกคนมาแน่นอน

“ศิษย์พี่ซูซู หลี่หลาน ข้าไม่ได้โกหกพวกท่านเลยเห็นไหม ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมา

ชายรูปร่างผอมนั้นมีชื่อว่าซูซูส่วนชายชุดดำมีชื่อว่าหลี่หลาน

“กวนเยวี่ย ไอ้ชั้นต่ำ พวกเราช่วยเจ้าเอาไว้แถมยังแบ่งแก่นอสูรให้แต่เจ้ากลับกล้าหักหลังเรางั้นรึ ! ”

ซินเชิงหยุนได้สาปแช่งออกมาด้วยความโกรธ

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ไม่แบ่งหญ้าวิญญาณสีฟ้าให้ข้าเองดังนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ไป ! ”