0 Views

หลินเทียนได้แต่ผงะไปเพราะนางไม่ได้มีแค่ความงามเท่านั้นแต่ยังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ อย่างไรก็ตามหลินเทียนก็ถอนหายใจออกมาเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นหลานสาวของแม่ทัพ แถมทางผู้อาวุโสของสำนักเองก็ไปหานางหลายครั้งเพื่อที่จะเชิญไปเข้าสำนักด้วยตัวเอง

ท่าทางของซูฮัวหลงเองก็ได้เปลี่ยนไป

“สมแล้วที่เป็นผู้อันดับที่ 6 ในตารางสายลมและหมู่เมฆ น่ากลัวจริงๆแต่อย่าได้มองข้ามปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมไป ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ยกมือขึ้นมาพร้อมทั้งม้วนอาคมที่ปรากฏขึ้นมาในมือ พริบตานี้เองที่มันได้ส่องแสงออกมาก่อนที่กลิ่นอายซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าจี่หยูจะพวยพุ่งออกมาไม่หยุด

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับตกตะลึง

“นั่นมันหลานสาวของท่านแม่ทัพกับท่านซูฮัวหลง ? ”

“เกิดอะไรกันขึ้น ? ทำไมทั้งสอง……….ถึงได้แสดงท่าทางเป็นปฏิปักษ์กัน ? ”

“มีอะไรกัน ? ”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

จี่หยูและซูฮัวหลงนั้นเป็นตัวตนที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงและการที่ทั้ง 2 ส่งแรงกดดันเข้าใส่กันและกันนี้กลางเมืองมันทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ

ซูฮัวหลงได้จ้องมองไปทางจี่หยูพร้อมกับพูดว่า

“แม่นางจี่ เจ้าหลีกทางไปซะเถอะไม่งั้นหากว่าข้าโมโหแล้วต้องสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่น้อยแน่ๆ ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยท่าทางราบเรียบก่อนที่ม้วนอาคมอีกอันจะปรากฏออกมาพร้อมทั้งส่งกลิ่นอายที่รุนแรงกว่าเก่ามาก

ข่ายอาคมผสานทักษะ !

“เจ้าจะลองดูก็ได้ว่าจะสามารถทำอะไรข้าได้หรือไม่ ? ”

จี่หยูได้พูดออกมา

ตอนนี้นางอารมณ์ไม่ดีมากๆขณะที่ยังคงกอดดอกไม้เอาไว้ในมือพร้อมทั้งก้าวออกไปพลางปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงออกมา

“นี่…….”

“แม่นางจี่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลย ?! ”

“สุดยอดไปเลย เกรงว่าน่าจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ตอนปลายเลยนะ ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนในตอนนี้เองก็ประหลาดใจไปไม่แพ้กัน

เขาได้ยกมือขึ้นไปแตะที่ไหล่ของนางก่อนที่จะจูงนางกลับมาอยู่ด้านหลัง

“ข้าจัดการเอง ”

เขาได้พูดออกมา

กลิ่นอายของจี่หยูได้ลดลงก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

“ชายคนนี้แข็งแกร่งมากๆ แม้ว่าจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 ก็จริงแต่เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ด้วย จัดการเขาไม่ได้ง่ายๆหรอก ”

จี่หยูกลัวว่าหลินเทียนจะได้รับบาดเจ็บ

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“เจ้าลืมไปแล้วรึไงว่าข้าเองก็เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมน่ะ แถมระดับพลังของข้าเองก็ยังสูงกว่าอีกฝ่ายด้วย “

ณ ตอนนี้เองที่ร่างของเขาอยู่ใกล้กับนางมากๆแถมมือเองก็ยังจับไหล่ของนางเอาไว้ด้วยสีหน้าที่มีความสุขซึ่งภาพเหล่านี้ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับโง่งมไปตามๆกัน

“นี่ข้ากำลังมองอะไรอยู่ ? ”

“นี่……….เจ้านี่เข้าใกล้แม่นางจี่ไดขนาดนั้น ? ”

“พวกเขา…………”

หลายๆคนได้แต่ผงะไป

จี่หยูนั้นเป็นหญิงงามที่ทุกคนยอมรับซึ่งไม่ค่อยจะออกไปไหนมาไหนนักและแม้แต่คำเชิญขององค์ชายยังถูกปฏิเสธด้วยซ้ำแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนางอยู่กับชายหนุ่มและทำให้ผู้คนต่างแข็งค้างไป

ซูฮัวหลงได้จ้องมองไปทางพวกเขาด้วยท่าทางที่เย็นชากว่าเก่า

“ไอ้หนุ่มหล่อ !”

ระหว่างจ้องมองไปทางหลินเทียนเขาก็ได้แสยะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วจี่หยูก็โกรธจัดโดยทันทีแต่ก็ยังถูกหลินเทียนจูงกลับไปอยู่ด้านหลัง

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้ก้าวออกมาพร้อมทั้งมองไปทางซูฮัวหลงพลางพูดว่า

“เจ้าพูดถูกแล้วและมันทำให้ข้ามีความสุขมากๆเพราะถึงอย่างไรก็ตามหนุ่มหล่อมันยังมีหน้าให้คนอื่นได้มอง มันไม่เหมือนกับเจ้าที่เป็นคนน่าเกลียดนิสัยแย่ อายุปูนนี้แล้วยังหน้าไม่อายอีก ”

“อายุอะไรกัน ! ”

ซูฮัวหลงได้คำรามออกมาด้วยท่าทางที่ตกต่ำลง

“ปีนี้ข้าอายุ 16 ปี แล้วเจ้าอายุเท่าไหร่ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

คำพูดต่อไปของซูฮัวหลงได้ติดอยู่ในลำคอโดยทันที แน่นอนว่าเขาไม่ได้แก่เพราะอายุของเขายังแค่ 30 ต้นๆซึ่งถือเป็นช่วงรุ่งโรจน์แต่หากว่าไปเทียบกับหลินเทียนแล้วมันก็ยังห่างชั้นกันอยู่มาก

จี่หยูได้กุมปากพร้อมกับหัวเราะคิกๆออกมาพลางพูดว่า

“ไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะมีด้านที่มีเสน่ห์แบบนี้ด้วย ”

ทั้งสองข้างทางต่างโง่งมไปตามๆกัน

“เจ้าหนูนี่ใครกัน ? ทำไมถึงได้กล้ายั่วยุท่านซูฮัวหลงกัน ? ”

“สามารถเดินข้างกับแม่นางจี่ได้อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นนายน้อยของตระกูลใหญ่ไหม ? แต่ไม่เห็นนึกออกเลยว่าในเมืองหลวงมีคนหน้าตาแบบนี้ด้วย ? ”

“อื้ม นั่นนะสิ ข้าจำไม่เห็นได้ ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่สงสัย

กล้าพูดกับท่านซูฮัวหลงแบบนี้มันเกินไปแล้ว ! รนหาที่ชัดๆ ! ”

หญิงงามที่อยู่ข้างกายซูฮัวหลงได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้เหลือบมองไปทางนางก่อนที่จะเลิกสนใจไป

สายตาของเขาได้หันกลับมาที่ซูฮัวหลง

“คิดจะให้บทเรียนกับข้า ? ”

เขาได้หรี่ตาลงพร้อมกับเดินก้าวออกไปอีกก้าว

การกระทำนี้ส่งผลให้ท่าทางของซูฮัวหลงได้เย็นชาขึ้นกว่าเก่าพร้อมทั้งพูดว่า

“เป็นเพียงแค่คนกระจอกและคิดว่าการได้ยืนอยู่ข้างคนมีอำนาจนี่มันทำให้ตัวเองยิ่งใหญ่ ? ”

หลินเทียนเองก็ได้ตอบกลับไปว่า

“เจ้าเองก็คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เหมือนกันจริงๆนะ ”

“ข้าเป็นผู้อาวุโสทีตระกูลเหล็งรับเชิญมาแถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ด้วย แล้วเจ้าเป็นใครกัน ? มีเบื้องหลังอะไร ? ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมา

ม้วนอาคมได้ลอยอยู่รอบตัวของเขาขณะที่กอดอกแล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าที่หยิ่งยโส

“ผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลเหล็ง ? ก็ดีเพราะข้าเองก็มีความแค้นกับตระกูลเหล็งพอดี ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะยกมือเพื่อปล่อยแสงสีเงินออกไป

เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ !

“ฟึ้บบบบ !”

“ฟึ้บบบบบ !”

ตอนนี้เองที่สัญลักษณ์บนม้วนอาคมที่ลอยอยู่รอบตัวของซูฮัวหลงได้หม่นหมองลง

ปิ้ง ! ม้วนอาคมทั้ง 2 ได้ตกลงมาที่พื้น

ซูฮัวหลงได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันทีพร้อมกับพูดว่า

“พลังวิญญาณ ? เจ้าทำอะไรลงไป ! ”

“เจ้าเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ไม่ใช่รึ ? มองไม่เห็นหรือไง ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างราบเรียบ

ซูฮัวหลงได้จ้องมองไปยังม้วนอาคมที่พื้นพร้อมกับท่าทางที่น่าเกลียด

“เจ้าทำลายการทำงานของข่ายอาคมข้า เจ้า………..เจ้าเองก็เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเหมือนกัน ? ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ เจ้าอายุ 16 ปีเท่านั้นมันจะเป็นไปได้ไง ! ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจริงๆก็ไม่มีทางสามารถทำลายข่ายอาคมของข้าได้ มันเป็นไปไม่ได้ ! ”

เมื่อฟังจากคำพูดของซูฮัวหลงแล้วผู้คนที่อยู่รอบข้างเองก็ต่างมีท่าทางเปลี่ยนไปตามๆกัน

“อะไรนะ ? ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน ? เขาอายุ 16 ปีเท่านั้น มันเวอร์เกินไปแล้ว ”

“แต่ท่านซูฮัวหลงพูดด้วยตัวเอง ? ”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่หวั่นเกรงออกมา

เมื่อพวกเขามองไปทางหลินเทียนแล้วก็ได้แต่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจริงๆ ?

ณ ตอนนี้สีหน้าของซูฮัวหลงก็ตกต่ำลงอย่างมาก

“บึ้ส ! ”

ร่างของเขาได้เปล่งแสงออกมาก่อนที่จะม้วนอาคมมากมายจะปรากฏขึ้น

ตอนนี้จิตสังหารได้พวยพุ่งออกมาไม่หยุด

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมทั้งโบกมือขวาเพื่อทำให้ข่ายอาคมของซูฮัวหลงหมดสภาพอย่างรวดเร็ว

“เจ้า ……. ! ”

ซูฮัวหลงได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่ออกมาเพราะว่ามันมีคนที่สามารถลบล้างข่ายอาคมที่เขาสร้างขึ้นได้ทั้งหมดด้วย ?

“ท่านปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 พอจะเห็นถึงความต่างชั้นของเราแล้วหรือยัง ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

สรรพนามคำว่า ท่าน นั้นได้ทิ่มแทงไปยังหัวใจของซูฮัวหลง

ตอนนี้สีหน้าของซูฮัวหลงได้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดกว่าเก่าเพราะว่าสิ่งที่หลินเทียนได้สำแดงออกมานั้นมันคือพลังวิญญาณไม่มีผิดแถมยังแข็งแกร่งกว่าเขาด้วยดังนั้นอีกฝ่ายต้องเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมอย่างแน่นอนแต่การที่หลินเทียนสามารถลบล้างข่ายอาคมของเขาได้ก็แสดงให้เห็นว่าระดับของหลินเทียนอยู่เหนือกว่าเขาไปอีกแต่ตัวตนแบบนั้นกลับมีอายุเพียงแค่ 16 ปี

“ได้ วันนี้ข้ายอมรับว่าข้าผิดไปเอง ”

ซูฮัวหลงได้กัดฟันพูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หันหลังพร้อมทั้งเดินจากไปเพราะตัวเองรู้ดีว่าไม่สามารถทำอะไรหลินเทียนได้

“จะไปไหน ? ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งพุ่งเข้าประชิดร่างของซูฮัวหลง

“เจ้าคิดจะทำอะไร ! ข้าเป็นผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลเหล็ง……”

“!!!!! ”

หลินเทียนได้ตบที่ใบหน้าของซูฮัวหลงคนส่งผลให้เขาลอยออกไปไกล

“เจ้ากล้าลงมือกับท่านซูฮัวหลงงั้นรึ ! ”

หญิงงามที่อยู่ข้างกายซูฮัวหลงได้ชี้ไปทางหลินเทียนพร้อมทั้งส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้หันมองไปทางนางด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือกพร้อมทั้งแผดกลิ่นอายอันรุนแรงเข้าใส่ , เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วนางก็ได้สั่นสะท้านและก้าวถอยหลังไปก่อนที่จะทรุดลงกับพื้นด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

ซูฮัวหลงได้พยุงตัวเองขึ้นมาก่อนเลือดจะไหลออกมาจากมุมปากด้วยสีหน้าที่น่าเกลียด

“เจ้ากล้าทำร้ายข้า ! ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดำคล้ำ

หลินเทียนแสยะออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าประชิดเขาอีกครั้ง

“เจ้า…….”

“!!”

เขาได้ตบออกไปอีกครั้งซึ่งก่อนหน้านี้เขาตบแก้มซ้ายดังนั้นครั้งนี้ถึงได้เลือกตบแก้วขวา

อย่างไรก็ตามครั้งนี้ซูฮัวหลงไม่ได้ปลิวออกไปเพราะว่าหลินเทียนได้ยื่นมือออกไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็ได้ยกฝ่ามือขึ้นมาตบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างโหดเหี้ยม

“หยุด ! ”

ซูฮัวหลงได้ส่งเสียงออกมาอย่างน่าสงสารพลางกระอักเลือดออกมาไม่หยุดทว่าบาดแผลในใจของเขารุนแรงกว่าร่างกายภายนอกมาก เขาผู้เป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 และผู้อาวุโสรับเชิญจากตระกูลเหล็งกลับถูกตบโดยชายหนุ่มกลางเมืองและเขาเองก็ไม่มีความสามารถพอจะตอบโต้อะไรเลย นี่มันเป็นความอับอายขนาดไหนกัน ?

“เจ้าบอกให้หยุดแล้วข้าต้องหยุด ?”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

เขาไม่เพียงแต่ไม่หยุดเท่านั้นแต่ยังลงกำลังเข้าไปมากกว่าเก่า

ทันใดนั้นเองที่ซูฮัวหลงได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชพลางบ้วนเลือดปนฟันออกมาหมดปาก

“นี่……….”

ผู้คนรอบข้างต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

เจ้าหนุ่มคนนี้มันโหดเหี้ยมจริงๆ !

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่หลินเทียนจะหยุดมือลงซึ่งซูฮัวหลงที่อยู่ในมือของเขาได้หมดสติไปก่อนแล้ว , ตอนนี้ไม่สามารถเห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่าได้อีกแล้วดังนั้นเขาถึงได้แสยะออกมาแล้วโยนร่างของซูฮัวหลงออกไปเหมือนหมูตาย