0 Views

*** ตอนที่เหลือเดี๋ยวมาลงต่อพรุ่งนี้นะครับ ไม่ไหว ง่วงแล้ว  ***

เมื่อเห็นท่าทางของซูชูวแล้วก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

“เจ้ารีบร้อนอะไรกัน ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

นัยน์ตาของซูชูวได้แต่เบิกกว้างโดยทันทีพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“ข้ารีบร้อนอะไรงั้นหรอ ? ไหนเจ้าเดามาดูสิ ! ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะว่าท่าทางของหญิงนางนี้มันสุดๆจริงๆ

“เอาล่ะ ๆ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้รีบร้อนแบบนั้น ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซูชูวได้ถอนหายใจพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“จะเรื่องอะไรอีกล่ะ มันเป็นเพราะว่าโจวเฮอกับเจ้าเมืองมาที่นี่เพื่อที่จะจับตัวเจ้า ท่านอาจารย์ได้สั่งให้ข้ามานำตัวเจ้าไป ”

หลินเทียนได้ผงะไปก่อนที่จะยิ้มออกมา

“มาจริงๆสินะ ”

เขาได้หรี่ตาลงโดยทันที

“ไม่ใช่มั้ง ! ดูซะสิว่าเจ้าก่อเรื่องอะไรไว้ ! ”

ซูชูวได้แสดงสีหน้าที่หงุดหงิดออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

“เจ้ารีบๆแอบหนีไปพร้อมๆกับหลินซี่ซะนะ ”

“? ”

หลินเทียนได้ผงะไป

“อะไรเล่า ! หนีไปไง ! ”

ซูชูวได้พูดต่อ

“มันไม่เกินไปหน่อยหรอ ? ”

“ไม่เกินไปหน่อยอะไร ? เจ้ารู้ไหมว่าเรื่องครั้งนี้มันเทียบกับเรื่องก่อนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เจ้าได้ฆ่าเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองบัญชาการไป! ต่อให้เรารู้ดีว่ามันเป็นแผนการแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักฐาน ตราบใดที่โจวเฮอมันยังยืนกรานเรื่องที่เจ้าฆ่าคนของมันแล้วต่อให้เป็นทางสำนักเองก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าไว้ได้ !”

ซูชูวได้รีบพูดต่อด้วยท่าทางโกรธว่า

“เจ้าจะตายไปก็ไม่เป็นไรหรอกแต่ข้าไม่อยากเห็นหลินซี่โศกเศร้า ! รีบไปได้แล้ว !”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“หากข้าจากไปแบบนี้แล้วเจ้าจะอธิบายกับอาจารย์เจ้าอย่างไร ? ”

“ท่านอาจารย์เป็นคนดีดังนั้นต้องไม่มีทางโทษข้าอย่างแน่นอนแถมดูๆแล้วน่าจะชื่นชมข้าซะด้วย ! ”

ซูชูวได้ส่งเสียงแสยะออกมา

หลินเทียนได้แต่ยิ้มตอบรับขณะที่มองไปทางนางด้วยจิตใจที่หวั่นไหวเพราะนางดีกับเขาจริงๆ

“ไปกันเถอะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาขณะมุ่งหน้าไปทางหน้าประตูทางเข้าสำนัก

“โอ้ ! ข้าให้เจ้านำหลินซี่หนีไปแล้วเจ้าคิดจะไปไหนกัน ! ”

ซูชูวได้รั้งเขาเอาไว้

“หากว่าข้าต้องหนีไปแบบนั้นมันก็จะไม่เกิดความเป็นธรรม ? ”

หลินเทียนได้ยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากของนางต่อก่อนที่จะพูดว่า

“ก่อนหน้านี้ข้าเคยยืมเงินเจ้าไปและเจ้าถามข้าว่าข้าเอาไปทำอะไรซึ่งครั้งนั้นข้าก็ได้ตอบไปว่ามันเป็นความลับและมันทำให้เจ้าไม่พอใจอย่างมาก พอดีวันนี้ข้าคิดว่าจะเปิดเผยความลับที่สุดของข้าให้เจ้าได้รับรู้ ”

“? ”

ซูชูวได้แต่ผงะไป

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งจูงมือนางเดินออกไปทางหน้าประตูทางเข้าสำนัก

“โอ้ ! เจ้านี่ ! ”

ซูชูวได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางดุ ๆ

…..

ด้านนอกสำนักนั้นเต็มไปด้วยทหารนับพันคนซึ่งต๊วนหยานและโจวเฮอยืนเผชิญหน้ากับมู่ชิงและฉีดงที่กำลังแสดงสีหน้าสุขุมออกมา

ทันใดนั้นเองที่บรรยากาศโดยรอบเริ่มตึงเครียดยิ่งกว่าเก่า

ผู้คนรอบข้างต่างสงบนิ่งขณะที่มองไปที่กันและกัน

ณ ตอนนี้ภายในสำนักได้มีชายและหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินออกมาด้วยกัน

“ออกมาแล้ว ! ”

พูชิที่อยู่ห่างออกไปได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

ซินเหยาได้มองไปยังภาพที่หลินเทียนกำลังจูงมืออยู่กับซูชูวก่อนที่จะอดพูดออกมาไม่ได้ว่า

“เจ้าคนหน้าม่อ ! ”

พูชิที่อยู่ข้างๆเองยังอดรู้สึกอึดอัดแทนหลินเทียนไม่ได้ นี่มันหมายความว่าไง ?

ณ ตอนนี้สายตาของทุกผู้คนได้จับจ้องไปที่หลินเทียน

“เป็นมัน ! ”

ทหารสามคนที่โห่ร้องอยู่ด้านหน้าได้ชี้ไปทางหลินเทียนพร้อมกับตะโกนออกมาอย่างดัง

โจวเฮอได้แสดงแววตาที่ดุร้ายออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ไอ้โจรชั่ว ! ”

ต๊วนหยานได้สำรวจหลินเทียนอย่างตั้งใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

หลินเทียนได้ปล่อยมือของซูชูวพร้อมกับเดินไปทางมู่ชิงและฉีดงก่อนที่จะโค้งคำนับแล้วพูดต่อว่า

“สวัสดีท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ”

มู่ชิงได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“เรื่องรายละเอียดนั้นซูชูวน่าจะบอกเจ้าแล้ว ? ”

“ขอรับ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับ

“งั้นก็ฝากเจ้าด้วยแล้วกัน ไม่ต้องกังวลเพราะว่าทางสำนักยืนอยู่ข้างเจ้าอย่างแน่นอน ”

มู่ชิงได้พูดออกมา

ฉีดงที่อยู่ข้างๆเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

หัวใจของหลินเทียนตอนนี้รู้สึกอบอุ่นอย่างมากก่อนที่จะโค้งคำนับอีกครั้งแล้วพูดต่อว่า

“ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ”

หลังจากที่กลับมายืนตรงแล้วหลินเทียนก็ได้ก้าวออกไปพลางมองไปทางต๊วนหยานและโจวเฮอพร้อมทั้งพูดว่า

“เพื่อจะจับข้าถึงกับต้องแห่กันมาขนาดนี้เลยหรอ ”

แม้ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับทหารนับพัน เจ้าเมืองและโจวเฮอแต่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันแม้แต่น้อย

เมื่อมองไปยังหลินเทียนแล้วคิ้วของต๊วนหยานได้ขมวดเข้าหากันโดยทันทีเพราะว่าชายหนุ่มคนนี้มีอายุราวๆ 16 ปีเท่านั้นแต่กลับแสดงสีหน้าไม่แยแสแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารนับพัน นี่มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆมากๆ

“เจ้าคือหลินเทียน ? ไหนบอกมาหน่อยสิว่าฆ่าคนของเราทำไม ? รู้ไหมว่ามันเป็นความผิดที่ร้ายแรงขนาดไหน ? ”

หลินเทียนได้กวาดตามองต๊วนหยานแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรทว่ากลับมองไปทางโจวเฮอแล้วพูดต่อว่า

“โจวเฮอ ข้าสังหารลูกเจ้าในการประลองเป็นตายที่ยุติธรรมแต่เจ้าดูเกลียดข้ามากเลยนะทว่าข้าคิดว่าการเอาชีวิตลูกน้องตัวเองมาแลกเพื่อที่จะให้เจ้าได้ล้างแค้นนี่มันเกินไปหน่อยนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

คำพูดนี้ทำให้ท่าทางของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปทันที

“อะไร ? ”

หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนและโจวเฮอพร้อมทั้งกลับมาจดจ่อที่หลินเทียนอีกครั้ง

โจวเฮอได้นำกองกำลังทหารนับพันบุกมาที่นี่เพื่อชิงตัวหลินเทียนแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับเปลี่ยนสถานการณ์กลายเป็นคนที่ตั้งคำถามกับโจวเฮอซะงั้น นี่มันทำให้ผู้คนถึงกับงงงวยไปทันที อีกด้านนึงเจ้าเมืองเองก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับการที่หลินเทียนไม่แยแสเขาแม้แต่น้อยแต่เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วก็ทำให้เขาถึงกับตกตะลึงไปทันที นี่มันอะไรกัน ?

“เจ้านี่ ! ”

ซูชูวที่อยู่ด้านหลังได้แต่มีนัยน์ตาเบิกกว้างเพราะนี่หลินเทียนกำลังสอบสวนโจวเฮอ ?

ท่าทางของโจวเฮอได้หม่นหมองลงพร้อมกับประกายตาที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเก่า

“หลินเทียน! ไอ้คนเหี้ยมขี้อิจฉา ! เจ้าฆ่าคนของข้าดังนั้นมันเป็นความผิดไม่สามารถละเว้นได้ เจ้าต้องถูกประหารโดยการแยกชิ้นส่วนทันที ! ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนทั้งหลายถึงกับต้องสูดหายใจเข้าสึกไปตามๆกัน

ประหารโดยการแยกชิ้นส่วนนี่มันเป็นอะไรที่โหดร้ายมากๆ

หลินเทียนได้มองไปทางโจวเฮอพร้อมกับพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมโจวเฮ่าถึงได้มีนิสัยแบบนั้น พอได้เห็นเจ้าแล้วข้าเข้าใจได้เลยว่าลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้นจริงๆ ”

“เจ้า….”

น้ำเสียงของโจวเฮอได้เปลี่ยนเป็นเย็นชายิ่งกว่าเก่า

แม้ว่าคำพูดของหลินเทียนจะสั้นๆแต่ใจความมันรุนแรงมากๆ ทุกๆคนที่ได้ยินสามารถเข้าใจถึงความหมายได้อย่างชัดเจน

“ฆาตกร ! ”

ณ ตอนนี้ทหารทั้งสามคนได้ตะโกนออกมาพร้อมกับหนึ่งในนั้นที่ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าเกลียดชังว่า

“มันเป็นเจ้าที่ทำลายจดหมายรายงานสงครามของเราที่ได้รับมาจากกองบัญชาการนอกเมืองแถมยังฆ่าท่านเจ้าหน้าที่อาวุโสทั้งสามคนอีกด้วย ! เจ้าจะต้องตายเยี่ยงสุนัข ! ”

“ตายเยี่ยงสุนัข !”

ทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้ตะโกนออกมาด้วยสีหน้าที่โกรธจัดเช่นกัน

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่ในเหล่าทหารนับพันได้มีหลายสิบคนเดินออกมาชี้ไปยังบาดแผลที่หลินเทียนสร้างเอาไว้ให้พวกเขา

“แผลพวกนี้ได้รับมาจากเจ้านั่นทั้งหมด ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกลียดชัง

ที่ด้านหน้านั้นมีทหารหลายคนฟกช้ำไปทั้งตัว บางคนมีแผลที่หน้าอก หลัง ขา ท้องซึ่งหนักหน่อยก็มีคนที่แขนหัก ไหล่หักกำลังแสดงสีหน้าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมา

เมื่อมองไปยังสภาพของคนเหล่านี้แล้วท่าทางของผู้ชมทั้งหลายก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

“โหดเหี้ยมจริงๆ ! ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

แม้กระทั่งมู่ชิงและฉีดงเองก็ยังต้องขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปทางหลินเทียน

เจ้าเมืองได้แสดงท่าทางที่หม่นหมองออกมาพร้อมกับถามว่า

“หลินเทียน เจ้าเป็นคนทำร้ายพวกเขา ? ”

“อื้ม ข้าเอง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วผู้ชมทั้งหลายต่างผงะไปเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าหลินเทียนจะบ่ายเบี่ยงแต่กลับยอมรับด้วยสีหน้ามีความสุขซะงั้น

เจ้าเมืองได้ถามต่อว่า

“เจ้าเป็นคนลงมือสังหารเฉินปิงและคนอื่นๆใช่ไหม ? ”

“อื้ม ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเก่า

ผู้ชมถึงกับแข็งค้างไปตามๆกัน นี่มันตอบตรงเกินไปไหม ?

ฉีดงและมู่ชิงเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วขณะที่ซูชูวที่อยู่ด้านหลังโกรธจัดจนเกือบจะกระโดดไปกัดเขาแล้ว

“เจ้านี่ไม่คิดจะโต้แย้งอะไรเลย ? ”

ซินเหยาที่อยู่ออกไปได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่สงสัย

มีเพียงพูชิที่ยังแสดงท่าทางสุขุมขณะที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“แม่นางรอดูไปก่อนสิ ”

ซินเหยาได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาแต่ก็ยังคงจ้องมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า

ต๊วนหยานที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าสำนักได้แสดงสีหน้าที่เย็นชากว่าเก่าพร้อมทั้งพูดว่า

“ก็ดี เจ้ากล้ายอมรับการกระทำดังนั้นคิดจะยอมรับความผิดไหม ? ”

“ยอมรับความผิด ? ข้าไม่คิดว่าข้าเป็นฝ่ายผิดนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

“เจ้า ! ”

ท่าทางของเจ้าเมืองในตอนนี้ดุร้ายอย่างมากเพราะว่ามารยาทของหลินเทียนนี่มันเกินจะรับไหวจริงๆ

“ต๊วนหยาน เจ้าอย่าได้แผดกลิ่นอายออกมาตามอำเภอใจ ! ”

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยท่าทางราบเรียบว่า

“เป็นถึงเจ้าเมืองดังนั้นในเมื่อยังไม่ได้บทสรุปข้าคิดว่าเจ้าควรจะสืบสวนเสียก่อนนะ ”

“สืบสวน ? มีอะไรให้สืบสวนอีก ? เราสืบสวนทั้งหมดแล้ว ! ”

เจ้าเมืองได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“งั้นหรอ ? ไม่มั้ง ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังกองทหารธรรมดาตรงหน้าทั้ง 3 คนแล้วพูดต่อว่า

“พวกมันบอกว่าจดหมายรายงานสงครามจากกองบัญชาการนอกเมืองได้ถูกทำลายในมือข้าไม่ทราบว่าเจ้าส่งคนออกไปถามท่านผู้บัญชาการหลัวเยวี่ยเฉิงแล้วหรือยังว่ามันมีเรื่องแบบนี้หรือเปล่า ? ”

“นี่….”

ต๊วนหยารได้ขมวดคิ้วไปโดยทันที

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ดูเหมือนว่าจะยังสินะ ”

ท่าทางของเจ้าเมืองในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะเขาคิดว่ารอยยิ้มของหลินเทียนมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากๆ

ณ ตอนนี้เองที่โจวเฮอได้พูดออกมาว่า

“ท่านเจ้าเมือง !! ในเมื่อไอ้โจรนี่มันอยากจะคว้าฝางเส้นสุดท้ายงั้นก็ดี ! ข้าจะส่งคนไปยืนยันเรื่องนี้กับผู้บัญชาการหลัวเยวี่ยเฉิงเอง ”

โจวเฮอได้แสยะออกมาเพราะว่าหลัวเยวี่ยเฉิงนั้นเป็นเพื่อนของเขามาหลายปีดังนั้นจะไม่ช่วยเขาได้ยังไงกัน

คิ้วของเจ้าเมืองได้ขมวดเข้าหากันก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“อื้ม แบบนั้นก็ดี ”

แม้ว่าเขาจะคิดว่ามันดูเป็นปัญหาไปหน่อยแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทางสำนักจิ่วหยางดังนั้นเขาคิดว่าต้องทำให้ทุกอย่างตรงไปตรงมาและหลินเทียนจะได้ยอมรับบทลงโทษจากหลักฐาน

โจวเฮอได้พยักหน้าพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดกับทหารทั้งสามคนว่า

“เจ้าคุ้นเคยกับเส้นทางไปกลับเป็นอย่างดีดังนั้นรีบไปรีบกลับแล้วกัน !”

“ได้ขอรับ ! ”

ทั้งสามคนได้ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่พูดจบแล้วพวกเขาก็รีบวิ่งไปทันที

“หยุดก่อน ”

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้พูดออกมา

โจวเฮอได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

“เป็นอะไรไป ? กลัว ? ”

หลินเทียนไม่ได้มองไปทางโจวเฮอแม้แต่น้อยทว่ากลับมองไปยังเจ้าเมืองอย่างไม่แยแสแล้วพูดออกมาว่า

“ต๊วนหยาน ข้าถามอะไรอย่างสิ หากว่าทหารธรรมดาๆกล้าโกหกและขัดคำสั่งของท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จะได้รับโทษอย่างไร ? ”

คิ้วของต๊วนหยวนได้ขมวดเข้าหากันก่อนที่จะป้องมือแล้วพูดด้วยท่าทางที่เคารพว่า

“ท่านแม่ทัพนั้นผ่านสมรภูมิรบมาหลายสิบปีซึ่งเป็นผู้ที่หยุดยั้งการรุกรานของศัตรูและทำให้จักรวรรดิอยู่ในความสงบสุขดังนั้นท่านจักรพรรดิเคยพูดเอาไว้ว่า หากว่าหลังจากนี้ใครกล้าที่จะโกหกหรือขัดคำสั่งท่านแม่ทัพแล้วก็มีความผิดเช่นเดียวกับการขัดขืนอำนาจของจักรวรรดิดังนั้นจะต้องถูกประหารเก้าชั่วโครต ! ”

ท่าทางของทุกคนต่างเปลี่ยนเป็นเคารพเพราะว่าสำหรับพวกเขาแล้วท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่มีความสำคัญมากๆ

“แล้วมีอะไรอีกไหม !”

เจ้าเมืองได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เย็นชา

“ไม่ล่ะ ”

หลินเทียนได้ยิ้มแห้งๆออกมาพร้อมกับขยับมือขวาเล็กน้อยก่อนที่ตราสัญลักษณ์สีทองจะปรากฏออกมาแล้วมองไปยังทหารทั้งสามคนที่กำลังจะไปยืนยันเรื่องจดหมายแล้วพูดอย่างไม่แยแสว่า

“เอาสิ่งนี้ไประหว่างถามหลัวเยวี่ยเฉิงด้วย ”