0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

อาณาเขตสวรรค์สิบทิศนั้นถูกแบ่งออกเป็นสิบชั้น แต่ละชั้นนั้นเป็นเหมือนดั่งดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งทั้งหมดล้วนบ่มเพาะพลัง ตั้งแต่ชั้นแรกถึงชั้นที่สิบนั้นเชื่อมต่อกันด้วยประตูมิติซึ่งมีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งมากพอถึงจะสามารถก้าวข้ามประตูนี้ไปได้จากชั้นแรกสู่ชั้นถัดไป

ตามตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่าที่ชั้นที่สิบของอาณาเขตนี้อุดมไปด้วยความลับที่ยิ่งใหญ่มากมาย ตราบใดที่ไปถึงชั้นที่สิบได้ก็จะได้รับความเป็นนิรันด์

…………..

อาณาจักรเป่ยหยาง เมืองเฟิงเจียน

อาการที่นี่ดูอึมครึมเหมือนว่ากำลังจะถูกปกคลุมด้วยความมืด

หลินเทียนผู้ซึ่งสะพายกระบี่สีดำทมิฬเอาไว้กลางหลังนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลและเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและดินโคลนมากมาย ริมฝีปากของเขายังคงมีเลือดกลบอยู่แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นทว่าเขากลับยังคงหัวเราะออกมาอย่างดังว่า

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนว่าเจ้าโจรเฒ่าบนสวรรค์ยังคงมีความเป็นธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง !”

บนถนนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนสัญจรมากมายซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วก็ล้วนแต่แสดงสีหน้าที่หน่ายใจ

“สติฟั่นเฟือนหมดแล้ว !”

“การที่พ่อแม่หายตัวไปและข้าวของที่บ้านถูกทำลายมันทำให้กลายเป็นบ้าแบบนี้ด้วย ? ”

“อย่าแพร่ความหายนะมานะ ”

เหลาผู้คนทั้งหลายล้วนเริ่มบทสนทนา

ตัวของหลินเทียนเองนั้นไม่ได้ตอบสนองคนเหล่านี้ทว่ากลับเดินไปตามเส้นทางของเขา

ก่อนหน้านี้หลินเทียนนั้นเป็นคนจากโลกทว่าเพราะอุบัติเหตุเมื่อสิบกว่าวันก่อนทำให้เขาได้หลุดเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในร่างของนายน้อยของตระกูลหนึ่ง เขาและตัวของนายน้อยคนนั้นมีชื่อเดียวกันซึ่งตระกูลของเขาไม่ได้เป็นตระกูลของผู้บ่มเพาะทว่ากลับเป็นตระกูลพ่อค้าอันร่ำรวยที่สุดในเมืองนี้

ตัวของหลินเทียนเองถึงกับหมดคำพูดทันทีหลังจากที่ได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ เขาพบว่าเจ้าของร่างนี้ช่างโง่เขลายิ่งนัก เมื่อสองปีก่อนมันเป็นวันที่พ่อแม่ของเขาได้หายตัวไปซึ่งมันกลับให้คู่หมั้นของตัวเองจากตระกูลเสี่ยวอย่างเสี่ยวหยุนเป็นผู้จัดการกิจการทั้งหมด ท้ายที่สุดกิจการทั้งหมดของตระกูลก็ถูกยึดไปจนเกลี้ยงแถมตัวมันเองยังถูกฆ่าโดยผู้คนจากตระกูลเสี่ยว มันเป็นเพราะว่าความบังเอิญถึงได้ทำให้เขาได้รับร่างนี้มา

สิ่งที่น่าหดหู่ยิ่งกว่านั้นคือหลังจากที่เขาได้ร่างนี้มาและเริ่มยอมรับความเป็นจริงได้นั้น เมื่อเขาออกมาจากบ้านหลังเก่าของตัวเองก็ได้พบกับเสี่ยวหยุนและโม่เซินกำลังเดินจีบกันโดยความบังเอิญ หลังจากนั้นก็เป็นโม่เซินที่ได้ลงมือกับเขาโดยทันที

สำหรับผู้คนธรรมดาแล้วจะเป็นคู่มือของผู้บ่มเพาะพลังอย่างโม่เซินได้อย่างไรกัน พริบตาเดียวเขาก็ได้รับความพ่ายแพ้ก่อนที่จะถูกโยนทิ้งลงมาจากหน้าผา โชคยังดีที่เขาสามารถเอาตัวรอดได้ก่อนที่จะปีนเขากลับขึ้นมา

“พ่อคนนี้จะต้องฆ่าพวกมันให้ได้ !”

หลินเทียนได้คำรามออกมาด้วยท่าทางดุร้าย

ณ ตอนนี้เองที่บรรยากาศได้เย็นลงพร้อมกับท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดมิด

เนื้อตัวของหลินเทียนนั้นแชะไปหมด เขาเริ่มสูดอากาศอันหนาวเย็นเข้าไป ตอนนี้เองที่กระดิ่งสีม่วงที่ปลายกระบี่ของเขาได้ส่งเสียงออกมา มันเป็นกระบี่เล่มที่เขาพบด้านใต้ผา เสียงของกระดิ่งนี้เป็นเครื่องนำทางเขากลับไปตามทาง

“ไม่รู้ว่าหลินซี่จะเป็นอย่างไรบ้าง ”

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ที่โลกอันแปลกประหลาดนี้เขามีน้องสาวอยู่หนึ่งคนซึ่งนางมีชื่อว่าหลินซี่ เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาด หลักแหลมและมันเป็นเพราะว่าเขาเพิ่งจะหลุดมายังโลกอันแปลกประหลาดนี้ได้ไม่นานดังนั้นผู้ที่คอยดูแลเขาอยู่ไม่ห่างกายก็คือน้องสาวของเขา

หลังจากที่คิดถึงใบหน้าของเธอแล้วเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

ตัวเขาได้แต่อดทนกับอากาศที่หนาวจนปวดกระดูก ไม่นานเขาก็ได้หยุดอยู่ที่บ้านหลังเก่าของตระกูลหลินของเขา

“ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ออกไปตั้งนานแล้วหลินซี่น่าจะเป็นห่วงแย่ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมา

เขาได้ยื่นมือออกไปก่อนที่จะผลักประตูบ้านออก

ณ ตอนนี้เองที่เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกของหญิงสาวได้ถูกส่งออกมาจากภายในบ้านพร้อมกับเสียงหัวเราะอันชั่วช้าสองเสียงซึ่งส่งผลให้ท่าทางของหลินเทียนต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก