0 Views

หลินเทียนได้บรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตไปถึง 60% แล้วดังนั้นพลังทำลายของมันในครั้งนี้เทียบเท่าทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งหลังจากที่ได้ฟาดฟันออกไปแล้วก็ตามมาด้วยเสียงคำรามของสายฟ้าอย่างดังสนั่น

“ลูกไม้ตื้นๆ ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมา

แกร๊ง ! อาวุธสมบัติได้ถูกเรียกออกมาก่อนที่เหล็งเฟิงจะฟาดฟันออกไป

กระบี่ทั้ง 2 ได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งเสียงดังออกมา

โครม !

แรงกดดันทั้งสองได้กระจายออกไปทั่วพื้นที่จนถึงกับทำให้ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งต้องแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

กระบี่สองทั้ง 2 คนได้ฟาดฟันจนก่อให้เกิดเสียงการเสียดสีของโลหะขึ้น

“เป็นไปได้ไงกันที่เขาสามารถต่อกรกับนายน้อยผู้สืบทอดของตระกูลเหล็งได้ ? ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

เหล็งเฟิงนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 แถมยังอยู่ในลำดับที่ 7 ของตารางสายลมและหมู่เมฆซึ่งเขาไม่เข้าใจเลยว่าหลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 นั้นสามารถต่อกรกับเหล็งเฟิงได้อย่างไรกัน ? นี่มันต้องมีพรสวรรค์ระดับไหน ? ตอนนี้เองที่เขาได้ตระหนักถึงอีกเรื่องซึ่งก็คือเรื่องที่เทคนิคด้านข่ายอาคมของหลินเทียนก็ยังเหนือชั้นกว่าเขาด้วย !

ที่เมืองหลวงนี้มีคนที่น่ากลัวแบบนี้อยู่ได้ไงกัน

“อายุ 16 ปี………..”

ซูฮัวหลงได้แต่สั่นสะท้านไป

และตอนนี้เองที่กระบี่ของหลินเทียนได้เข้าปะทะกับกระบี่ของเหล็งเฟิงไม่หยุดทำให้พลังทำลายถูกส่งออกไปรอบทิศทางและร้านค้าหลายๆร้านได้พังทลายลงทันที

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งต่างแข็งค้างไปตามๆกัน

อย่างไรก็ตามไม่นานหนึ่งในพวกเขาก็ได้สติกลับมา

“ยืนรออะไรกันอยู่ ! รีบๆไปช่วยนายน้อยสิ ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงตะโกนออกมา

ณ ตอนนี้เองที่ชายคนนั้นได้พุ่งเข้าไปประชิดหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนและเหล็งเฟิงกำลังต่อสู้กันอยู่ก็จริงแต่ตัวของเขาเองก็ให้ความสนใจกับสภาพรอบข้างอยู่ตลอดเวลาดังนั้นหลังจากที่เห็นผู้เชี่ยวชาญพุ่งเข้ามาแล้วเขาก็ได้ส่งคลื่นสายฟ้าออกไปทันที

พุฟฟฟฟฟ ! เลือดได้สาดกระจายไปทั่วท้องฟ้าก่อนที่ชายคนนั้นจะถูกคลื่นกระบี่แทงทะลุหน้าอกก่อนที่จะตายในทันที

“อย่าเข้ามา ! ไปเฝ้ารอบๆอย่าให้มันหนีได้ก็พอ ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ชายวัยกลางคนในชุดดำได้แต่พยักหน้าอย่างเคารพก่อนที่จะล้อมพวกเขาเอาไว้เป็นวงกลมรอบทิศทาง

หลินเทียนได้กวาดตามองไปพร้อมกับท่าทางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“นี่คิดว่าขยะพวกนี้จะขวางทางข้าได้จริงๆ ? ”

เขาได้แสยะออกมา

ที่เขาพูดไปนั้นตรงมากๆและมันส่งผลให้ใบหน้าของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในชุดดำตกต่ำลงอย่างมาก

เหล็งเฟิงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาและฟาดฟันไปยังหลินเทียนโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ

หลินเทียนก็ยังคงปะทะกับเขาพร้อมทั้งพยายามรุกคืบหน้าขึ้นไป

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ทั้ง 2 ได้ฟาดฟันเข้าใส่กันและกันขณะที่ส่งประกายไฟออกมา

ตอนนี้หลินเทียนเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบและสามารถต้อนเหล็งเฟิงให้ถอยกลับไปก้าวแล้วก้าวเล่า

และหลังจากที่ได้ปะทะกันอีกรอบนั้นก็ส่งผลให้เขาต้องร่นถอยกลับไป 3 ก้าวเช่นกัน

“มา ! ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงที่เย็นชาออกมา

เขาได้สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาถึงขีดสุดซึ่งส่งผลให้มีคลื่นสายฟ้าปรากฏออกมามากมาย

“ข้าจะฆ่าเจ้า ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงอันเย็นชาออกมาเช่นกัน

ทั้งสองได้พุ่งเข้าใส่กันก่อนที่กระบี่และหมัดจะโถมเข้าใส่อีกฝ่าย

“พุฟฟฟ ! ”

หัวไหล่ซ้ายของหลินเทียนได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระบี่ก่อนที่จะมีเลือดกระฉูดออกมา

อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกันนี้เองที่หมัดขวาของเขาได้ปะทะเข้ากับหน้าอกของเหล็งเฟิง โครม ! มันได้ส่งผลให้ร่างของเหล็งเฟิงก้าวถอยกลับไปหลายก้าว

“ผู้สืบทอดตระกูลเหล็ง ลำดับที่ 7 ตารางสายลมและหมู่เมฆมันก็ธรรมดาๆหนิ ”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

ท่าทางของเหล็งเฟิงในตอนนี้เย็นชาเป็นอย่างมากแต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ เมื่อ 1 เดือนก่อนหลินเทียนยังได้แต่หนีโดยที่ไม่สามารถรับได้แม้แต่การโจมตีเดียวทว่าตอนนี้มันสามารถสร้างบาดแผลให้เขาได้ !

“วันนี้ข้าต้องสังหารเจ้าให้ได้ !”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกก่อนทีจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว , เพียง 1 เดือนแต่หลินเทียนกลับสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้แล้วหากว่ายังปล่อยให้หลินเทียนได้เติบโตมีหวังมันได้เป็นอันตรายสำหรับตระกูลของเขาแน่นอน

“ทะลวงสายรุ้ง ! ”

เหล็งเฟิงได้ส่งเสียงออกมาอย่างดังก่อนที่จะใช้ทักษะเพลงกระบี่ของตระกูล

พริบตานี้กลิ่นอายของเหล็งเฟิงนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเท่าตัว

ท่าทางของหลินเทียนเองก็เปลี่ยนไปและไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาก่อนที่จะสำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ร่างของเขาได้ปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าเสมือนว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสายฟ้าจุติลงมา

“ตาย ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันออกไป

คลื่นกระบี่อันรุนแรงของทั้ง 2 ได้ปะทะกันก่อนที่จะระเบิดออกเป็นลมพายุที่รุนแรง

แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง ! เสียงกระบี่ปะทะกันได้ถูกส่งออกมาอย่างดัง

“นี่………..”

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งได้แต่สั่นสะท้านไปและไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มอายุ 16 ปีที่ไม่ได้มีเบื้องหลังใหญ่โตอะไรจะสามารถต่อกรกับผู้สืบทอดตระกูลของพวกเขาได้นานขนาดนี้

“ไม่ได้ล่ะ ยังไงก็ต้องฆ่ามันให้ได้”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยสายตาที่ดุร้าย

ระหว่างที่หลินเทียนและเหล็งเฟิงกำลังต่อสู้กันอยู่นั้นเขาก็ได้เรียกเอาม้วนอาคมผสานออกมา , ตอนนี้เองที่กลิ่นอายอันรุนแรงที่ไม่ด้อยไปกว่าเหล็งเฟิงได้พวยพุ่งไม่หยุดก่อนที่คลื่นกระบี่สายรุ้งจะพุ่งเข้าไปทางหลินเทียน , นี่เป็นทักษะกระบี่สายรุ้งที่ทางผู้นำตระกูลเหล็งเป็นคนผสานลงไปในข่ายอาคมด้วยตัวเอง

“นายน้อยเหล็งถอยออกมา !”

ซูฮัวหลงได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

คลื่นกระบี่นี้เทียบเท่ากับการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย !

ท่าทางของเหล็งเฟิงได้เปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งพุ่งทิ้งระยะออกไปอย่างรวดเร็ว

“ตายซะ ! ”

ซูฮัวหลงได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชาและหลังจากที่เห็นว่าเหล็งเฟิงได้ถอยออกมาแล้วก็ควบคุมให้คลื่นกระบี่พุ่งเข้าไปปะทะกับร่างของหลินเทียน

คลื่นกระบี่นี้ทำให้อากาศโดยรอบถึงกับขดตัว

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะกวาดตามองไปยังซูฮัวหลงด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปทางเหล็งเฟิงโดยทันที

“เจ้า ……. !”

ท่าทางของเหล็งเฟิงได้ตกต่ำลงทันทีและไม่คิดเลยว่าตอนนี้หลินเทียนจะกล้าพุ่งเข้ามาหาเขาให้โดนการโจมตีไปด้วย

“นี่เป็นทักษะของตระกูลเหล็ง จะยอมทำลายมันหรือว่าจะแบกรับไปด้วยกันดีล่ะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

คลื่นกระบี่ทั้ง 3 นี้เป็นทักษะที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายได้ผสานลงไปในข่ายอาคมและแม้ว่ามันจะไม่เพียงพอที่จะสังหารเขาก็จริงแต่หากว่ารับมืออย่างบุ่มบ่ามก็จะทำให้ได้รับบาดเจ็บดังนั้นหากว่าสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับเหล็งเฟิงได้ด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นเหล็งเฟิงเองก็เป็นผู้สืบทอดตระกูลเหล็งดังนั้นถึงต้องคุ้นเคยกับทักษะนี้มากๆและน่าจะมีวิธีทำให้ได้รับความเสียหายจากมันน้อยลง

“ระยำ ! ”

เขาได้แต่จ้องมองไปยังการเคลื่อนไหวของหลินเทียนและอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินเทียนมันจะคิดเรื่องแบบนี้ได้รวมถึงไม่คิดเลยว่าความเร็วของหลินเทียนจะสูงขนาดนี้ พริบตาเดียวก็สามารถไล่ตามเขาจนทันแล้ว

ใบหน้าของเหล็งเฟิงได้ตกต่ำลงขณะที่ฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์ออกมาพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่เพื่อส่งคลื่นกระบี่ออกไปเช่นกัน

ณ ตอนนี้คลื่นกระบี่ทั้ง 2 ได้ปะทะกัน , ประกายตาของเหล็งเฟิงได้แสดงให้เห็นถึงความเย็นยะเยือกพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปอีกครั้งโดยที่ไม่พยายามจะจัดการกับคลื่นกระบี่ทั้ง 3 ที่พุ่งเข้ามาแม้แต่น้อย

“ยังไงวันนี้ก็ต้องฆ่าเจ้าให้ได้ ! ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ท้ายที่สุดแล้วคลื่นกระบี่ทั้งสามก็ได้พุ่งทะลุผ่านร่างของพวกเขาไป

โครม !

โครม !

กองเลือดได้กระจายไปทั่วขณะที่ร่างสองร่างต่างกระเด็นออกไป

หลินเทียนในตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยเลือดขณะที่ถือกระบี่ด้วยมือที่กำลังสั่นส่วนเหล็งเฟิงที่อยู่อีกฝั่งเองก็มีสภาพที่ไม่ได้ต่างกันมาก หน้าอกของเขาถูกชโลมไปด้วยเลือดซึ่งบ่งบอกได้ทันทีว่าพวกเขาทั้ง 2 ต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักจากคลื่นกระบี่ทั้ง 3 ที่ซูฮัวหลงส่งออกมา

“เหมือนกันแหะ ”

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

แม้ว่าเขาจะลากเหล็งเฟิงมารับการโจมตีด้วยกันแต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักมากๆเพราะถึงอย่างไรเขาก็อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 เท่านั้น ตอนนี้เขาถึงขีดจำกัดของร่างกายตัวเองแล้วและหากว่าปะทะกันอีกรอบกระบี่ของเขาก็คงจะต้านทานไม่ไหวและแตกสลายลงอย่างแน่นอนเพราะว่ากระบี่ในมือของเหล็งเฟิงนั้นเป็นถึงอาวุธสมบัติระดับต่ำที่แข็งแกร่งกว่ากระบี่ของเขามาก

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะส่งคลื่นสายฟ้าออกไป

“วันนี้พอแค่นี้ล่ะ ลาก่อน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“คิดจะหนี ? ขวางมันเอาไว้ ! ”

ซูฮัวหลงได้คำรามออกมาอย่างดัง

ซูฮัวหลงนั้นเป็นผู้อาวุโสที่ตระกูลเหล็งเชิญมาถึงได้ทำให้มีสถานะสูงมากๆดังนั้นหลังจากที่เขาส่งเสียงคำรามออกไปแล้วผู้เชี่ยวชาญชุดดำทั้งหลายก็ได้เคลื่อนไหวเพื่อปิดทางหนีของหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังซูฮัวหลงด้วยสายตาที่เย็นชาพร้อมกับพูดว่า

“ครั้งหน้าที่เจอกันเจ้าจะได้เป็นศพแน่นอน ”

“ครั้งหน้า ? ตลกอะไรกัน ? เจ้าไม่มีครั้งหน้าอีกต่อไปแล้ว ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากนั้นผู้เชี่ยวชาญชุดดำทั้งหลายก็ได้เข้าประชิดร่างของหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยพลางกระโดดขึ้นจากพื้น

“กระโดด ? ไอ้โง่ ฆ่ามันซะ ! ”

ซูฮัวหลงได้คำรามออกมา

ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเองก็ได้ยกกระบี่เตรียมรอให้หลินเทียนหล่นลงมาแต่อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมานั้นทำให้พวกเขาได้แต่จ้องมองตาค้างเพราะว่าหลินเทียนมันกลับไม่ตกลงมาแต่ดันสามารถไต่อากาศต่อไปได้เรื่อยๆ

“นี่มัน !? ”

“เขา…….. สามารถวิ่งไต่อากาศได้ ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน ? ”

ผู้คนทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมา

คนเมาที่อยู่ด้านในร้านค้าเองก็ได้มองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับพึมพำออกมาว่า

“สามารถ…….บินได้ ? ”

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้ลดระดับลงที่ร้านอาหารที่อยู่ห่างออกไปไกล

ซูฮัวหลงได้แต่จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สามารถไต่อากาศได้ไงกัน ? นั่นมันเหมือนกับความสามารถของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาเลยไม่ใช่รึ !

หลินเทียนที่ยืนอยู่บนยอดร้านอาหารนั้นยังคงแสดงสีหน้าที่เคร่งขรึมออกมาแม้ว่าตามร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลร้ายแรงก็ตาม สายตาของเขาได้จดจ่อไปยังเหล่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งที่อยู่ห่างไกลออกไปพร้อมทั้งเหล็งเฟิงและซูฮัวหลงพลางยิ้มออกมาอย่างเย็นชาแล้วไต่อากาศต่อไปอีกครั้งจนหายไปจากระยะสายตาของทุกคน

“ระยำเอ้ย !”

เหล็งเฟิงได้แต่กำกระบี่ในมือด้วยสีหน้าที่ตกต่ำเป็นอย่างมาก

นี่มันเป็นครั้งที่ 2 ที่หลินเทียนหนีรอดไปได้ !

…………….

หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงหลินเทียนก็ได้กลับมาถึงที่สำนักด้วยร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือดจนทำให้ศิษย์ทั้งหลายต่างมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

“นี่………..”

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมคนเหี้ยมคนนั้นถึงได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ ?!”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ซินเชิงหยุนที่เพิ่งออกมาจากหอคอยข่ายอาคมสังหารเพื่อเตรียมตัวจะเดินกลับบ้านเองก็ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปหาหลินเทียนพลางพูดว่า

“พี่เขย !!! ท่านไปโดนอะไรมา ! ”