0 Views

คลื่นกระบี่สีเงินมากมายได้ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าส่งผลให้เหล่าคนตระกูลโม่ต่างแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

“พระเจ้า ! นี่มันอะไรกัน ? ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

ณ ตอนนี้ท้องฟ้าเหนือบ้านหลักตระกูลโม่นั้นมืดมนขณะที่คลื่นสายฟ้ามากมายส่งเสียงออกมาทำให้ภาพเหล่านี้ดูน่ากลัวเข้าไปอีก

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วขณะที่รุ่นเยาว์ตระกูลโม่ต่างพากันแสดงสีหน้าที่ขวัญผวาออกมา

“ระยำ ! นี่มันอะไรกัน ? ”

โร๊วว !!!!

“ของขวัญเล็กๆน้อยๆยังไงล่ะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมายที่ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าก็กระหน่ำลงมาเบื้องล่างเป็นห่าฝน

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ ! ”

“พุฟฟฟ ! ”

กองเลือดได้กระจายไปทั่วและในพริบตาเดียวเหล่ารุ่นเยาว์หลายสิบคนก็ตกตายลงนอนจมกองเลือดของตัวเอง

ก่อนหน้านี้สิบกว่าวันก่อนเขาได้แอบลอบเข้ามาโดยอาศัยประโยชน์จากข่ายอาคมลมกระโชกเพื่อวางข่ายอาคมผสานทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตนับร้อยม้วนในแต่ละมุมของบ้านหลักแห่งนี้แถมมันยังถูกผสานการทำงายเข้ากับข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวอีกด้วย

“!”

“ไม่ ! ”

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่หยุดขณะที่เขาเริ่มฆ่ารุ่นเยาว์ตระกูลโม่ไปเรื่อยๆ คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญธรรมดาๆเท่านั้นแล้วจะไปป้องกันการโจมตีได้อย่างไรกัน

พริบตาเดียวลานแห่งนี้ก็ถูกย้อมไปด้วยเลือด

มีบางคนที่พยายามจะหนีแต่น่าเสียดายที่ต้องเผชิญเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็น

“ช่วยด้วยท่านผู้นำตระกูล”

บางคนได้โห่ร้องออกมาแต่ไม่นานเสียงก็ซาลงอย่างรวดเร็วแล้วกลายเป็นกองเลือดไปช้าๆ

ไม่นานบ้านหลักแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นนรกบนดินดีๆนี่เอง

ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกต่างมีใบหน้าซีดเผือดและอดสั่นไปไม่ได้

“นี่มันเป็นความสามารถที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะทำได้ ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน ? ! ”

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ! มันต้องเป็นความสามารถของข่ายอาคมอย่างแน่นอน ! เขาคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางหวาดหวั่น

ดวงตาของซูชูวได้แต่เบิกกว้างขณะที่มองไปยังภาพเหตุการณ์รุ่นเยาว์ทั้งหลายตกตายลงและยังมีภาพที่ตำหนักต่างๆพังทลายลงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นกระบี่ที่รุนแรงขนาดนั้น

ซินเหยาเองก็ได้แต่แข็งค้างไปพร้อมกับพูดว่า

“พู นี่มัน………ใช่ความสามารถของข่ายอาคม ? ”

“ยืนยันได้อย่างเดียวว่านี่มันไม่ใช่ทักษะอย่างแน่นอนเพราะว่าด้วยระดับพลังของเขาแล้วไม่สามารถมีพลังพอที่จะทำเรื่องแบบนี้ มีเพียงแค่ข่ายอาคมเท่านั้นที่พอเป็นไปได้ ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 สามารถต่อกรกับทั้งตระกูลได้ด้วยตัวคนเดียวเลยงั้นหรอ น่ากลัวจริงๆ ”

ซินเหยาได้แต่พูดกับตัวเอง

พูชิได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดออกมาอย่างจริงจังว่า

“ไม่ใช่หรอก ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ธรรมดาๆทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอน ไม่ได้แม้แต่ครึ่งด้วยซ้ำแต่ว่าน้องชายคนนี่น่าจะมีข่ายอาคมในตำนานอยู่ในครอบครองไม่งั้นก็ไม่สามารถสร้างเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้ได้หรอก ”

“ใครเป็นอาจารย์ของเจ้านี่กันนะ ”

ซินเหยาได้แต่ฝืนยิ้มออกมา

เสียงคลื่นกระบี่คำรามยังคงดังขึ้นเรื่อยๆขณะที่คลื่นสายฟ้ายังคงตกลงมาดั่งสายฝนจนทำให้ตำหนักมากมายพังทลายลงมา ตอนนี้ทั้งตระกูลโม่ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา

“!! ”

เสียงโอดครวญได้ถูกส่งออกมาอย่างน่าสังเวช

เมื่อมองไปยังภาพเหตุการณ์เหล่านี้แล้วผู้นำตระกูลโม่ได้แต่โกรธจัดจนนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมทั้งกระโจนออกไปทันที

“ตาย !! ”

ผู้เชี่ยวชาญได้ฟาดฟันกระบี่ออกไปด้วยมือซ้าย

หลินเทียนได้หันกลับมามองด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมายเข้าปะทะจนลอยออกไปไกล

โม่อันเองก็ลงมือเช่นกันแต่น่าเสียดายที่มันจะไปสามารถป้องกันการโจมตีที่น่ากลัวของคลื่นกระบี่สายฟ้าได้อย่างไรกัน ?

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ !”

พวกเขาได้แต่กระอักเลือดออกมาพร้อมกับลอยออกไปไกล

ทันใดนั้นเองที่ผู้คนร่วม 100 ในตระกูลโม่ต่างพากันขวัญหายและวิ่งหนีกันอย่างอลหม่านแต่น่าเสียดายที่ทุกทิศทางถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยม่านพลังถึงไม่สามารถหนีไปไหนได้และได้แต่ยืนรอรับการโจมตีจากคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมาย

“ไม่!”

เสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้นซึ่งทำให้เหล่าผู้ฟังถึงกับขนหัวลุก

ณ ตอนนี้เสียงฝีเท้ามากมายกำลังเข้ามาใกล้สถานที่แห่งนี้ซึ่งนั่นก็คือเจ้าเมืองและกองกำลังทหารกว่า 100 คน , ต๊วนหยานนั้นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของหลินเทียนมากๆแต่หลังจากที่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

ทหารธรรมดาได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมา

ผู้คนตระกูลโม่ทั้งหลายที่เห็นการมาถึงของเจ้าเองเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

“ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดช่วยหยุดเขาด้วย ! ”

เสียงของผู้นำตระกูลโม่ได้ดังขึ้น

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่รุ่นเยาว์ทั้งหลายเองก็พยายามจะคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้พร้อมกับช่วยกันตะโกนออกมาว่า

“ท่านเจ้าเมืองช่วยเราด้วย ! ”

ต๊วนหยานที่อยู่ด้านหน้าและมองเข้าไปเห็นภาพลานที่ชโลมไปด้วยเลือดพร้อมกับศพนับร้อยถึงกับสูดหายใจเข้าลึกแม้จะเป็นคนที่เคยผ่านสมรภูมิรบมามากมายอย่างขา

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่อยู่ภายในแล้วเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นว่า

“ท่าน ข้าคิดว่า………..”

ตระกูลโม่นั้นเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะเดียวในเมืองนี้และหลังจากที่ต้องเห็นภาพคนตระกูลโม่ตกตายลงมากมายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปพร้อมกับพูดออกมาอย่างราบเรียบว่า

“เจ้าคิดจะขวางทางข้า ? ”

สีหน้าของต๊วนหยานได้เปลี่ยนไปทันทีพร้อมกับพูดว่า

“นี่………..ข้าน้อยมิกล้าขอรับ ! ”

“งั้นก็รออยู่ตรงนั้นนั่นแหละ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลังจากนั้นคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ตกลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง

“พุฟฟฟ !”

“พุฟฟ !”

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดมากมายได้เลอะไปทั่วพื้นที่ขณะที่เสียงร้องเริ่มจะซาลงหลังจากที่รุ่นเยาว์ของตระกูลโม่มากมายได้ตายอย่างอนาถ

ตอนนี้ดวงตาของผู้นำตระกูลและทั้งสองคนที่เหลือได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนจะระเบิดออกมา

รุ่นเยาว์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นศิษย์สายตรงของทางตระกูลซึ่งมันถือได้ว่าเป็นเหมือนดั่งความหวังของตระกูล

“ระยำ ! หยุด !! เจ้ามันไม่มีความเป็นมนุษย์ !! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางโกรธจัด

“ไม่มีความเป็นมนุษย์ ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเย็นชาเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในโลกกลับไปว่า

“อยากจะมาพูดเรื่องความเป็นมนุษย์กันใช่ไหม มา ก็ดี ข้าจะบอกให้ว่าความเป็นมนุษย์มันคืออะไร มันคือโม่เซินและไอ้โสเภณีเสี่ยวหยุนมันเตะข้าลงจากหน้าผาด้วยกัน ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกสุนัขรับใช้ตระกูลโม่ได้เผาบ้านหลักตระกูลข้าลง ความเป็นมนุษย์คือการที่โม่เซินและโม่ยี่มันกล้าทำคิดจะเอาชีวิตข้าในการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนัก ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้าส่งคนไปลอบสังหารข้าในการทดสอบศิษย์ภายใน ความเป็นมนุษย์คือการที่ใช้กองกำลังทั้งตระกูลมาไล่ฆ่าข้า ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้าคิดจะลอบสังหารข้าในการประลองทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายใน ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้ารู้ทั้งรู้ว่าข้าถือครองตราแม่ทัพแต่ก็ยังกล้าส่งคนมาลอบสังหารข้า !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายซึ่งทุกๆคำพูดนั้นเหมือนดั่งใบมีดที่ทิ่มแทงหน้าอกของผู้นำตระกูลโม่จนทำให้ใบหน้าของเขาซีดลง

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่เหล่าชาวบ้านรอบนอกต่างพากันตกตะลึงเพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนและตระกูลโม่นั้นมีความแค้นกันแต่ก็มีอยู่น้อยคนที่รู้ว่าเกิดจากอะไร จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“นี่มันเกินไปแล้ว ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมาในแนวทางเดียวกัน

ต๊วนหยานเองก็อยากจะขอให้หลินเทียนหยุดมือแต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

“กล้านักนะ ! ไม่คิดเลยนะว่ากล้าแม้กระทั่งลอบสังหารท่านแม่ทัพ !! ”

ต๊วนหยานได้คำรามออกมาด้วยความโกรธถึงขีดสุด

เขาไม่สนใจเรื่องความแค้นก่อนหน้านี้ของหลินเทียนและตระกูลโม่แต่สิ่งที่เขาสนใจคือประโยคสุดท้ายที่ว่าตระกูลโม่รู้ทั้งรู้ว่าหลินเทียนถือครองตราแม่ทัพแต่ก็ยังส่งคนมาลอบสังหารนี่มันเป็นการขัดอำนาจแม่ทัพและจักรวรรดิ

มันมีโทษประหาร 9 ชั่วโครต !

เหล่าทหารที่อยู่เบื้องหลังต๊วนหยานเองก็สั่นไปทั้งตัวด้วยโทสะ

ตอนนี้ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่นั้นเปลี่ยนเป็นซีดเผือด

หลังจากที่นิ่งไปแล้วเขาก็ได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมกับคำรามออกมาด้วยท่าทางดุร้ายว่า

“ถึงอย่างไรก็ต้องฆ่าเจ้าให้ได้ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็พุ่งออกไปทางหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

“ตาย !!”

โม่อันได้คำรามออกมา

ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าตระกูลของตนไม่มีทางรอดแล้ว อย่าว่าแต่หลินเทียนเลยเพราะว่าเจ้าเมืองก็คงไม่ปล่อยพวกเขาไป โทษของการลอบสังหารผู้ถือตราแม่ทัพนั้นเพียงพอจะกวาดล้างตระกูลของเขาด้วยซ้ำดังนั้นความคิดเดียวในสมองของพวกเขาคือฆ่าหลินเทียนให้ได้

“ทั้งหมดมันเพราะเจ้าเพียงคนเดียว !!! ”

ผู้นำตระกูลโม่ไม่คิดเลยว่าตระกูลของเขาจะถูกต้อนถึงขั้นนี้

เมื่อมองออกไปยังคนเหล่านั้นแล้วหลินเทียนได้แต่แสยะออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“พยายามเฮือกสุดท้ายงั้นหรอ ? น่าเสียดายที่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย โม่จี่ข้ายังฆ่ามาแล้ว เจ้าคิดว่ามีใครแข็งแกร่งกว่ามันไหมล่ะ ? ”

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้ยกมือขวาขึ้นพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่มากมายเข้าใส่พวกเขาทั้งสามคนที่เหลือ

พริบตาเดียวผู้เชี่ยวชาญแขนด้วนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนที่จะตกตายลงทันที โม่อันนั้นพยายามจะหลบการโจมตีจากคลื่นกระบี่สายฟ้า 2 เล่มแต่น่าเสียดายที่หลบไม่พ้นและถูกทะลวงผ่านลำคอไปจนต้องนอนจมกองเลือด

“โครม ! ”

คมกระบี่ของผู้นำตระกูลโม่ได้ใกล้เข้ามาแต่น่าเสียดายที่หลินเทียนสามารถหลบได้ก่อนที่จะเตะอัดเขาจนลอยเคว้งออกไปไกล

ริมฝีปากของผู้นำตระกูลโม่ได้มีเลือดซิบออกมาพร้อมกับคำรามว่า

“ไอ้ระยำ !!! ”

หลินเทียนได้แสยะกลับไปอย่างเย็นขาก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้า 4 เล่มจะพุ่งทะลุผ่านแขมและขาของเขาเพื่อยึดไว้กับพื้น

ผู้นำตระกูลโม่ได้ส่งเสียงโอดครวญออกมาก่อนที่ความเจ็บปวดจะแผดไปทั่วร่างของเขาจนทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวไปทันที

“ดูให้ดีว่านี่แหละคือจุดจบของตระกูลโม่ มันเป็นผลที่ตามมาจากการกระทำของพวกเจ้าเองทั้งนั้น ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างดุร้าย

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ตกลงมา

“ไม่ !!! อย่า !! หยุดนะ ! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้แต่เป็นบ้าไป

“คงจะเป็นไปได้อยู่แหละ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเย็นชา

คลื่นกระบี่ได้พุ่งลงมาด้วยความเร็วมากกว่าเก่าก่อนที่จะปกคลุมเหนือศีรษะของเหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลโม่ที่เหลืออยู่

“พุฟฟฟฟ !”

“พุฟ !”

“พุฟฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ส่งเสียงร้องระงมไม่หยุดหย่อน

ขั้นตอนนี้คงสภาพอยู่ไม่นานก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะเงียบสงบพร้อมๆกับร่างไร้วิญญาณที่ย้อมไปด้วยเลือด

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าราบเรียบอยู่เช่นเคยพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้นำตระกูลโม่ทีละก้าว

“ระยำ !! ไอ้ชั่ว !! ข้าขอสาปแช่งเจ้าให้ตายเยี่ยงสุนัข !!! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้คำรามออกมาอีกครั้ง

ตระกูลโม่ของเขาถูกทำลายจนสิ้นและเขาทำได้เพียงจ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนด้วยความเกลียดชัง

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาด้วยความรู้สึกดูถูกพร้อมกับเหวี่ยงออกไปอย่างไร้หัวใจ

“หากว่าคำสาปมันมีประโยชน์ป่านี้ก็คงไม่มีสงครามแล้วล่ะ ”

พุฟฟฟฟ ศีรษะของผู้นำตระกูลโม่ได้ถูกกุดโดยทันที