0 Views

จ้าวหางชิงปรากฏสู่สายตาทุกคนรอบตัวเขาไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย… “ข้าแพ้แล้ว” ทุกคนตกตะลึงเพราะว่าคนที่กล่าวนั้นไม่ใช่เลี่ยหลิ่งแต่เป็นจ้าวหางชิง !! “พูดต่อสิ” จ้าวหมิงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในตอนที่จ้าวหางชิงกำลังจะพูดนั้นพลันปรากฏเสียงหนึ่งขึ้นจากความว่างเปล่า

“ให้ข้าพูดเอง” ทันทีที่เสียงนั้นดังออกมาพลันปรากฏ บุรุษหนุ่มคนนึงกลางอากาศด้านบน ลานประลอง เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาผิวขาวเล็กน้อยแววตาดูเย็นชา เขาดูอายุประมาณ 20กว่าปี ทันทีที่คนคนนั้นปรากฏออกมาปรมาจารย์จื่อหมิงรีบพุ่งไปทางจักรพรรดิทันทีก่อนจะตะโกนออกมา
“หวังอู่เชิน !! เจ้ามาทำอะไรที่นี่” ปรมาจารย์หัวเหล่ยพลันยืนขึ้นเตรียมพร้อมต่อสู้ในทันที ผู้นำตระกูลทั้ง 4 พลันทำหน้าโง่งม ‘หวังอู่เชิน? ใครกัน’ พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่บุรุษที่ถูกเรียกว่า’หวังอู่เชิน’ จะกล่าวต่อ
 “ฮ่าๆๆ ข้าเพียงแค่ผ่านมาทำธุระเท่านั้น ไม่ได้คิดจะมารบกวนพวกเจ้าหรอกแต่บังเอิญเห็นการต่อสู้ที่น่าสนใจเลย มาดูแค่นั้น…” ปรมาจารย์จื่อหมิงพลันใบหน้าบิดเบี้ยวแต่ก่อนที่เขาจะกล่าวอะไร “ก่อนหน้านี้เจ้าหนูดาบยาวนั้นปะทะกับเจ้าผอมนั้นทวนของเจ้าผอมนั้นเกือบจะพังลงเจ้าหนูดาบยาวเลยดึงมือกลับมาทำให้ทวนนั้นส่งแรงกระแทกจนเจ้านั่นปลิวออกไป…ถ้าเจ้าหนูนั่นไม่รั้งดาบกลับมาป่านนี้เจ้าผอมนั่นคงยากจะรอดชีวิต”
หวังอู่เชินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่เขาจะหายไปทันที !! ทุกคนดูตะลึง ไม่มีใครสัมผัสได้ถึงตอนที่เขามาแม้แต่น้อย ..ตอนไปก็ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงเขาได้เช่นกัน !! ผ่านไปชั่วครู่ก่อนที่ทุกคนจะค่อยๆสงบลงเลี่ยหยวนกล่าว “นั้นคือใครงั้นเหรอ? ” ปรมาจารย์จื่อหมิงหันหน้าไปหาจักรพรรดิก่อนที่จักรพรรดิจะพยักหน้า ปรมาจารย์จื่อหมิงถอนหายใจก่อนจะกล่าว
“เฮ้ออ ข้าก็ไม่ได้รู้จักเจ้านั่นมากนัก เมื่อหลายเดือนก่อน..เจ้านั่นโผล่มากลางพระราชวังก่อนที่จะโจมตีทุกคนไปทั่วอย่างบ้าคลั่งมีหลายคนที่ตายไปและมีอีกหลายคนที่พิการ..ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้ไม่แม้แต่…ปรมาจารย์ทั้ง10ร่วมมือกันก็ยังพ่ายแพ้…” ทุกคนดูตะลึง พวกเขารู้ดีว่าปรมาจารย์ทั้ง10นั้นทุกคนล้วนอยู่ในระดับ ปราณ นภาขั้นสูง !! พวกเขานับว่าสามารถยืนอยู่แถวหน้าของทวีปนี้อย่างแน่นอน แต่ว่า…. “แต่ว่าเขาก็ไม่ได้สังหารปรมาจารย์คนใดไป ก่อนที่เขาจะจากไปเขาบอกว่า
 “ข้าหวังอู่เชิน มาจากทวีป ‘ร้อยสงคราม’ ข้าเพียงมาศึกษาโลกภายนอกเท่านั้น” ก่อนที่เขาจะจากไป” ทุกคนทำได้เพียงมองไปที่ปรมาจารย์จื่อหมิงอย่างโง่งมเท่านั้น ทวีป ร้อยสงคราม ? พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาจำได้แค่ว่า ทวีป เมฆาทมิฬ นั้น ถูกลอบล้อม ไปด้วยทะเลที่กว้างใหญ่มหาศาล ไม่เคยมีใครออกไปจากทวีปนี้และไม่เคยมีใครเข้ามาเช่นกัน ปรมาจารย์จื่อหมิงเข้าใจสิ่งที่พวกเขาคิดก่อนจะกล่าวว่า “ข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเข่นกัน” นี่ทำให้พวกเขาสับสนเล็กน้อย ก่อนที่จ้าวหมิงเฟย จะกล่าว
 “หางชิง เรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง ? ” ถึงตัวเขาจะไม่ได้สนใจที่จะให้ลูกของเขาแต่งงานกับองค์หญิงเพราะว่ามันไม่มีข้อดีเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ต้องการจะแพ้เช่นกัน
 “เป็นอย่างที่คนผู้นั้นกล่าวทุกอย่าง…ข้าแพ้แล้ว ขอบคุณที่ออมมือ” เขาคารวะไปทางเลี่ยหลิ่งเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปทางที่นั่งฝั่งตระกูลจ้าว จ้าวหมิงเฟย ใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะหันไปทางเลี่ยหลิ่งชั่วครู่ก่อนจะมองข้ามไปด้านหลัง
 “ท่านมีบุตรที่ดี” เลี่ยหยวนยิ้มจนปากเกือบฉีกก่อนจะขึ้นไปดูอาการของเลี่ยหลิ่ง ในตอนนี้นั้นเลี่ยหลิ่งหลับไปแล้วเขาดูแปลกใจเล็กน้อยที่เลือดของเลี่ยหลิ่งหยุดไหลเขาจ้องมองไปที่บาดแผลของเลี่ยหลิ่งชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเห็นลมปราณสีเทาจางๆ อยู่รอบๆแผล เขาตะลึงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมการประลองครั้งนี้ให้ข้าไปส่งพวกท่านเอง” ปรมาจารย์จื่อหมิงกล่าว ก่อนที่จะเดินนำทั้ง3ตระกูลไป เหลือเพียงตระกูลเลี่ยที่ยังอยู่ที่เดิม
“ปรมาจารย์หัวเหล่ยพาทั้ง3คนนั้นไปพักก่อน” จักรพรรดิกล่าวโดยมองไปที่ เลี่ยเฉิน เลี่ยซาน ที่ตั้งแต่มาพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่น้อยแต่พวกเขาก็ไม่ได้เสียใจเพราะว่าท้้ง2นั้นอยู่เพียงระดับ กำเนิดปราณขั้นที่ 1 เท่านั้นถ้าให้พวกเขาไปสู้เขาคงจะแพ้ตั่งแต่รอบแรก ส่วนเลี่ยจวิ้นนั้นกำลังจะเดินไปหาเลี่ยหลิ่ง “จวิ้นเอ๋อ เจ้าไปพักก่อน” เลี่ยหยวนกล่าวก่อนที่จะเดินตาม จักรพรรดิ และ องค์หญิงไป เลี่ยจวิ้นมองตามไปชั่วครู่ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าแล้วเขาก็เดินตามปรมาจารย์หัวเหล่ยไป…