0 Views

DEM 58 : ห้องศิลา !

 

          เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มู่ซิงเสี่ยวโกรธมู่เฉินมากจนแทบอยากจะตีเขาให้ตาย

 

          ข่าวที่ติดๆกันมาคือตระกูลมู่ถูกโจรบุกในเวลากลางคืน! ทั้งห้องหนังสือและห้องคลังสมบัติถูกไฟไหม้! ทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดถูกเผาเป็นจุน! แม้กระทั่งมู่ซิงเสี่ยวเองก็โดนโจรทำร้าย! และคาดว่าเขาไม่น่าจะลุกจากเตียงได้เป็นเวลาอย่างน้อยถึงสามเดือน…

 

          เมื่อเกาถู่ได้ยินข่าวนี้เขาก็โกรธมากและมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะตามหาตัวโจร เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนในพระราชวังรู้สึกไม่ปลอดภัย เหล่าผู้มั่งคั่งและมีอำนาจต่างหวาดกลัวว่ากลุ่มโจรจะบุกมาที่คฤหาสน์ของตัวเองและเหล่ากลุ่มคนที่ไร้อำนาจก็หวาดกลัวว่าจะโดนพวกโจรเข้ามาลักลอบวางเพลิง!

 

          อย่างไรตามเหล่าผู้คนในเมืองนี้ต่างก็คิดมาอย่างรอบคอบ โจรที่สามารถเข้าออกคฤหาสน์นายกรัฐมนตรีได้อย่างอิสระและยังสามารถก่อความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวงต้องไม่ใช่แค่กลุ่มโจรธรรมดา! พวกเขาไม่เคยเห็นกลุ่มโจรที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน

 

          เมื่อข่าวนี้มาถึงหูของหยุนลั่วเฟิงนางก็เลิกคิ้วขึ้นและถามว่า “มู่เฉิน พูดเช่นนั้นหรอ?”

 

          นางคิดไม่ถึงว่าชายคนนี้จะรักษาคำพูดแม้ว่าจะถูกทำร้ายจนปางตายแต่เขาก็ยังไม่คิดเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเงิน 45 ล้านนั้นจนต้องกุเรื่องโกหกขึ้นมา

 

          พ่อค้าขายโสมไม่มีตัวตนอยู่จริงดังนั้นไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะพยายามตามหามากเท่าไรก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นมู่ซิงเสี่ยวเองในตอนนี้ก็ยังนอนอยู่บนเตียง พวกเขาจะมีเวลามาตามหาตัวพ่อค้าที่มาจากคำบอกเล่าของมู่เฉินได้ยังไง?

 

          “คุณหนู ข้าล่ะนับถือโจรที่ไปบุกคฤหาสน์นายกรัฐมนตรีจริงๆ” ชิงเหยินกล่าว “ใครใช้ให้คนพวกนั้นมากลั่นแกล้งคุณหนูอยู่ตลอดเวลากันล่ะ? คราวนี้โจรพวกนั้นได้ช่วยเราแก้แค้นแล้ว”

 

           “เจ้าไม่จำเป็นต้องไปนับถือโจรพวกนั้นหรอก” หยุนลั่วเฟิงบีบแก้มของ ชิงเหยิน และพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “เจ้าต้องนับถือเพียงแต่ข้าเท่านั้น”

 

          “คุณหนู!”

 

          ชิงเหยินกระทืบเท้าแล้วพูดด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง “อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คุณหนูได้เปลี่ยนไปมากแล้วแต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยังเรียกท่านว่าคนที่ไม่มีดีอะไรเลย! คุณหนูไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย”

 

          “ปากนั้นอยู่บนร่างกายของคนอื่นเขาก็ยังคงพูดได้ตราบใดที่เขาอยากจะพูด” หยุนลั่วเฟิงเลิกคิ้วขึ้นและลุกขึ้นจากที่นั่งในรถม้า “ไปเถอะ เมื่อวานนี้ท่านปู่ได้สรรหาคนมาให้ข้าเรียบร้อยแล้ว ข้าควรจะไปดูพวกเขาสักหน่อย”

 

          ที่ลานบ้านมีคนยืนอยู่จำนวน 100 คน กลุ่มคนเหล่านี้เป็นหญิงครึ่งหนึ่งและชายอีกครึ่งหนึ่ง พวกเขากำลังมองไปรอบๆบ้านและเมื่อพวกเขาเห็นหญิงสาวในชุดสีขาวกำลังเดินเข้าไปหาความวุ่นวายนั้นก็ค่อยๆสงบลง

 

          “ดูเหมือนราชวงศ์จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากจริงๆและไม่มีจิตใจคับแคบที่จะหาคนที่มีความสามารถต่ำให้กับข้า”

 

          หยุนลั่วเฟิงอ้าปากหาวด้วยความเกียจคร้าน ดวงตามีเน่ห์ของนางกวาดมองทุกคนที่อยู่ในลานบ้าน

 

          ความสามารถของคนเหล่านี้ค่อนข้างต่ำอาจจะพูดได้ว่ามันไม่อาจะลดน้อยลงไปกว่านี้ได้อีกแล้วแต่มันก็ยังมีประโยชน์กว่าหยุนลั่วเฟิงคนเก่าอยู่มาก! ถ้าหากเป็นคนอื่นแม้ว่านางจะฝึกพวกเขาจนชั่วชีวิตพวกเขาก็ไม่สามารถก้าวผ่านผู้ฝึกจิตวิญญาณระดับสามัญไปได้!

 

          ตลอดชีวิตพวกเขาทำได้เพียงแค่ก้าวผ่านระดับฝึกหัดไปได้อย่างยากลำบากเท่านั้น!

 

          “ลั่วเฟิง” หยุนเหล่ายิ้มอย่างเป็นกังวลและกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังว่า “พวกเขาทั้งหมดถูกคัดเลือกโดยองค์ชายรัชทายาทแต่ข้าก็ได้ทำตามความต้องการของเจ้าเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดอายุต่ำกว่า 18 ปี”

 

          “ท่านปู่ไม่ต้องกังวลในเมื่อพวกเขาได้รับเลือกมาแล้วข้าก็มีวิธีการของข้า” หยุนลั่วเฟิงยิ้มมุมปาก “คนเหล่านี้จะถูกฝึกฝนภายในห้องศิลาของตระกูล”

 

          หยุนเหล่าตะลึงไปครู่หนึ่ง “เจ้ากำลังพูดถึงห้องที่ลุงของเจ้า…”

 

          ห้องศิลาห้องที่ท่านลุงอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้?

 

          เมื่อคำพูดเหล่านี้เกือบจะหยุดออกมาจากปาก เขาก็รีบกลืนคำพูดนั้นกลับลงไปและมองไปที่หยุนลั่วเฟิงด้วยความงุนงง

 

          หยุนลั่วเฟิงรู้ในสิ่งที่เขาต้องการจะพูดและพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว เราจะให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นและข้าจะอธิบายถึงขั้นตอนต่อไปเมื่อเวลานั้นมาถึง ตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าอยากจะกลับไปที่ภูเขาเพื่อพักผ่อน”

 

          หลังจากพูดจบนางก็ไม่ให้โอกาสหยุนเหล่าได้ซักถามอะไรอีกเลย นางรีบมุ่งหน้ากลับไปยังภูเขาด้านหลัง…

 

ติดตามตอนต่อไป………. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ในกลุ่มถึงตอนที่ 360 แล้วนะครับ สามารถขอเข้ากลุ่มพิเศษได้เลยครับ ในกลุ่มสามารถอ่านได้ล่วงหน้า + อ่านได้จุใจเลยนะ ^^