0 Views

DEM 70 : ความสามารถที่ซ่อนเร้น !

 

          เด็กสาวตกตะลึงและก้าวถอยหลังเพื่อหลีกทางให้นางอย่างไม่รู้ตัว

 

          “หยุนลั่วเฟิง” มู่หวู่ซางขมวดคิ้วแน่น “หากว่าเจ้าอยากจะรักษาใครสักคน พวกเราไม่อาจเข้าไปแทรกแซงการรักษาของเจ้าได้แต่อย่างไรก็ตามข้าอยากจะให้คำแนะนำเจ้าสักหน่อยในการรักษาผู้ป่วย ขั้นแรกเจ้าต้องตรวจชีพจรของผู้ป่วยก่อนหากเจ้าไม่รู้วิธีจับชีพจรข้าสามารถสอนเจ้าได้”

 

          น้ำเสียงเหล่านี้ดูราวกับว่านางกำลังสั่งสอนหยุนลั่วเฟิงแต่จริงๆแล้วนางแค่ต้องการจะป่าวประกาศให้คนอื่นๆรู้หยุนลั่วเฟิงเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าที่ไม่รู้แม้แต่วิธีจับชีพจร! คนไร้ค่าเช่นนี้ไม่มีทางรักษาใครได้หรอก!

 

          “คุณหนูน้อย เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของหยุนลั่วเฟิงงั้นหรอ? นางคือคนไร้ค่าที่ฉาวโฉ่ที่สุดของหลงเหยียน เจ้ากล้าให้นางรักษาปู่ของเจ้าหรอ? นางไม่รู้จักวิธีวัดชีพจรด้วยซ้ำแล้วนางกล้าพูดว่าตัวเองรักษาผู้ป่วยได้ยังไง?” กวนหลิงหัวเราะเบาๆคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก

 

          หยุนลั่วเฟิงเลิกคิ้วขึ้นและมองไปที่กวนหลิงที่อยู่ด้านหลังโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

 

          สายตาที่นางมองมาทำให้กวนหลิงหยุดหัวเราะ ความประหลาดใจแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้าของเขาเป็นเวลานานกว่าที่ตัวเขาจะหายสั่นและได้สติกลับมา

 

          ในอตีดหญิงสาวคนนี้เป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าเท่านั้นแต่ทำไมสายตาของนางจึงน่าเกรงขามแบบนั้นล่ะ?

 

          “ข้าให้โอกาสเจ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” หยุนลั่วเฟิงหันไปมองเด็กสาวที่กำลังลังเลใจจากคำพูดของกวนหลิง “อยากให้ข้าช่วยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า! แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ต้องพูดอย่างนี้ถ้าปู่ของเจ้ายังไม่ได้สติ ข้าเกรงว่าเขาคงไม่สามารถอยู่รอดจนผ่านวันนี้ไปได้”

 

          มีความขัดแย้งที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาวสุดท้ายนางก็กัดฟันพูดออกมา “คุณหนู ได้โปรดช่วยท่านปู่ของข้าด้วย!”

 

          ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้อาการของท่านปู่ดูแย่ที่สุดถ้าหากยังยืดเยื้อต่อไป นางกลัวว่าเขาจะมีชีวิตไม่พ้นคืนนี้ ตอนนี้นางหวังเพียงว่าจะมีใครช่วยให้นางผ่านพ้นความสิ้นหวังนี้ไปได้!

 

          เมื่อเด็กสาวพูดเช่นนั้นหยุนลั่วเฟิงก็ดึงห่อผ้าออกมาจากแขนเสื้อ นางเปิดห่อผ้าอย่างระมัดระวังและหยิบเข็มสีเงินออกมา

 

          ปลายนิ้วของนางสัมผัสเข็มอย่างนุ่มนวล นางเล็งปลายเข็มไปที่จุดฝังเข็มอย่างแม่นยำจากนั้นจึงค่อยๆดันปลายเข็มลงไปบนศีรษะของชายชราหลังจากหยิบเข็มสีเงินออกมา ท่าทางที่เต็มไปด้วยความเกียจคร้านของหยุนลั่วเฟิงก่อนหน้านี้ก็ได้เปลี่ยนไปเป็นความสง่างาม

 

          ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหลังจากเข็มสีเงินถูกดันลงไปในจุดไป่ฮุ่ย ของชายชราแล้วพลังปราณจิตวิญญาณสีขาวก็ได้ถ่ายเทจากปลายเข็มลงไปในร่างกายของชายชรา

 

          ตามบันทึกของตำราลับทางการแพทย์แล้วเมื่อแพทย์ต้องการรักษาใครสักคน พวกเขาจะต้องใช้ทั้งทักษะทางการแพทย์และพลังปราณจิตจึงจะสามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้เท่านั้น

 

          แต่หยุนลั่วเฟิงกลับแตกต่างออกไป!

 

          ตำราลับทางการแพทย์สามารถเสริมกำลังภายในการถ่ายเทพลังปราณจิตของนางได้!

 

          ดังนั้นแล้วนางไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพลังปราณจะถูกใช้ไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นในระหว่างการต่อสู้หรือการรักษาผู้ป่วย

 

          มู่หวู่ซางส่ายหน้าและถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง “องค์ชาย หยุนลั่วเฟิงไม่แม้แต่จะวินิจฉัยอาการป่วยของเขาแต่กลับเลือกที่จะเสี่ยงด้วยการฝังเข็มและที่สำคัญตำแหน่งที่นางฝังเข็มคือจุดไป่ฮุ่ย ซึ่งนั่นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการกระทำของนางผิดพลาดอาจารย์ของข้าน่าจะรักษาเขาได้ แต่น่าเสียดาย…”

 

          คำพูดของนางมีความหมายนัยๆถึงความสามารถของจิ้งหยินว่าเขาสามารถรักษาอาการของชายชราคนนี้ได้แต่หลังจากการรักษาของหยุนลั่วเฟิง ชายคนี้คงไม่มีทางมีชีวิตรอดได้อีกแล้ว !

 

          “ข้าบอกแล้วว่าหยุนลั่วเฟิงไร้ความสามารถ นางทำได้เพียงแค่หลอกลวงผู้คนไปวันๆเท่านั้นแหละ”

 

          เกาหลิงหัวเราะอย่างเย็นชาสายตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขากำลังจะพูดถากถางนางต่อแต่ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น…

 


ติดตามตอนต่อไป………. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ในกลุ่มถึงตอนที่ 439 แล้วนะครับ สามารถขอเข้ากลุ่มพิเศษได้เลยครับ ในกลุ่มสามารถอ่านได้ล่วงหน้า + อ่านได้จุใจเลยนะ ^^