0 Views

หลินเทียนได้ก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมพบกับชายหนุ่มที่กำลังต่อสู่อยู่กับหมาป่าม่วงซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนกลางและแม้ว่าระดับของมันจะต่ำกว่าช้างทมิฬแต่ก็ยังถือว่าน่ากลัวมากๆ ณ ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่แถมร่างกายยังเต็มไปด้วยบาดแผลเหมือนกำลังจะตายในไม่ช้า

“ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วก็ย่าจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกับเรานะ ”

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนเองก็เห็นแบบเดียวกัน ชายคนนั้นอายุราว 18 ปีและอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4

ณ ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นเองก็เห็นหลินเทียนและซินเชิงหยุนเช่นกันถึงได้รีบตะโกนออกมาว่า

“ช่วยด้วย ! ”

“เราจะช่วยเขาไหม ? ”

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ช่วยสิ เพราะถึงอย่างไรก็อยู่สำนักเดียวกันหนิ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้เรียกเอากระบี่ออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปด้านหน้า

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้กระแทกร่างของสัตว์อสูรหมาป่าม่วงกระเด็นออกไป

มันได้รับความเจ็บปวดถึงได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนแทน

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ในมือของหลินเทียนได้สั่นไหวก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะถูกส่งออกมา

กระบี่วายุสะท้าน !

หมาป่าม่วงได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไปหลังจากที่รับคลื่นกระบี่อันรุนแรงของเขา

“ยังคิดจะหนีอีกงั้นรึ ”

ซินเชิงหยุนได้ยืนขึ้นก่อนที่จะเหวี่ยงกระบี่ออกไป แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แต่ตอนนี้หมาป่าม่วงนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักดังนั้นถึงได้ถูกคลื่นกระบี่กระแทกกระเด็นกลับไปและตอนนี้เองที่มันได้โกรธจัดก่อนที่จะกระโจนไปทางซินเชิงหยุนอย่างบ้าคลั่ง

“ให้ตายเถอะ ! พี่เขยช่วยข้าด้วย ! ! ! ”

ซินเชิงหยุนได้รีบตะโกนออกมาอย่างดัง

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไปทันที, เจ้านี่อยู่ดีๆก็โจมตีอย่างบุ่มบ่ามแต่อีกฝ่ายเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 5 ที่แม้จะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 จะต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวเขาก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้าของซินเชิงหยุนก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไป

“พุฟฟฟ ! ”

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ตัดผ่านศีรษะของหมาป่าม่วงไปทันที

ซินเชิงหยุนได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่ง

ชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปเองก็ถึงกับแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเพราะว่าสัตว์อสูรตัวนี้อยู่ในระดับที่ 5 ! เขานั้นไม่ใช่คู่มือของมันเลยด้วยซ้ำแต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย , เขาได้ลุกขึ้นมาพร้อมทั้งเดินไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“สวัสดีสหาย ข้าชื่อว่ากวนเยวี่ยเป็นศิษย์ของสำนักเป่ยหยาน ”

“ข้าชื่อว่าหลินเทียนส่วนเขาซินเชิงหยุนและเราเองก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกันกับเจ้า ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

“เจ้าเองก็เป็นศิษย์สำนักเป่ยหยาน ? ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย ”

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

“เราเป็นศิษย์ใหม่ ”

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“อ่อที่แท้ก็ศิษย์ใหม่นี่เองแต่ข้าน่ะเข้ามาที่นี่ตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มทดสอบและยังไม่ได้กลับออกไปเลยดังนั้นถึงไม่ได้รู้อะไรมากแต่อย่างไรก็ตามสหายหลินนี่แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ ทั้งที่เพิ่งเข้าใหม่แท้ๆแต่กลับมีพลังขนาดนี้ ”

“แน่นอนเพราะว่าพี่เขยข้าเป็นถึงศิษย์ตำหนักใน ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางภูมิใจ

“อะไรนะ ? ศิษย์ตำหนักใน ? เร็วเกินไปแล้ว ! ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยท่าทางแข็งค้าง

“มันเป็นเพราะว่าข้าโชคดีน่ะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กวนเยวี่ยได้พูดต่อหลังจากที่สำรวจหลินเทียนว่า

“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะพึ่งโชคได้นะเพราะว่าข้าต้องใช้พลังอย่างมากเพื่อที่จะเข้าเป็นศิษย์ตำหนักในแถมลำดับเองก็ยังไม่สูงแต่เจ้ากลับสามารถเข้าเป็นศิษย์ตำหนักในได้เร็วขนาดนี้ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาแต่ก็เบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นว่า

“ตอนนี้ไม่มีอันตรายอะไรแล้วดังนั้นลาก่อน ”

เขาต้องการจะนำซินเชิงหยุนเข้าไปในป่าลึกเพื่อหาประสบการณ์เพิ่ม

“รอก่อน ”

กวนเยวี่ยได้หยุดเขาเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

“เจ้าเข้ามาหาประสบการณ์ ? ”

“ใช่แล้ว”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กวนเยวี่ยได้พูดต่อว่า

“ข้าเองก็เหมือนกัน เอางี้ไหม เราไปด้วยกันแล้วดูแลตัวเอง ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสรุปว่าการจะเข้าไปด้วยกันก็ไม่ได้เสียหายอะไรแถมหากว่าเขาปฏิเสธก็จะดูอวดดีเกินไปดังนั้นถึงได้พยักหน้าแล้วพูดว่า

“ได้ ”

“ได้เลย รอข้าก่อน ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้หยิบกระบี่ไปชำแหละเอาแก่นอสูรของหมาป่าม่วงอย่างรวดเร็ว

พวกเขาทั้ง 3 คนได้เดินเข้าไปในป่าลึกด้วยกัน

ระหว่างที่เข้าไปในป่าลึกนั้นสัตว์อสูรก็มีให้เห็นมากขึ้นแถมแต่ละตัวยังแข็งแกร่งมากๆและตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แม้แต่น้อยและได้แต่จ้องมองด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นส่วนกวนเยวี่ยเองก็ไม่ได้ต่างกันมากเพราะว่าหลินเทียนนั้นแข็งแกร่งเกินไป สัตว์อสูรระดับ 4 ทั้งหมดที่พวกเขาได้พบนั้นไม่มีตัวไหนต่อกรกับหลินเทียนได้เลย

“สหายหลินนี่แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ ”

กวนเยวี่ยได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ก็งั้นๆแหละ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เขาได้ฆ่าสัตว์อสูรมานับสิบๆตัวถึงได้รับแก่นอสูรมามากมายซึ่งหลังจากนั้นก็ได้แจกจ่ายให้กันอย่างเท่าเทียม , แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถดูดกลืนพลังจากแก่นพวกนี้ได้แต่มันก็ยังสามารถเอาไปขายทำเงินได้อย่างดี , อีกอย่างก็ยังสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้มสำหรับสำนักเพื่อที่จะสะสมไว้แลกทักษะในอนาคตได้อีกด้วย

ไม่นานพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้เดินเข้าไปถึงเขตลึก

ณ ตอนนี้กลิ่นหอมบางอย่างได้คละคลุ้งอยู่ในอากาศและเรียกความสนใจของหลินเทียนโดยทันที

“พี่เขยเป็นอะไร ? ”

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา , มันเป็นเพราะว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยดังนั้นถึงเข้าในนิสัยของหลินเทียนเป็นอย่างดี

“มีกลิ่นหอมบางอย่าง ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“กลิ่นหอม ? ”

ซินเชิงหยุนและกวนเยวี่ยได้ยิ้มออกมาพลางพูดว่า

“ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย ”

ประสาทการรับรู้ของพวกเขาด้อยกว่าหลินเทียนมากดังนั้นถึงไม่สามารถจับกลิ่นอันเบาบางนี้ได้

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะแผดจิตสัมผัสออกไปทำให้ความสามารถในการรับรู้ มองเห็น ได้ยินและกลิ่นเพิ่มขึ้นอย่างมากก่อนที่จะเดินตามกลิ่นไปอย่างรวดเร็ว

ซินเชิงหยุนเองก็ได้ตามหลังเขาไปด้วยท่าทางสงสัย

ไม่นานหลินเทียนก็ได้แหวกกองไม้ออกก่อนที่จะพบกับช่องแคบเล็กๆที่ไม่ได้ลึกมากซึ่งพวกเขาสามารถมองเห็นด้านในสุดได้อย่างชัดเจน , ภายในนั้นมีหญ้าสีเขียวขจี 3 ต้นกำลังพลิ้วไหวไปตามสายลม

“หญ้าวิญญาณสีฟ้า”

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงร้องออกมาทันที

หลินเทียนได้ขมวดคิ้วโดยทันทีก่อนที่จะพูดว่า

“หญ้าวิญญาณสีฟ้า ? ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

“พี่เขยไม่รู้จัก ? ”

“ไม่ ”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้พูดออกมาอย่างตื่นเต้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า

“มันเป็นหญ้าที่เติบโตขึ้นจากพลังฉีและประโยชน์กับการก่อจุดชีพจรเทวะมากๆ มีหลายคนที่มักจะเข้ามาที่นี่เพื่อที่จะหามันและหากว่านำไปประมูลนั้นก็จะมีมูลค่าหลายล้านเหรียญเลยล่ะ ”

หลังจากที่ซินเชิงหยุนได้พูดจบแล้วกวนเยวี่ยเองก็ได้แต่จดจ่อไปที่หญ้าตรงหน้าด้วยสายตาที่เป็นประกายสีเงิน

หลินเทียนที่ได้ยินแบบนี้เองที่ผงะไปทันที มันมีค่าขนาดนั้นเลย ?

“เร็วสิพี่เขย ท่านรีบไปเด็ดมันมาเร็ว ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นมากๆแต่ระหว่างที่พูดอยู่นั้นเขาก็ทนไม่ไหวพร้อมทั้งก้าวออกไปเพื่อที่จะเดินเข้าไปเด็ดมัน

“อย่าขยับ ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาเบาๆ

ซินเชิงหยุนได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาแต่หลังจากที่มองตามนิ้วของหลินเทียนแล้วเขาก็อดที่จะสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้เพราะว่าตรงหน้าเขานั้นมีงูหลามตัวสีดำเงากำลังขดตัวอยู่ข้างๆถ้ำ

“สัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลาย งูหลามอสูรทมิฬ ”

ท่าทางของกวนเยวี่ยได้เปลี่ยนไปทันที

มันไม่เพียงจะมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 แต่ยังแฝงไปด้วยพิษร้ายกาจที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ยังไม่อยากจะยุ่งด้วย

“เจ้านี่คอยเฝ้าหญ้านั่น ? ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

“น่าจะเป็นแบบนั้น”

กวนเยวี่ยได้ตอบกลับไป

โชคของพวกเขาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะว่าสัตว์อสูรตัวนี้มันแข็งแกร่งเกินไปซึ่งการที่มีมันเฝ้าอยู่หน้าทางเข้านั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ยังไม่กล้าเข้าใกล้เพราะอาจจะถูกมันเขมือบเอาได้ง่ายๆดังนั้นตอนนี้พวกเขาก็ได้แต่มองมันเฝ้าสมบัติด้วยท่าทางที่ตกต่ำลงอย่างมาก

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ยืนขึ้น

“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่นะ ”

เขาได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แสดงท่าทางกระวนกระวายออกมาทันทีพลางจับแขนหลินเทียนแล้วพูดว่า

“พี่เขยอย่าเลยนะ ! แม้ว่าหญ้าวิญญาณสีฟ้าจะมีมูลค่ามากแต่ชีวิตคนเราสำคัญที่สุด ! ”

แม้ว่าซินเชิงหยุนจะไม่เคยพบกับสัตว์อสูรตัวนี้มาก่อนแต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันมามาก

“ไม่เป็นอะไรหรอก ”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขา

เขาได้แหวกกอไม้ออกก่อนที่จะเดินเข้าไปโดยที่ทำให้งูหลามอสูรทมิฬรู้ตัว , ตอนนี้เห็นเพียงแค่ว่างูตัวนั้นได้ชูคอขึ้นเพื่อแผ่แม่เบี้ยออกมาพลางจับจ้องไปทางเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำด้วยท่าทางที่ข่มขู่

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมกับพูดว่า

“จิตสัมผัสดีหนิ สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลาย ”

หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนกำลังเดินเข้ามานั้นงูหลามอสูรทมิฬก็ได้ตั้งท่าป้องกันอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่านี่มันเป็นการเตือนหลินเทียน

หลินเทียนในตอนนี้ก็ยังคงแสดงท่าทางไม่แยแสออกมาก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาแล้วฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นสายฟ้าออกไป , แม้ว่าตอนนี้เขาจะดูสบายอารมณ์แต่ภายในใจลึกๆนั้นระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะถึงอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็เป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 ถึงไม่สามารถประมาทได้

“โฮ๊กกกก !”

เมื่อเห็นกับตาตัวเองว่าหลินเทียนไม่มีท่าทีว่าจะถอยกลับไปนั้นมันก็ได้ส่งเสยงคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่โดยทันที

วิ้สสสสส ! มันได้สะบัดร่างเข้าใส่หลินเทียนอย่างเร็ว

หลินเทียนได้โต้กลับอย่างไวโดยที่ใช้กระบี่ฟาดฟันลงไปที่หางของมันแต่ก็พบว่าไม่สามารถสร้างความเสียหายได้แม้แต่น้อยและนี่มันทำให้เขาประหลาดใจโดยทันที

“เอาล่ะ ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไปปะทะแทน

โครม ! หมัดและการโจมตีของสัตว์อสูรได้ปะทะกันก่อนที่งูหลามอสูรทมิฬจะส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันได้รับบาดเจ็บเพราะว่าร่างกายของหลินเทียนในตอนนี้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ดังนั้นพลังทำลายของหมัดตรงนี้มันไม่ธรรมดาๆเลย

หลังจากที่ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธแล้วมันก็ได้พ่นพิษสีดำเข้มเข้าใส่หลินเทียนอย่างว่องไว

“พี่เขย ! ระวัง ! ถอยกลับมาเร็ว ! ”

ซินเชิงหยุนได้โห่ร้องออกมา

พิษร้ายของมันรุนแรงอย่างมากและต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ก็ยังไม่สามารถต้านทานได้

เมื่อจ้องมองไปยังพิษร้ายแล้วหลินเทียนก็ได้แต่หรี่ตาลงโดยที่ไม่สนใจที่จะหลบทว่ากลับฟาดฟันกระบี่ออกไปทันที