0 Views

DEM 64 : คิดอย่างนั้นจริงๆหรอ  ?

 

          ร่างของหญิงสาวมืดสนิทราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

          เห็นได้ชัดว่ามีคนมากมายกำลังมองนางด้วยความดูถูกแต่นางก็ทำเหมือนกับว่าเป็นตัวนางเองที่กำลังดูถูกคนเหล่านั้น!

 

          ความรู้สึกนี้มันถูกสงวนไว้สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงเท่านั้น! แต่อย่างไรก็ตามหยุนลั่วเฟิงในปัจจุบันนี้ได้ทำให้พวกเขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกเหล่านี้…

 

          “เจ้ามางั้นหรอ?”

 

          มู่หวู่ซางหวั่นใจเล็กน้อยหลังจากที่สงบจิตใจได้แล้วท่าทางของนางก็กลับมาสง่างามอีกครั้ง ความริษยาในหัวใจของนางไม่ได้หายไปแต่นางเพียงแค่ไม่เปิดเผยมันออกมาเท่านั้นจากนั้นนางจึงกล่าวกับหยุนลั่วเฟิงว่า “เจ้ามาสาย”

 

          หยุนลั่วเฟิงยกยิ้มมุมปากดวงตาสีดำสนิทของนางจ้องไปยังเกาหลิง “ผู้คุ้มกันส่วนพระองค์ขององค์ชายรัชทายาทเพิ่งจะไปส่งจดหมายเชิญให้กับข้า อาจจะเป็นไปได้ว่าองค์ชายอาจจะเขียนเวลาในจดหมายผิดพลาด?”

 

          มู่หวู่ซางไม่อาจพูดได้ว่าองค์ชายรัชทายาทเขียนเวลาผิดดังนั้นนางจึงไม่อาจจะกล่าวหาใครลอยๆได้

 

          “ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนอาจจะจำเวลาผิดจึงทำให้มาที่นี่เร็วเกินไป ข้าขอโทษจริงๆ ข้าไม่ควรตำหนิว่าเจ้ามาสายเลย”

 

          คำกล่าวหานี้ถูกโยนไปให้หยุนลั่วเฟิงซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของทุกคน

 

          เป็นไปไม่ได้ที่เวลาของนางจะถูกต้อง พวกเขาทั้งหมดจะจำเวลาผิดได้ยังไง?

 

           “หยุนลั่วเฟิงมาสายจริงๆ!” ใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายรัชทายาทมึนตึงขึ้นเกาหลิงรวบตัวมู่หวู่ซางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ดวงตาที่คมราวกับดาบของเขาจ้องไปยังหยุนลั่วเฟิง “เวลาที่ข้าเขียนลงไปถูกต้อง เจ้ามาสายแต่กลับโยนความผิดให้หวู่ซาง เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษขยะไร้ค่าเช่นนี้หรอก!”

 

          ภายในอ้อมแขนของเกาหลิงมู่หวู่ซางใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังวุ่นวายยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ !

 

          แน่นอนว่าเวลาที่องค์ชายรัชทายาทเขียนลงไปเป็นเวลาหนึ่งยามแต่นางกลับใช้ประโยชน์จากอาการใจลอยของเขาแก้ไขเวลาเป็นสามยาม………

 

          “องค์ชาย” มู่หวู่ซางพยายามที่ออกมาจากอ้อมแขนของเขาคิ้วของนางขมวดเล็กน้อย “ได้โปรดปล่อยตัวข้า ทำแบบนี้ต่อหน้าคนมากมายเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง นอกจากนี้แล้วหยุนลั่วเฟิงเองก็ยังเป็นอดีตคู่หมั้นของท่านด้วย”

 

          เมื่อได้ยินคำพูดนี้เกาหลิงก็จับตัวนางไว้แน่นและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันไม่นานนักหรอกก่อนที่ข้าจะแต่งงานกับเจ้า ทำไมข้าจะทำไม่ได้ล่ะ? มู่หวู่ซางไม่ได้เป็นเพียงหลานสาวที่น่าภาคภูมิใจของนายกรัฐมนตรีเท่านั้นแต่เจ้ายังเป็นศิษย์ของจิ้งหยินที่มีความสามารถทางการแพทย์สูงมากในวัยเด็ก หยุนลั่วเฟิงจะมาเทียบกับเจ้าได้ยังไง?”

 

          ใบหน้าของมู่หวู่ซางเปลี่ยนเป็นสีแดงและเลิกพยายามที่จะดิ้นรนอีกต่อไป นางเอนกายพิงไปกับหน้าอกกว้างของเกาหลิงริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความสุข

 

          ต่อหน้าคู่รักที่กำลังกอดกันด้วยความรักราวกับสุนัขคู่นี้ทำให้หยุนลั่วเฟิงเหยียดตามองด้วยความตลกขบขัน “ข้าจะส่งพวกท่านทั้งคู่ออกไปด้วยประโยคหนึ่งนะ การแสดงความเสน่ห์หาในที่สาธารณะ จะทำให้เจ้าตายเร็วขึ้น!”

 

          ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนไปเป็นโกรธเกรี้ยวในทันที เกาหลิงกำลังจะเปิดปากเพื่อดุด่าหยุนลั่วเฟิงอีกครั้งแต่มู่หวู่ซางกลับดึงมือเขาเอาไว้

 

          “ช่างมันเถอะองค์ชายเพราะว่าท่านเคยเป็นคู่หมั้นของนาง ไม่แปลกหรอกที่นางจะไม่พอใจเมื่อเห็นท่านทำเช่นนี้” มู่หวู่ซางส่ายหน้าดวงตางดงามของนางหันไปมองหยุนลั่วเฟิงกิริยาของนางงดงามน่าชื่นชมยิ่งนัก “หยุนลั่วเฟิง ข้าได้ยินเจ้ามีความสนใจด้านการแพทย์งั้นหรอ? เจ้าจะว่าอย่างไรหากเราทั้งคู่จะมาวินิจฉัยมันไปด้วยกัน?”

 

          “ฮ่าๆ!”

 

          มู่หวู่ซางเพิ่งจะพูดจบด้วยซ้ำในขณะที่ลูกชายของนายกรัฐมนตรีแห่งกองทัพแผดเสียงหัวเราะออกมา “คุณหนูหวู่ซาง ถ้าหากเจ้าต้องการใครสักคนที่จะช่วยวิเคราะก์การรักษาเจ้าก็เลือกคนผิดแล้วคนอย่างหยุนลั่วเฟิงจะมาเทียบกับเจ้าได้ยังไง? เจ้าเป็นถึงศิษย์ของจิ้งหยินแถมยังมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แล้วนางล่ะ? คนที่ใช้เงินมากมายไปซื้อสมุนไพรเพื่อมาผลาญเล่น ! ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าสมุนไพรมากมายที่นางซื้อมานางได้เอาไปวางยาเพื่อฆ่าใครตายแล้วหรือยัง?”

 

  ติดตามตอนต่อไป………. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ในกลุ่มถึงตอนที่ 404 แล้วนะครับ สามารถขอเข้ากลุ่มพิเศษได้เลยครับ ในกลุ่มสามารถอ่านได้ล่วงหน้า + อ่านได้จุใจเลยนะ ^^