0 Views

หลินเทียนในตอนนี้รู้สึกเพียงแค่ว่าตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังแสดงท่าทางที่เขินอายออกมาเพราะว่านางพรายตนได้ได้เปลี่ยนสถานะของเขาจากน้องชายกลายเป็นที่รักไปแล้ว

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นเพราะแม้แต่พูชิเองก็ยังชะงักไป

ณ ตอนนี้ซินเหยาได้เดินเข้ามาใกล้เขาขณะที่จ้องมองด้วยสายตาที่เป็นประกาย

“จะทำอะไรน่ะ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางอึดอัด

ผู้หญิงคนนี้จัดการยากจริงๆ

ซินเหยาได้หัวเราะคิกคิกออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ก่อนหน้านี้คิดเรื่องอนาคตเพลินๆไปหน่อยถึงได้เรียกผิดไป ”

หลังจากนั้นนางก็ได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับพูดต่อว่า

“อ่อใช่ เมื่อกี้พี่สาวพูดว่าอะไรนะ ? ”

หลินเทียน

“…..”

ผู้หญิงคนนี้กำลังแทะโลมเขาชัดๆ !

ณ ตอนนี้พูชิยังอดกระแอมออกมาไม่ได้ก่อนที่นางจะถอยห่างออกจากตัวเขา

“มานั่งเถอะน้องชาย ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้นั่งลงโดยทันที

ซินเหยาได้แต่จ้องมองไปที่เขาก่อนที่จะนั่งลงเช่นกัน

“เอาล่ะน้องชาย นี่คิดถึงพี่สาวถึงได้มาหาพี่ที่นี่ใช่ไหม ? ”

ซินเหยาได้พูดออกมา

นางยังคงนั่งท้าวคางขณะที่กระพริบตาวิ้งๆที่ดูแล้วน่าหลงใหลเกินจะบรรยายออกมา

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายพร้อมทั้งไม่กล้าพูดอะไร

“แม่นางอย่าทำให้น้องชายกลัวสิ ”

พูชิที่เห็นถึงท่าทางอึดอัดของหลินเทียนอดพูดออกมาไม่ได้พร้อมทั้งพูดต่อว่า

“น้องชาย จริงๆแล้วเฒ่าคนนี้คิดว่าเจ้าน่าจะมีอาจารย์อยู่เบื้องหลังใช่ไหม ? ”

ตรงนี้เองที่แววตาของพูชิได้เปล่งประกายออกมา

ซินเหยาเองก็ได้จ้องมองมาทางเขาด้วยท่าทางที่สงบเช่นกัน

หลินเทียนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าพูชิจะต้องถามคำถามนี้กับเขาดังนั้นถึงได้ตอบกลับไปว่า

“ท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาบ่มเพาะและความรู้เกี่ยวกับข่ายอาคมให้หลังจากนั้นก็จากไปทันที ข้าเองก็ไม่มีทรัพยากรอะไรดังนั้นถึงต้องเข้าร่วมกับสำนักจิ่วหยางแล้วยืมเอาเงินจากเพื่อนมาเรียนรู้ข่ายอาคม ”

พูชิและซินเหยาได้แต่ผงะไปพร้อมทั้งถามออกมาว่า

“ถ่ายทอดให้แล้วก็จากไป ? ”

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“อื้ม ท่านอาจารย์บอกเอาไว้ว่าหลังจากที่ข้าตัดผ่านไปยังเขตแดนผู้รอบรู้แล้วเท่านั้นถึงจะกลับมาหาข้า ”

“นี่……”

พูชิได้แต่เงียบไปด้วยท่าทางที่ประหลาดใจยิ่งกว่าเก่า

หลินเทียนรู้ดีว่าตอนนี้ความคิดของพูชิไม่ได้ต่างอะไรไปจากมู่ชิงและคนอื่นๆเลย

“ดูเหมือนว่าอาจารย์ของเจ้าจะไม่ธรรมดาเลยนะ !”

พูชิได้แต่ถอนหายใจออกมา

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ถามต่อว่าอาจารย์ของหลินเทียนเป็นใคร

“อ่อใช่ ”

ตอนนี้เองที่ซินเหยาได้กอดแขนของหลินเทียนเอาไว้แล้วหรี่ตาลงพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า

“น้องชาย เรื่องที่ตระกูลเสี่ยวล่มสลายเจ้าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องใช่ไหม ? ”

เรื่องความแค้นระหว่างหลินเทียนและตระกูลเสี่ยวนั้นรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองดังนั้นพวกเขาถึงได้คาดเดาได้ว่าชายสวมผ้าคลุมลึกลับคนนั้นน่าจะเป็นหลินเทียน

“ข้าเอง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้อะไร

“รู้อยู่แล้วล่ะ ”

ซินเหยาได้พยักหน้าพร้อมกับพูดต่อว่า

“จะว่าก็ว่าดูเหมือนว่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีวิธีการมากมายแต่ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าทำให้ตระกูลของพวกเขาล่มสลายในเวลาสั้นๆได้อย่างไรกัน ? พี่สาวสงสัยจริงๆ ”

ระหว่างที่พูดนางก็ได้แต่จ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา

พูชิได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เฒ่าคนนี้ก็สงสัยเหมือนกันแม้ว่าข้าจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเหมือนกันแต่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ น้องชายทำได้ไงกัน ? ”

“วิธีการก็ง่ายมากๆ ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ก่อนที่จะสรุปว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรดังนั้นถึงได้พูดต่อว่า

“ข้าได้วาดข่ายอาคมลมกระโชกเอาไว้ซึ่งมีคุณสมบัติพลางตัวได้สั้นๆแล้วใช้ประโยชน์จากมันเพื่อลอบเข้าไปในบ้านหลักตระกูลเสี่ยวแล้วเอาหนังสือสัญญาทั้งหมดของพวกมันมา ”

“แน่นอนว่าข้าเองก็เอาหนังสือสัญญาของตระกูลหลินของข้าที่ถูกฮุบไปมาด้วยหลังจากนั้นก็เปลี่ยนชื่อทั้งหมด ณ ตอนนั้นมันเป็นเพราะว่าข้าขัดแย้งกับตระกูลโม่ดังนั้นถึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ”

ตรงนี้เองที่หลินเทียนได้หยุดลง

พูชิได้แต่นิ่งไปพร้อมกับถามออกมาว่า

“ข่ายอาคมลมกระโชก ? นี่น้องชายมีข่ายอาคมที่สามารถพลางตัวได้ด้วย ? ”

เกี่ยวกับเรื่องการจัดการตระกูลเสี่ยวนั้นเขาไม่รู้สึกแปลกใจอะไรแต่สิ่งที่เป็นหัวใจหลักคือข่ายอาคมนี้

ไม่เพียงแค่พูชิเท่านั้นแต่ซินเหยาเองก็แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเช่นกัน

“มี ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบกลับไป

ในสมองของเขามีข่ายอาคมอยู่มากมายซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นสิ่งที่ไม่มีในจักรวรรดินี้ดังนั้นการที่พูชิจะไม่รู้ก็ไม่น่าแปลกอะไร

ซินเหยาและพูชิได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะหันมองไปทางหลินเทียนเป็นสายตาเดียวกัน

“ต้องขออภัยด้วยแต่น้องชายคิดจะขายข่ายอาคมลมกระโชกให้เราหน่อยได้ไหม ? แน่นอนว่าเราให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อแน่นอน ! ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง

ลวดลายของข่ายอาคมนั้นเป็นความลับของปรมาจารย์ทุกคนดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พูชิจะต้องการลวดลายของมันถึงต้องซื้อม้วนอาคมแทนเท่านั้น

หลินเทียนได้ชะงักไปพร้อมกับตอบว่า

“แน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาอะไร เรื่องราคาน่ะไม่เท่าไหร่เพราะตอนนี้ข้าไม่ได้สนใจเรื่องเงินนักเพียงแต่…..”

หลินเทียนได้ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“การจะสร้างข่ายอาคมลมกระโชกนั้นจำเป็นต้องใช้หยาดจันทราที่ต้องแลกกับแต้มความสำเร็จของทางสมาคมดังนั้นต้องรอให้ข้ามีแต้มพอเสียก่อนถึงจะสร้างได้”

“หยาดจันทรา ? ต้องใช้สิ่งนั้นงั้นหรอ ”

พูชิได้มีท่าทางเปลี่ยนไปอีกครั้ง

ซินเหยาเองก็ได้ชะงักไปก่อนที่จะพูดว่า

“หยาดจันทรา ? มันซื้อไม่ได้ ? ”

พูชิได้ส่ายศีรษะของเขาพร้อมกับพูดว่า

“แม่นางไม่รู้หรอกว่ามันเป็นของเหลวที่ก่อตัวในสถานที่ๆมีแสงจันทร์เข้มข้นซึ่งมีเพียงสมาคมเท่านั้นที่มีมันไว้ในครอบครอง ”

ด้วยความที่เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นถึงได้รู้ดีว่ามันเป็นวัตถุดิบที่หายากมากๆ

ซินเหยาได้มองไปทางพูชิก่อนที่จะพูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆว่า

“พู ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นผู้อาวุโสของสมาคม ? เอามันมาไม่ได้ ? ”

พูชิได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าอึดอัดพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“แน่นอนว่าตำแหน่งของข้ามีไว้เพื่อช่วยเจ้าเฒ่าเก้อเจิ้งเท่านั้นแต่ไม่ได้มีอำนาจอะไร ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มีอำนาจก็ไม่สามารถใช้ทรัพยากรของสมาคมได้ตามอำเภอใจ ต่อให้เป็นหัวหน้าสมาคมสาขานี้ยังทำไม่ได้เลย ”

“นี่..”

ซินเหยาได้แต่แสดงสีหน้าที่ผิดหวังออกมา

หลินเทียนรู้สึกถึงความแปลกประหลาดนี้ถึงได้ถามออกมาว่า

“เจ้าต้องการข่ายอาคมลมกระโชกจริงๆงั้นหรอ ? ”

พูชิได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ต้องการมากๆ ”

หลินเทียนพบว่าตอนนี้สีหน้าของพูชิและซินเหยานั้นจริงจังเป็นอย่างมาก

“นี่….”

เขาได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า

“เอางี้แล้วกัน ถ้าข้าสามารถสร้างมันได้อีกครั้งก็จะส่งให้เจ้าก่อนทันที ”

พูชิได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ต้องขออภัยน้องชายอย่างมาก ”

“ฮิ ฮิ เป็นน้องชายที่ดีมากๆ ไม่เสียแรงพี่จริงๆ ”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะว่าหญิงนางนี้ทำตัวเหมือนนางเป็นพี่สาวเขาจริงๆงั้นแหละ

“อ่อใช่ ”

หลังจากนั้นเขาก็ได้โบกมือพร้อมทั้งเรียกเอาม้วนอาคมออกมาแล้วพูดต่อว่า

“นี่เป็นข่ายอาคมผสานทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะ 5 ม้วน และข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ 5 ม้วน รบกวนช่วยเอาไปลงประมูลให้หน่อย”

ก่อนที่จะมาที่นี่เขาได้สร้างข่ายอาคมผสานทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตและข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเอาไว้เพื่อจะเอามาลงประมูลที่นี่และน่าจะทำให้ทางนี้ได้กำไรอยู่บ้างเพราะก่อนหน้านี้ซินเหยาก็ขายแหวนมิติให้กับเขาในราคาต้นทุนที่ทำให้เสียผลกำไรไปเป็นล้านแถมพูชิยังปฏิบัติต่อเขาอย่างดีดังนั้นก็น่าจะตอบแทนกลับไปบ้าง

“? ”

ดวงตาของพูชิได้เปล่งประกายก่อนที่จะเดินเข้าไปหาหลินเทียนเพื่อตรวจสอบข่ายอาคมผสานก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

“เป็นเขตจำนงแห่งกระบี่ที่แข็งแกร่งมากๆ ! นี่…….เกรงว่ามันสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะตอนต้นได้สบายๆ ! ”

เขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

“สมแล้วที่เป็นน้องชาย อายุ 16 สามารถสร้างข่ายอาคมผสานทักษะเขตแดนชีพจรเทวะได้นี่มันสุดยอดจริงๆ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับตอบกลับไปว่า

“ที่ไหนกันล่ะ พูก็ชมเกินไป ”

“เกรงว่าข่ายอาคมผสานทั้ง 5 ม้วนนี่คงทำให้แย่งกันวุ่นแน่นอนแต่ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก็เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องใช้ หากว่านับรวมกับที่น้องชายเป็นปรมาจารย์ระดับ 3 แล้วคงทำกำไรได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนอย่างแน่นอน ”

พูชิได้พูดออกมา

แม้ว่าหลินเทียนจะรู้ว่าข่ายอาคมพวกนี้มันมีมูลค่ามากๆแต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะขนาดนั้น นี่มันทำให้เขาได้แต่ตระหนักว่าตัวตนอย่างปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นสามารถทำเงินได้สบายๆ

พูชิได้มองไปทางเขาพร้อมกับพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้มว่า

“น้องชาย ต้องรอสักพักก่อนเพราะว่าอย่างช้าสุดก็จะสามารถเอาลงประมูลได้ในบ่ายวันพรุ่งนี้ ”

“ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้รีบขนาดนั้น”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับหยิบเอาใบรายการออกมาแล้วพูดว่า

“นี่เป็นวัตถุดิบที่ใช้สร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณดังนั้นข้าอยากจะขอซื้อมันจากที่นี่ ”

แม้ว่าตัวเขาจะสามารถรับวัตถุดิบจากทางสมาคมได้แต่มันก็ยังมีขีดจำกัดซึ่งปัจจัยหลักคือในเมื่อลงทุนมาถึงที่นี่แล้วเขาก็คิดว่าซื้อๆให้จบไปเลยดีกว่าเพราะถึงอย่างไรก็เสียเงินไม่มากอยู่ดี

พูชิได้รับมันมาพร้อมกับตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“รอสักครู่นะน้องชาย เฒ่าคนนี้จะไปให้คนเตรียมมาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น ”

“ได้ ขอบคุณมากๆ ”

หลินเทียนนั้นไม่ใช่คนที่ปฏิเสธคนแถมมูลค่าของวัตถุดิบพวกนี้มันก็ไม่เท่าไหร่ทั้งนั้น

แน่นอนว่าหากว่ามองในมุมของผู้เชี่ยวชาญธรรมดาๆมันก็มีมูลค่าอยู่บ้าง

………….

เมื่อเขากลับไปถึงที่สำนักนั้นมันก็เป็นช่วงเย็นเสียแล้ว

เขากลับขึ้นไปยังยอดที่พักของตัวเองพร้อมทั้งหยิบเอาวัตถุดิบออกมาวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณอีกครั้ง

เขตแดนชีพจรเทวะนั้นเป็นเพียงความสำเร็จขั้นเล็กๆ เป้าหมายของเขาไกลกว่านั้นมากเพราะหลังจากที่ได้ยินคำพูดของมู่ชิงที่ว่ายังมีเขตแดนที่เหนือกว่าจักรพรรดินภาแล้วก็เกิดความรู้สึกมากมายในจิตใจของเขา !