0 Views

คำพูดของทั้งสามคนทำให้ท่าทางของผู้คนทั้งหมดถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้ว่าทหารทั้งสามคนนี้จะพูดตะกุกตะกักไม่ค่อยชัดแต่เพียงคำพูดเหล่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารู้ถึงความจริงทั้งหมดว่ามันเป็นแผนการของโจวเฮอ !

มู่ชิงและฉีดงเองก็ได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งจ้องมองไปทางโจวเฮอด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง

“โจวเฮอ นี่มันเป็นความจริงงั้นหรือ ! !!”

ต๊วนหยวนได้พูดออกมา

ตอนนี้โจวเฮอได้แต่สั่นระริกไปทั้งตัวด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดซึ่งทหารหัวกะทินับสิบเองก็ได้แต่คุกเข่าลงโขกศีรษะไปตามๆกัน

หลินเทียนนั้นถือครองตราแม่ทัพดังนั้นทหารธรรมดาอย่างพวกเขาจะกล้าโกหกได้ ? ในเมื่อหลินเทียนถือครองตรานี้อยู่ดังนั้นการจะหาความจริงจากเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย หากว่าพวกเขายังคงดื้อด้านโกหกต่อไปก็อาจจะต้องได้รับโทษประหาร 9 ชั่วโครต !

“ท่านโปรดอภัย ! เราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ”

“มันเป็นคำสั่งของท่านผู้บัญชาการ เราไม่ได้ต้องการจะทำแบบนั้น ! ”

“ได้โปรดเมตตา ! ”

ทหารหลายคนได้โขกศีรษะลง

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วสีหน้าของโจวเฮอก็ได้แต่ซีดลงกว่าเก่าเพราะเขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะถือครองตรานี้ซะงั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วใครยังจะกล้าช่วยเขา ? ผู้บัญชาการนอกเมืองที่เป็นเพื่อนของเขาคงจะกล้าช่วยเขาหรอกเพราะอาจจะได้รับโทษประหาร 9 ชั่วโครตเช่นกัน

“ดี! ดีมาก ! ”

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ฉีดงได้จ้องมองไปทางโจวเฮอพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ก่อนหน้านี้เราได้เตือนเจ้าไปแล้วนะแต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความกล้าขนาดนี้ถึงได้ตัดสินใจลอบสังหารศิษย์สำนักเราโดยการโยนความผิดแล้วนำคนมากมายมากดดันแบบนี้ ดูเหมือนว่ากองบัญชาการของเจ้านี่จะยิ่งใหญ่จริงๆเลยนะ ! ”

“หน้าไม่อาย !”

“ไร้ยางอาย !”

“ฆ่ามัน !”

ศิษย์หลายคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักดังนั้นในเมือโจวเฮอได้โยนความผิดให้กับหลินเทียนที่พวกเขาชื่นชมแถมยังแห่เอากองทหารมามากมายเพื่อกดดันนี่มันหยามเกียรติของสำนักอย่างมาก ในเมื่อตอนนี้ความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้วถึงได้ทำให้ศิษย์เหล่านี้โกรธจัดโดยทันที

ทหารนับพันคนก็ได้แต่คุกเข่าลงและมีหลายคนที่จ้องมองไปทางโจวเฮอด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดเพราะส่วนใหญ่พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะคิดว่าเฉินปิงและคนอื่นๆที่ถูกหลินเทียนฆ่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ฟังคำพูดของโจวเฮอแล้วพวกเขายังรู้สึกชื่นชมอยู่เลยเพราะว่าถึงอย่างไรก็ตามสถานะของสำนักจิ่วหยางก็ไม่ธรรมดาเลย คนธรรมดาที่ไหนจะกล้าเผชิญหน้ากำสำนักเพื่อจับตัวศิษย์บ้าง ? มันทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

อย่างไรก็ตามตอนนี้หลังจากที่พวกเขาได้รับรู้ความจริงแล้วก็แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมาทันทีเพราะทุกอย่างมันเป็นแผนการของโจวเฮอแม้กระทั่งใช้เฉินปิงและคนอื่นๆไปเป็นเครื่องมือเพื่อล้างแค้น ! ตัวของพวกเขาทุกคนเองก็ไม่ต่างอะไรเลย

“ระยำ ! ”

ทหารหลายคนได้แต่โกรธจัดพร้อมทั้งส่งเสียงออกมา

ภายในสำนักจิ่วหยางก็มีหลายคนจ้องมองไปยังโจวเฮอด้วยสีหน้าที่โกรธสุดขีด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาเหล่านี้แล้วท่าทางของโจวเฮอก็ตกต่ำยิ่งกว่าเดิม

หลินเทียนได้มองไปทางเขาพร้อมกับพูดออกมาว่า

“ท่านผู้บัญชาการ เป็นไงล่ะตอนนี้ ? ”

ร่างกายของโจวเฮอยังคงสั่นระริกโดยที่พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

“เจ้าสามารถส่งคนไปสืบสวนอย่างละเอียดได้นะ รายงานไปทางเมืองหลวงก็ไม่มีปัญหา ”

หลินเทียนได้พูดต่อ

โจวเฮอได้แต่แก้หน้าลงโดยที่พูดอะไรไม่ออก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะพูดไม่ออกสินะ รู้ไหมว่าเจ้ามีความผิดอะไรบ้าง มา ข้าจะช่วยชี้แจงให้เจ้าเอง หนึ่งคือใช้อำนาจโดยมิชอบ สองรังแกและกดขี่โดยปกปิดความจริง สามนำกองกำลังมากมายมาทำลายความสงบของสำนัก สี่โยนความผิดให้กับผู้ถือครองตราแม่ทัพเจ้าว่าเจ้าควรได้รับโทษอะไร ? ”

ร่างกายของโจวเฮอซีดเหมือนเลือดหยุดหมุนเวียน

หลินเทียนได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า

“นับจากวินาทีนี้ให้ปลดเจ้าออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการ”

เขาได้หันหน้าไปมองต๊วนหยวนพร้อมกับพูดต่อว่า

“เจ้าน่าจะรู้นะว่าควรจัดการอย่างไร คงไม่ต้องให้ข้าไปสอน ? ”

“ขอรับ ขอรับ ! ”

ต๊วนหยวนได้พยักหน้าซ้ำๆโดยที่อดเหงื่อท่วมไม่ได้

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ยืนขึ้น ”

หลังจากนั้นเขาก็ได้ขยับฝ่ามือเพื่อเรียกตราแม่ทัพกลับไปในแหวนมิติซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ใครหลายคนถึงกับต้องประหลาดใจไม่เว้นแม้แต่ซูชูวก็ตาม

“แหวนมิติ ? เจ้าหนูนี่มีของดีแบบนี้ด้วยงั้นหรอ ! ”

มู่ชิงได้พูดกับตัวเอง

หลินเทียนได้เก็บตรากลับไปพร้อมกับเดินก้าวถอยกลับไปอยู่ที่เก่า

เจ้าเมืองได้ลุกกลับขึ้นมาพร้อมทั้งโค้งคำนับให้หลินเทียนพลางจ้องมองไปยังทหารกว่าสิบคนและโจวเฮอด้วยท่าทางที่เย็นชาแล้วตะโกนออกมาว่า

“จับพวกมันไปให้หมด ! ”

“ขอรับ !”

ทหารธรรมดาๆคนอื่นได้ปฏิบัติตามทันที

โจวเฮอในตอนนี้ได้แต่สั่นสะท้านแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนเพราะว่าในที่นี้มีต๊วนหยาน มู่ชิงและฉีดงอยู่ซึ่งแต่ละคนก็แข็งแกร่งกว่าเก่าดังนั้นขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรส่วนทหารสิบกว่าคนที่เหลินั้นก็ได้แต่ร้องขอความเมตตาไม่หยุด

“เอาไปให้หมด !”

ต๊วนหยานได้ตะโกนอย่างดัง

ตอนนี้เองที่ทหารทั้งหลายได้นำตัวของโจวเฮอและคนอื่นๆหายไปอย่างรวดเร็ว

ผู้คนโดยรอบได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยสีหน้าว่างเปล่า เจ้าเมืองนำคนมาขู่มากมายขนาดนี้แต่กลับจบลงแบบนี้

“กรรมตามสนองแล้วล่ะ !”

ซูชูวได้แสยะออกมา

เหล่าทหารมากมายยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นโดยไม่กล้าทำอะไรแม้แต่น้อย

ต๊วนหยานได้โค้งคำนับหลินเทียนก่อนที่จะคุกเข่าลงแล้วพูดว่า

“เป็นความผิดของข้าน้อยเองที่สั่งสอนลูกน้องไม่ดี โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย !”

“ท่านได้โปรดเมตตาด้วย ! ”

ทันใดนั้นเองที่เหล่าทหารทั้งหลายได้ส่งเสียงออกมาทันที

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังทหารธรรมดาๆพร้อมกับพูดว่า

“เอาล่ะยืนขึ้นได้แล้ว ”

แม้ว่าเขาจะรู้สึกหงุดหงิดแต่ว่าคนเหล่านี้ก็ถูกหลอกเหมือนกันดังนั้นก็ถือว่าไม่ได้ทำอะไรเกินเลย

“ขอบคุณขอรับ !”

ต๊วนหยานได้พูดออกมาอย่างซาบซึ้งหลังจากที่ลุกขึ้น

“ขอบคุณขอรับ !”

เหล่าทหารทั้งหลายได้พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามท่าทางของใครหลายคนยังคงซีดเผือด

ต๊วนหยานในตอนนี้ได้แต่ก้มหัวลง เขาที่เป็นถึงเจ้าเมือองกลับไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรด้วยซ้ำพลางมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางเหมือนรอคำสั่ง

หลินเทียนได้กวาดตามองพร้อมกับพูดว่า

“เอาล่ะ จบเรื่องตรงนี้แล้วกัน เจ้าช่วยให้ทหารแยกย้ายไปกันด้วยอย่าได้ให้ส่งผลกับการบ่มเพาะของศิษย์ในสำนักส่วนเรื่องอื่นๆข้าว่าเจ้าน่าจะรู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร ”

หลังจากที่เงียบไปเขาก็ได้พูดต่อว่า

“ให้ชาวบ้านแยกย้ายกันไปได้แล้วด้วย ”

ต๊วนหยานได้รีบพยักหน้าพร้อมกับหันหลังไปออกคำสั่งทันที

หลังจากนั้นต๊วนหยานได้หันกลับมาป้องมือไปทางมู่ชิงและฉีดงพลางพูดด้วยสีหน้าอึดอัดว่า

“ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสฉีวันนี้ข้าต้องขออภัยมากๆที่ทำลายความสงบของที่นี่ โปรดอภัยให้ข้าด้วย ”

“ไม่เป็นไรหรอก เอาคนกลับไปได้แล้ว ”

ฉีดงได้โบกมือของเขา

“ได้ ได้ เราจะไปเดี๋ยวนี้ ”

ต๊วนหยานได้พูดออกมา

ขณะที่พูดจบแล้วเขาก็หันไปโค้งคำนับให้หลินเทียนอีกครั้งพร้อมกับนำกองกำลังทหารแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว

เหล่าผู้ชมทั้งหลายก็ได้แต่หันกลับมามองหลินเทียนระหว่างแยกย้ายกันเป็นครั้งคราว

“นี่มัน……”

“เจ้าหนุ่มนี่มันสุดยอดไปเลย !”

“ร้ายกาจ !”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงตั้งแต่ต้นจนจบ

แน่นอนว่ามีหลายคนที่กำลังแสดงสีหน้าซีดเผือดออกมาอย่างเช่นผู้นำตระกูลโม่และรุ่นเยาว์ในตระกูล

“เป็นแบบนี้ได้ไงกัน !”

เขาได้พึมพำออกมา

ท่าทางของรุ่นเยาว์ตระกูลโม่เองก็แข็งค้างไป

ไม่นานด้านหน้าของสำนักก็กลายเป็นที่โล่งกว้างอีกครั้ง

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาเพราะว่าเรื่องของโจวเฮ่าได้จบลงแล้ว

“น้องชาย !”

ณ ตอนนี้มีเสียงที่น่าหลงใหลได้ส่งออกมา

ห่างออกไปไม่ไกลนั้นซินเหยาได้เดินเข้ามาหาเขาด้วยชุดกระโปรงสีดำที่ดึงดูด

หลินเทียนได้เดินออกไปด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป เจ้านางพรายนี่มาด้วย !!!

“แม่นางซิน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ในเมื่อเขาได้หยิบเอาตราแม่ทัพออกมาใช้ก็รู้ทันทีว่าสถานะของตัวเองได้ถูกเปิดเผลแล้วเพราะถึงอย่างไรก็ตามพูชิเป็นคนที่รู้เรื่องนี้ดีและในเมื่อพูชิรู้ซินเหยาก็ต้องรู้ แน่นอนว่าเขาไม่รู้เลยว่านางรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาก่อนหน้านั้นแล้ว

“ไม่เห็นเรียกพี่สาวตามที่ตกลงกันไว้เลย ! ”

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยท่าทางดุๆ

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมา เขาเคยไปสัญญาตอนไหน ?

พูชิที่เดินตามหลังมาก็ได้แต่พูดด้วยรอยยิ้มว่า

“น้องชายหลินเทียน นี่คงเป็นครั้งแรกที่พบกันแบบจริงๆ ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่อับอายพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ได้อยากจะปิดบังนะ ต้องขออภัยพูด้วยจริงๆ ”

“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้ไม่ถือว่าเป็นอะไร ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะมองไปทางมู่ชิงและฉีดงพลางพูดว่า

“ผู้อาวุโสทั้งสองสบายดีไหม ? ”

ด้วยความที่เขาเป็นตัวตนอันทรงเกียรติของเมืองนี้ดังนั้นแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่เคยพบกันแต่ก็รู้จักกันดี

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“สบายดี แล้วสหายพูชิล่ะ ? ”

เมื่อรู้ว่าหลินเทียนรู้จักกับพูชินั้นมู่ชิงเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

ซูชูวที่อยู่ข้างๆมู่ชิงได้จ้องมองไปทางซินเหยาที่อยู่ข้างๆหลินเทียนก่อนที่จะหันไปหาหหลินเทียนแล้วพูดด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้างว่า

“นี่ ! นางเป็นใครน่ะ ! ”

ไม่เพียงแต่ซูชูวเท่านั้นที่กำลังจ้องมองไปทางซินเหยาแต่ศิษย์สำนักคนอื่นๆล้วนจับจ้องไปที่นางด้วยท่าทางตกตะลึงพลางกลืนน้ำลายของตัวเอง

หลินเทียนได้ตระหนักถึงสายตาของคนเหล่านั้นและอดก่นด่าอยู่ในใจไม่ได้ เมื่อมองไปยังซูชูวแล้วเขากำลังตั้งใจจะแนะนำนางให้รู้จักแต่ไม่คิดเลยว่าซินเหยาจะเดินเข้ามากอดแขนเขาต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทางที่สนิทสนมแล้วตอบซูชูวกลับไปว่า

“เราเป็นเพื่อนกัน เอิ่มมมม……….เป็นเพื่อนแบบที่สนิทกันมากๆ ”

หลินเทียน

“………………….”

นัยน์ตาของซูชูวยิ่งเบิกกว้างมากกว่าเก่าพร้อมทั้งมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก

“ไอ้คนหน้าไม่อาย !”

นางได้เตะไปที่เท้าของเขาพร้อมทั้งหันหลังแล้ววิ่งหนีไปทันที