0 Views

อาจดูเหมือนว่าตราสีเงินจะไม่ได้มีขนาดใหญ่นักแถมยังดูเหมือนเครื่องประดับของหญิงสาวด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามมันทำให้ผู้ดูแลมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปโดยทันที

ด้วยความที่เขาเป็นผู้ดูแลนั้นจะต้องรู้จักตรานี้เป็นธรรมดาซึ่งมันเป็นตราประจำตัวของผู้มีสิทธิ์เป็นผู้นำตระกูลซิน เรื่องอำนาจของมันไม่ต้องพูดถึงเลยด้วยซ้ำเพราะมันสามารถสั่งการทั้งตำหนักนี้ได้ทั้งหมดเพราะถึงอย่างไรก็ตามทั้งหมดมันถือเป็นของตระกูลซินอยู่แล้ว

“ขออภัยที่เสียมารยาท ”

ผู้ดูแลได้ส่งตรากลับไปให้หลินเทียน

หลินเทียนได้รับกลับมาพร้อมทั้งเก็บกลับเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว

“นำทาง ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“ขอรับ ขอรับ ! ”

ชายคนนั้นได้พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะเรียกพนักงานสาวมาให้นำทางหลินเทียนไปที่ห้องพิเศษที่สุด

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่เขาได้แจ้งบางอย่างกับพนักงานอีกคนก่อนที่นางจะรีบวิ่งไปด้านหลังโดยทันที

หลินเทียนและจี่หยูเองก็ได้เดินตามพนักงานสาวขึ้นไปที่ชั้น 2

“หยุด ! ”

น้ำเสียงอันเย็นชาของซูฮัวหลงได้ส่งออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ? ”

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆแต่ว่าวันนี้เราจะไม่เปิดให้ใช้ห้องพิเศษอีกแล้ว ”

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของซูฮัวหลงแล้วผู้ดูแลก็ได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางขมขื่นว่า

“เรื่องนี้มันมีเหตุผลอยู่และต้องขออภัยด้วยแต่เราจะจัดเตรียมที่นั่งพิเศษเอาไว้ให้ท่านโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่น้อย เป็นไง ? ”

“ไม่ ! วันนี้ยังไงข้าก็ต้องได้ห้องพิเศษ ! ”

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลังจากนั้นเขาก็ได้ผลักผู้ดูแลออกพร้อมทั้งเดินเข้าไปหาหลินเทียน

“คุณซูโปรดอย่าได้กระทำการอะไรที่ไร้เหตุผลภายในตำหนักแห่งนี้ ”

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

เมื่อมองไปอีกทางแล้วจะพบกับชายวัยกลางคนซึ่งเป็นผู้จัดการของตำหนักแห่งนี้ที่มีชื่อว่าซินเจิ้งเย่ ก่อนหน้านี้ผู้ดูแลได้สั่งการให้พนักงานสาวไปแจ้งเขาก่อนแล้วเพราะรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับซูฮัวหลง

ซูฮัวหลงได้จ้องมองไปทางซินเจิ้งเย่พร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน

ซินเจิ้งเย่ได้เดินเข้ามาพร้อมทั้งหยุดเท้าลงแล้วมองไปทางหลินเทียนพลางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนเองก็ได้พยักหน้าตอบกลับเขา

“ไปส่งน้องชายที่ห้องพิเศษซะ ”

ซินเจิ้งเย่ได้พูดออกมากับพนักงานสาว

“ได้ค่ะท่านผู้จัดการ ”

พนักงานคนนั้นได้โค้งคำนับพร้อมทั้งเดินนำทางหลินเทียนไปทันที

ไม่นานพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้หายไปจากที่แห่งนี้

ซูฮัวหลงได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะว่าซินเจิ้งเย่จากตระกูลซินได้มาแล้ว

และตอนนี้เองที่ซินเจิ้งเย่ได้มองมาทางเขาพร้อมทั้งพูดว่า

“คุณซู วันนี้ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ”

ซูฮัวหลงได้แต่ขมวดคิ้วเพราะว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซินเจิ้งเย่แล้วเขาก็ไม่สามารถแสดงท่าทางน่าเกรงขามออกมาได้

เมื่อมองไปยังซินเจิ้งเย่แล้วเขาได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ทำไม ? ”

ตำหนักรวมสมบัตินั้นเป็นของตระกูลซินซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าอันดับ 1 ของเมืองหลวง , ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากๆและแม้ว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 แต่ก็ไม่กล้าที่จะทำเรื่องไร้เหตุผล ก่อนหน้านี้เขายังสัมผัสได้ด้วยว่าซินเจิ้งเย่นั้นไม่ใช่คนธรรมดาๆอย่างแน่นอน

“ก่อนหน้านี้ก็ได้แจ้งไปแล้วว่ามันมีเหตุผลพิเศษอยู่และไม่สะดวกที่จะอธิบายได้ ”

ซินเจิ้งเย่ได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“คุณซูเป็นลูกค้าประจำของเราดังนั้นเราต้องขอโทษด้วยและทางเราเองก็จัดเตรียมที่นั่งพิเศษเอาไว้ให้แล้วโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไรและครั้งหน้าคุณสามารถเข้าใช้ห้องพิเศษได้ฟรีๆและหากว่าต้องการซื้อสินค้าก็จะได้ลดราคา 20% เป็นไง ? ”

ซูฮัวหลงได้กวาดตามองไปทางที่หลินเทียนได้เดินจากไปพร้อมทั้งผงะไปก่อนที่จะตอบกลับว่า

“ได้ ”

แม้ว่าตระกูลซินจะไม่ใช่ตระกูลผู้บ่มเพาะแต่ภายในตระกูลก็เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถทำเรื่องไร้เหตุผลได้ตามใจชอบแถมก่อนหน้านี้ซินเจิ้งเย่นั้นก็ได้ให้สิทธิประโยชน์กับเขาตั้งมากมายและถือว่าไว้หน้าเขามากๆ

“ต้องขอขอบคุณ ”

ซินเจิ้งเย่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะมองไปทางพนักงานสาวแล้วพูดต่อว่า

“รีบนำทางคุณซูและคนรักของเขาไปแล้วเราจะนำชาชั้นดีของเราไปเสิร์ฟให้ ”

“ได้ค่ะท่านผู้จัดการ ”

พนักงานสาวได้ตอบกลับ

ซูฮัวหลงได้ป้องมือไปทางซินเจิ้งเย่ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมๆกับคนรักของเขา

ซินเจิ้งเย่ได้มองไปทางซูฮัวหลงก่อนที่จะละสายตามองไปทางชั้น 2

“ท่านผู้จัดการ…”

พวกเขาเองก็ได้มองไปทางชั้น 2 ด้วยท่าทางที่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก

“นายหญิงที่ 3 กลับให้ตราประจำตัวกับชายหนุ่มนี่มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ ”

ซินเจิ้งเย่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

………….

ที่ห้องพิเศษตรงชั้นสองนั้นหลินเทียนและจี่หยูก็ได้ไปถึงพร้อมๆกับพนักงานสาว

เมื่อมองออกไปแล้วจะพบกับพื้นที่กว้างประมาณ 50 ตารางเมตรซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มีเตียง โต๊ะชาและกระจกใช้สำหรับมองไปทางเวทีประมูล

“นี่มัน…….”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมา

ห้องนี้มันหรูหราเกินไปแล้ว !

พนักงานสาวได้โค้งคำนับให้พวกเขาก่อนที่จะเดินออกไป

และตอนนี้เองที่ภายในห้องเหลือเพียงพวกเขา 2 คน

“นี่……..”

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพบกับ เตียง ! เตียงจริงๆ !

ทันใดนั้นเองที่เขาได้แสดงสีหน้าอึดอัดออกมา

จี่หยูได้มองไปทางเขาพลางกระพริบตาวิ้งๆ

“นี่ข้าไม่รู้เลยนะว่าห้องนี้มันจะเป็นอย่างงี้ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางอับอายอย่างมาก

“ไร้เดียงสาจริงๆ ”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินไปทางกระจกพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ไหนว่ามาสิว่าเรื่องตราสีเงินนั่นคืออะไร ? ก่อนหน้านี้ทำไมเจ้าถึงได้สามารถแย่งห้องนี้มาได้ ? ”

“เป็นเพื่อนที่ดีของข้าที่เมืองเฟิงเจียนได้ให้มา ที่ได้ฟังมาจากน้องชายของนางคือนางนั้นเป็น 1 ใน 3 ผู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลซินซึ่งหากว่าถือครองสิ่งนี้แล้วก็จะได้รับประโยชน์ภายในสถานที่แห่งนี้ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

“ผู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลซิน ? ”

จี่หยูได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะนางเติบโตที่นี่ถึงได้รู้จักตระกูลซินดีและไม่คิดเลยว่าหลินเทียนนั้นจะเป็นเพื่อนรักกับผู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วริมฝีปากของนางก็ได้ยกตัวขึ้นพร้อมทั้งถามว่า

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะสนิทกันจริงๆเลยนะ ได้ข่าวมาว่าผู้ชิงตำแหน่งนั้นสวยๆทั้งนั้นเลยหนิ ”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายพร้อมทั้งรีบตอบกลับไปว่า

“นี่……..เราเป็นเพื่อนกันจริงๆนะ ”

ณ ตอนนี้เสียงฮือฮาได้ดังขึ้น

หลินเทียนและจี่หยูได้มองตามลงไปก่อนที่จะพบว่าการประมูลได้เริ่มขึ้นแล้ว

เมื่อมองผ่านกระจกไปจะพบว่าสถานที่แห่งนี้ใหญ่มากๆแถมยังเต็มไปด้วยผู้คนและตอนนี้หญิงสาวหน้าตางดงามได้เดินขึ้นมาบนเวทีพลางพูดว่า

“ขอขอบคุณทุกคนมากๆที่มาในวันนี้ เริ่มการประมูลได้ ”

ขณะที่พูดจบแล้วสมบัติต่างๆก็ได้ถูกนำออกมา

หญิงสาวคนนี้มีรูปร่างที่น่าหลงใหลแถมน้ำเสียงยังน่ารักและทำให้ห้องประมูลนี้ฮือฮาเป็นอย่างมาก เสียงตะโกนเสนอราคาได้ดังขึ้นไม่หยุด

“ความสามารถสูงมากๆ แต่ยังห่างชั้นกับซินเหยาอยู่อีกเยอะ ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาเคยได้สัมผัสความสามารถของซินเหยามาก่อนแล้วและหากเทียบกันนั้นมันเหมือนอยู่คนละโลกกันเลยด้วยซ้ำ ต้องรู้ก่อนนะว่านางสามารถทำให้ลูกค้ากว่า 90% เสนอราคาออกมา

ไม่นานก็ได้ผ่านไป 1 ชั่วโมงก่อนที่สมบัติมากมายจะถูกประมูลไป

ณ ตอนนี้หญิงสาวคนนั้นได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าหลงใหลว่า

“สมบัติชิ้นต่อไปคาดว่าทุกคนคงจะได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้ว ”

หลังจากที่พูดจบนางก็ได้หยิบเอาผ้าออกและเห็นเพียงดอกไม้อันงดงามถูกวางเอาไว้ในแก้วซึ่งดึงดูดสายตาของผู้คน

เมื่อมองไปยังดอกไม้ประหลาดนี้แล้วต่างเกิดเสียงฮือฮาขึ้นโดยทันที

“นี่คือของที่สามารถทำให้รูปลักษณ์คงอยู่ได้ ? ข้าต้องการ !”

“ข้าจะเอา !”

“นี่มันเป็นของข้า !”

เสียงอันตื่นเต้นได้ถูกส่งออกมาไม่หยุด

เจ้าของเสียงเหล่านี้เป็นของหญิงสาวผู้งดงามของเมืองและวันนี้พวกนางก็มาที่นี่เพื่อดอกไม้นี้

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่ดวงตาคนรักของซูฮัวหลงได้เปล่งประกายออกมา

“เป็นอะไรไป ? ต้องการ ? ”

ซูฮัวหลงได้ถามออกมาด้วยรอยยิ้ม

“อื้ม ”

หญิงสาวได้พยักหน้าพร้อมกับแนบร่างบนซูฮัวหลงพร้อมทั้งพูดว่า

“ท่านคะ ข้า…..”

“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย ”

ซูฮัวหลงได้หัวเราะอออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้ลูบคลำไปบนเรือนร่างของนาง

“ท่านคะ ที่นี่มีคนอยู่เยอะนะ ”

หญิงสาวคนนั้นได้แสดงท่าทางโกรธที่น่าหลงใหลออกมาแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

หญิงสาวที่อยู่บนเวทีเองก็ได้มองไปทางผู้คนพร้อมทั้งพูดว่า

“สมบัติชิ้นนี้มีชื่อว่าดอกหยุนซิงฮัวและจากข้อมูลของเราคือมันได้อาบแสงจากหมู่ดาวเพื่อเจริญเติบโตส่วนสรรพคุณของมันก็อย่างที่ทุกท่านทราบว่าสามารถทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตามที เปิดประมูลกันที่ราคา 5 หมื่นเหรียญ ”

หลังจากที่นางได้พูดจบแล้วห้องประมูลนี้ก็ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“5.1หมื่นเหรียญ !”

“5.2หมื่นเหรียญ !”

“5.3หมื่นเหรียญ !”

เสียงตะโกนดังออกมาไม่หยุด

แน่นอนว่าเจ้าสองเสียงเหล่านี้ล้วนเป็นหญิงสาวด้วยกันทั้งหมดซึ่งดวงตาของพวกนางต่างเปล่งประกายออกมาด้วยความรู้สึกที่ต้องการดอกไม้นี้

ไม่นานก็ราคาก็ได้ดีดตัวขึ้นไปสูงถึง 1.8 แสนในพริบตา

หลินเทียนที่อยู่ภายในห้องพิเศษเองก็พบว่าจี่หยูได้แสดงสีหน้าที่เสียดายออกมา แม้ว่านางจะเป็นหลานสาวของแม่ทัพก็จริงแต่จี่หยวนฉานนั้นไม่ได้ออมเงินนักดังนั้นสำหรับนางแล้วเงิน 1.8 แสนนี้มันถือว่าเป็นราคาที่สูงมากๆ

หลินเทียนนั้นเดาความรู้สึกของนางออกได้ในทันทีพร้อมทั้งยิ้มออกมา

ณ ตอนนี้หญิงสาวมากมายได้เสนอราคากันอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนที่เสนอราคาออกมาสูงถึง 2.7 แสนเหรียญ

“3 แสน ! ”

ตอนนี้เองที่มีเสียงถูกส่งออกมา

ผู้คนทั้งหลายล้วนมองไปทางเดียวกัน

“ผู้อาวุโสตระกูลเหล็ง ซูฮัวหลง !”

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 !”

“ไม่คิดเลยว่าท่านผู้นั้นจะต้องการสมบัตินี้ ”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

หญิงสาวหลายๆคนเองก็รู้จักซูฮัวหลงเป็นอย่างดีดังนั้นตอนนี้ถึงได้ต่างพากันแสดงสีหน้าที่เสียดายออกมา แน่นอนว่าพวกนางรวยแต่หากว่าเทียบกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 แล้วมันเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของซูฮัวหลงเองก็ยังเป็นผู้อาวุโสที่ตระกูลเหล็งจ้างมาอีก ใครจะไปกล้าล่วงเกิน ?

“ดูเหมือนว่าสมบัตินี้ต้องเป็นของเขาแน่ๆ ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

และในตอนนี้หลังจากที่เขาได้ส่งเสียงออกไปแล้วก็ไม่มีใครเสนอราคาอีกเลย

ซูฮัวหลงได้ยิ้มออกมาเพราะเขาเชื่อว่าที่นี่ไม่มีใครต้องการแย่งสมบัติกับเขา หลังจากที่เขาลูบคลำหญิงสาวแล้วก็ได้พูดออกมาว่า

“ไปเอาดอกไม้นั่นมาสิ มันเป็นของเจ้าแล้ว ”

“ขอบคุณค่ะท่าน !”

หญิงสาวที่งดงามคนนี้ได้ลุกขึ้นพร้อมทั้งวิ่งไปทางเวทีโดยทันที

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งถูกส่งออกมาจากห้องพิเศษตรงชั้น 2 ว่า

“5 แสนเหรียญ ! ”