0 Views

ท่าทางของโม่จี่ในตอนนี้หม่นหมองเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เล็กจนโตมาไม่มีใครเคยหยามเขาได้ขนาดนี้

“ข้าจะพูดอีกครั้ง ปล่อยเขาซะแล้วข้าจะให้เจ้าได้ตายอย่างมีความสุข !”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ดูถูก

กระบี่ในมือของเขาได้กดลงก่อนที่ลำคอของหลินเกิงจะมีเลือดไหลออกมา

“ยะ………หยุด ! ”

หลินเกิงได้พูดออกมา

มือขาดยังไม่เท่าไหร่แต่หากว่าถูกแทงคอก็บอกได้เลยว่าต่อให้เป็นเทพองค์ไหนก็ช่วยเขาไม่ได้

หลินเทียนได้มองลงมายังหลินเกิงพร้อมทั้งพูดว่า

“หยุด ? มันไม่ใช่ข้าที่เป็นคนตัดสินใจ ขอร้องผู้บัญชาการของเจ้านู้น ตราบใดที่มันยอมขอโทษข้าก็จะปล่อยเจ้าไป ”

หลินเกิงได้แต่หันหน้ากลับไปมองโม่จี่

โม่จี่ได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“หากว่าเจ้ากล้าสังหารเขาข้ารับประกันได้เลยว่าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น ! ”

“ดูเหมือนว่าเจ้าที่เป็นหัวหน้าของพวกเขาจะไม่อยากจะช่วยลูกน้องงั้นสินะ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

“ปล่อยเขาซะ ! ”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาขณะที่พูดว่า

“ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกว่าพวกเจ้าเป็นกองกำลังที่ช่วยเหลือกันงั้นหรอ ? ตอนนี้เพื่อนเจ้ากำลังจะตายอยู่แล้วแต่เจ้ากลับไม่คิดจะอ้าปากเลย ? ”

หลายๆคนที่อยู่ด้านหลังโม่จี่ได้มองไปทางเขาพร้อมกับพูดว่า

“หะ……หัวหน้า..”

“ปล่อยเขาซะ ! ”

โม่จี่ยังคงจ้องมองอยู่ที่หลินเทียนพร้อมกับคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

เมื่อมองไปยังโม่จี่แล้วหลินเทียนก็ได้แต่ส่ายศีรษะของเขา

กระบี่ในมือของเขาได้กดลงไปมากกว่าเก่า

หลินเกิงได้รีบพูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปกว่าเดิมมากว่า

“ยะ…..หยุด ! อย่าฆ่าข้า ! ”

หลินเทียนได้มองไปที่เขาพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ว่า

“พวกเจ้ายอมเสี่ยงโดนโทษประหาร 9 ชั่วโครตเพื่อโม่จี่แต่ตอนนี้เจ้าที่กำลังเผชิญความตายแต่เขากลับไม่ยอมที่จะลดอีโก้ลง ข้าล่ะเสียใจแทนเจ้าจริงๆเลย พูดก็พูดอย่าได้เกลียดข้าเลยเพราะว่าเจ้าต้องโทษตัวเองที่มันโง่เอง ”

กระบี่ในมือของเขาได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดัง

“!!! ”

หลินเกิงได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและเสียใจ

ทันใดนั้นเองที่กระบี่ในมือของหลินเทียนได้แทงทะลุลำคอของเขาไป

ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบได้เงียบลงอย่างมาก

พวกเขาที่มากันเป็นฝูงตอนนี้ได้ตายไปแล้ว 1 คน

หลายๆคนได้แต่มองไปยังโม่จี่พร้อมกับคำพูดของหลินเทียนที่ดังก้องอยู่ในสมองของพวกเขา , พวกเขาเสี่ยงโดนโทษประหาร 9 ชั่วโครตมาช่วยโม่จี่แต่ทั้งๆที่หนึ่งในพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความตายโม่จี่กลับมีท่าทีแบบนั้น

ณ ตอนนี้ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างมาก

ประกายตาของโม่จี่ได้เต็มไปด้วยจิตสังหารขณะที่เดินเข้าหาหลินเทียน

“ข้าจะให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น ! ”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง

แกร๊ง ! หอกยาวได้ถูกคว้ามาจากกลางหลังก่อนที่จะกวาดเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

นัยน์ตาของหลินเทียนได้หดเล็กลงก่อนที่จะยกกระบี่ขึ้นมารับ

แกร๊ง ! หลังจากที่กระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันแล้วร่างของหลินเทียนก็ถูกผลักออกไปไม่กี่ก้าว

“อาวุธวิญญาณ ”

หลินเทียนได้แสดงแววตาที่เปลี่ยนไปออกมา

ณ ตอนนี้โม่จี่ได้เปิดฉากโจมตีอีกครั้งพร้อมทั้งแทงหอกเข้าใส่เขาอย่างเร็ว

หลินเทียนได้ตอบรับด้วยทักษะกระบี่วายุสะท้าน , แม้ว่าเขาจะเกลียดโม่จี่แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ หากว่าสู้กันตรงๆเขาไม่ใช่คู่มือของมันอย่างแน่นอน

แกร๊ง !

ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่หลินเทียนจะถูกผลักกลับไปอีกครั้ง

“ไอ้สัตว์เลื้อยคลาน ! ”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลินเทียนได้แสยะพลางกวาดทักษะกระบี่วายุสะท้านเข้ารับอีกครั้ง ภาพของกระบี่มากมายได้เบ่งบานออกมาทั่วท้องฟ้า

โม่จี่ได้ตะโกนออกมาอย่างดังก่อนที่จะใช้หอกทำลายพวกมันทั้งหมด

ณ ตอนนี้ซูมู่หยางที่อยู่ห่างออกไปได้หยิบกระบี่ออกมาพร้อมทั้งฟาดฟันไปทางหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อหลบการโจมตีนี้

เขาได้หันกลับไปจ้องมองไปทางซูมู่หยางด้วยประกายตาที่เย็นชา

คิ้วของซูมู่หยางได้ขมวดเข้าหากันเพราะเขามักจะคิดว่าหลินเทียนมันแปลกๆ แม้จะถูกต้อนจนมุมโดยผู้เชี่ยวชาญมากมายขนาดนี้แล้วแต่กลับยังแสดงสีหน้าที่สุขุมออกมา เขามองไม่เห็นท่าทางลนลานเลยแม้แต่น้อย

เขาได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง

“ต้องขอโทษด้วยแต่เจ้าต้องตายอยู่ที่นี่แหละ ”

ซูมู่หยางได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

หลินเทียนได้หักตัวหลบการโจมตีนี้

โม่จี่ที่อยู่อีกทางเองก็แทงหอกออกไปจนเกือบทะลุหน้าอกของหลินเทียน

“วันนี้เจ้าต้องตาย !”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับกลิ่นอายที่พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง

หลินเทียนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันนี้และรู้ทันทีว่าการโจมตีนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน กระบี่ในมือของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะสำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมารับการโจมตีแทน

โครม !

เมื่อกระบี่สายฟ้ามรกตได้สำแดงพลังออกมานั้นส่งผลให้มิติโดยรอบต่างระงมไปด้วยเสียงคำรามของสายฟ้า

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

กระบี่และหอกได้ปะทะกันก่อนที่หลินเทียนจะถูกผลักออกไปอีกครั้ง

“กระบี่พินาศ ! ”

น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกได้ดังขึ้น

ซูมู่หยางได้พุ่งเข้าประชิดก่อนที่จะเหวี่ยงกระบี่เข้าใส่เขา

หลินเทียนที่เพิ่งปะทะกับโม่จี่มาเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันรุนแรงจากซูมู่หยางโดยทันที

เขาได้กระโดดหลบออกไปพร้อมทั้งยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันเอาไว้

แกร๊ง ! กระบี่คืนสู่หยวนของเขาและกระบี่ของซูมู่หยางได้ปะทะกัน

หลินเทียนได้ถูกผลักออกไปอีกครั้งพร้อมกับพูดออกมาว่า

“อาวุธวิญญาณระดับสูง ! ”

ตัวเขาก็ไม่คิดว่ามันน่าแปลกใจอะไรนักที่ซูมู่หยางจะมีมันเพราะถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นถึงศิษย์ภายในลำดับที่ 1 ในตอนนี้

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

ทั้งสองคนได้ปะทะกันก่อนที่โม่จี่จะเข้ามาช่วยรุมหลินเทียนซ้ำ

เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 และ 3 ช่วยกันรุมโดยอาศัยอาวุธวิญญาณระดับสูงนี่มันสร้างแรงกดดันให้หลินเทียนอย่างมาก

อย่างไรก็ตามท่าทางของเขาก็ยังคงราบเรียบเหมือนเดิม

“มา ! ”

หลินเทียนได้ฉีกยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งส่งกระบี่วายุสะท้านออกไป

ภาพคลื่นกระบี่นับร้อยได้เวียนว่ายอยู่ในอากาศขณะที่ส่งแรงกดดันออกมา

คลื่นกระบี่เหล่านี้รุนแรงอย่างมากแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าโม่จี่และซูมู่หยางแล้วมันก็ไม่ถือว่าอันตรายอะไรเลย

กระบี่ในมือของซูมู่หยางได้ทำลายภาพกระบี่ทั้งหมด

หลังจากนั้นเขาก็ได้มองไปข้างหลังแล้วตะโกนออกมาว่า

“จะยืนอยู่ทำอะไรกัน ! ฆ่ามันให้เร็วที่สุด ! วันนี้เราห้ามให้มันได้หนีไปได้เด็ดขาด ! ”

ทั้งสิบกว่าคนได้หันไปมองโม่จี่พร้อมกับเริ่มเปิดฉากโจมตีโดยทันที

“ตาย ! ”

พวกเขาได้โห่ร้องออกมา

ผู้เชี่ยวชาญนับสิบคนได้ร่วมมือกัน บางคนใช้มีดบางคนใช้กระบี่หรือหอกและอื่นๆ

“โครม ! ”

ทันใดนั้นเองที่แรงกดดันได้ทำลายสภาพพื้นที่โดยรอบทันที

ท่าทางของหลินเทียนเองก็เปลี่ยนไปเพราะว่าคนเหล่านี้มันไม่ธรรมดาเลย แกร๊ง ! เขาได้สำแดงกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงจะกวาดเข้าใส่พวกเขาทั้งหมดรอบทิศทาง

“!!! ”

โม่จี่ได้คำรามออกมาอย่างดัง

ปลายหอกแหลมได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วขณะที่หลินเทียนที่ใช้กระบี่ป้องกันนั้นได้กระเด็นออกไปไกล

เกือบในเวลาเดียวกันนี้เองที่ซูมู่หยางได้เข้าประชิดพร้อมทั้งฟาดฟันเข้าใส่เขา

มือขวาของหลินเทียนได้สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะส่งทักษะกระบี่ทำลายล้างออกไปปะทะ

“กระบี่โลหิต !”

“ตาย !”

“3 กระบี่ชิงชีวิต ! ”

น้ำเสียงที่เย็นชาได้ถูกเปล่งออกมา

หลังจากนั้นซูมู่หยาง โม่จี่และคนอื่นๆได้โจมตีร่วมกันอย่างรุนแรง

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่แสดงให้เห็นถึงความกลัวเลยแม้แต่น้อย

“!!! ”

ประกายตาของเขาเย็นชาขณะที่กวาดกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปโดยรอบ

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ปะทะกันก่อนที่ร่างของเขาจะถูกผลักกระเด็นออกไปพร้อมกับเลือดที่ไหลซิบออกมาทางมุมปาก

“ตาย !”

โม่จี่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

หอกยาวในมือของเขาได้เหวี่ยงเขามาด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมารับมันไว้ขณะที่ซูมู่หยางที่อยู่ด้านข้างก็โจมตีเข้าใส่เขาเช่นกัน

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์พร้อมกับปัดการโมตีของโม่จี่ด้วยกระบี่ในมือขวาแล้วส่งหมัดซ้ายเข้าปะทะกับคลื่นกระบี่ของซูมู่หยาง

“แกร๊ง !”

“ตุ๊บบบบ !!”

กระบี่ในมือขวาได้รับคมหอกเอาไว้ขณะที่มือซ้ายรับการโจมตีของซูมู่หยางนั้นส่งผลให้ร่างของเขากระเด็นออกไปไกลพลางกระอักเลือดออกมากลางอากาศ

“วุ้สสสส !”

ณ ตอนนี้เองที่เองที่ลูกธนูได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

“จบสักที ! ”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาเพราะตอนนี้หลินเทียนลอยอยู่กลางอากาศดังนั้นมันไม่สามารถหลบลูกธนูนี้ได้แน่นอน มันต้องตาย !

อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมานั้นท่าทางของทุกคนได้เปลี่ยนไปทันที

หลินเทียนที่อยู่กลางอากาศได้เหยียบอากาศโดยใช้เท้าขวาและทำให้ร่างของเขาเปลี่ยนทิศทางไปทันที

ลูกธนูสีเงินได้พุ่งเขาไปปักอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

แน่นอนว่ามันเป็นการโจมตีที่รุนแรงมากๆ !

“เป็นไปได้ไงกัน ! มันขยับตัวกลางอากาศได้ไงกัน ! ”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

โม่จี่เองก็แสดงสีหน้าที่ดุร้ายสิ่งกว่าเก่าขณะที่จ้องมองไปทางหลินเทียน

ซูมู่หยางที่อยู่ข้างๆกันเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกแปลกมากกว่าเดิม

หลินเทียนที่กลับลงมาที่พื้นเองก็ได้มองไปยังจุดที่ธนูถูกยิงมาและเห็นว่ามีชายวัยกลางคนกำลังมองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

“เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 1 ! ดูเหมือนว่าตระกูลโม่ก็มีคนตาดีนี่ !”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

ลูกธนูเมื่อครู่นี้ถูกเรียกว่าเป็นการโจมตีที่สมบูรณ์แบบมากๆ หากว่าเขาไม่ได้ฝึกทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ก็คงไม่มีทางหลบพ้นและต้องตายอย่างแน่นอน

เขาได้ปาดเลือดที่มุมปากพร้อมทั้งมองไปรอบๆด้วยท่าทางที่ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย หลังจากที่เห็นว่าไม่มีใครโผล่ออกมาแล้วเขาก็ได้ยิ้มออกมาแล้วสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อพุ่งออกไป

“อย่าคิดว่าจะหนีพ้นเลย ! ”

หนึ่งในคนของโม่จี่ได้ตะโกนออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างรวดเร็ว

“ไสหัวไปซะ !”

หลินเทียนได้คำรามออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งเหวี่ยงกระบี่เข้าปะทะพร้อมทั้งต่อยออกไปด้วยมือซ้าย

โครม ! ชายคนนั้นได้ลอยเคว้งไปไกลก่อนที่จะปะทะเข้ากับต้นไม้โดยที่กระอักเลือดออกมาแล้วแน่นิ่งไป

แน่นอนว่าเมื่อครู่เขาได้ใช้หมัดทลายฟ้าไปดังนั้นการโจมตีเมื่อกี้เป็นการสังหารชายคนนั้นทันที

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก !”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ยังคงไล่ล่าไม่หยุดยั้ง

“ตามไป !”

ซูมู่หยางได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

ท่าทางของคนอื่นๆในตอนนี้เองที่เปลี่ยนเป็นจริงจังพร้อมทั้งไล่ตามไปด้วยความเร็วสูงสุด พวกเขาต้องสังหารหลินเทียนให้ได้เพราะหากว่ามันหนีไปได้แล้วสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือหายนะ

เสียงลมดังได้ส่งมาทางด้านหลังของเขาขณะที่ร่างมากมายกำลังพุ่งผ่านป่าตามมาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้กวาดตามองพร้อมทั้งฟาดฟันกลับไปด้านหลัง

ไม่นานเมื่อพบกับพื้นที่กว้างตรงหน้าแล้วหลินเทียนก็ได้หยุดเท้าลง

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !”

เสียงดังยังคงตามหลังเขามาขณะที่โม่จี่ได้มาถึงเป็นคนแรกแล้วตามมาด้วยคนอื่นๆซึ่งเข้ามาล้อมรอบหลินเทียนเอาไว้มันที

“หนีสิ ! ทำไมไม่หนีอีกล่ะ ! ”

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

ซูมู่หยางยังคงยืนอยู่กับที่ขณะที่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

“หนี ? ”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะเป็นสิบนั้นเขาที่อยู่ตรงกลางไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดหวั่นออกมาแม้แต่น้อยทว่ากลับเป็นสีหน้าที่เย็นชาพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขว่า

“จะให้ข้าหนีไปภายในถิ่นข้าเนี่ยนะ ? ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของทุกคนถึงกับเปลี่ยนไปทันที

ไม่นานหนึ่งในนั้นก็ได้หัวเราะออกมา

“ถิ่นเจ้า ? มุขนี้ตลกดีหนิ ! ”

คนๆนี้ได้พูดออกมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์

โม่จี่ได้ก้าวเดินออกไปพร้อมกับพูดว่า

“ข้าจะตัดแขนตัดขาเจ้าแล้วเอาร่างเจ้าไปขอโทษหน้าหลุมศพน้องชาย ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วโม่จี่ก็กระโจนเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้ง

การโจมตีนี้รุนแรงมากๆถึงขั้นส่งผลให้ซูมู่หยางมีท่าทางเปลี่ยนไป

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาเหมือนไม่มีท่าทีว่าจะหลบแม้แต่น้อย

“รักมันมากใช่ไหม ดีๆ วันนี้จะส่งไปอยู่ด้วยกันเลยแล้วกันนะ ”

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางโม่จี่พร้อมทั้งยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายแล้วพูดต่อว่า

“ข่ายอาคมสายฟ้ามรกตจงทำงาน !”

“แกร๊ง ! ”

พริบตานี้เองที่คลื่นกระบี่มากมายได้พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะที่พื้นที่โดยรอบได้ถูกครอบคลุมเอาไว้ทันที