0 Views

ซูฮัวหลงนั้นได้นอนสลบอยู่ใต้เท้าของหลินเทียนขณะที่จมูกและปากเต็มไปด้วยเลือด

หลินเทียนได้มองลงไปด้วยความรู้สึกรังเกียจพร้อมทั้งเหวี่ยงเท้าเตะซ้ำออกไป

โครม ! ร่างของซูฮัวหลงได้กระเด็นออกไปไกลเหมือนดั่งหุ่นไล่กา

“ท่านคะ ! ”

สาวงามของซูฮัวหลงได้กรีดร้องออกมาก่อนที่จะวิ่งตามร่างของซูฮัวหลงไป

หลินเทียนได้มองตามไปด้วยสายตาที่ไม่สนใจพร้อมทั้งหันหลังเดินกลับมาหาจี่หยู

“ได้ล่ะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

จี่หยูได้แต่กระพริบตาวิ้งๆพร้อมกับถามออกมาด้วยความประหลาดใจว่า

“เจ้ากระทืบเขาง่ายๆแบบนั้นแต่เขาเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 เลยนะ ต่อให้เป็นข้าก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกัน ”

“เจ้าพูดแบบนี้ทำให้ข้าภูมิใจในตัวเองเลยนะ ”

หลินเทียนได้หยอกล้อออกมา

นางได้แต่มีสีหน้าแดงก่ำพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“ที่ไหนกัน ข้าแค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้นแหละ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพลางตอบกลับไปว่า

“เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ก็จริงแต่ข้าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเขา ”

“สูงกว่าระดับ 3 ? ”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

แม้ว่านางจะรู้ว่าหลินเทียนนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในระดับอะไรและในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขานั้นก็ทำให้นางต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม อายุ 16 ปีแต่กลับมีความสามารถที่น่ากลัวขนาดนี้

“โดดเด่นจริงๆ ”

นางได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

“เจ้าว่าอะไรนะ ? ”

หลินเทียนได้หันกลับมาถาม

นางได้แต่รีบส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“เปล่าๆ ไปส่งข้าได้แล้ว มันจะเย็นแล้ว”

“ได้”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม มันเป็นเพราะว่าจากที่นี่กลับไปยังคฤหาสน์นั้นค่อยข้างไกลดังนั้นเขาและนางถึงได้เดินคู่กันไปโดยไม่สนสายตาของผู้คนรอบข้างแม่แต่น้อย

จนถึงตอนที่พวกเขาได้เดินจากไปแล้วที่มีเสียงฮือฮาดังขึ้น

“พระเจ้า ! เจ้าหนุ่มนั่นทำ…….ท่านซูฮัวหลง ”

“อายุ16ปีแต่เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจริงๆงั้นรึ ! ”

“แข็งแกร่งกว่าท่านซูฮัวหลงอีก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะว่าที่เมืองเราจะมีตัวตนแบบนี้ ”

“ใช่แล้ว แปลกเกินไปแล้ว !”

“ผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดนี่มาจากไหนกัน ? ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ซูฮัวหลงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้ยืนขึ้นโดยอาศัยการพยุงของหญิงสาวก่อนที่จะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

“ระยำ ! ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วเขาก็ได้แต่แสดงแววตาที่ดุร้ายออกมา

……………..

หลังจากที่ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง , หลินเทียนและจี่หยูก็ได้กลับมาถึงที่หน้าทางเข้าคฤหาสน์แม่ทัพ

“ข้าไม่เข้าไปส่งด้านในนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

จี่หยูได้มองไปยังดอกหยุนซิงฮัวในอ้อมอกพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“อื้ม ขอบคุณของขวัญของเจ้ามากๆ ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี ”

“ไม่เป็นไรหรอก ข้ายินดี ”

หลินเทียนได้เกาศีรษะของตัวเอง

ของนี่ได้มาเพราะการใช้เงินดังนั้นมันไม่ถือว่าเป็นอะไรด้วยซ้ำ

จี่หยูได้ส่งเสียงตอบกลับพร้อมทั้งโบกมือให้กับเขาก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์

หลินเทียนยิ้มออกมาพร้อมทั้งหันหลังแล้วเดินจากไป

“ท่านนายใหญ่ในอนาคตท่านเดินกลับดีๆนะขอรับ !”

“มาเยี่ยมคุณหนูบ่อยๆนะขอรับ ! ”

ทหารยามที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ทั้ง 2 คนได้หยอกล้อออกมา

หลินเทียนได้แต่ถูจมูกโดยที่ไม่ได้แก้ต่างอะไรพร้อมกับเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานเขาก็ได้เดินออกไปไกลมาก

ณ ตอนนี้มันจะถึงช่วงเย็นแล้วซึ่งผู้คนตามทางถึงได้มีน้อยลงมากๆแต่แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบกับช่วงบ่ายได้แต่ก็ยังคงคึกคักซึ่งร้านค้าตามข้างทางก็ยังเปิดทำการอยู่เช่นเคย ร้านอาหารหลายๆแห่งในที่แห่งนี้ไม่เคยหลับใหลเพราะว่าที่นี่มันเป็นเมืองหลวง !

หลังจากที่นั้นเขาก็ได้เดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับไปยังสำนัก

ทันใดนั้นเองที่เขาได้หยุดเท้าลงเพราะแม้ว่าจะเต็มไปด้วยผู้คนแต่มันให้ความรู้สึกแปลกๆเหมือนบางสิ่งไม่ถูกต้องยังกับว่ามีสายตาที่เย็นชามากมายกำลังจับจ้องมาทางเขา

“วุ้สสสส ! ”

ตอนนี้เองที่ลูกศรได้พุ่งเข้ามาทางเขา

หลินเทียนได้หลบออกไปด้านซ้ายก่อนที่จะยกมือขึ้นมาคว้าลูกศรเอาไว้ด้วยสายตาที่เย็นชาขณะเขวี้ยงกลับไปในทิศที่มันถูกยิงออกมา

“พุฟฟฟฟ ! ”

เสียงร้องได้ดังขึ้นจากภายในร้านอาหารขณะที่ทำให้ท่าทางของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปทันที

และตอนนี้เองที่ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปเพราะว่ามันมีลูกศรถูกส่งออกมาจากร้านอาหารโดยรอบทั้งหมด , ดวงตาของเขาได้หดเล็กลงพร้อมทั้งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อหลบการโจมตีของลูกศรเหล่านี้

ตอนนี้เองที่คิ้วของเขาได้ขมวดเข้าหากันเพราะว่าห่างออกไปไม่ไกลมันมีคนเมากำลังนั่งอยู่และลูกศร 3 ดอกก็กำลังพุ่งเข้าไปทางเขา

“! ”

เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อพุ่งไปตรงหน้าชายเมาคนนั้นแล้วยกมือขึ้นมาทำลายลูกศรทั้ง 3 ดอกไปทันที

ในตอนนี้ลูกศรทั้งหมดได้ถูกทำลายลงหมดแล้ว

“จิตสัมผัสดีหนิ ”

น้ำเสียงที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมา

ห่างออกไปในร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลนั้นมีชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมๆกับชายหนุ่มชุดสีฟ้า

แน่นอนว่ามันคือเหล็งเฟิง !

ข้างๆเหล็งเฟิงนั้นเป็นชายวัยกลางคนๆหนึ่งที่เพิ่งถูกหลินเทียนกระทืบไปเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนอย่างซูฮัวหลง , หลังจากที่ได้รับความเจ็บปวดจากหลินเทียนนั้นเขาก็ได้รีบมุ่งหน้ากลับไปที่ตระกูลเหล็งพร้อมทั้งเรียกรวมพลซึ่งเหล็งเฟิงเองก็ได้มารู้ว่าใครที่เป็นคนทำร้ายเขาถึงได้ยกเอาผู้เชี่ยวชาญมาด้วยตัวเองเพื่อล้างแค้นหลินเทียน

“ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าเป็นคนที่สังหารนายน้อยเหล็งอี้ทง อวดดีนักนะ ! ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

ณ ตอนนี้อาการบาดเจ็บของซูฮัวหลงดีขึ้นมากแล้วเนื่องจากเขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3

หลินเทียนไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อยก่อนที่จะมองไปยังเหล็งเฟิงแล้วพูดว่า

“นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสายตาที่ดุร้ายว่า

“ก่อนหน้านี้ก็มีตระกูลผู้บ่มเพาะไล่ล่าข้าและหลังจากนั้นข้าก็ได้ทำลายล้างตระกูลมันทั้งตระกูลอย่างสิ้นซาก ตระกูลเหล็งของเจ้าก็จะมีชะตากรรมไม่ต่างกัน ”

คำพูดเช่นนี้ทำให้ท่าทางของเหล็งเฟิงเปลี่ยนไปทันที

“อย่าได้เอาตระกูลเหล็งของข้าไปเทียบกับขยะพวกนั้น ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

แต่แม้จะเป็นแบบนั้นทว่าในใจลึกๆแล้วเขาก็กลัวเช่นกัน แม้ว่าตระกูลผู้บ่มเพาะนั้นอาจจะเล็กก็จริงแต่ก็เป็นตัวบ่งบอกความน่ากลัวของหลินเทียน ยิ่งไปกว่านั้นหลินเทียนยังสามารถเอาชนะซูฮัวหลงได้นี่แสดงว่าระดับของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเขาสูงกว่าซูฮัวหลงถึงได้ทำให้จิตสังหารของเขาเพิ่มมากขึ้น

คนแบบนี้มันจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ไม่งั้นต้องเป็นปัญหาอย่างมาก !

“ฆ่า ! ”

เหล็งเฟิงได้ส่งสียงที่เย็นชาออกมา

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายก็ได้กระโจนเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

“หลีกไป ! ”

“นั่นมันเป็นคนตระกูลเหล็ง !”

“หนีเร็ว ”

ชาวบ้านที่อยู่ทั้ง 2 ด้านต่างพากันมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

คนเมาที่อยู่ด้านหลังหลินเทียนได้จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ก่อนที่จะพยุงตัวเองขึ้นมาแล้วถามว่า

“ใครน่ะ มีเหล้าไหม ? ”

ชายวัยกลางคนๆนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากขอทานด้วยซ้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด

“ไม่ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ณ ตอนนี้เองที่ชายชุดดำได้พุ่งเข้ามาประชิดเขาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่เข้าใส่ซึ่งชายคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระดับ 4 อย่างหลินเทียนแล้วมันดูอ่อนแอมากๆ เขาได้ถูกเตะจนปลิวออกไปด้วยเท้าของหลินเทียนทางกระอักเลือดออกมาคำโต

“ฆ่า !”

“ฆ่า!”

“ฆ่า!”

ทุกคนได้ส่งเสียงออกมาพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่อย่างไว

“ออกห่างไปหน่อย ”

หลินเทียนได้พูดออกมาหลังจากที่โบกมือเพื่อให้คนเมาเข้าไปหลบในร้าน

เป้าหมายของตระกูลเหล็งคือเขาดังนั้นเขาถึงได้ไม่อยากลากคนอื่นมาเกี่ยวด้วย

“ดูเหมือนว่าความกล้าของตระกูลเหล็งจะไม่น้อยเลยนะ ”

หลินเทียนได้แสะยะออกมา

มือขวาของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาพลางส่งเสียงคำรามออกไปรอบทิศทาง

“แกร๊ง ! ”

เมื่อกระบี่ได้ส่งเสียงออกมาแล้วเลือดได้สาดกระจายไปทั่วขณะที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุร่างของชายชุดดำไปหลายคน

ซูฮัวหลงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาและไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งขนาดนี้

“แกร๊ง ! ”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

หลินเทียนได้เผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งทั้งหมด , กระบี่ในมือของเขาได้ปะทะเข้ากับอีกฝ่ายซึ่งส่งเสียงและประกายไฟออกมา

“!! ”

หลายคนได้ส่งเสียงโอดครวญอย่างน่าสังเวชออกมาเพราะว่าแขนของเขาได้ถูกตัดจนขาดสะบั้นโดยคลื่นกระบี่ของหลินเทียน

เลือดนองไปทั่วพื้นขณะที่อีกคนได้ตกตายลง

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะยกกระบี่แล้วฟาดฟันออกไป

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ !”

“พุฟฟฟ! ”

เลือดยังคงสาดไปทั่วทิศทางและชาย 5 คนก็ได้นอนจมกองเลือดที่พื้นไป

ภาพเหล่านี้ทำให้ชายชุดดำคนอื่นๆผงะไปทันที

หลายๆคนที่อยู่ห่างออกไปเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน

“ใครกันน่ะ ! ทำไมถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมา

ไม่เพียงคนเหล่านี้เท่านั้นแต่ชายชุดดำที่รายล้อมร่างของหลินเทียนเอาไว้ก็คิดแบบเดียวกัน พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมาตามๆกัน

ทันใดนั้นเองที่ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกไปแม้แต่น้อย

กระบี่ในมือของหลินเทียนนั้นอาบไปด้วยเลือดขณะที่มองออกไปยังเหล็งเฟิงแล้วพูดว่า

“คิดว่าจะพวกขยะพวกนี้จะเอาชีวิตข้าได้ ? ได้ยินมาว่าตระกูลเหล็งของเจ้ามีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะอยู่เยอะหนิถึงได้เอาพวกเขามาตายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในตระกูลสินะ ? ”

คำพูดของหลินเทียนนั้นสบายอารมณ์เป็นอย่างมาก

เหล็งเฟิงเองก็ได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

“ข้าแค่เอามาลองว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอจะให้ข้าลงมือด้วยตัวเองรึไม่ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

“คุณสมบัติ ? ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพลางพูดว่า

“อย่างเจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องคุณสมบัติกับข้าด้วยอีก ? จะอายุ 20 อยู่แล้วแต่ยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 นี่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาก ? ถ้าข้าอายุเท่าเจ้าแล้วอยู่ในเขตแดนเดียวกันนี่เป็นข้าคงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว ”

การก้าวเดินของเหล็งเฟิงได้หยุดลงพร้อมกับส่งสายตาที่ดุร้ายออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปทันที

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาเพราะครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว เขาไม่คิดจะหนีและตอบรับการโจมตีของเหล็งเฟิงไปตรงๆโดยฟาดฟันกระบี่ที่ส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกไปเช่นกัน

โครม !

เสียงคลื่นสายฟ้าได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะทำลายการโจมตีที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของเหล็งเฟิงไป

สีหน้าของเหล็งเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกันนี้ก็มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะฟาดฟันออกไปพร้อมทั้งทำลายคลื่นกระบี่ของเหล็งเฟิงไปทันที

“งั้นๆแหละ ”

เหล็งเฟิงได้พูดออกมา

“เจ้าเองก็เหมือนกัน แข็งแกร่งกว่าข้าถึง 3 ระดับแต่ไม่เห็นจะแข็งแกร่งตรงไหน ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ได้สั่นไหวพร้อมทั้งสร้างคลื่นสายฟ้าออกมาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง

เขาอยากจะทดสอบว่าระดับของเขาและเหล็งเฟิงยังห่างชั้นกันอยู่มากน้อยแค่ไหน