0 Views

ก่อนหน้านี้หลินเทียนได้ทนหลี่ฮ้วนมาครั้งนึงแล้วแต่ครั้งนี้มันได้คืบจะเอาศอกแล้วจะให้เขาทนได้อีก ?

เขาได้มองไปยังพนักงานชายพร้อมกับพูดต่อว่า

“นำทาง ”

ใบหน้าของพนักงานคนนั้นได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดเพราะว่าเบื้องหลังของสองคนนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนซึ่งเครื่องแต่งกายของพวกเขาดูหรูหรากว่าหลินเทียนอีกแต่การกระทำแบบนั้นมันรนหาเรื่องชัดๆ !

เป็นเช่นนั้นจริงๆ ณ ตอนนี้เสียงแสยะได้ดังขึ้น

ชายหนุ่มชุดม่วงได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่หม่นหมองว่า

“ไม่เคยได้ยินประโยคที่ว่า หากจะตีหมาก็ให้ดูเจ้าของก่อนรึไง ! ข้าเซี่ยหวูยืนอยู่แท้ๆแต่ยังกล้าลงมืออีกงั้นรึ ? ”

ลูกค้ามากมายในร้านหลายคนตระหนักถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและหลังจากวินาทีที่ได้ยินคำว่าเซี่ยหวูนั้นหลายๆคนก็ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

“เซี่ยหวู ? คนของตระกูลเซี่ยจากเมืองหลินชวน ? ”

หลายๆคนได้แข็งค้างไปทันที

เมืองหลินชวนนั้นเป็นเมืองใหญ่รองลงมาเป็นอันดับที่ 2 ของจักรวรรดินี้ซึ่งภายในเมืองนั้นก็มีตระกูลผู้บ่มเพาะอยู่ซึ่งเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่ชื่อว่าตระกูลเซี่ยที่ใครหลายคนในเมืองหลวงยังต้องรู้จัก

“เหมือนได้ยินมาว่าตระกูลนี้มีนายน้อยผู้มีพรสวรรค์แถมมีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาราเลยด้วย ได้ข่าวว่าเขามีชื่อว่าเซี่ยหวู ”

“งั้น…….นี่ก็คือคนๆนั้น ? ”

“เป็นเซี่ยหวูจริงๆด้วย ได้ยินมาว่าอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แล้วด้วย ! ”

เมื่อมองไปยังชายหนุ่มชุดม่วงแล้วใครหลายคนก็ได้แต่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

หลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาเหล่านั้นแล้วท่าทางของพนักงานเองก็เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะรู้เลยว่าชายหนุ่มชุดม่วงตรงหน้านี้ต้องเป็นเซี่ยหวูไม่มีผิด เมื่อคิดถึงตรงนั้นแล้วเขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาทันที

พนักงานชายคนนั้นได้ยิ้มออกมาพร้อมกับเดินไปหาชายหนุ่มชุดม่วงแล้วพูดว่า

“นายน้อยโปรดใจเย็นๆก่อน ข้าน้อยจะไปปรึกษากับคุณลูกค้าให้ทันทีแล้วรับลองเลยว่าจะได้คำตอบที่น่าพึงพอใจแน่นอน ”

หลังจากนั้นพนักงานชายก็ได้เดินไปหาหลินเทียนแล้วส่งเงิน 300 เหรียญคืนให้เขาพลางพูดต่อว่า

“ท่านลูกค้านี่เป็นเงินค่าที่พักของท่านและในเมื่อท่านได้ทำร้ายร่างกายคนของนายน้อยเซี่ยก็ควรจะขอโทษเขาดีไหม ? ”

ท่าทางของหลินเทียนได้หม่นหมองลงพร้อมกับพูดว่า

“คืนเงิน ? ขอโทษ ? ”

เขาได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ดีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ไม่ว่ามันจะเป็นคนตระกูลเซี่ยหรือไม่แต่เขาได้จ่ายค่าที่พักไปก่อนแล้วดังนั้นมันต้องเป็นของเขา อีกอย่างการที่จะให้เขาขอโทษนี่มันเป็นการดูถูกเขาชัดๆ !

“เขาเป็นนายน้อยตระกูลเซี่ยนะขอรับ ! ”

พนักงานชายได้พูดออกมาทันที

“แล้วมันยังไงล่ะ ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเย็นชา

“ท่าน…………”

พนักงานชายได้แต่คิดว่าหลินเทียนนี่มันไม่รู้จักว่าอะไรดีอะไรร้ายเลยจริงๆ กล้าที่จะล่วงเกินตระกูลเซี่ยก็อย่าหวังว่าจะรอดเลย

คนอื่นๆภายในร้านอาหารก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

“เจ้าหนุ่มนี่ยังอายุน้อยแท้ๆ ”

“บางทีคนเราก็ควรรู้ว่าอะไรควรจะถอย”

“กล้าล่วนเกินตระกูลเซี่ยมันเป็นการขุดหลุมฝังศพตัวเองชัดๆ ”

“ดูเหมือนว่าน่าจะมาจากเมืองเล็กๆสินะถึงได้ไม่เคยสัมผัสโลกอันกว้างใหญ่ ”

“นี่ก็มีความเป็นไปได้นะ ดูจากเสื้อผ้าของเขาก็รู้แล้ว ”

หลายๆคนได้พูดออกมา

พนักงานชายได้มองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางอยากจะพูดอะไรต่อแต่ตอนนี้เองที่กลิ่นอายเย็นยะเยือกได้แผดออกมาจนทำให้เขาต้องหวาดผวาไป

เซี่ยหวูได้พูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“ก่อนที่จะออกเดินทางท่านพ่อข้าได้พูดไว้ว่า หลังจากที่ถึงเมืองหลวงแล้วต้องรู้จักควบคุมอารมณ์แต่เจ้ามันอวดดีเกินไปดังนั้นวันนี้หากว่าข้าไม่ได้สั่งสอนเจ้าแล้วตระกูลข้าคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนพอดี !”

เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วริมฝีปากของหลินเทียนก็ยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยทันที

“อดทน ? ควบคุมอารมณ์ ? ข้าได้จ่ายค่าห้องไปก่อนแล้วแต่เจ้าอยากจะแย่งโดยใช้กำลัง นี่คือที่พ่อเจ้าบอกมา ? ”

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

“หากว่านี่คือการอดทนแล้วข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่อดทนนี่ก็คงจะเดินไปแย่งภรรยาคนอื่นหน้าด้านๆหรือฆ่าคนกลางถนนเลยหรือเปล่า ? ”

ผู้คนทั้งหลายภายในร้านอาหารต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

“เจ้าหนุ่มนี่มัน……”

“ไม่รู้แล้วยังกล้ารนหาที่ตายอีก ”

พวกเขาได้แต่ส่ายศีรษะไปตามๆกัน

มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าตระกูลเซี่ยเป็นอย่างไร ?กล้าที่จะก่นด่านายน้อยตระกูลนี้มันรนหาที่ตายชัดๆ

เซี่ยหวูเองก็ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปพร้อมทั้งจ้องมองไปทางหลินเทียนพลางพูดออกมาว่า

“ดี ! ดีมากๆ ! เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าพูดกับข้าแบบนี้ !”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็จู่โจมโดยเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

ฝ่ามือนี้มันเป็นการเล็งไปที่ใบหน้าของหลินเทียนเพื่อที่จะสร้างความอับอายให้เขา

หลินเทียนได้แต่แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งยกมือซ้ายขึ้นมาจับข้อมือของเซี่ยหวูเอาไว้

“กล้าที่จะขัดขืนงั้นรึ !”

เซี่ยหวูได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“สมองมีปัญหาหรือเปล่า ? คิดว่าทุกคนในโลกต้องทำตามคำสั่งเจ้า ? คิดว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิหรือไง ? ”

เขาได้พูดออกมาด้วยความดูถูกพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่แก้มของเซี่ยหวูโดยทันที

ความเร็วของฝ่ามือนี้สูงมากๆดังนั้นถึงได้ปะทะเข้ากับแก้มของเซี่ยหวูอย่างจัง

ได้ยินเพียงเสียง เพรี้ย ก่อนที่หลินเทียนจะปล่อยข้อมือของเซี่ยหวูขณะที่ร่างของเซี่ยหวูได้ปลิวไปกระแทกกับเสาจนต้องส่งเสียงโอดครวญออกมา

“นี่………”

“นายน้อยตระกูลเซี่ยกลับ…….”

“พระเจ้า ”

เมื่อจ้องมองไปยังภาพเหล่านี้แล้วท่าทางของพนักงานยิ่งซีดเผือดไปกว่าเดิม เขาได้แต่มองทางหลินเทียนพลางคิดว่าชายหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเหลือเกิน !

เซี่ยหวูได้ยืนขึ้นด้วยท่าทางที่น่าเกลียดพร้อมทั้งพูดว่า

“กล้าทุบตีข้างั้นรึ !! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วกลิ่นอายอันรุนแรงก็ได้พวยพุ่งออกมาจนทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับตกตะลึง

หลายๆคนได้พูดออกมาพลางกลืนน้ำลายว่า

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 จริงๆด้วย ! ”

จากกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าเซี่ยหวูโกรธถึงขีดสุด

มันเป็นกลิ่นอายที่น่ากลัวถึงขึ้นทำให้ลูกค้าหลายคนต้องถอยห่างออกไป

พนักงานชายเองก็ล่าถอยกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งร้องไห้ออกมา หากว่าทั้งสองคนนี้ตีกันจริงๆมีหวังกิจการคงล่มและพรุ่งนี้เช้าเจ้าของร้านต้องไล่เขาออกอย่างแน่นอน

“วันนี้แขนขวาของเจ้าต้องเป็นของข้า ! ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วเซี่ยหวูได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

“เกรงว่าจะเป็นแขนของเจ้า ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปด้วยท่าทางดุร้าย

เขาได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์แล้วเข้าประชิดร่างของเซี่ยหวูในทันที แกร๊ง ! กระบี่คืนสู่หยวนได้ปรากฏขึ้นพร้อมทั้งฟาดฟันไปที่ลำคอของเซี่ยหวูอย่างไม่ปราณี

“เจ้า……”

ท่าทางของเซี่ยหวูเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงพร้อมทั้งรีบทิ้งระยำออกไปทันที

ขณะนี้เองที่ผู้คนภายในร้านต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไป

“นี่………”

“เร็วมาก ! แถมกระบี่นั่นออกมาจากไหนกัน ? ”

“ดูเหมือนว่าเจ้าหนุ่มนี่มันแกล้งเป็นหมูเพื่อจะกินเสือสินะ ! ”

หลายๆคนได้แต่แข็งค้างไป

ก่อนหน้านี้ใครหลายคนที่คิดว่าหลินเทียนเป็นพวกโง่เง่าถึงกับแสดงสีหน้าที่อึดอัดออกมาทันที

หลี่ฮ้วนที่ถูกถีบกระเด็นออกไปนอกร้านก็ได้ยืนขึ้นพร้อมทั้งเดินกลับเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าที่ดุร้าย เขาคิดว่านายน้อยของเขาจะต้องจัดการหลินเทียนไปแล้วแน่ๆแต่หลังจากที่กลับเข้าไปท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

“นายน้อย………ท่าน…….”

เมื่อมองไปไปยังภาพตรงหน้าแล้วเขาได้แต่เห็นว่านายน้อยของตัวเองกำลังถูกคมกระบี่จ่อลำคอเอาไว้ถึงได้แต่แข็งค้างไปทันที , หลังจากที่ได้สติกลับมาแล้วเขาก็รีบคำรามออกมาอย่างดังว่า

“หยาบคาย !!! รู้ไหมว่านายน้อยของข้าเป็นถึงลูกชายภรรยาคนแรกของผู้นำตระกูลเซี่ย กล้าที่จะเอาคมมีดจ่อคอท่านงั้นรึ ! รนหาที่ตายชัดๆ ! ยังไม่คิดจะวางกระบี่อีกงั้นรึ ! ”

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดุร้ายว่า

“ไสหัวไปไกลๆ ”

เขาได้เหวี่ยงมือซ้ายออกไปพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่ปะทะเข้าใส่ร่างของหลี่ฮ้วนอย่างจัง

“อั๊ก!!”

หลี่ฮ้วนได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะกระเด็นออกไปนอกร้านอีกครั้ง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภาพเหตุการณ์แบบนี้แล้วลูกค้าคนอื่นๆเองก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเพราะว่าชายหนุ่มคนนี้มันแข็งแกร่งจริงๆ !

หลินเทียนได้มองกลับไปที่ร่างของเซี่ยหวูพร้อมทั้งพูดว่า

“จะออกไปหรือว่าจะตาย ? ”

ท่าทางของเซี่ยหวูในตอนนี้ซีดเผือดขณะที่จ้องมองไปที่ใบหน้าของหลินเทียนไม่หยุด

“เจ้าไวก็จริงแต่หากสู้ซึ่งๆหน้าเจ้าไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก ! ”

เซี่ยหวูได้กัดฟันพูดออกมา

“หากว่าเจ้าไม่ได้มีตระกูลใหญ่อยู่เบื้องหลังเจ้าก็ตายไปไม่รู้กี่รอบแล้วล่ะ ”

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า

“ยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องคิดหรอกนะว่าเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 มันยิ่งใหญ่นักเพราะว่าระดับ 4 ข้าก็ฆ่ามาตั้งไม่รู้กี่คนแล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ? ”

ท่าทางของเซี่ยหวูได้เปลี่ยนเป็นโกรธจัดโดยทันที

“ข้าจะถามเจ้าอีกรอบว่าจะไสหัวไปหรือว่าจะตายอยู่ตรงนี้ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

เซี่ยหวูได้แต่กัดฟันพร้อมกับตอบว่า ข้าจะไป , แม้ว่าตัวเขาจะอวดดีแต่ก็ยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ซึ่งการที่ล่าถอยไปก่อนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

“นั่นแหละ ”

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับจับแขนขวาของเซี่ยหวูเอาไว้พร้อมทั้งบิดมันอย่างรุนแรง

ได้ยินเพียงแค่เสียงกระดูกแตกหักอย่างดัง

เซี่ยหวูในตอนนี้ได้รับความเจ็บปวดถึงขั้นที่ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยว

“นี่เป็นเพราะว่าเจ้าบอกว่าจะตัดแขนของข้าดังนั้นก็ไสไปได้แล้ว ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบก่อนที่จะยกขาถีบไปที่หน้าท้องของเซี่ยหวู

โครม !!! เซี่ยหวูได้กระเด็นออกไปนอกร้านโดยทันที

ผู้คนทั้งหลายได้แต่สูดหายใจเข้าลึก

นี่มันเป็นนายน้อยตระกูลเซี่ยเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แต่กลับถูกเตะออกไปนอกร้านนี่มันบ้าชัดๆ !

“เจ้าหนุ่มนี่มีตระกูลยิ่งใหญ่หนุนหลังอยู่งั้นรึ ? ”

“นี่……”

“ก็เป็นไปได้ไม่งั้นจะแข็งแกร่งขนาดนี้และกล้าที่จะเตะนายน้อยตระกูลเซี่ยได้อย่างไร ”

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วหลายๆคนก็ได้แต่หัวหดไปตามๆกัน

หลินเทียนยังคงไม่สนใจการสนทนาของคนอื่นๆก่อนที่จะเก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติแล้วเดินไปหาพนักงานชายพลางพูดว่า

“ทีนี้จะนำทางไปได้หรือยัง ? ”