0 Views

มู่จี่เซียง ?

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนต่างแต่ผงะไปตามๆกัน เลือกมู่จี่เซียง ?

“นี่…..”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาเพราะว่าปกติแล้วจะต้องเลือกศิษย์ที่อยู่ลำดับสุดท้ายกันแต่หลินเทียนกลับเลือกศิษย์ตำหนักในลำดับที่ 42 อย่างมู่จี่เซียงซะงั้น , ซินเชิงหยุนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาเหมือนกัน

“ทำไมถึงได้เลือกมู่จี่เซียงล่ะ ? ”

“ใช่ แม้ว่าเราจะไม่สบอารมณ์เขาแต่มู่จี่เซียงมันแข็งแกร่งมากนะ !”

“หรือว่าเพราะไม่ถูกชะตากัน ? ”

“นี่ , จากอุปนิสัยแล้วก็มีความเป็นไปได้ ”

“แต่ต่อให้ไม่ชอบก็น่าจะคิดบ้าง ”

หลายๆคนได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆดัน

หลุยชิงได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนเหมือนว่าตัวเองได้ยินผิดไป

มู่จี่เซียงที่โดนดุโดยผู้ดูแลและกำลังจะจากไปเองก็ได้หยุดลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียน การที่หลินเทียนไม่เลือกท้าหลุยชิงแต่กลับมาท้าเขามันทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมาก

ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ดูแลเองก็ได้ถามออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

“เลือกมู่จี่เซียงงั้นรึ ? แน่ใจแล้ว ? ”

“แน่นอน ”

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับมองไปทางมู่จี่เซียง

“โอหังจริงๆเลยนะ ! ”

มู่จี่เซียงได้คำรามออกมาด้วยความโกรธเพราะเขารู้สึกว่ากำลังถูกหลินเทียนเหยียดหยาม

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางเขาพลางคิดว่าเจ้าคนนี้มันไม่ใช่คนชั่วก็จริงแต่มันน่าหมั่นไส้เกินไป

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

“น่าสนใจจริงๆที่เลือกท้ามู่จี่เซียง สะใจจริงๆเลย ! ต่อให้เขาแพ้พ่อคนนี้ก็เลือกเชียร์หลินเทียนโว้ย ! ”

“นับข้าด้วยคน !”

“ข้าก็ด้วย ! ”

ศิษย์ตำหนักนอกหลายคนได้พูดออกด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้แล้วท่าทางของมู่จี่เซียงก็เปลี่ยนเป็นซีดกว่าเดิม

ชายวัยกลางคนได้ถามออกมาอีกครั้งว่า

“เจ้าแน่ใจว่าจะไม่เปลี่ยนแล้วนะ ? ”

“ไม่ขอรับ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ชายวัยกลางคนได้ยักไหล่ของเขาก่อนที่จะพูดว่า

“เอาล่ะ ข้าให้เวลาเจ้า 2 ชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูพละกำลังให้หมด หลังจากนั้นหากว่าเจ้าชนะก็จะได้เข้าไปเป็นศิษย์ตำหนักในแทนที่มู่จี่เซียงซึ่งอีกฝ่ายก็จะถูกปลดเป็นศิษย์ตำหนักนอกแต่หากว่าแพ้เจ้าก็อยู่เป็นศิษย์ตำหนักนอกเหมือนเดิม ”

“ขอรับ ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

“อื้ม ไปเถอะ ”

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าให้กับเขาพร้อมทั้งเดินไปนั่งขัดสมาธิพลางหยิบตาฟื้นฟูพลังออกมาทาน

มู่จี่เซียงที่ยืนอยู่เองก็ได้แต่กำหมัดแน่นเพราะเขาอยู่ในลำดับที่ 42 แต่กลับถูกท้าทายโดยศิษย์ใหม่ลำดับที่ 59 นี่มันทำให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก

“หยาบคาย ! ไม่มีมารยาท ! ไม่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติเลยรึไง !”

เมื่อได้ยินเสียงของมู่จี่เซียงแล้วผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยห่างออกไปด้วยท่าทางรังเกียจ

จี่หยูที่อยู่ไกลออกไปเองก็ได้จ้องมองไปยังหลินเทียนไม่หยุด

“น่าสนใจจริงๆ ”

นางได้พูดออกมาพร้อมทั้งนั่งลง

แม้ว่าผลลัพธ์ของหอคอยจะเป็นอย่างไร แม้ว่าหลินเทียนจะท้าทายสวรรค์แค่ไหน แม้ว่าหลินเทียนจะกล้าท้าประลองกับมู่จี่เซียงหรือไม่แต่สายตาของทุกผู้คนยังคงจับจ้องไปที่ร่างของจี่หยู

“งดงามจริงๆ ! หากว่าข้าได้นั่งข้างนางข้าก็พร้อมจะตายในวันพรุ่งนี้เลย”

หนึ่งในผู้คนได้ส่งเสียงออกมา

เหล็งเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยแววตาที่เย็นยะเยือก

“ทุกๆคนเงียบหน่อย ! ตอนนี้ถึงเวลาทดสอบรอบที่ 4 แล้ว คนที่อยากจะทดสอบให้ก้าวออกมาด้านหน้า ”

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมา

หลินเทียนต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูพลังกว่า 2 ชั่วโมงดังนั้นผู้ดูแลเองก็ไม่สามารถนั่งรอเฉยๆได้ถึงได้เปิดให้เข้าทดสอบอีก 1 – 2 รอบก่อน

หลังจากที่เสียงของผู้ดูแลได้จบลงแล้วก็มีคนก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว

ในรอบนี้ตูฮงซิงเองก็เป็นหนึ่งในพวกเขา

“ข้าจะไม่ด้อยไปกว่าเขาอย่างแน่นอน ! ”

ตูฮงซิงได้แต่กัดฟันพูดออกมา

ด้านหน้าหอคอยได้เปล่งแสงออกมาก่อนที่ร่างของผู้ทดสอบจะหายไปในข่ายอาคม

ไม่นานการทดสอบรอบ 4 ก็ได้จบลงและตูฮงซิงนั้นได้อยู่ในลำดับที่ 103

“สำหรับศิษย์ใหม่ก็ถือว่าดีมากแล้ว ”

“สมแล้วที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 8 ดารา นี่มันสุดยอดมากๆ ”

“ดีมากๆ !”

ศิษย์เก่าหลายๆคนได้พูดออกมา

เสียงเหล่านี้ยังคงดังก้องอยู่ในประสาทการรับรู้ของตูฮงซิง เขาเป็นผู้ที่ได้ลำดับที่ 1 ในการประลองศิษย์ใหม่และตอนนี้เขาอยู่ในลำดับที่ 103 แต่หลินเทียนกลับอยู่ในลำดับที่ 59 ! ความต่างชั้นของพวกเขามันห่างกันเกินไป !

“ระยำ ! ”

เขาได้แต่สบถออกมาด้วยความโกรธพร้อมทั้งเดินจากไป

การทดสอบครั้งนี้ได้กินเวลาไปกว่า 1 ชั่วโมงและชายวัยกลางคนเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนและเห็นว่าเขาฟื้นฟูอยู่ดังนั้นถึงได้เริ่มการทดสอบรอบต่อไปอีกรอบซึ่งหลังจากที่จบการทดสอบแล้วก็เห็นว่าหลินเทียนได้ลืมตากลับขึ้นมา

“ได้แล้ว ? ”

ชายวัยกลางคนได้ถามออกมา

“ขอรับ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้กระโดดขึ้นไปบนเวที

“มู่จี่เซียง ขึ้นไป ! ”

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมา

มู่จี่เซียงส่งเสียงแสยะออกมาขณะที่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดพร้อมทั้งกระโดดขึ้นไปบนเวที

ด้านล่างนั้นต่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

“ไอ้พวกไม่รู้อะไรเลย ! ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วเขาก็ได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มตอบกลับไปเพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองและอดไม่ได้เลยที่จะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย เมื่อมองออกไปแล้วเขาก็ได้ยิ้มออกมาพลางพูดว่า

“พี่ชายมู่ ประลองกันแบบธรรมดาๆมันน่าเบื่อไปดังนั้นเรามาพนันกันหน่อยไหม ? ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของคนอื่นๆก็เปลี่ยนไปทันที , พนัน ?

“หมายความว่าไง ! ”

มู่จี่เซียงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

“ครั้งนี้ผู้แพ้จะไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบเลื่อนขั้นได้อีกอย่างน้อยเป็นเวลา 2 ปี , เอาง่ายๆคือผู้ที่แพ้ในรอบนี้ต่อให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไรก็จะหมดโอกาสได้เป็นศิษย์ตำหนักในและตำหนักราชาอีกในเวลา 2 ปี เจ้าคิดว่าไง ? ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของผู้คนเองก็แข็งค้างไป

“นี่……”

หลายๆคนได้แต่ตกตะลึง

ไม่ว่าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไรก็จะหมดโอกาสนี่มันเป็นการเดิมพันที่สูงมากๆ

มู่จี่เซียงได้มองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่ซีดกว่าเดิม

“เป็นอะไรไป ? ไม่กล้า ? ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

มู่จี่เซียงแสยะออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“มีอะไรที่ข้าไม่กล้า ! ข้าแค่รู้สึกสงสารเจ้าเท่านั้นและแต่ข้าชอบคนแบบนี้ แม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่หากได้เข้าไปเป็นศิษย์ตำหนักในหรือตำหนักราชาคงเป็นหายนะดังนั้นข้าจะจัดการเจ้าในนามของสำนักและแม้ว่ามันจะแค่ 2 ปีแต่ก็พอแล้ว ”

“ตกลงหรือไม่ พูดมากอยู่ได้”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“เจ้า……….”

ท่าทางของมู่จี่เซียงได้เปลี่ยนไปพร้อมทั้งจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชา

ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ดูแลเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วไปกับการพนันของหลินเทียนแต่ในเมื่อมู่จี่เซียงไม่โต้แย้งอะไรงั้นเขาก็จะไม่ออกความคิดเห็นอะไร

“เริ่มได้ ! ”

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมา

หลังจากที่คำพูดของเขาได้จบลงแล้วผู้ชมทั้งหลายต่างแสดงท่าทางที่ตื่นเต้นออกมา

“เอาเลยน้องชายหลิน ! กระทืบมันเลย !”

“น้องชายหลิน ! ข้าและคนอื่นๆเชียร์เจ้าอยู่นะ ! ”

“ไม่ต้องสุภาพแล้วกระทืบมันเลย !”

“ฆ่ามัน !”

“เตะมันลงมานี่ !”

หลายๆคนได้ส่งเสียงเชียร์ออกมา

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้วหลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาระหว่างที่ใบหน้าของมู่จี่เซียงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีคนเกลียดเยอะนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

มู่จี่เซียงเองก็ได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาพร้อมทั้งสะบัดแขนเสื้อแล้วพูดต่อว่า

“มันเป็นเพราะว่าพวกมันไม่รู้จักชื่อเสียงข้ายังไงล่ะ ”

“ไม่รู้จักชื่อเสียง ? ตลกตายล่ะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์

“ไม่ต้องพ่นน้ำลายมาก ! ”

มู่จี่เซียงพูดออกมาว่า

“ข้าเป็นศิษย์พี่ดังนั้นจะเปิดโอกาสให้เจ้าได้โจมตีก่อน 1 กระบวนท่าและหลังจากนั้นข้าจะสั่งสอนเจ้าเองจะได้ให้รู้ว่าที่นี่เขาอยู่กันอย่างไร ”

หลินเทียนได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

“ต่อให้ข้า 1 กระบวนท่า ? แน่ใจ ? ”

มู่จี่เซียงได้แสยะออกมาพร้อมทั้งยืนอยู่กับที่โดยเหมือนว่าต่อให้หลินเทียนจริงๆ

“น้องชายหลินไม่ต้องไปไว้หน้ามัน ! กระทืบมันเลย !”

“มันเป็นคนบอกเองว่าต่อให้ดังนั้นจัดการมันเลย !”

“ใช่แล้ว จัดการมัน ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

จริงๆแล้วคนเหล่านี้ไม่ชอบหน้ามู่จี่เซียงมากๆแต่ก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งจริงๆเพราะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 5 ซึ่งหลายๆคนเองก็ไม่คิดว่าหลินเทียนจะสามารถอยู่เหนือกว่ามู่จี่เซียงได้แต่ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาไม่ชอบหน้ามู่จี่เซียงดังนั้นถึงได้เชียร์หลินเทียนแม้ว่าจะไม่คิดว่าหลินเทียนจะชนะ

หลินเทียนที่ได้ยินเสียงพวกนั้นเองก็อดหัวเราะอยู่ในใจไม่ได้

“ดูสิ พวกเขาบอกให้ข้าจัดการเจ้าน่ะ ”

หลินเทียนได้มองไปทางมู่จี่เซียงพร้อมทั้งพูดออกมา

ท่าทางของมู่จี่เซียงได้ตกต่ำลงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า

หลินเทียนที่จ้องมองไปทางเขาเองก็ได้กำหมัดพร้อมทั้งสูดหายใจเข้าลึก

“หมัดสังหาร ! ”

เขาได้พูดอยู่ภายในใจ

ทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะอย่างหมัดสังหารนั้นเขายังไม่ได้บรรลุแต่เขาเริ่มเคยชินกับการถ่ายเทพลังแล้วดังนั้นตอนนี้หลังจากที่เขากำหมัดก็ได้ถ่ายพลังไปรวมกันอย่างรวดเร็ว

“ข้าขอถามอีกรอบ จะต่อให้ข้า 1 กระบวนท่าจริงๆ ? ”

เขาได้ถามออกมา

“เหอะ ! ”

มู่จี่เซียงได้แสยะออกมาพร้อมทั้งยืนกอดอกอยู่กับที่

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะยกมือขวาแล้วเหวี่ยงออกไปโดยที่ไม่ขยับไปไหน

ตอนนี้เองที่เส้นแสงเจิดจ้าได้พุ่งออกมาจากหมัดของเขาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่ร่างของมู่จี่เซียง

“นี่มัน ! ? ”

หลายๆคนได้มีใบหน้าเปลี่ยนสีไปทันที

ณ ตอนนี้เส้นแสงได้พุ่งเข้าใส่มู่จี่เซียงด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ , ระหว่างที่ท่าทางของเขากำลังเปลี่ยนไปแล้วรีบยกมือขึ้นมาปัดป้องนั้นก็น่าเสียดายที่การโจมตีของหลินเทียนมันเร็วเกินไปแถมพลังทำลายยังบดขยี้เสื้อผ้าของเขาโดยทันทีก่อนที่จะส่งร่างของเขาลอยออกไปนอกเวทีอย่างฉับพลัน

ภาพเหล่านี้ทำให้ดวงตาของผู้คนต่างเบิกกว้างไปตามๆกัน

“นี่ นี่….”

“ชะ……..ชนะ ? ”

“หมัดเดียว ! แต่หมัดเดียวก็ปลิวออกไปนอกเวทีแล้ว !”

“พระเจ้า………”

ผู้คนต่างผงะไป