0 Views

 

หลิวหมิงได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้จากระยะไกลและด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวของเขา ทำให้เขาก็ห่างออกไปไกลราวๆยี่สิบสามสิบฉื่อจากชายร่างผอม

 

ชายร่างผอมเพิ่งเรียกเพื่อนของเขาจากยอดภูเขา แต่เมื่อเขาเห็นภาพเหตุการณ์นี้ มันทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตามเขาสามารถระงับอาการตกใจได้ในทันทีก่อนที่จะยิ้มเย้ยออกมา

 

“แม้แต่ยันต์ประดิษฐ์ก็ไม่สามารถทำลายอาวุธเวทได้อย่างง่ายดาย เจ้าจะไม่สามารถทำร้ายข้าได้ไม่ว่าเจ้าจะใช้การโจมตีด้วยวิธีใดก็ตาม”

 

ในเวลานี้ ร่างเงาได้มาปรากฏตัวที่บนภูเขา ในขณะที่อัครสาวกจิตวิญญาณสองสามคนได้หยุดโจมตีทะเลหมอก ภายใต้การนำของชายชราที่มีรอยตกกระ พวกเขาทั้งหมดก็บินออกไป

 

หลิวหมิงยิ้มออกมาจางๆ ก่อนที่จะเปิดใช้งานสัญลักษณ์มือเดียว จุดของแสงสีแดงบินออกไปข้างหน้าเขาและกลายเป็นลูกบอลเพลิงสีแดงขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีขนาดเท่ากับอ่างล้างหน้า ก่อนที่มันจะพุ่งไปปะทะกับม่านกั้นเจ็ดสีในขณะที่หลิวหมิงบินถอยไปข้างหลัง

 

“เคล็ดวิชาเพลิงอัคคีที่สมบูรณ์แบบ!”

 

เมื่อชายร่างผอมเห็นเป็นเช่นนี้ เขารู้สึกประหลาดใจ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถหลบหนีไปไหนเนื่องจากเขาในตอนนี้อยู่ภายในม่านแสงเจ็ดสี เขาสามารถทำได้แต่เพียงส่งเสียงคำรามแสดงความโกรธของเขาออกมา จากนั้นเขาเปิดปากก่อนที่จะถ่มแก่นโลหิตออกไปที่ม่านแสงที่อยู่ด้านหน้าเขา

 

ทันทีทันใดนั้น ปรากฏเส้นโลหิตนับไม่ถ้วนภายในม่านเจ็ดสี

 

“ฮ่อง”

 

ลูกบอลเพลิงสีแดงยักษ์ปะทะลงไปบนม่านแสงและระเบิดออก เปลวไฟพวยพุ่งท่วมท้นทุกอย่างภายในรัศมีความกว้างยี่สิบฉื่อ นอกจากนี้ความร้อนจากการเผาไหม้ยังแผ่ออกไปในทุกทิศทุกทาง

 

นักบ่มเพาะคนอื่นๆที่วิ่งเข้ามาต่างมีสีหน้าซีดเผือดอย่างช่วยไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นเหตุการณ์นี้

 

ในช่วงเวลาต่อมา เปลวเพลิงได้ดับลงและแสดงให้เห็นถึงม่านแสงเจ็ดสีที่ดูเปราะบาง มันเปล่งแสงออกมาราวกับว่ามันจะแตกสลายไปเมื่อใดก็ได้

 

แม้ว่าใบหน้าของชายร่างผอมจะซีดมาก แต่เขาก็ไม่ได้เป็นอันตรายหรือบาดเจ็บอะไร เขามีสีหน้าตรึงเครียดก่อนที่จะเริ่มหัวเราะออกมา

 

“ฮ่าฮ่า ข้ายังสบายดีแม้ว่าจะใช้เคล็ดวิชาเพลิงอัคคีที่สมบูรณ์แบบ มันก็ยังไม่สามารถสัมผัสข้าได้แม้แต่น้อย”

 

อย่างไรก็ตามในขณะที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาจากปากของเขา ปราณกระบี่เย็นได้เฉือนไปโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าแต่อย่างใด ฉับพลันม่านแสงเจ็ดสีก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ

 

ชายร่างผอมเปล่งเสียงตะโกนออกมาด้วยความแปลกใจ และต้องการที่จะร่ายอาคมอีกครั้ง แต่มันก็สายเกินไป

 

มีรัศมีแสงเย็นได้พุ่งผ่านคอของเขาและศีรษะของเขาก็หลุดออกจากตัวกลิ้งลงไปที่พื้น

 

ในเวลานี้หลิวหมิงสะบัดกระบี่สั้นสีฟ้าที่อยู่ในมือเขา ส่งปราณกระบี่ออกไป รัศมีแสงเย็นได้พุ่งเข้าไปยังอัครสาวกจิตวิญญาณคนอื่นๆที่กำลังบินอยู่บนอากาศอีกห้าคน

 

สำหรับผู้ฝึกตนนับร้อยกว่าคน พวกเขาต่างพากันถอยห่างออกไปด้วยความกลัว

 

“เคล็ดวิชาเพลิงอัคคีที่สมบูรณ์แบบ! เจ้าเป็นอัครสาวกจิตวิญญาณขั้นปลายและยังสามารถใช้ยันต์ประดิษฐ์ระดับกลาง ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับแขกคนนี้จากบ้านร้อยจิตวิญญาณเลย” เมื่ออัครสาวกจิตวิญญาณคนอื่นๆเห็นว่าหลิวหมิงสามารถฆ่าอัครสาวกจิตวิญญาณไปได้อีกสองคนอย่างง่ายดาย ใบหน้าของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าลังเลและหวาดกลัว โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่มีรอยตกกระ เขาดูสงบและพูดออกมาอย่างช้าๆ

 

“เมื่อเร็วๆนี้ข้าเพิ่งได้เข้าร่วมบ้านร้อยจิตวิญญาณ จากที่ข้าเห็น ดูเหมือนว่าสหายจะไม่อยากจากไปในตอนนี้และต้องการที่จะต่อสู้จนจบ” หลิวหมิงกล่าวโดยไม่แสดงอาการใดๆทางสีหน้า

 

“ฮื้ม เจ้าปรากฏตัวที่นี่ี่นั่นก็หมายความว่า ทั้งสองคนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกได้ตายไปแล้ว เจ้าได้ฆ่าสมาชิกสี่คนในช่วงเวลาสั้นๆ เจ้าคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ?” ชายชราที่มีรอยตกกระรู้สึกโกรธมากจนเขาเริ่มหัวเราะ

 

“เมื่อมันเป็นเช่นนี้ เจ้าวางแผนที่จะต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง หรือพวกเจ้าทั้งหมดจะเข้ามาโจมตีพร้อมกัน? ข้ามองดูแล้ว ดูเหมือนว่าสหายจะเป็นอัครสาวกจิตวิญญาณขั้นปลายและค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง” หลิวหมิงจ้องมองชายชราก่อนที่เขาจะเริ่มเยาะเย้ย

 

“ทั้งหมดร่วมมือกันต่อสู้กับเจ้าคนเดียว?” ชายชราสะดุ้งในตอนแรก แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วของเขา

 

“ในเมื่อ พวกเจ้าทั้งหมดต้องการที่จะร่วมมือเพื่อต่อสู้กันกับข้า ข้าก็คงต้องขอความช่วยเหลือจากคู่หูของข้า” หลิวหมิงกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา เขาตบไปที่ถุงหนัง ควันสีดำพวยพุ่งออกมาและควบแน่นเป็นแมงป่องกระดูกขาวที่มีขนาดยาวมากกว่าสองสามฉื่อ

 

ก้ามคู่ของแมงป่องสะบัดสองสามครั้งก่อนที่หมอกสีม่วงจะลอยออกมาจากร่างกายของมัน ในเวลาเดียวกันตะขอหางที่บางและยาวของมันก็สั่นก่อให้เกิดเสียงแหลมออกมา

 

ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้สีหน้าของอัครสาวกจิตวิญญาณคนอื่นๆซีดเผือดไปตามๆกัน แม้แต่ใบหน้าของชายชราก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

 

เพียงแค่มองไปที่ลักษณะของแมงป่องกระดูกนี้ พวกเขาก็จะรู้ว่าแมงป่องตัวนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่ายๆ

 

“ข้าไม่คิดว่าสหายจะมีคู่หูอยู่ข้างกายเช่นนี้ เมื่อมันเป็นเช่นนี้ ตราบเท่าที่เจ้าสามารถรับการโจมตีจากข้าได้ ข้าก็จะสั่งให้คนของข้าถอยกลับไป” สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปก่อนที่เขาจะตัดสินใจหาทางออกในที่สุด

 

“หนึ่งโจมตี! ฮี่ฮี่ โจมตีได้ตามสบาย…เชิญ” หลิวหมิงหัวเราะและพูดออกมา

 

“ฮึ่ม…ระวัง!”

 

จากการแสดงออกของหลิวหมิง มันทำให้ชายชรายิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก เขาตบเบาๆไปที่กล่องไม้สีเขียวที่อยู่ข้างหลังเขาอย่างไม่ลังเลใจอีกต่อไป ฉับพลันปรากฏเสียงที่ชัดเจน ดาบเย็นสิบสามเล่มบินออกมา  พวกมันบินอยู่รอบตัวเขา

 

“ชุดยันต์ประดิษฐ์! มันหายากมากทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมสหายถึงมั่นใจเป็นอย่างมาก!” หลิวหมิงกล่าวออกมาเมื่อได้เห็นสิ่งนี้ แม้กระนั้นเขาก็โยนกระบี่จันทราไปด้านหน้าเขาและชี้ออกไปด้วยสัญลักษณ์มือเดียว

 

กระบี่สั้นกลายเป็นเงากระบี่ดาบสีเขียวนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพวกมันทั้งหมดกลายไปเป็นพระจันทร์หมอกสีเขียวที่กั้นหลิวหมิงไว้เบื้องหลัง

 

ชายชราที่มีรอยตกกระเมื่อเห็นเช่นนี้เขาอดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ในเวลาเดียวกันเขาทำสัญลักษณ์ด้วยมือทั้งสองข้างและร่ายอาคม

 

อึดใจต่อมาดาบทั้งสิบสามเล่มเปล่งแสงออกมา พร้อมด้วยการสั่นสะเทือน พวกมันรวมตัวกันเป็นเส้นตรงและยิงออกไป

 

เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง!

 

ดาบทั้งสิบสามเล่มเริ่มจางลงจนกลายเป็นงูขาวพุ่งเข้ากลางดวงจันทร์สีเขียว

 

ปรากฏเสียง “ติ้ง ติ้ง” ดังต่อเนื่อง แสงสีเขียวและแสงสีขาวเย็นพัวพันกัน ภาพของงูหายไป ดาบทั้งสิบสามเล่มร่วงลงไปโดยไม่ต้องใช้แรงบังคับ

 

ผิวของดวงจันทร์สีเขียวเปล่งแสงระยิบระยับและพร่ามัว มันกลับสภาพมาเป็นกระบี่สั้นดังเดิม

 

ชายชราที่มีรอยตกกระโบกมือ ดาบทั้งสิบสามเล่มบินกลับมา หลังจากตรวจสอบดาบแล้ว สีหน้าของเขาก็มืดลงและบินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีคำอื่นใดเอ่ยออกมา

 

เมื่ออัครสาวกจิตวิญญาณคนอื่นๆ เห็นสิ่งนี้พวกเขาต่างรู้สึกประหลาดใจ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มองหน้ากัน พวกเขาก็พากันบินตามออกไป

 

สำหรับผู้ฝึกตนนับร้อยคนที่อยู่บนพื้นดิน พวกเขาต่างพากันวิ่งหนีไปพร้อมกับอัครสาวกจิตวิญญาณที่เหลือ

 

“สหายชราคนนี้ค่อนข้างฉลาดแกมโกงจริงๆ มิฉะนั้นคงไม่ทำการทดสอบเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ถ้าจะหนีไป มันก็ไม่ง่าย…” เมื่อหลิวหมิงเห็นภาพนี้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก หลังจากลังเลเล็กน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ตามชายชราไป หากแต่กลับพึมพำกับตัวเอง

 

ในเวลานี้เขามองไปทางทะเลหมอก

 

……..

 

“อาวุโสหยาง ทำไมพวกเราจำเป็นต้องหนีเช่นนี้? ถ้าเป็นเช่นนี้เราจะไม่สามารถกลับไปหาองค์ชายเก้าได้ อย่างไรก็ตามองค์ชายเก้าให้ความสำคัญกับการลอบโจมตีในครั้งนี้เป็นอย่างมาก” ชายผิวดำคนหนึ่งที่มีอายุมากกว่าสามสิบปีเรียกเมฆบินสีเทา เขาบินตามชายชราที่มีรอยตกกระ เมื่อมาทันชายชรา เขาเอ่ยถามออกด้วยความสงสัยในทันทีด้วยเสียงเบาๆ

 

“ถ้าเราไม่หนีออกมา ข้าควรจะต่อสู้กับเขาหรือไม่? หรือใครคนใดคนหนึ่งจากพวกเจ้าที่จะอาสารับงานนี้ เพื่อที่ข้าจะได้มีเวลาที่จะทำลายลานอักขระ? นอกจากนี้ลานอักขระอาคมกงจักรสี่ธาตุไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำลายได้ง่ายในเวลาสั้นๆ ถ้าเรารออยู่ที่นั่นกองกำลังเสริมของศัตรูก็จะมาถึง และเราจะไม่สามารถหนีออกไปได้แม้ว่าเราจะต้องการ! นอกจากนี้บุคคลนั้นยังแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด แม้ว่าข้าจะใช้กำลังทั้งหมดของข้า ข้าก็อาจจะไม่สามารถต่อกรกับเขาได้” ชายชรามองไปที่ชายผิวดำก่อนที่จะตอบกลับ

 

“อาวุโสหยางต้องล้อข้าเล่น แม้ว่าการโจมตีนั่นจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่การโจมตีของท่านก็ยากที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ เพียงแค่มองไปที่อายุของฝ่ายตรงข้ามกับท่านที่อยู่ในฐานะอัครสาวกจิตวิญญาณขั้นปลาย ความแข็งแกร่งพลังเวทของเขายากที่จะเทียมเท่ากับท่าน” ชายผิวดำยิ้มและพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“ฮื้ม เจ้าจะรู้อะไร ดูดาบงูกินหางของของข้าเสียก่อน” อาวุโสหยางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและหยิบดาบออกจากกล่องด้านหลังของเขา เพื่อให้ชายคนนั้นดูดาบ

 

“นี่มัน…” ชายผิวดำจ้องเขม็งก่อนที่เขาจะหายใจเข้าลึกๆ

 

บนขอบดาบ มันปรากฏรอยแตกขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“ในตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง? ไม่เพียง แต่การบ่มเพาะของคู่ต่อสู้จะดีแล้ว กระบี่สั้นในมือของเขาอาจเป็นยันต์ประดิษฐ์ระดับกลาง แม้ว่าข้าจะถ่ายพลังเวทลงไปให้กับ ดาบงูกินหางนี้ พวกมันก็อาจจะถูกทำลายได้”ชายชราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

“มันเป็นยันต์ประดิษฐ์ระดับกลางจริงๆ? นั่นคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญจิตวิญญาณส่วนใหญ่ไม่มี ใครจะคิดว่าเขาจะมีสมบัติเช่นนี้! เมื่อสักครู่ถ้าพวกเราทุกคนร่วมมือกันแล้วโจมตีเขาเราอาจจะ…” ชายผิวดำพึมพำออกมาก่อนที่จะเงียบไป ความโลภได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

 

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ จงอย่าแม้แต่คิดที่จะทำมัน คนนี้ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งมาก กลิ่นอายของสัตว์เลี้ยงของเขาก็ยังดูน่าเกรงขามอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าเราจะโจมตีเขาพร้อมกัน เราก็จะไม่สามารถเอาชนะเขาได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือ บอกองค์ชายเก้าว่าอัครสาวกจิตวิญญาณขั้นปลายได้ปรากฏตัวขึ้น และเขาเป็นแขกของบ้านร้อยจิตวิญญาณ หรืออาจจะเป็นคนใต้บังคับบัญชาของอ๋องสาม องค์ชายเก้าก็ไม่อาจตำหนิเราได้” ชายชราพูดออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดคำพูดของชายคนนั้น

 

“อาวุโสหยางกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าคิดน้อยไปหน่อย” ชายผิวดำตัวสั่นและป้องมือออกมา

 

ชายชราพยักหน้าและเก็บดาบสั้นที่อยู่ในมือ จากนั้นเขาก็บินไปข้างหน้า

 

………..

 

หลิวหมิงโบกมือเพื่อดึงหุ่นเชิดไม้สีน้ำเงินสองตัวที่ลอยอยู่บนอากาศมาใกล้ๆ จากนั้นหลังจากการตรวจสอบอย่างรวดเร็วเขาตบเบาๆไปที่จุดหนึ่งของหุ่นไม้แต่ละตัว

 

หลังจากนั้นปรากฏเสียงดัวออกมาอย่างต่อเนื่อง หุ่นไม้ทั้งสองชิ้นก็เปลี่ยนเป็นลูกบอลสีน้ำเงินสองลูก

 

หลิวหมิงยิ้มเล็กน้อยและเก็บลูกบอลทั้งสอง ก่อนจะทำการตรวจสอบซากศพของอัครสาวกจิตวิญญาณสองคน หมอกที่อยู่ท่างกลางเนินเขาผ่าแยกออกจากกัน ปรากฏชายคนหนึ่งเดินออกมาอย่างระมัดระวัง