0 Views

หลินเทียนไม่ได้ปิดบังอะไรพร้อมกับพยักหน้าตอบ

“ทำไมล่ะ ? ”

จูยี่ได้ถามอออกมา

“ไอ้ระยำนั่นมันรนหาที่ตายเอง ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาพร้อมกับพูดต่อด้วยท่าทางโกรธจัดว่า

“ตอนที่พี่เขยจะมาที่เมืองหลวงนั้นเพื่อนรักของเขาได้ใช้เวลาตั้งหลายวันเพื่อฝึกให้ม้านิลมังกรเชื่องเพื่อให้พี่เขยเป็นของขวัญแถมมันเองก็ยังมีความเป็นมนุษย์แล้วด้วย ก่อนหน้านี้ข้าอยากจะขี่มันก็ไม่ยอมและยอมรับเพียงตัวพี่เขยเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่กลับถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม………”

ณ ตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกมา

จูยี่ที่ฟังอยู่เองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ชั่วร้ายจริงๆนั่นแหละ ”

ชายชราที่อยู่ด้านหลังเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่ประหลาดใจมากๆ

“น้องชายสามารถทำเพื่อสัตว์ขี่ได้ขนาดนี้นี่ข้าขอยอมรับนับถือเลยจริงๆ ”

ชายชราได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะไปเพราะว่าซูชูวนั้นเป็นเพื่อนรักของเขาแถมน้องสาวเขาก็ฝากให้นางช่วยดูแลทว่าเขาไม่สามารถปกป้องของขวัญของนางเอาไว้ได้นี่มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาทำผิดต่อนางเป็นอย่างมาก

!

ณ ตอนนี้เองที่ประตูได้ถูกผลักออกอย่างดังก่อนที่ร่างหลายร่างจะพุ่งเข้ามาด้วยท่าทางโกรธจัด

“หลินเทียน ! ”

ชายวัยกลางคน 2 คนอย่างฮานเฮอและหลุยหลานได้คำรามออกมา

พวกเขาโกรธจัดเป็นอย่างมากเพราะว่าก่อนหน้านี้หลินเทียนได้ลงมือสังหารเหล็งอี้ทงต่อหน้าทุกคนในการประลองและตอนนั้นมันเป็นเพราะว่าหลินเทียนได้ถือครองตรามังกรถึงได้เห็นแก่เรื่องที่หลินเทียนมีพรสวรรค์จึงได้ละเว้นโทษให้แต่หลังจากที่ผ่านมาได้ไม่กี่วันหลินเทียนกลับลงมือฆ่าคนอีกแล้ว !

ตั้งแต่ที่สำนักได้ก่อตั้งมาไม่เคยมีใครที่อวดดีขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ !

หลังจากที่พวกเขาได้เข้ามาด้วยสีหน้าที่โกรธจัดแล้วเมื่อสายตาได้ตกไปยังจูยี่ท่าทางของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันทีพลางพูดออกมาว่า

“องค์ชายที่ 9 ? ”

จูยี่ได้พยักหน้าพร้อมกับโค้งตัวแล้วพูดว่า

“ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย ”

แม้ว่าจูยี่จะเป็นองค์ชายแต่ผู้อาวุโสของสำนักเป่ยหยานแต่ละคนนั้นมีความแข็งแกร่งมากๆและเกือบทุกคนล้วนอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ซึ่งความแข็งแกร่งระดับนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิก็ยังให้ความเคารพดังนั้นถึงได้บอกว่าต่อให้หลินเทียนถือครองตรามังกรแต่ทางผู้อาวุโสก็ไม่จำเป็นต้องละเว้นโทษของหลินเทียนก็ได้

ฮานเฮอและหลุยหลานได้ป้องมือพร้อมกับทักทายเขา

ทันใดนั้นเองที่พวกเขาได้มองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่โกรธจัดพลางพูดว่า

“หลินเทียน เจ้ากล้าดีนักนะ ! ”

เมื่อจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมา

แน่นอนว่าพรสวรรค์ของหลินเทียนสูงมากๆ อายุ 16 ปี พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆแต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำเกินไปเหมือนว่ากฎเหล็กของสำนักไม่ถือเป็นอะไรด้วยซ้ำ !

“ผู้อาวุโสทั้ง 2 ข้ามีคำอธิบายสำหรับเรื่องในวันนี้ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ฮานเฮอได้คำรามออกมาด้วยความโกรธว่า

“สังหารศิษย์ร่วมสำนักแล้วยังกล้าบอกว่ามีคำอธิบายอีกงั้นรึ ! ”

“ข้ามีคำอธิบาย ! ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

กิริยาที่หลินเทียนกำลังแสดงอยู่นี้ทำให้ทั้ง 2 โกรธจัดยิ่งกว่าเดิม

ณ ตอนนี้เองที่จูยี่ได้พูดออกมาว่า

“ท่านผู้อาวุโส ระหว่างทางที่ข้ามาที่นี่ก็ได้ยินข่าวลือมาเยอะมากๆแต่หลังจากที่ข้าได้ถามไถ่เรื่องราวต่างๆแล้วก็พบว่าเรื่องนี้เพื่อนของข้าไม่ได้ผิดนะ ”

“ไอ้ระยำนั่นมันรนหาที่ตายเองต่างหาก ! ”

ซินเชิงหยุนได้คำรามออกมา

ณ ตอนนี้ซินเชิงหยุนก็ได้อธิบายเรื่องราวต่างๆออกไปทั่งหมด

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วไป

“แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นแต่เจ้าก็ไม่สามารถลงมือสังหารได้! แม้ว่าม้านิลมังกรของเจ้าจะสำคัญก็จริงแต่มันก็เป็นเพียงสัตว์อสูรเท่านั้น การลงมือสังหารศิษย์ร่วมสำนักเพื่อสัตว์อสูรนี่มันทำเกินไป ! ”

หลุยหลานได้พูดออกมา

“แค่สัตว์อสูร ? ”

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับพูดออกมาว่า

“งั้นข้าขอถามอะไรท่านหน่อยแล้วกัน หากว่าเปลี่ยนท่านเป็นข้าแล้วทางสำนักมีกฎห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักเช่นกันแต่เพื่อนรักของท่านได้ใช้เวลามากมายเพื่อฝึกสัตว์ขี่ให้ท่านแต่มันกลับถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมท่านจะทำอย่างไร ? ”

“ข้าก็จะฆ่ามัน ! ”

หลุยหลานได้พูดออกมาพลางพูดต่อว่า

“แต่น่าเสียดายที่ถึงอย่างไรทางสำนักก็ยังมีกฎนี้อยู่ดี ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ดังนั้นสรุปแล้วท่านสนแต่ว่าเรื่องห้ามฆ่าศิษย์ร่วมสำนักโดยไม่สนเหตุผล ? สิ่งที่พวกท่านสนอย่างเดียวคือกฎ ? ”

“เจ้า…..”

หลุยหลานได้มีท่าทางเปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียดโดยทันที

“ม้านิลมังกรนั่นเป็นสัตว์อสูรที่เพื่อนรักของข้ามอบให้และนางก็ได้ช่วยเหลือข้ามามากมายแต่ตอนนี้มันกลับถูกสังหารและเพื่อคำว่า กฎ ของพวกท่านข้าจำต้องยอมกลืนการดูถูกนี้ ? หากว่ามันเป็นแบบนั้นแล้วในอนาคตจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนที่ข้าพบกับเพื่อนของข้า หรือว่าทางสำนักนี้สอนให้พวกเราไม่สนใจเรื่องมิตรภาพ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางราบเรียบ

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถพูดทิ่มแทงได้ขนาดนี้ พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

“สมแล้วที่เป็นพี่เขย ขนาดผู้อาวุโสยังต้องเงิบไปเลย ! ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ซีดเผือดออกมาและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

ณ ตอนนี้จูยี่ได้ก้าวออกไปพร้อมกับพูดว่า

“ผู้อาวุโสฮาน ผู้อาวุโสหลุย ข้าว่าเรื่องนี้มันไม่สามารถโทษเพื่อนของข้าได้นะแถมที่เขาพูดเองก็ยังถูกต้องด้วย ทางสำนักของเราไม่ได้สอนให้เห็นกฎดีกว่ามิตรภาพนะและข้าขอให้เห็นแก่หน้าของข้าแล้วปล่อยเพื่อนของข้าไปสักครั้งได้ไหม ? ”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮานเฮอและหลุยหลานนั้นจูยี่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางสุภาพมากๆ

ฮานเฮอได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดพร้อมทั้งปรึกษากันเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า

“ในเมื่อองค์ชายร้องขอแบบนี้แล้วงั้นก็จบเรื่องนี้แล้วกัน ”

ฮานเฮอได้มองไปทางหลินเทียนอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าหนู เรายอมรับว่าสิ่งที่เจ้าพูดมันถูกต้องและคนที่ไม่เห็นค่าของมิตรภาพนั้นไม่ใช่หัวกะทิที่ทางสำนักของเราต้องการจะสร้างขึ้นแต่ถึงอย่างไรก็ตามที่นี่ก็ยังมีกฎของมัน เจ้าคิดดูสิว่าหากศิษย์ทั้งหลายสังหารเพื่อแย่งชิงอำนาจกันแล้วทางสำนักจะไม่ตกอยู่ในหายนะ ? ดังนั้นหลังจากนี้ก็จำเอาไว้ด้วยว่าห้ามละเมิดกฎนี้อีกเป็นอันขาดและหากว่าเจ้ากล้าทำอีกครั้งแม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์แต่เราก็จะจัดการกับเจ้า ! ”

ฮานเฮอได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่จริงจังอย่างมาก

“ขอบคุณผู้อาวุโส ”

หลินเทียนได้คำความเคารพก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ข้าสัญญาได้แค่ว่าหากไม่มีใครมาสร้างปัญหาให้กับข้าด้วยตัวเองเท่านั้นแต่หากว่ามีคนที่กล้ามาก่อปัญหาข้าก็ไม่รับประกันว่าจะละเมิดกฎอีกหรือไม่ อย่างน้อยๆข้าจะฆ่าเหล็งเฟิงซึ่งเขาเองก็มีความคิดจะฆ่าข้าเหมือนกัน ”

“เจ้า ! ”

ฮานเฮอได้โกรธจัดไปโดยทันทีส่วนหลุยหลานเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

เขาได้แตะฮานเฮอเอาไว้พร้อมกับพูดกับหลินเทียนว่า

“เรื่องของเจ้ากับตระกูลเหล็งก็จัดการกันเองแล้วกัน ”

ฮานเฮอได้มองไปทางหลุยหลานก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเช่นกัน

แน่นอนว่าพวกเขาได้สืบสวนเรื่องราวทั้งหมดตอนที่ทดสอบกันแล้วและมันก็เป็นจริงที่ว่าทางเหล็งเฟิงได้แอบนำผู้เชี่ยวชาญของตระกูลตัวเองเข้าไปลอบสังหารหลินเทียนในป่าซึ่งเรื่องแบบนี้มันขัดต่อกฎของสำนักและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือที่หลินเทียนพูดก็เป็นความจริงอีกด้วย หลินเทียนได้สังหารเหล็งอี้ทงไปแล้วดังนั้นตระกูลเหล็งจะต้องไม่ยอมหยุดอย่างแน่นอนและมันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะห้ามปรามอีกฝ่ายดังนั้นพวกเขาจะมีคุณสมบัติอะไรไปห้ามหลินเทียน ?

“ข้าเข้าใจแล้ว ”

หลินเทียนได้ทำความเคารพออกมา

หลุยหลานได้พยักหน้าพร้อมกับมองไปทางจูยี่แล้วพูดว่า

“องค์ชาย 9 ที่มาบ่มเพาะในสำนักครั้งนี้ต้องการให้พวกข้าเตรียมการอะไรให้ ? ”

แม้ว่าหลุยหลานและฮานเฮอจะแข็งแกร่งก็จริงแต่พวกเขาก็ต้องให้ความเคารพกับทางราชวงดังนั้นถึงได้ให้ความเคารพกับจูยี่

“ไม่จำเป็น ข้าก็บ่มเพาะไปแบบสบายๆนี่แหละ ”

จูยี่ได้พูดออกมา

“ได้ หากว่ามีอะไรก็แจ้งพวกข้าได้ทุกเมื่อ ”

หลุยหลานได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วพวกเขาก็ได้มองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะเดินออกไป

หลินเทียนก็ไม่กล้าที่จะปีนเกลียวดังนั้นถึงได้เดินไปส่งพวกเขาด้วยตัวเอง

ครั้งนี้มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบๆที่พักของเขาซึ่งการมาของผู้อาวุโสทั้ง 2 ในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์กว่า 10 คนด้วยดังนั้นพวกเขาทั้งหมดถึงได้รู้ถึงเป้าหมายของผู้อาวุโสทั้ง 2 เป็นอย่างดีว่าต้องการมาจัดการเรื่องที่หลินเทียนลงมือสังหารเซี่ยหวูและเป็นเหตุให้พวกเขามามุงดูกัน

“ออกมาแล้ว !”

“อื่ม ? ทำไมไม่เห็นเอาหลินเทียนมาด้วย ? ”

“ทำไมผู้อาวุโสทั้ง 2 ถึงได้จากไปแบบนั้น ? ”

“เจ้าหน้าที่ตำหนักลงทัณฑ์เองก็กลับไปด้วยกันแบบนี้โดยที่ไม่จัดการเรื่องบทลงโทษของหลินเทียน ? ”

“นี่………”

เมื่อเห็นว่าฮานเฮอและหลุยหลานได้เดินออกไปจากที่พักของหลินเทียนแล้วผู้คนรอบข้างต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ศพของเซี่ยหวูได้ถูกเก็บกวาดไปแล้วและเมื่อจ้องมองไปยังร่างของผู้อาวุโสทั้ง 2 ที่กำลังเดินจากไปแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

พวกเขาเห็นด้วยตาตัวเองอย่างชัดเจนว่าผู้อาวุโสทั้ง 2 ได้เดินออกมาโดยที่หลินเทียนเป็นคนเดินออกมาส่ง

“ในที่สุดก็ผ่านไปได้สักที ”

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาหลังจากที่ได้ระบายความโกรธ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสทั้ง 2 นั้นมันทำให้เขากระวนกระวายเป็นอย่างมาก

หลินเทียนได้มองไปทางจูยี่พร้อมกับพูดว่า

“ก่อนหน้านี้ขอบคุณมากๆที่ออกหน้าแทนข้า ”

จูยี่เองก็ได้ส่ายศีรษะพร้อมกับตอบว่า

“ไม่ต้องสุภาพไปหรอก ยิ่งไปกว่านั้นข้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยเพราะที่จริงๆแล้วสิ่งที่เจ้าทำมันถูกต้อง หากว่าไม่ใช่แบบนั้นแล้วจริงๆผู้อาวุโสทั้ง 2 ก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าข้าหรอก ”

ซินเชิงหยุนได้กรอกตาพร้อมกับพูดว่า

“พี่เขย ข้าก็ช่วยพูดให้ท่านนะ ! ”

“เจ้าไม่ได้บอกว่าครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจงั้นรึ ? ”

หลินเทียนได้หยอกล้อออกไป

“ก็ใช่แหะ ข้าลืมเอง ”

ซินเชิงหยุนได้แสดงดวงตาที่เปล่งประกายออกมาพร้อมกับพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“ข้ารู้แล้วว่าท่านกับพี่สาวข้าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่นอนแต่ก่อนหน้านี้ท่านอายถึงได้เปิดเผยมาตอนนี้ ! ”

หลินเทียน

“………”

เจ้านี่มันเป็นน้องชายของซินเหยาจริงๆ ? ทำไมถึงได้กล้าพูดว่าพี่สาวตัวเองมีอะไรกับเขา

หลินเทียนได้แต่มองไปทางจูยี่ด้วยท่าทางหมดคำพูดพร้อมกับพูดถามว่า

”อ่อใช่ เจ้ามาที่นี่เพื่อบ่มเพาะเท่านั้น ? ”

“อื้ม มาบ่มเพาะเป็นครั้งคราวเท่านั้นแหละ ไม่ได้อาศัยอยู่ที่สำนักนี้ ”

จูยี่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนเองก็พอเดาได้เพราะว่าตัวของซินเชิงหยุนเองก็ไม่ได้พักภายในสำนักเช่นกัน