0 Views

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ปกคลุมท้องฟ้าขณะที่ภาพกระบี่มากมายได้ลายล้อมพวกเขานับสิบคนเอาไว้

“พุฟฟฟฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายออกมาขณะที่โม่จี่ที่รีบถอยกลับไปได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระบี่นี้

คลื่นกระบี่สีเงินได้ส่งเสียงคำรามสายฟ้าออกมาจนทำให้ท่าทางของผู้คนถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“เจ้าทำอะไรลงไป !”

โม่จี่ได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

“อะไร ? ก็แค่พื้นที่นี้มีบางอย่างพิเศษเท่านั้นแหละ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างหนัก

“มีบางอย่างพิเศษ ? หมายความว่าไง ! ของพวกนี้จะมาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน ! ”

ซูมู่หยางได้พูดออกมาขณะที่มองไปทางหลินเทียนแล้วพูดออกมาว่า

“นี่มันอะไรกัน ! ”

เขาพยายามจะหลบออกจากระยะของคลื่นกระบี่แต่กลับพบว่ามันมีม่านพลังป้องกันพื้นที่โดยรอบเอาไว้

ขณะนี้เองที่ท่าทางของคนอื่นๆก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

“ระยำเอ้ย ! สลายไปซะ ! ”

หลายๆคนได้ฟาดฟันออกไปด้วยความโกรธเพื่อหนีออกไปจากพื้นที่นี้

การอยู่ภายใต้คลื่นกระบี่อันรุนแรงแบบนี้มันอันตรายมากๆ

“เหอะ ! ”

หลินเทียนได้แสยะออกมาก่อนที่จะโบกมือขวาของเขาแล้วส่งกระบี่เข้าใส่ชายคนนั้น

พุฟฟฟ ! ศีรษะของชายหนุ่มคนนั้นได้ถูกคลื่นกระบี่พุ่งทะลุไปและนอนจมกองเลือดไปทันที เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะตอนต้นซึ่งอยู่ในกองกำลังบุกเบิกแต่กลับตายในพริบตา

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วสีหน้าของใครหลายคนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

“คิดว่าข้าไม่รู้หรอว่าพวกเจ้าหลบอยู่ในร้านอาหารใกล้ๆประตูเมืองเพื่อคอยสังเกตการณ์ ? ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของพวกเขาก็ย่ำแย่ลงกว่าเดิมมาก

“เจ้ารู้ ? เป็นไปไม่ได้ ! ”

ซูมู่หยางได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุร้าย

ร้านอาหารนั้นอยู่ห่างจากประตูไม่ใช่น้อยๆแถมพวกเขายังจ้องมองทุกการกระทำของหลินเทียนผ่านที่สูงแล้วจะสัมผัสได้ไง ? ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะตอนปลายก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ !

“เป็นไปไม่ได้ ? ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ! ”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ที่พุ่งอยู่กลางอากาศได้เปล่งประกายแสงสีเงินออกมา

ตอนที่สัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นชาที่จับจ้องมาที่เขานั้นหลินเทียนก็รู้แล้วว่าโม่จี่มันต้องมีแผนการอะไรซ่อนไว้อย่างแน่นอนและจากการไปกลับระหว่างสมาคมและป่าทมิฬก็ทำให้เขาพอเดาได้ว่าพวกมันต้องจัดการเขาในป่านี้อย่างแน่นอน

ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มเตรียมการโดยวางข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวและข่ายอาคมผสานทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตเอาไว้นับสิบๆม้วน ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวนั้นเป็นข่ายอาคมระดับ 3 ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีคุณสมบัติปิดกั้นพื้นที่โดยรอบแล้วยังช่วยเสริมพลังข่ายอาคมผสานอีกด้วย มันช่วยทำให้เขาสามารถใช้เพียงความคิดก็สั่งการข่ายอาคมผสานทั้งหมดในระยะได้ดั่งใจนึก

เช้าวันนี้หลินเทียนได้มาที่นี่แล้วฝังม้วนอาคมเอาไว้ทั้งหมด ณ ตอนนี้ข่ายอาคมทั้งหมดได้ทำงานร่วมกันไม่เพียงแค่ปิดกั้นพื้นที่โดยอบเอาไว้แต่ทำให้มันปกคลุมไปด้วยคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตจำนวนมาก

คลื่นกระบี่ทั้งหมดนี้เกิดจากการใช้สัญลักษณ์ที่มือขวาของเขาดังนั้นความรุนแรงของมันถึงได้มหาศาลเทียบเท่าทักษะระดับสูงเขตแดนชีพจรเทวะเลยก็ไม่ปาน ณ ตอนนี้คลื่นสายฟ้านับร้อยกำลังหมุนวนอยู่โดยรอบพร้อมทั้งปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่งและเหมือนจะเปิดฉากโจมตีได้ทุกเมื่อ

เมื่อมองไปยังผู้คนทั้งหลายแล้วหลินเทียนก็ได้แต่พูดออกมาด้วยใบหน้าสบายอารมณ์ว่า

“คิดว่าข้าเป็นขยะแบบเดียวกับพวกเจ้างั้นหรอ ? ”

“เจ้า ! ”

หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปที่เขาด้วยท่าทางโกรธจัด

ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าโม่จี่และซูมู่หยางนั้นเป็นอัจฉริยะ แต่คนอื่นนั้นเป็นกองกำลังบุกเบิกของจักรวรรดิซึ่งมันไม่สามารถเทียบกับคนธรรมดาได้เลยแต่หลินเทียนกลับบอกว่าพวกเขาเป็นเพียงขยะ !

“ระยำ ! ”

หลายคนได้แต่สบถออกมาด้วยความเกลียดชัง

แต่แม้จะโกรธจัดแต่พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะว่าคลื่นกระบี่มากมายบนฟากฟ้ามันน่ากลัวเกินไป พวกเขาไม่สามารถหนีออกไปได้และไม่สามารถออกจากรัศมีการโจมตีของคลื่นกระบี่ซึ่งพร้อมจะพุ่งลงมาทุกเมื่อ !

โม่จี่ได้ส่งเสียงแสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งพูดว่า

“เล่นลูกไม้แบบนี้กับข้านี่คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานหรือไงกัน ! ”

โครม ! หอกยาวในมือของเขาได้ถูกอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายที่รุนแรงขณะที่พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ดุร้ายว่า

“ดูแล้วกัน ข้าจะฆ่าเจ้าเอง ! ”

หอกอันรุนแรงได้แทงออกไปพร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีรุ้งที่พุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

“นี่…… นี่มันเป็นทักษะโปรดของผู้บัญชาการโม่ ทักษะระดับกลางเขตแดนชีพจรเทวะ ทักษะจักรพรรดิสังหาร ! ”

“รุนแรงมากๆ ! ”

“การโจมตีนี้ใช้สังหารมันได้อย่างแน่นอน ”

กองกำลังหลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

ซูมู่หยางเองก็ได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปว่า

“ตั้งแต่ได้เข้าร่วมกับกองกำลังนี่เขาแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้เลยงั้นรึ ”

“โครม !”

พลังทำลายอันรุนแรงเหมือนดั่งมังกรที่ดูน่าตกตะลึงอย่างมาก

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้แล้วหลินเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยพร้อมกับแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

“คิดว่าตัวเองไร้เทียมทาน ? เดี๋ยวจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์

หลังจากที่ส่งความคิดออกไปแล้วคลื่นกระบี่มากมายก็ได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า

การโจมตีของโม่จี่ได้ถูกทำลายโดยคลื่นกระบี่สองเล่มก่อนที่จะทิ้งบาดแผลเอาไว้ที่หน้าท้องของเขาแม้ความเร็วของเขาจะสูงมากก็ตาม

“นี่…”

“เป็นไปได้ไงกัน ? ”

“เป็นไปไม่ได้ ! ”

ท่าทางของใครหลายคนได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

พวกเขาทั้งสิบกว่าคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาเพราะว่าพวกเขาเคยเห็นกับตาตัวเองว่าโม่จี่เคยใช้ทักษะนี้สังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 แต่ตอนนี้กลับถูกทำลายแล้วได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

เมื่อมองไปยังคลื่นกระบี่มากมายบนท้องฟ้าแล้วพวกเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

“อ่อนแอจริงๆ !”

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองไปทางโม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก

โม่จี่ได้แต่จ้องมองมาทางเขาไม่หยุดพร้อมทั้งพุ่งออกไปอีกครั้ง

หอกแหลมของเขาได้พุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แสยะออกมาขณะที่ยืนอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

คลื่นกระบี่สองเล่มที่อยู่บนฟากฟ้าได้พุ่งลงมาปะทะกับโม่จี่อีกครั้ง

คลื่นกระบี่ที่สร้างจากสัญลักษณ์ที่มือขวาของเขาน่ากลัวมากๆและต่อให้เป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าโม่จี่ก็ไม่สามารถต่อกรได้ ร่างของโม่จี่ได้กระเด็นออกไปขณะที่ขาขวาได้ถูกแทงทะลุไป

“ระยำ ! ”

โม่จี่ได้คำรามออกมาอย่างดัง

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงเย็นชาพร้อมทั้งพุ่งเข้าประชิดร่างของโม่จี่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเหวี่ยงลูกเตะเข้าใส่

โครม ! โม่จี่ได้ลอยออกไปไกลขณะที่กระอักเลือดออกมากลางอากาศ

“ขยะเอ้ย !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

นัยน์ตาของโม่จี่ได้เปลี่ยนเป็นดุร้ายเหมือนดั่งสัตว์อสูรเพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยโดยดูถูกขนาดนี้มาก่อน

“ตาย !”

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้คำรามออกมาพร้อมทั้งยิงธนูเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แหวนหน้ากลับไปพร้อมทั้งคลื่นกระบี่ที่ตกลงมา

เสียงแตกหักได้ดังขึ้นขณะที่ลูกธนูได้แหลกสลายไปพร้อมทั้งคลื่นกระบี่อันรุนแรงที่พุ่งทะลุร่างของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว

ชายคนนั้นชโลมไปด้วยเลือดก่อนที่จะนอนจมกองเลือด

“ลุงหก ! ”

โม่จี่ได้โห่ร้องออกมา

สำหรับคนอื่นที่ต้องเห็นภาพเหล่านี้แล้วต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน นี่ฆ่าง่ายๆแบบนี้เลย ?

“!!! ”

ดวงตาของโม่จี่ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะจ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยความเกลียดชังแล้วพูดว่า

“จะฆ่าเจ้าให้ได้ !”

เขาได้ยืนขึ้นพร้อมทั้งหยิบหอกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้ง

“อย่างเจ้าน่ะเหรอ ?”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหนพร้อมทั้งโบกมือขวาเล็กน้อยเพื่อส่งคลื่นกระบี่เข้าปะทะกับร่างของโม่จี่จนทำให้ต้องถอยกลับไปพลางกระอักเลือดออกมา

หากว่าไม่ได้มีอาวุธวิญญาณเขาก็คงจะทรุดลงกับพื้นไปแล้ว

“แกร๊ง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่กระบี่อันรุนแรงได้ฟาดฟันเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ซูมู่หยางได้ฉวยโอกาสโจมตีอย่างแม่นยำ

“ไสหัวไปซะ ! ”

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองด้วยสีหน้าที่เย็นชา

ขณะที่สายตาของเขาได้หันกลับไปนั้นคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ส่งซูมู่หยางกระเด็นออกไปไกล

เมื่อตกลงมากระแทกกับพื้นแล้วก็ได้แต่สำลักเลือดออกมาไม่หยุด

“นี่….”

“เป็นแบบนี้ได้ไงกัน !”

กองกำลังทั้งหลายได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

โม่จี่นั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ซูมู่หยางระดับ 3 แต่ตอนนี้ทั้งสองคนกลับดูเปราะบางขนาดนี้ !

ณ ตอนนี้เมื่อพวกเขาจ้องมองไปยังคลื่นกระบี่มากมายรอบตัวแล้วก็ไม่กล้าขยับไปไหนทั้งนั้น โม่จี่และซูมู่หยางยังไม่ใช่คู่มือของหลินเทียนแล้วพวกเขาจะไปทำอะไรได้ ?

โม่จี่ได้คำรามออกมาเหมือนสัตว์ป่าพร้อมกับท่าทางที่ดุร้าย

“จัดค่ายกล ! ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายก็ได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ไม่นานค่ายกลที่โม่จี่เป็นหัวหอกก็ได้ถูกจัดขึ้นพร้อมกับส่งกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา มันเป็นการโจมตีผสานที่ทุกคนในกองกำลังต้องฝึกเหมือนๆกับค่ายกลอสรพิษคลั่ง

“โครม ! ”

ณ ตอนนี้เหมือนกับว่าพวกเขาทั้งสิบกว่าคนได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ซูมู่หยางเองก็มีท่าทางที่เปลี่ยนไปเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการโจมตีผสานแบบนี้

“ฆ่า !”

โม่จี่ได้คำรามออกมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลินเทียนด้วยปลายหอกแหลม ในเวลาเดียวกันนี้เองคนอื่นๆก็เคลื่อนไหวพร้อมกันขณะที่ส่งปลายแหลมเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

สำหรับหลินเทียนแล้วเขาไม่สนใจจะชายตามองด้วยซ้ำ

“รู้ทั้งรู้ว่าข้าเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วยังกล้าใช้ลูกไม้นี้กับข้าอีก ! ”

เขาได้ยกมือขวาขึ้นก่อนที่คลื่นกระบี่จะพุ่งออกไป

เสียงแตกหักได้ดังขึ้นเหมือนแก้วร้าวพร้อมกับการโจมตีที่หมดสภาพ

กลยุทธ์และรากฐานที่ใช้นั้นไม่สามารถเทียบได้กับข่ายอาคมผสานด้วยซ้ำ ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญแล้วค่ายกลแบบนี้มันอาจจะดูน่ากลัวแต่ในสายตาของหลินเทียนแล้วมันเป็นเพียงขยะเท่านั้น เขาตระหนักได้ถึงจุดอ่อนของมันดีดังนั้นการโจมตีเดียวก็เพียงพอจะทำลายมันแล้ว

หลังจากที่การโจมตีถูกทำลายแล้วพวกเขาก็ได้แต่กระอักเลือดออกมา

ณ ตอนนี้เสียงคลื่นกระบี่คำรามได้ดังขึ้นก่อนที่มันจะพุ่งลงมาจากฟากฟ้า

“พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เขาได้แต่ยกมือขึ้นมากอดอกด้วยสายตาที่เย็นชาเป็นน้ำแข็ง